Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กระบวนการ

Total questions: 10

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใด

a)

วันที่ 10 พฤษภาคม 2543

b)

วันที่ 12 พฤษภาคม 2543

c)

วันที่ 12 ตุลาคม 2543

d)

วันที่ 10 ตุลาคม 2543

2.

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อใด

a)

วันที่ 10 สิงหาคม 2543 เป็นต้นไป

b)

วันที่ 12 สิงหาคม 2543 เป็นต้นไป

c)

วันที่ 10 พฤษภาคม 2543 เป็นต้นไป

d)

วันที่ 12 สิงหาคม 2543 เป็นต้นไป

3.

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดเวลาในการยื่นงบการเงินเริ่มนับเมื่อใด

a)

วันสิ้นปี

b)

วันสิ้นงวดบัญชี

c)

ตั้งแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่

d)

เมื่อจัดตั้งงบการเงินเสร็จ

4.

ผู้ที่มีอำนาจออกกฎกระทรวงหรือประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ปฏิบัติเรื่องต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบัญชี

คือใคร

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

b)

นายกรัฐมนตรี

c)

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

d)

รัฐมนตรีหรืออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

5.

ข้อใดเป็นหลักการของพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

a)

กำหนดให้ผู้ทำบัญชีมีส่วนรับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของธุรกิจ

b)

ผู้ทำบัญชีมีส่วนรับผิดชอบการทำบัญชีของธุรกิจ อธิบดีมีอำนาจกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ทำบัญชี

และจัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี

c)

กำหนดให้การจัดทำบัญชีต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี

d)

ให้อธิบดีโดยความเห็นชอบรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ทำบัญชี

6.

ข้อใดเป็นคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีซึ่งกฎหมายกำหนดไว้

a)

ต้องมีความรู้ความสามารถด้านภาษเพียงพอ

b)

มีความรู้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพียงพอที่จะทำหน้าที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชี

c)

มีคุณสมบัติด้านคุณวุฒิการศึกษาตามขนาดธุรกิจที่กำหนดแต่ละกลุ่ม

d)

มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในหรือนอกราชอาณาจักรก็ได้

7.

ผู้ทำบัญชีเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีตามข้อใด

a)

ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่าปีละ 22 ชั่วโมง

b)

ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่าปีละ 27 ชั่วโมง

c)

ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่าปีละ 12 ชั่วโมง โดยต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับ

การบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

d)

ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่าปีละ 2 ชั่วโมง โดยต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับ

การบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง

8.

ข้อใดเป็นกิจกรรมที่สามารถนับเป็นชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพได้

a)

เข้าร่วมการอบรมหรือสัมนาในหัวข้อที่หัวหน้าเห็นชอบ

b)

เข้าร่วมการอบรมหรือสัมนาในหลักสูตรหรือเรื่องซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

c)

การเป็นอาจารย์สถาศึกษาของรัฐซึ่งสอนในระดับ ปวช

d)

การเป็นวิทยากรนับจำนวนชั่วโมงได้สามเท่าของระยะเวลาการเป็นวิทยากร

9.

ถ้าผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีไม่ปิดบัญชีภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องระวางโทษอย่างไร

a)

ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

c)

ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

d)

ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

10.

ถ้าผู้มีหน้าที่ทำบัญชีลงรายการเท็จ แก้ไขละเว้นการลงรายการในบัญชีหรืองบการเงิน หรือแก้ไขเอกสาร

a)

จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน

หกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน

หกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

แล้วแต่กรณี

d)

จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ