Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ในอดีต มนุษย์จึงเริ่มถือทองคำอีกต่อไปในการแลกเปลี่ยนสินค้า สิ่งเหล่านี้ทำหน้าที่ใดของเงิน

a)

เป็นมาตรฐานการชำระหนี้

b)

เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

c)

เป็นเครื่องมือในการออมทรัพย์

d)

เป็นมาตราวัดมูลค่าสินค้า

e)

เป็นหน่วยในการออม

2.

ข้อใดคือ คุณสมบัติสำคัญที่สุด ของเงินตราที่ทำให้คนยอมรับในการใช้จ่าย

a)

มีต้นทุนการผลิตสูง

b)

มีน้ำหนักเบาและสะดวก

c)

เป็นที่ยอมรับและมีความทนทานคงค่าในมูลค่า

d)

มีปริมาณคงที่ในธรรมชาติ

e)

สามารถใช้ได้เฉพาะในประเทศเท่านั้น

3.

เมื่อเกิด ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

a)

อำนาจซื้อ (กำลังซื้อ) ของเงินเพิ่มขึ้น

b)

ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปลดลง

c)

ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปสูงขึ้น

d)

อัตราการว่างงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

e)

ธนาคารกลางประกาศลดอัตราดอกเบี้ย

4.

ภาวะเงินฝืด (Deflation) คือภาวะที่ราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง ภาวะนี้มักจะเกี่ยวข้องกับปัญหาใด

a)

การขยายตัวของเงินในตลาดเร็วเกินควร

b)

การลงทุนสูงขึ้น

c)

อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจชะงักงัน

d)

ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างมาก

e)

การขยายของประชากรลดลง

5.

หากนักเรียนเป็น เจ้าหนี้ ที่ปล่อยกู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย ในช่วงที่เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง นักเรียนจะรู้สึกอย่างไร

a)

ได้รับประโยชน์ เพราะมูลค่าที่ดินที่ให้เช่าสูงขึ้น

b)

ได้รับประโยชน์ เพราะอัตราค่าเช่าที่ได้รับสูงขึ้น

c)

เสียประโยชน์ เพราะมูลค่าที่แท้จริงของเงินที่ได้รับกลับลดลง

d)

ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

e)

ได้รับเงินคืนเร็วขึ้น

6.

"ปริมาณเงิน (Money Supply)" ในความหมายทางเศรษฐศาสตร์หมายถึงอะไร

a)

เงินกระแสสดที่ ธปท. พิมพ์ขึ้น

b)

เฉพาะเงินฝากในธนาคารพาณิชย์

c)

เงินสดและเงินฝากที่ประชาชนถือครองเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยน

d)

มูลค่ารวมของสินทรัพย์ทั้งหมดในประเทศ

e)

งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลทั้งหมด

7.

สาเหตุของเงินเฟ้อที่เกิดจาก ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น (Cost-Push Inflation) มักมาจากข้อใด

a)

ประชาชนมีเงินเหลือจากสินค้ามากขึ้น

b)

รัฐบาลมีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

c)

ราคาของวัตถุดิบผลิต (เช่น น้ำมัน ค่าแรง) เพิ่มสูงขึ้น

d)

ธนาคารกลางพิมพ์เงินออกมามากเกินไป

e)

การส่งออกของประเทศเพิ่มขึ้นมาก

8.

เครื่องชี้ที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการโดยเฉลี่ยที่ประชาชนบริโภคคืออะไร

a)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

b)

อัตราการว่างงาน

c)

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

d)

ดัชนีราคาผู้ผลิต

e)

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย

9.

การมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณสินค้าและบริการ มักนำไปสู่ปัญหาใด

a)

เงินฝืด

b)

เศรษฐกิจตกต่ำ

c)

เงินเฟ้อ

d)

การล้มละลาย

e)

ที่ดินราคาจะลดลง

10.

เมื่อธนาคารกลางดำเนินนโยบายเพื่อให้ปริมาณเงินในระบบลดลง จุดมุ่งหมายหลักคืออะไร

a)

กระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน

b)

แก้ไขปัญหาการเงินฝืด

c)

แก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ

d)

เพิ่มการกู้ยืมของเอกชน

e)

ลดการใช้จ่ายของรัฐบาล

11.

ข้อใดคือความหมายของ การคลัง (Public Finance)

a)

การดำเนินงานทางการเงินของธนาคารกลาง

b)

การจัดการรายรับและรายจ่ายทางการเงินของภาครัฐ

c)

การบริหารจัดการทรัพย์ส่วนบุคคล

d)

สวัสดิการสังคมในรูปแบบประเทศ

e)

การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

12.

รายได้ที่สำคัญที่สุด ของรัฐบาลส่วนใหญ่มาจากแหล่งใด

a)

การให้กู้ยืมแก่ต่างประเทศ

b)

รายได้จากการขายรัฐวิสาหกิจ

c)

การจัดเก็บภาษีอากร

d)

การพิมพ์เงินใหม่

e)

รายได้จากการลงทุนในตลาดหุ้น

13.

งบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลสหรัฐใช้ได้ผลดี ช่วยชะลอภาวะถดถอย เรียกว่าอะไร

a)

งบประมาณสมดุล

b)

งบประมาณเกินดุล

c)

งบประมาณขาดดุล

d)

งบประมาณหมุนเวียน

e)

งบประมาณพิเศษ

14.

เมื่อประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอย รัฐบาลมักจะใช้ นโยบายการคลังแบบขยายตัว ซึ่งวิธีการใด

a)

เพิ่มอัตราภาษี

b)

ลดสวัสดิการสังคม

c)

ลดการใช้จ่ายของรัฐบาล

d)

เพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล

e)

ขายพันธบัตรรัฐบาล

15.

หนี้สาธารณะ เกิดขึ้นจากอะไรเป็นหลัก

a)

การที่ประชาชนกู้ยืมเงินจากธนาคาร

b)

การที่รัฐบาลกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ

c)

การที่ธนาคารพาณิชย์กู้ยืมเงินจาก ธปท.

d)

การที่ภาคเอกชนกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ

e)

การลงทุนในตลาดหุ้นของประชาชน

16.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการใช้ รายจ่ายภาครัฐเพื่อการลงทุน (เช่น การสร้างถนน โรงเรียน)

a)

เพื่อเพิ่มหนี้สาธารณะ

b)

เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

c)

เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ

d)

เพื่อให้ธนาคารกลางมีรายได้เพิ่มขึ้น

e)

เพื่อให้เกิดภาวะเงินฝืด

17.

ภาษีใดที่ถือว่าเป็น ภาษีทางตรง ซึ่งผู้เสียภาษีและผู้แบกรับภาระภาษีเป็นบุคคลเดียวกัน

a)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

b)

ภาษีศุลกากร

c)

ภาษีสรรพสามิต

d)

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

e)

ภาษีขาย

18.

หากรัฐบาลต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ มักจะใช้เครื่องมือทางการคลังใด

a)

การจัดเก็บบุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า (Progressive Tax)

b)

ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราเดียว

c)

รายจ่ายเพื่อการทหาร

d)

การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

e)

การขายพันธบัตรรัฐบาล

19.

ข้อใดคือบทบาทของ งบประมาณแผ่นดิน ต่อระบบเศรษฐกิจ

a)

เป็นการกำหนดราคาสินค้าในตลาด

b)

เป็นการควบคุมการใช้จ่ายและการหาทางได้ของรัฐบาล

c)

เป็นการควบคุมปริมาณเงินในระบบโดยตรง

d)

เป็นเครื่องมือของธนาคารพาณิชย์ในการให้สินเชื่อ

e)

เป็นตัวกำหนดอัตราการว่างงาน

20.

การดำเนินนโยบายการคลังที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อสูง คือข้อใด

a)

ลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่าย

b)

เพิ่มภาษีและลดการใช้จ่าย

c)

ลดภาษีและลดการใช้จ่าย

d)

คงภาษีไว้และเพิ่มการใช้จ่าย

e)

ไม่ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคลัง

21.

สถาบันใดที่ทำหน้าที่เป็น ธนาคารกลาง ของประเทศไทย

a)

ธนาคารออมสิน

b)

กระทรวงการคลัง

c)

ธนาคารโลก

d)

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

e)

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

22.

ข้อใดคือ หน้าที่หลัก ของธนาคารพาณิชย์

a)

กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

b)

เป็นแหล่งเงินสำรองสุดท้ายของระบบการเงิน

c)

รับฝากเงินและให้กู้ยืมเงินแก่ประชาชนและธุรกิจ

d)

จัดเก็บภาษีอากรแทนรัฐบาล

e)

จัดทำงบประมาณแผ่นดิน

23.

นโยบายการเงิน มีวัตถุประสงค์หลักที่จะอะไร

a)

ควบคุมและแก้ปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน

b)

สร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

c)

ลดการขาดดุลของรัฐบาล

d)

ควบคุมราคาของสินค้าอุปโภคบริโภค

e)

สร้างรายได้ให้กับธนาคารกลาง

24.

เมื่อ ธปท. ต้องการลดปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเงินฝืด จะใช้เครื่องมือใดของ นโยบายการเงิน

a)

เพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล

b)

ขายพันธบัตรรัฐบาลในตลาดรอง

c)

ลดภาษี

d)

ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

e)

กู้เงินจากต่างประเทศ

25.

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย คืออะไร

a)

อัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์ต้องเรียกเก็บ

b)

อัตราดอกเบี้ยที่ ธปท. ใช้เป็นเครื่องมือกำหนดและกำกับทิศทางนโยบาย

c)

อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ต้องจ่ายให้ลูกค้า

d)

อัตราดอกเบี้ยที่รัฐจ่ายให้กองทุนเงินสำรอง

e)

อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณภาษี

26.

ธนาคารพาณิชย์สร้างเงินฝาก (Deposit Creation) ได้อย่างไร

a)

โดยการนำเงินสดทั้งหมดไปฝากไว้ที่ ธปท.

b)

โดยการรับเงินสำรองตามกฎหมาย

c)

โดยการนำเงินที่ได้รับไปปล่อยเป็นสินเชื่อ (เงินกู้)

d)

โดยการออกสลากให้กับผู้ฝาก

e)

โดยการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

27.

ข้อใดสอดคล้องบทบาทของ ธปท. ในฐานะ ผู้จัดการทางเงินของรัฐบาล

a)

ให้บริการทางการเงินแก่หน่วยงานภาครัฐและดูแลเงินคงคลัง

b)

ให้เงินกู้แก่ประชาชนแทนธนาคารพาณิชย์

c)

ควบคุมราคาน้ำมันและของอุปโภคบริโภค

d)

รับฝากเงินจากสถาบันการศึกษา

e)

กำหนดนโยบายการคลังที่เหมาะสม

28.

หาก ธปท. ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายและการลงทุนของประชาชนจะเกิดอะไรขึ้น

a)

การใช้จ่ายและการลงทุนจะลดลง

b)

การใช้จ่ายและการลงทุนจะเพิ่มขึ้น

c)

ไม่มีผลกระทบใด ๆ

d)

การใช้จ่ายลดลง แต่การลงทุนเพิ่มขึ้น

e)

การออมของประชาชนจะเพิ่มมาก

29.

การให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไร

a)

เป็นการลดปริมาณเงินในระบบ

b)

ช่วยสนับสนุนให้เกิดการลงทุนและการขยายตัวทางธุรกิจ

c)

เป็นการเพิ่มภาระหนี้สาธารณะโดยตรง

d)

ทำให้รัฐบาลขาดดุลได้เพิ่มขึ้น

e)

ทำให้เกิดภาวะเงินฝืด

30.

ในระบบเศรษฐกิจ ธนาคารกลางสำคัญเพราะ เพื่อประโยชน์สูงสุดของใคร

a)

ผู้ถือหุ้นของธนาคารพาณิชย์เท่านั้น

b)

รัฐบาลและพรรคการเมืองเท่านั้น

c)

เพื่อสาธารณชนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

d)

เจ้าหนี้ต่างประเทศเท่านั้น

e)

ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าเท่านั้น

31.

หากประเทศเผชิญกับ ภาวะเงินเฟ้อสูง การประสานนโยบายที่ถูกต้องเพื่อแก้ปัญหาคือ

a)

นโยบายการเงินผ่อนคลาย (ลดอัตราดอกเบี้ย) ร่วมกับนโยบายการคลังขยายตัว (เพิ่ม G)

b)

นโยบายการเงินเข้มงวด (ขึ้นอัตราดอกเบี้ย) ร่วมกับนโยบายการคลังตึงตัว (ลด G)

c)

นโยบายการเงินผ่อนคลาย (ลดอัตราดอกเบี้ย) ร่วมกับนโยบายการคลังตึงตัว (ลด G)

d)

นโยบายการเงินเข้มงวด (ขึ้นอัตราดอกเบี้ย) ร่วมกับนโยบายการคลังขยายตัว (เพิ่ม G)

e)

ไม่ต้องใช้นโยบายใดเลย

32.

รัฐบาลตัดสินใจ ลดอัตราภาษี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา การกระทำนี้จัดเป็นนโยบายประเภทใด

a)

นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย

b)

นโยบายการคลังแบบขยายตัว

c)

นโยบายการเงินแบบเข้มงวด

d)

นโยบายการคลังแบบตึงตัว

e)

นโยบายการคลังแบบสมดุล

33.

หากคุณเป็นผู้กู้เงินจากธนาคาร และ ธปท. มีแนวโน้มที่จะ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คุณควรทำอย่างไร

a)

รีบตัดสินใจกู้เงินก่อนที่ดอกเบี้ยจะเพิ่ม

b)

ชะลอการกู้เงินออกไป เพื่อรอดูดอกเบี้ยเงินกู้ที่อาจลดลง

c)

รีบนำเงินไปฝากธนาคารให้มากขึ้น

d)

ขายสินทรัพย์ทั้งหมดทิ้ง

e)

ซื้อพันธบัตรรัฐบาล

34.

การที่รัฐบาลขาดดุลงบประมาณและต้อง กู้เงินเพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งใด

a)

ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นทันที

b)

ทำให้หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้น

c)

ทำให้ปริมาณเงินในระบบลดลง

d)

ทำให้ภาวะเงินเฟ้อกลายเป็นเงินฝืด

e)

ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปิดตัวลง

35.

ข้อใดคือความสำคัญของ ธนาคารพาณิชย์ ต่อชีวิตประจำวันของประชาชน

a)

เป็นผู้กำหนดอัตราดอกเบี้ย

b)

เป็นแหล่งให้บริการด้านการเงิน เช่น การฝาก ถอน โอน ชำระบิล และสินเชื่อ

c)

เป็นผู้จัดเก็บภาษีและดูแลเงินภาษี

d)

เป็นผู้กำหนดนโยบายการเงินแทนรัฐบาล

e)

เป็นผู้จัดทำงบประมาณและกฎหมาย

36.

หากประเทศหนึ่ง มีอัตราเงินเฟ้อสูงมากจนควบคุมไม่ได้ (Hyperinflation) ข้อใดคือผลกระทบต่อหน้าที่ของเงิน

a)

เงินจะมีค่ามากขึ้นเมื่อถือครองในนานและเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

b)

เงินจะสูญเสียหน้าที่เป็นตัววัดมูลค่าที่ดี

c)

เงินจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่ดีขึ้น

d)

เงินจะถูกป้องกันไปเป็นสินค้าประเภทพิเศษ

e)

เงินจะถูกใช้เป็นสิ่งมีค่าโภคภัณฑ์

37.

เมื่อรัฐบาลต้องการกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน ควรใช้นโยบายการคลังใดที่ส่งผลทางบวกโดยตรงต่อภาคธุรกิจ

a)

ลดรายจ่ายภาครัฐ

b)

ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

c)

เพิ่มอัตราเงินสำรองตามกฎหมาย

d)

พิมพ์ธนบัตรเพิ่ม

e)

ลดการกู้ยืมเงิน

38.

การที่ธนาคารกลางประเทศหนึ่งประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ข้อความนี้เกี่ยวข้องกับการดำเนินภาวะในเรื่องใด

a)

งบประมาณแผ่นดิน

b)

นโยบายการเงิน

c)

หน้าที่ราชการ

d)

นโยบายการคลัง

e)

รายรับ-รายจ่ายของรัฐบาล

39.

ข้อใดคือผลดีของการที่ หนี้สาธารณะอยู่ในระดับต่ำ

a)

รัฐบาลมีภาระในการจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง ทำให้มีเงินไปลงทุนหรือพัฒนาประเทศมากขึ้น

b)

ธนาคารกลางสามารถพิมพ์เงินได้มากขึ้น

c)

อัตราดอกเบี้ยในตลาดจะเพิ่มสูงขึ้น

d)

ภาวะเงินเฟ้อจะเกิดขึ้นทันที

e)

รัฐบาลสามารถออกมาใช้จ่ายได้ทั้งหมด

40.

ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาสมดุลระหว่าง การเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth) และ เสถียรภาพทางราคา (Price Stability) การดำเนินการนี้สอดคล้องกับหลักการใด

a)

การจัดทำงบประมาณขาดดุล

b)

การใช้นโยบายการเงินเพื่อบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจมหภาค

c)

การควบคุมหนี้สาธารณะเพียงอย่างเดียว

d)

การเน้นรายได้จากภาษี

e)

การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเป็นหลัก