wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

PDPA

Total questions: 98

Worksheet time: 33mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงความแตกต่างระหว่าง Security (ความมั่นคงปลอดภัย) และ Privacy (ความเป็นส่วนตัว) ได้ถูกต้อง?

a)

Security คือการปกป้องข้อมูลจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วน Privacy คือการควบคุมว่าข้อมูลส่วนตัวจะถูกเปิดเผยหรือใช้โดยใคร

b)

Security คือการควบคุมการใช้ข้อมูลส่วนตัว ส่วน Privacy คือการปกป้องข้อมูลจากการโจมตี

c)

Security และ Privacy มีความหมายเหมือนกัน

d)

Security คือการปกป้องข้อมูลจากไวรัส ส่วน Privacy คือการปกป้องข้อมูลจากแฮกเกอร์

2.

มาตรการใดที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย (security) ในบ้านมากที่สุด?

a)

ติดตั้งกล้องวงจรปิด

b)

เปิดประตูทิ้งไว้

c)

ไม่ล็อกหน้าต่าง

d)

ไม่ปิดไฟหน้าบ้าน

3.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของมาตรการ Security (ความมั่นคงปลอดภัย) ในบ้าน

a)

ผ้าม่าน

b)

กล้องวงจรปิด

c)

รั้ว

d)

ม่านบังตา

4.

ในทางกลับกัน Privacy คือมาตรการที่ช่วยให้คนในบ้าน "มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น" เป้าหมายของ Privacy คืออะไร?

a)

เพื่อควบคุมการมองเห็น หรือการเข้าถึงพื้นที่/ข้อมูลส่วนตัว

b)

เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน

c)

เพื่อประหยัดพลังงานในบ้าน

d)

เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในบ้าน

5.

ตัวอย่างของมาตรการ Privacy ในบ้าน ข้อใดไม่ใช่ตัวอย่างที่ถูกต้อง?

a)

ผ้าม่าน

b)

รั้ว ระแนงไม้

c)

หลังคา

d)

กล้องวงจรปิด (CCTV)

6.

มาตรการ Security เช่น สัญญาณกันขโมย มีความเหมือนหรือแตกต่างกับ Privacy อย่างไร?

a)

Security และ Privacy ไม่เหมือนกัน เพราะ Security คือการป้องกันภัย ส่วน Privacy คือการปกป้องความเป็นส่วนตัว

b)

Security และ Privacy เหมือนกันทุกประการ เพราะทั้งสองอย่างคือการป้องกันข้อมูล

c)

Security คือการปกป้องความเป็นส่วนตัว ส่วน Privacy คือการป้องกันภัย

d)

Security และ Privacy ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย

7.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นจุดที่ซ้อนกัน (Overlap) ระหว่าง Security และ Privacy?

a)

กลอนประตู

b)

ผ้าม่าน

c)

กล้องวงจรปิด

d)

รั้วบ้าน

8.

มาตรการใดที่ช่วยในเรื่อง Security แต่กลับ "ลดทอน" Privacy

a)

กล้องวงจรปิด (CCTV) หรือ รปภ. ช่วยในเรื่อง Security แต่ลดทอน Privacy เพราะทำให้ความเป็นส่วนตัวลดลง

b)

การใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อนเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูล

c)

การสำรองข้อมูลเป็นประจำเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย

d)

การอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันมัลแวร์

9.

Privacy ไม่ได้เหมือนกับ "ความลับ" (Confidentiality) หรือการปกปิดทุกอย่างตลอดเวลา แต่ความสามารถที่แท้จริงของ Privacy คืออะไร?

a)

ความสามารถในการควบคุม (Ability to Control) ว่าเราข้อมูลจะเลือกเปิดเผยหรือปิดบังเกี่ยวกับตนเองในระดับใด

b)

การปกปิดข้อมูลทุกอย่างจากผู้อื่นโดยสมบูรณ์

c)

การไม่เปิดเผยตัวตนในทุกสถานการณ์

d)

การอนุญาตให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่มีข้อจำกัด

10.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความหมายของ Privacy?

a)

ความลับ (Confidentiality)

b)

ความสามารถในการควบคุมข้อมูลของตนเอง

c)

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

d)

การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

11.

จากเนื้อหาในภาพ อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Privacy กับ Confidentiality (ความลับ)?

a)

Privacy คือสิทธิในการควบคุมข้อมูลของตนเอง ส่วน Confidentiality คือการรักษาความลับของข้อมูล

b)

Privacy คือการรักษาความลับของข้อมูล ส่วน Confidentiality คือการควบคุมข้อมูลของตนเอง

c)

Privacy และ Confidentiality มีความหมายเหมือนกัน

d)

Privacy คือการเปิดเผยข้อมูล ส่วน Confidentiality คือการปกปิดข้อมูล

12.

ข้อใดคือความหมายของ "ความสามารถในการควบคุม" (Ability to Control) ตามเนื้อหาในภาพ?

a)

การเลือกเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยข้อมูลของตนเอง

b)

การรักษาความลับของข้อมูล

c)

การป้องกันข้อมูลจากการรั่วไหล

d)

การแบ่งปันข้อมูลกับทุกคน

13.

PDPA คือการสร้างสมดุลระหว่างสิทธิส่วนบุคคล (Private Right) กับอะไร?

a)

ประโยชน์สาธารณะ (Public Good)

b)

ผลประโยชน์ส่วนตัว (Personal Benefit)

c)

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security)

d)

เสรีภาพทางการเมือง (Political Freedom)

14.

สถานการณ์ใดที่ผู้ป่วยโควิด-19 ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่โรงพยาบาลและตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19?

a)

ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก สมมติว่าคุณไปโรงพยาบาลและตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19

b)

ขณะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศโดยไม่ได้พบแพทย์

c)

ขณะซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตโดยไม่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

d)

ขณะทำงานที่บ้านโดยไม่ได้ออกไปพบใคร

15.

การใช้สิทธิส่วนบุคคล (Private Right) คืออะไร?

a)

คุณสามารถพูดว่า 'ผมไม่ยินยอม (ไม่ Consent) ให้เผยเอาข้อมูลการป่วยของผมไปบอกกรมควบคุมโรค นี่คือสิทธิของเจ้าของข้อมูล'

b)

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

c)

การให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลที่สามโดยไม่แจ้งเจ้าของข้อมูล

d)

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอม

16.

ในสถานการณ์ใดที่กฎหมายต้องบังคับให้เลือกระหว่าง (ฝั่งที่ 1) สิทธิของคุณที่จะปกปิดข้อมูลสุขภาพ กับ (ฝั่งที่ 2) ประโยชน์สาธารณะในการจัดการโรคระบาด และสิทธิของผู้อื่น?

a)

ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโรคหรือภัยสุขภาพที่อาจกระทบต่อผู้อื่น

b)

เมื่อคุณต้องการสมัครงานในบริษัทเอกชน

c)

เมื่อคุณไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทั่วไป

d)

เมื่อคุณเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่มีข้อบ่งชี้ด้านสุขภาพ

17.

ผลลัพธ์ของการที่โรงพยาบาลต้องรายงานข้อมูลไปยังกรมควบคุมโรคโดยไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม (Consent) จากคุณ เกิดขึ้นเพราะเหตุใด?

a)

เพราะประโยชน์สาธารณะซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า

b)

เพราะเป็นข้อกำหนดของโรงพยาบาลทุกแห่ง

c)

เพราะเป็นการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

d)

เพราะเป็นการลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่

18.

"Privacy depend on Security" หมายความว่าอย่างไร?

a)

ความเป็นส่วนตัวต้องขึ้นกับความปลอดภัย (Security) ถ้าองค์กรมีรูโหว่ใหญ่ คนก็สามารถรุกล้ำ (เสีย Security) และมองเห็นทุกอย่างข้างใน (เสีย Privacy) ได้

b)

ความเป็นส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเลย

c)

ความปลอดภัยจะลดลงถ้ามีความเป็นส่วนตัวมากเกินไป

d)

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

19.

"Security เป็นแค่ขั้นต่ำ" (Security is just a minimum) หมายความว่าอย่างไร?

a)

การที่องค์กรมีระบบ Security ที่ดี ไม่ได้หมายความว่าปฏิบัติตาม PDPA ครบถ้วนแล้ว Security ที่ดีเปรียบเหมือนการ 'สร้างกำแพงบ้านที่แข็งแรง' ซึ่งเป็นเพียงขั้นต่ำ (minimum)

b)

Security ที่ดีเพียงพอสำหรับการปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับโดยไม่ต้องมีมาตรการเพิ่มเติม

c)

Security เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับองค์กรที่ไม่มีข้อมูลสำคัญ

d)

Security หมายถึงการป้องกันเฉพาะภัยคุกคามทางกายภาพเท่านั้น

20.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของสิทธิที่เจ้าของข้อมูลควรได้รับตาม PDPA?

a)

คุณยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ข้อมูลหรือไม่ (Consent)

b)

คุณมีความชัดเจนว่าข้อมูลที่เก็บหรือไม่ (Data Minimization)

c)

คุณเจ้าของข้อมูลไม่ว่าจะเอาไปทำอะไร (Privacy Notice)

d)

คุณมีสิทธิในการเข้าถึงและแก้ไขข้อมูลหรือไม่ (Data Subject Rights)

21.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นความหมายของ Confidentiality (ความลับ) ในหลักการของ Information Security (CIA Triad)?

a)

การรักษาข้อมูลให้มีความลับ ต้องปกปิด

b)

การรักษาข้อมูลให้ถูกต้องสมบูรณ์

c)

การรักษาข้อมูลให้พร้อมใช้งาน

22.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นความหมายของ Integrity (ความถูกต้องครบถ้วน) ในหลักการของ Information Security (CIA Triad)?

a)

การรักษาข้อมูลให้มีความลับ ต้องปกปิด

b)

การรักษาข้อมูลให้ถูกต้องสมบูรณ์ และน่าเชื่อถือ

c)

การรักษาข้อมูลให้พร้อมใช้งาน

23.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นความหมายของ Availability (ความพร้อมใช้งาน) ในหลักการของ Information Security (CIA Triad)?

a)

การรักษาข้อมูลให้มีความลับ ต้องปกปิด

b)

การรักษาข้อมูลให้ถูกต้องสมบูรณ์

c)

การรักษาข้อมูลหรือระบบให้พร้อมใช้งานเสมอ เมื่อผู้มีสิทธิ์ต้องการใช้งาน

24.

เติมคำในช่องว่าง: หลักการของความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security) มี 3 ประการสำคัญ เรียกว่า "____ Triad" ซึ่งประกอบด้วย Confidentiality, Integrity, และ Availability

a)

CIA

b)

FBI

c)

ISO

d)

ITC

25.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาความลับ (Confidentiality)?

a)

การเข้ารหัส (Encryption)

b)

การสำรองข้อมูล (Backups)

c)

ลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signatures)

26.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาความถูกต้องครบถ้วน (Integrity)?

a)

การเข้ารหัส (Encryption)

b)

ลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signatures)

c)

การสำรองข้อมูล (Backups)

27.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาความพร้อมใช้งาน (Availability)?

a)

การสำรองข้อมูล (Backups)

b)

การเข้ารหัส (Encryption)

c)

ลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signatures)

28.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เหตุผลสำคัญในการประกาศใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)?

a)

ปัญหาการละเมิดสิทธิ์เพิ่มขึ้น

b)

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

c)

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม

d)

การลดจำนวนประชากร

29.

เทคโนโลยีที่พัฒนาไปทำให้เกิด "ไร้ขอบเขต ไร้เวลา มีเดียม" ข้อมูลส่วนบุคคล (ซึ่งไม่ใช่กระดาษเอกสาร) สามารถใช้ได้โดยง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

a)

ถูก

b)

ผิด

30.

โครงสร้างหลักของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) แบ่งออกเป็นกี่หมวด?

a)

7 หมวด

b)

5 หมวด

c)

8 หมวด

d)

10 หมวด

31.

หมวด 1 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวถึงเรื่องใด?

a)

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

b)

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

c)

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

d)

บททั่วไป

32.

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีเงื่อนไขพิเศษสำหรับการคุ้มครอง เรียกว่าอะไร?

a)

ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data)

b)

ข้อมูลทั่วไป (General Data)

c)

ข้อมูลสาธารณะ (Public Data)

d)

ข้อมูลส่วนกลาง (Central Data)

33.

สิทธิอะไรที่สำคัญที่กฎหมายให้แก่เจ้าของข้อมูลตามหมวด 3 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล?

a)

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

b)

สิทธิในการเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล

c)

สิทธิในการจัดเก็บข้อมูลโดยไม่จำกัด

d)

สิทธิในการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

34.

สิทธิใดที่เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้ลบข้อมูลของตนเองได้?

a)

สิทธิในการลบ (ขอให้ลบข้อมูล)

b)

สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล

c)

สิทธิในการแก้ไขข้อมูล

d)

สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล

35.

หน่วยงานใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA?

a)

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC

b)

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

c)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

d)

กรมการปกครอง

36.

การร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล ควรส่งเรื่องไปที่ใด?

a)

คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (กชช.)

b)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

c)

กระทรวงสาธารณสุข

d)

กรมสรรพากร

37.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA?

a)

สิทธิในการเข้าถึง

b)

สิทธิในการแก้ไข

c)

สิทธิในการลบ

d)

ถูกทุกข้อ

38.

บทลงโทษทางแพ่งสำหรับการละเมิด PDPA คืออะไร?

a)

ค่าปรับ (สูงสุดถึง 5 ล้านบาท)

b)

จำคุกไม่เกิน 10 ปี

c)

ริบทรัพย์สินทั้งหมด

d)

ห้ามประกอบธุรกิจตลอดชีวิต

39.

ขั้นตอนที่ถูกต้องในการร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อใด?

a)

แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบและยื่นคำร้องเรียนอย่างเป็นทางการ

b)

โพสต์เรื่องราวในโซเชียลมีเดียเพื่อเรียกร้องความสนใจ

c)

ร้องเรียนกับเพื่อนหรือคนรู้จักโดยตรง

d)

ละเลยและไม่ดำเนินการใด ๆ

40.

บทลงโทษทางอาญาสำหรับการละเมิด PDPA อาจรวมถึงอะไรบ้าง?

a)

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ หรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย อาจมีโทษ 'จำคุก' หรือปรับ

b)

การได้รับรางวัลหรือสิทธิพิเศษ

c)

การลดหย่อนภาษี

d)

การได้รับการคุ้มครองเพิ่มเติมจากรัฐ

41.

ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)?

a)

PDPA ได้ยกเลิกกฎหมายย่อยทั้งหมด

b)

PDPA ไม่ได้ยกเลิกกฎหมายย่อย แต่เป็นการกำหนดหลักการเพิ่มเติมควบคู่ไปกับกฎหมายเฉพาะอื่นๆ เช่น พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ

c)

PDPA ใช้แทนกฎหมายเฉพาะทั้งหมด

42.

ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ข้อมูลสุขภาพของบุคคลถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

43.

PDPA กำหนดให้โรงพยาบาลต้องทำอะไรเพิ่มเติมจากเดิมบ้าง?

a)

ต้องมีฐานทางกฎหมาย (Lawful Basis) ในการประมวลผลข้อมูล

b)

ต้องมี Privacy Notice แจ้งให้ทราบว่าจะเก็บข้อมูลอะไร ไปทำอะไรบ้าง

c)

ต้องจัดให้มี Security (ตามมาตรา 37) เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล

d)

ต้องรองรับ "สิทธิของเจ้าของข้อมูล"

e)

ถูกทุกข้อ

44.

หลักการเดิมของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ คืออะไร?

a)

ความโปร่งใส (Transparency)

b)

ความลับ (Confidentiality)

c)

ความรวดเร็ว (Promptness)

d)

ความปลอดภัย (Security)

45.

หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ และปฏิบัติตาม PDPA ในกรณีใด?

a)

ในกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลและกรณีควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ถือไว้

b)

เฉพาะเมื่อมีการร้องขอข้อมูลจากประชาชนเท่านั้น

c)

เมื่อมีการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล

d)

ในกรณีที่ข้อมูลเป็นข้อมูลสาธารณะเท่านั้น

46.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับข้อยกเว้นของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ และความเกี่ยวข้องกับ PDPA?

a)

ข้อมูลข่าวสารฯ บางประเภทมีข้อยกเว้นไม่ต้องเปิดเผย และหากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงถึง PDPA ด้วย

b)

ข้อมูลข่าวสารฯ ทุกประเภทต้องเปิดเผยโดยไม่มีข้อยกเว้น

c)

ข้อมูลข่าวสารฯ ไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA

d)

การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ ไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลตาม PDPA

47.

ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ ข้อมูลที่ได้มาจากการ "เฝ้าระวัง" หรือการ "สอบสวนโรค" กฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นความลับหรือไม่?

a)

ต้องเป็นความลับ

b)

ไม่ต้องเป็นความลับ

c)

เปิดเผยได้ตามต้องการ

d)

ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

48.

ตาม พ.ร.บ. สุขภาพจิต ข้อมูลสุขภาพจิตของผู้ป่วยต้องปกปิดหรือเปิดเผยได้ตามเงื่อนไขใด?

a)

ต้องปกปิดภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และสามารถเปิดเผยได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

b)

สามารถเปิดเผยได้โดยไม่มีเงื่อนไข

c)

ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะเสมอ

d)

ไม่ต้องปกปิดหรือเปิดเผยตามที่ต้องการ

49.

ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องจัดการกับข้อมูลของลูกค้า (ผู้ใช้บริการ) อย่างไร?

a)

ต้องจัดการกับข้อมูลของลูกค้าอย่างไร้

b)

สามารถเปิดเผยข้อมูลลูกค้าได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

c)

ไม่จำเป็นต้องรักษาความลับของข้อมูลลูกค้า

d)

สามารถขายข้อมูลลูกค้าให้กับบุคคลที่สามได้

50.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นการใช้ข้อมูลที่ไม่อยู่ภายใต้ PDPA ตามมาตรา 4?

a)

การใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน

b)

การใช้ในกิจกรรมในครอบครัว

c)

การใช้เพื่อการค้า

d)

การใช้ในงานวิชาชีพ

51.

การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลที่ทำไปเพื่อ "ประโยชน์ส่วนตัว" หรือใน "กิจกรรมภายในครอบครัว" จะอยู่ภายใต้ PDPA หรือไม่?

a)

ไม่อยู่ภายใต้ PDPA

b)

อยู่ภายใต้ PDPA เสมอ

c)

อยู่ภายใต้ PDPA เฉพาะกรณีที่มีการร้องเรียน

d)

อยู่ภายใต้ PDPA หากมีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ

52.

สิ่งที่ผู้บรรยายเน้นเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับงาน หรืออาชีพ คืออะไร?

a)

ไม่เกี่ยวกับงาน หรืออาชีพ

b)

เกี่ยวกับการเงิน

c)

เกี่ยวกับสุขภาพ

d)

เกี่ยวกับการศึกษา

53.

ความหมายของการดำเนินการของรัฐเพื่อความมั่นคง คืออะไร?

a)

การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่โดยตรงในการรักษา "ความมั่นคงของรัฐ" เช่น งานด้านความมั่นคงทางการเงินการคลัง, ความปลอดภัยของประเทศ, การปราบปรามการฟอกเงิน, นิติวิทยาศาสตร์, หรือความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

b)

การดำเนินงานของภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ

c)

การจัดกิจกรรมเพื่อสันทนาการของประชาชน

d)

การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ

54.

กิจกรรมสื่อมวลชน งานศิลปกรรม วรรณกรรม หมายถึงอะไร?

a)

การเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในงาน "สื่อมวลชน", "งานศิลปกรรม" หรือ "งานวรรณกรรม" เช่น การเขียนนิยาย

b)

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

c)

การทำอาหารเพื่อรับประทาน

d)

การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน

55.

การดำเนินงานของสภาฯ หมายถึงอะไร?

a)

การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรผู้แทนราษฎร, วุฒิสภา, หรือรัฐสภา (รวมถึงคณะกรรมาธิการต่างๆ)

b)

การประชุมของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

c)

การออกกฎหมายโดยศาลยุติธรรม

d)

การบริหารงานของฝ่ายบริหาร

56.

การพิจารณาคดีของศาล และกระบวนการยุติธรรม หมายถึงอะไร?

a)

การดำเนินงานของ "ศาล" ในการพิจารณาคดี รวมถึงงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม

b)

การตัดสินใจของประชาชนในเรื่องกฎหมาย

c)

การบริหารงานของรัฐบาลในทุกด้าน

d)

การดำเนินงานของตำรวจในการจับกุมผู้กระทำผิด

57.

การดำเนินการของบริษัทข้อมูลเครดิต (เครดิตบูโร) หมายถึงอะไร?

a)

การดำเนินงานของบริษัทข้อมูลเครดิต (เครดิตบูโร) และสมาชิก ที่เป็นไปตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต

b)

การให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าโดยตรง

c)

การจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ใหม่

d)

การตรวจสอบบัญชีของบริษัทเอกชน

58.

"ประมวลผล" (Process) คืออะไรในบริบทของกฎหมายสากล เช่น GDPR ของยุโรป หรือในวงการไอที?

a)

คำสากลที่ใช้หมายถึง "Process" (ประมวลผล) คือ "คำสากล" ที่หมายถึง "ทุกการกระทำ" ที่สุดสามารถทำกับข้อมูลส่วนบุคคลได้

b)

เป็นกระบวนการที่ใช้เฉพาะกับการคำนวณทางคณิตศาสตร์เท่านั้น

c)

หมายถึงการจัดเก็บข้อมูลไว้โดยไม่สามารถนำไปใช้ต่อได้

d)

เป็นการลบข้อมูลออกจากระบบอย่างถาวร

59.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของ "การเก็บรวบรวม" (Collection) ข้อมูลส่วนบุคคล?

a)

ให้ลูกค้ากรอกแบบฟอร์ม

b)

การทำฟังก์ชันยืนยันตัวตน

c)

การเก็บภาพจากกล้องวงจรปิด

d)

การรับงานบริการจากลูกค้า

60.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของ "การใช้" (Use) ข้อมูลส่วนบุคคล?

a)

การจัดเก็บ (Storage)

b)

การวิเคราะห์ (Analysis)

c)

การแก้ไข (Editing)

d)

การสืบค้น (Retrieval)

61.

ในกฎหมาย PDPA ของไทย คำว่า "ประมวลผล" มีความหมายครอบคลุมอะไรบ้าง?

a)

ครอบคลุมทุกการกระทำที่เกิดขึ้นภายในองค์กรของคุณหลังจากที่คุณมีข้อมูลบุคคลแล้ว (ครอบคลุมทั้ง 'เก็บรวบรวม', 'ใช้', และ 'เปิดเผย')

b)

หมายถึงเฉพาะการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น

c)

หมายถึงเฉพาะการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดเท่านั้น

d)

หมายถึงการลบข้อมูลออกจากระบบเท่านั้น

62.

เพราะเหตุใดกฎหมาย PDPA ของไทยจึงไม่ใช้คำว่า "ประมวลผล" เหมือนกฎหมายสากล?

a)

เพราะคำว่า "ประมวลผล" เป็นศัพท์เทคนิคที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ และไม่ครอบคลุมถึงการกระทำแบบออฟไลน์

b)

เพราะกฎหมาย PDPA ของไทยต้องการให้เหมือนกับกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้าน

c)

เพราะคำว่า "ประมวลผล" มีความหมายเดียวกับ "จัดเก็บข้อมูล" เท่านั้น

d)

เพราะกฎหมาย PDPA ของไทยเน้นเฉพาะการใช้ข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล

63.

ข้อใดคือความหมายของ "การจัดเก็บ" (Storage) ในกระบวนการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล?

a)

การนำข้อมูลไปเก็บในแฟ้ม

b)

การนำข้อมูลไปเก็บใน Server

c)

การนำข้อมูลไปเก็บใน Cloud

d)

ถูกทุกข้อ

64.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของการเปิดเผยข้อมูล (Disclosure)?

a)

การส่งข้อมูลพนักงานให้กรมสรรพากร

b)

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

c)

การลบข้อมูลทั้งหมด

d)

การใช้ข้อมูลภายในองค์กร

65.

"ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)" คืออะไร? เติมคำในช่องว่าง

a)

ข้อมูลที่ระบุถึงตัวบุคคลได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

b)

ข้อมูลที่ใช้สำหรับการโฆษณาเท่านั้น

c)

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเท่านั้น

d)

ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้

66.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนทางตรงได้?

a)

ชื่อ-นามสกุล

b)

เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

c)

ภาพใบหน้า

d)

ถูกทุกข้อ

67.

นิยามตามกฎหมายของ "ข้อมูลส่วนบุคคล" คืออะไร?

a)

ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้

b)

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเท่านั้น

c)

ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

d)

ข้อมูลที่ใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น

68.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัวอย่างของการระบุตัวตนทางตรง?

a)

ที่อยู่ที่ทำงาน

b)

ชื่อ-นามสกุล

c)

เลขบัตรประชาชน

d)

ภาพถ่ายใบหน้า

69.

ข้อใดคือข้อมูลสำคัญตามกฎหมายที่เกี่ยวกับ "ผู้เสียชีวิต"?

a)

ข้อมูลของผู้เสียชีวิต (ผู้เสียชีวิต) โดยเฉพาะ

b)

ข้อมูลของผู้แจ้งตายเท่านั้น

c)

ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ที่รับแจ้งตายเท่านั้น

d)

ข้อมูลของสถานที่เกิดเหตุเท่านั้น

70.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของการระบุตัวตน "ทางอ้อม" (Indirect Identification)?

a)

การระบุชื่อ-นามสกุลของบุคคล

b)

การระบุข้อมูลหลายชิ้นประกอบกันจนสามารถจำกัดวงได้ว่าเป็นใคร

c)

การระบุหมายเลขโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว

d)

การระบุที่อยู่บ้านเพียงอย่างเดียว

71.

เติมคำในช่องว่าง: ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) คือข้อมูลที่ต้องคุ้มครองเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา _______ ความเห็นทางการเมือง พฤติกรรมทางเพศ ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลชีวภาพ (Biometric)

a)

ประวัติอาชญากรรม

b)

วันหยุดนักขัตฤกษ์

c)

รหัสไปรษณีย์

d)

สีที่ชอบ

72.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อพบข้อมูลที่สามารถระบุทางอ้อมได้?

a)

ปล่อยผ่านได้เลย

b)

Treat เสมือนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล (Treat it as Personal Data)

c)

เปิดเผยต่อสาธารณะ

d)

ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ

73.

ข้อใดคือข้อมูลที่ไม่ถือว่าเป็น Sensitive Data ตามมาตรา 26 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล?

a)

ข้อมูลเชื้อชาติ

b)

ข้อมูลศาสนา

c)

ข้อมูลสุขภาพ

d)

ข้อมูลประเภทอื่นที่ไม่ใช่ข้อมูลอ่อนไหวพิเศษ

74.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26?

a)

เชื้อชาติ, ศาสนา, ความคิดเห็นทางการเมือง

b)

ชื่อเล่น, อายุ, ที่อยู่

c)

หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล

d)

สถานที่ทำงาน, รายได้

75.

เติมคำในช่องว่าง: ข้อมูลที่เกี่ยวกับลายนิ้วมือ, การสแกนใบหน้า หรือการสแกนม่านตา เรียกว่า ____________

a)

ข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data)

b)

ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)

c)

ข้อมูลสถิติ (Statistical Data)

d)

ข้อมูลสาธารณะ (Public Data)

76.

ข้อมูลใดต่อไปนี้จัดเป็นข้อมูลอ่อนไหว?

a)

ข้อมูลสุขภาพ

b)

ข้อมูลการศึกษา

c)

ข้อมูลการเดินทาง

d)

ข้อมูลการเงิน

77.

เติมคำในช่องว่าง: ข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน เรียกว่า ____________

a)

ข้อมูลสหภาพแรงงาน (Trade Union)

b)

ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)

c)

ข้อมูลทางการเงิน (Financial Data)

d)

ข้อมูลการศึกษา (Educational Data)

78.

ข้อใดคือเหตุผลสำคัญที่ข้อมูลอ่อนไหวต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ?

4 lines
79.

เติมคำในช่องว่าง: ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ (Sexual Behavior) จัดเป็น ____________

a)

ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data)

b)

ข้อมูลทั่วไป (General Data)

c)

ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)

d)

ข้อมูลสาธารณะ (Public Data)

80.

ข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data) มีความสำคัญอย่างไรในการระบุตัวตน?

a)

ใช้ในการระบุตัวตน (Identification)

b)

ใช้ในการตกแต่งภาพถ่าย

c)

ใช้ในการคำนวณอายุขัย

d)

ใช้ในการสร้างรหัสผ่าน

81.

ใครคือ Data Controller (ผู้ควบคุมข้อมูล)?

a)

องค์กรที่ตัดสินใจว่าจะเก็บและใช้ข้อมูลเพื่ออะไร

b)

บุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล

c)

ผู้ที่ดำเนินการตามคำสั่งของ Controller

d)

ผู้ที่ให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูล

82.

ใครคือ Data Processor (ผู้ประมวลผลข้อมูล)?

a)

องค์กรที่ตัดสินใจว่าจะเก็บและใช้ข้อมูลเพื่ออะไร

b)

บุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล

c)

ผู้ที่ดำเนินการตามคำสั่งของ Controller

d)

ผู้ที่ให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูล

83.

ใครคือ Data Subject (เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล)?

a)

บุคคลธรรมดา (เช่น ลูกค้า, พนักงาน, ผู้ป่วย)

b)

องค์กรที่ตัดสินใจว่าจะเก็บและใช้ข้อมูลเพื่ออะไร

c)

ผู้ที่ดำเนินการตามคำสั่งของ Controller

d)

ผู้ที่ให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูล

84.

ในกรณีที่กรรมการ ก. ให้คะแนน นางงาม ข. 9 คะแนน ใครเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) ของข้อมูลนี้?

a)

นางงาม ข. และ กรรมการ ก.

b)

เฉพาะกรรมการ ก.

c)

เฉพาะนางงาม ข.

d)

คณะกรรมการทั้งหมด

85.

ภาษาไทยใช้คำว่า "เจ้าของ" ข้อมูล แต่ภาษาอังกฤษ (GDPR) ใช้คำว่าอะไร?

a)

Subject

b)

Owner

c)

Controller

d)

Provider

86.

ข้อใดคือหน้าที่สำคัญของ Data Controller?

a)

ตัดสินใจว่าจะเก็บข้อมูลอะไรและใช้อย่างไร

b)

ดำเนินการตามคำสั่งของ Data Subject

c)

เป็นเจ้าของข้อมูล

d)

ให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูล

87.

ใครคือ Data Processor (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล)?

a)

บุคคล หรือ นิติบุคคล (องค์กรภายนอก) ที่ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่ง หรือ ในนามของ Controller เท่านั้น

b)

บุคคล หรือ นิติบุคคล ที่เป็นเจ้าของข้อมูล

c)

บุคคล หรือ นิติบุคคล ที่ตัดสินใจวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผลข้อมูล

d)

บุคคล หรือ นิติบุคคล ที่รับผิดชอบความปลอดภัยของข้อมูล

88.

หน้าที่หลักของ Controller (ผู้ควบคุมข้อมูล) คืออะไร?

a)

เป็นผู้ "ตัดสินใจ" (Determines Purpose and Means)

b)

เป็นผู้เก็บรักษาข้อมูล (Data Storage)

c)

เป็นผู้ประมวลผลข้อมูล (Data Processor)

d)

เป็นผู้ใช้ข้อมูล (Data Subject)

89.

Processor (ผู้ประมวลผลข้อมูล) มีหน้าที่อะไร?

a)

ตัดสินใจวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผลข้อมูล

b)

ทำตามคำสั่งของ Controller

c)

เป็นเจ้าของข้อมูล

d)

รับผิดชอบความปลอดภัยของข้อมูลเท่านั้น

90.

ในกรณีที่ร้านขายหมูที่ไม่ได้จดทะเบียนบริษัท หรือ คลินิกแพทย์ส่วนตัว จะเป็น Controller ในฐานะบุคคลหรือไม่?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

91.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของข้อมูลที่ไม่ควรถูกเก็บในใบสมัครงานตามหลัก PDPA?

a)

หมู่เลือด (Blood Group)

b)

ชื่อ-นามสกุล

c)

ตำแหน่งที่สมัคร

d)

เบอร์โทรศัพท์

92.

ในตัวอย่าง Messenger ส่งยา ใครคือ Processor?

a)

Messenger คือ Processor

b)

ผู้ป่วย คือ Processor

c)

เภสัชกร คือ Processor

d)

ยา คือ Processor

93.

ในสถานการณ์ที่ 1: การใช้แอป ใครคือ Controller?

a)

ธนาคาร

b)

บริษัท Outsource

c)

Messenger

d)

Server

94.

ในสถานการณ์ที่ 1: การใช้แอป ใครคือ Processor?

a)

ธนาคาร

b)

บริษัท Outsource

c)

Messenger

d)

Server

95.

ในสถานการณ์ที่ 2: จุดเปลี่ยน!! (การจ่ายเงิน) ใครเปลี่ยนไปเป็น Controller?

a)

ธนาคาร (สำหรับการทำธุรกรรมการเงินนั้น)

b)

ผู้ขายสินค้า

c)

ลูกค้า

d)

บริษัทขนส่ง

96.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นหลักการสำคัญของ PDPA เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล?

a)

เก็บข้อมูลให้มากที่สุด

b)

เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น (As Necessary)

c)

เก็บข้อมูลทุกอย่างที่มี

d)

เก็บข้อมูลตามที่องค์กรต้องการ

97.

การเก็บข้อมูลเกินจำเป็นก่อให้เกิดความเสี่ยงในด้านใดบ้าง? (ตอบให้ครบทุกข้อ)

a)

1. เจ้าของข้อมูลอาจได้รับผลกระทบหรือความเสียหาย 2. องค์กรอาจมีภาระและความรับผิดทางกฎหมายเพิ่มขึ้น

b)

1. องค์กรจะได้รับผลประโยชน์ทางการเงินมากขึ้น 2. ข้อมูลจะปลอดภัยมากขึ้น

c)

1. เจ้าของข้อมูลจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม 2. องค์กรจะมีชื่อเสียงดีขึ้น

d)

1. ข้อมูลจะถูกนำไปใช้ในทางที่ถูกต้องเสมอ 2. องค์กรจะได้รับรางวัลด้านความปลอดภัย

98.

ตามหลัก PDPA หาก HR ต้องการเก็บข้อมูลหมู่เลือดในใบสมัครงาน ควรพิจารณาอะไร?

a)

ควรพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร และสามารถอธิบายเหตุผลได้หรือไม่ (The Purpose Test)

b)

สามารถเก็บข้อมูลได้โดยไม่ต้องแจ้งผู้สมัครงาน

c)

สามารถนำข้อมูลไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

d)

ไม่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูล