wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การบำรุงรักษารถยนต์

Total questions: 41

Worksheet time: 21mins

Name
Class
Date
1.

การบำรุงรักษารถเชิงป้องกันหมายถึงข้อใด

a)

การซ่อมแซมเมื่อรถเสีย

b)

การตรวจและดูแลก่อนเกิดความเสียหาย

c)

การรอจนเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วค่อยซ่อม

2.

การบำรุงรักษารถช่วยลดอะไรได้มากที่สุด

a)

ค่าใช้จ่ายระยะยาวและการหยุดงานฉุกเฉิน

b)

ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง

c)

เวลาในการขับขี่

3.

งานบำรุงรักษาหลังเหตุขัดข้อง คืออะไร

a)

การซ่อมหลังจากรถเสียแล้ว

b)

การตรวจเช็กทุกวัน

c)

การเปลี่ยนอะไหล่ก่อนครบกำหนด

4.

การตรวจสภาพรถประจำวันควรทำเมื่อใด

a)

ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

b)

ทุกสิ้นเดือน

c)

หลังเดินทางเท่านั้น

5.

การตรวจยางรถควรสังเกตสิ่งใด

a)

รอยฉีกขาดและแรงดันลม

b)

สีของยาง

c)

ความหนาของฝุ่น

6.

หากพบว่ายางรถมีรอยบวม พนักงานควร

a)

เปลี่ยนหรือรายงานหัวหน้างานทันที

b)

ขับต่อจนถึงปลายทาง

c)

เติมลมเพิ่ม

7.

การตรวจระบบไฟฟ้าของรถควรเน้นเรื่องใด

a)

ไฟหน้า ไฟเบรก และไฟเลี้ยวทำงานปกติ

b)

ไฟตกแต่งภายใน

c)

สี

8.

การตรวจระบบไฟฟ้าของรถควรเน้นเรื่องใด

a)

ไฟหน้า ไฟเบรก และไฟเลี้ยวทำงานปกติ

b)

ไฟตกแต่งภายใน

c)

สีของหลอดไฟ

9.

การตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นมีจุดประสงค์เพื่อ

a)

ป้องกันเครื่องยนต์ร้อนเกินไป

b)

ทำให้รถประหยัดน้ำมัน

c)

ลดแรงดันเบรก

10.

การตรวจสอบแบตเตอรี่ควรสังเกตอะไร

a)

ขั้วแบตเตอรี่สะอาดและแน่น

b)

สีของฝาครอบ

c)

ความยาวสายไฟ

11.

การบำรุงรักษาตามระยะเวลาควรทำเมื่อใด

a)

ตามคู่มือหรือกำหนดของบริษัท

b)

เมื่อมีเวลา

c)

เมื่อเครื่องยนต์ดังผิดปกติ

12.

ข้อใดเป็นประโยชน์ของการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

a)

ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและยืดอายุการใช้งาน

b)

เพิ่มความเร็วรถ

c)

ลดความจำเป็นในการตรวจเช็ก

13.

“Ten Point Walk Round” หมายถึงอะไร

a)

การตรวจรอบคันก่อนออกเดินทาง

b)

การตรวจเฉพาะห้องเครื่อง

c)

การขับทดสอบระยะสั้น

14.

จุดใดต่อไปนี้ไม่อยู่ในการตรวจสอบ 10 จุด

a)

ระบบไฟฉุกเฉิน

b)

สีของตัวถัง

c)

ยางและล้อ

15.

การตรวจระบบเบรกควรตรวจสิ่งใด

a)

ระดับน้ำมันเบรกและแรงตอบสนองของเบรก

b)

เสียงเครื่องยนต์

c)

สีของท่อเบรก

16.

การตรวจระหว่างการเดินทางควรทำเมื่อใด

a)

เมื่อหยุดพักตามจุดที่กำหนด

b)

หลังสิ้นสุดวัน

c)

เมื่อถึงปลายทางเท่านั้น

17.

หากระบบหล่อเย็นมีการรั่ว ควรทำอย่างไร

a)

หยุดรถและแจ้งหัวหน้างาน

b)

เติมน้ำใหม่แล้วขับต่อ

c)

ใช้ผ้าอุดชั่วคราว

18.

การตรวจสอบหลังการใช้งานมีจุดประสงค์เพื่อ

a)

ประเมินสภาพรถก่อนใช้งานครั้งต่อไป

b)

ลดน้ำหนักรถ

c)

ทำให้รถสวยงาม

19.

การบันทึกข้อมูลการซ่อมบำรุงเป็นประโยชน์อย่างไร

a)

ใช้วางแผนการตรวจครั้งถัดไปได้

b)

เพื่อเก็บเป็นหลักฐานเท่านั้น

c)

ไม่มีความจำเป็น

20.

การใช้ชิ้นส่วนอะไหล่แท้ในการซ่อมมีผลอย่างไร

a)

เพิ่มความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งาน

b)

ทำให้ซ่อมช้า

c)

ลดต้นทุนในระยะสั้น

21.

จุดประสงค์ของการตรวจรถประจำวันคืออะไร

a)

เพื่อให้รถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและปลอดภัย

b)

เพื่อให้รถสะอาดเท่านั้น

c)

เพื่อประหยัดน้ำมัน

22.

ขั้นตอนแรกของการตรวจรถก่อนออกเดินทางคือ

a)

ตรวจรอบคันและอุปกรณ์หลัก

b)

สตาร์ทรถทันที

c)

เติมน้ำมันก่อนตรวจ

23.

การตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องต้องทำเมื่อใด

a)

ก่อนสตาร์ทเครื่อง

b)

ระหว่างเดินทาง

c)

หลังดับเครื่องทันที

24.

การตรวจยางรถควรสังเกตจากข้อใด

a)

ความดันลม รอยแตก และดอกยาง

b)

สีของล้อแม็ก

c)

ฝุ่นเกาะยาง

25.

เครื่องยนต์ที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาจะเกิดผลอย่างไร

a)

สิ้นเปลืองน้ำมันและสึกหรอเร็ว

b)

ขับเร็วขึ้น

c)

ประหยัดน้ำมัน

26.

การตรวจระบบไฟต้องแน่ใจว่า

a)

ไฟหน้า ไฟเบรก ไฟเลี้ยว ทำงานครบ

b)

ไฟตกแต่งติดทุกดวง

c)

แบตเตอรี่ใหม่เสมอ

27.

การตรวจระดับน้ำหล่อเย็นช่วยป้องกัน

a)

เครื่องยนต์ร้อนเกินไป

b)

การสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์

c)

การรั่วของน้ำมันเกียร์

28.

การตรวจรถตามระยะเวลาเหมาะกับ

a)

รถใช้งานต่อเนื่องเป็นประจำ

b)

รถจอดนิ่ง

c)

รถใหม่เท่านั้น

29.

การตรวจตามระยะทางเน้นอะไร

a)

ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้งานและการสึกหรอ

b)

ความเร็วเฉลี่ยของรถ

c)

ปริมาณน้ำมันที่ใช้

30.

ประโยชน์ของการบำรุงรักษาเชิงป้องกันคือ

a)

ลดความเสียหายและค่าใช้จ่าย

b)

ทำให้ขับเร็วขึ้น

c)

ลดน้ำหนักรถ

31.

หากพบว่าระบบหล่อเย็นรั่ว พนักงานควร

a)

หยุดรถและรายงานหัวหน้างาน

b)

เติมน้ำเพิ่มและขับต่อ

c)

ใช้เทปพันชั่วคราว

32.

การบันทึกประวัติการบำรุงรักษาช่วย

a)

วางแผนการซ่อมล่วงหน้า

b)

ลดภาระพนักงาน

c)

ใช้แทนใบตรวจสภาพ

33.

การละเลยการตรวจประจำวันส่งผลให้

a)

รถเสียฉุกเฉินและอุบัติเหตุ

b)

รถสะอาดขึ้น

c)

ใช้น้ำมันน้อยลง

34.

การตรวจระหว่างเดินทางควรทำเมื่อ

a)

หยุดพักตามจุดตรวจ

b)

ถึงปลายทาง

c)

เริ่มออกตัว

35.

การตรวจหลังใช้งานควรทำเพื่อ

a)

เตรียมรถให้พร้อมสำหรับงานต่อไป

b)

ทำความสะอาดเท่านั้น

c)

ปรับแต่งสี

36.

การสังเกตควันไอเสียผิดปกติบ่งบอกถึง

a)

ปัญหาในระบบเครื่องยนต์

b)

ความชื้นในอากาศ

c)

น้ำมันคุณภาพดี

37.

การตรวจระบบไฟส่องสว่างและแตรเป็นส่วนของ

a)

ระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน

b)

ระบบตกแต่ง

c)

ระบบระบายอากาศ

38.

การตรวจอุปกรณ์ดับเพลิงในรถเป็นส่วนหนึ่งของ

a)

ความปลอดภัยและการเตรียมพร้อมเหตุฉุกเฉิน

b)

การตกแต่งรถ

c)

การดูแลความสะอาด

39.

การตรวจ GPS Tracking มีวัตถุประสงค์เพื่อ

a)

ตรวจสอบตำแหน่งรถระหว่างขนส่ง

b)

วัดความเร็วรถ

c)

คำนวณน้ำมัน

40.

ยางที่มีรอยแตกหรือบวมควร

a)

เปลี่ยนทันที

b)

เติมลมเพิ่ม

c)

ใช้ต่อได้

41.

การตรวจสภาพรถอย่างต่อเนื่องช่วยให้

a)

รถปลอดภัย ประหยัด และมีอายุการใช้งานยาวนาน

b)

ใช้น้ำมันมากขึ้น

c)

ขับได้ช้าลง