wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบม.4 เรื่องรำคู่ และหลักการชมการแสดงอย่างซาบซึ้ง

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ลักษณะสำคัญของรำหมู่ที่แตกต่างจากรำคู่คือข้อใด

a)

การรำเป็นคู่ที่มีบทบาทสัมพันธ์กัน

b)

การรำแสดงความพร้อมเพรียงของกลุ่ม

c)

การรำตามจังหวะคนเดียว

d)

การรำเพื่อแสดงความรัก

2.

การรำหมู่ต้องอาศัยปัจจัยใดมากที่สุด

a)

การแสดงอารมณ์ของแต่ละคน

b)

ความเข้าใจบทบาทเฉพาะตัว

c)

ความพร้อมเพรียงของจังหวะและท่ารำ

d)

การแต่งกายให้เหมือนกันทุกคน

3.

การประดิษฐ์ท่ารำ คือ ข้อใด

a)

การนำความรู้ด้านนาฏยศัพท์และภาษาท่ามาประดิษฐ์ท่ารำ

b)

การนำความรู้ด้านนาฏยศัพท์มาใช้ประดิษฐ์ท่ารำเพียงอย่างเดียว

c)

การนำความรู้ด้านภาษาท่ามาประดิษฐ์ท่ารำประกอบการแสดง

d)

การนำความรู้ทุกวิชามาบูรณาการและนำมาประดิษฐ์ท่ารำ

4.

การแสดงรำคู่มี 2 ประเภท

a)

ใช่

b)

ไม่

5.

การรำเชิงศิลปะการต่อสู้เป็นการแสดงรำหมู่

a)

ใช่

b)

ไม่

6.

การรำตามบทร้องเรียกว่า "การรำทำบท"

a)

ใช่

b)

ไม่

7.

ข้อใดไม่ใช่หลักสำคัญที่ใช้ในการประดิษฐ์ท่ารำหมู่

a)

การแปรแถวที่สวยงาม

b)

ผู้แสดงจะต้องมีความพร้อมเพรียง

c)

ท่าทางสอดคล้องกับบทร้องและจังหวะ

d)

ลีลาท่ารำจะต้องสอดคล้องกับคู่ที่รำด้วย

8.

ข้อใดจับคู่สีไม่ถูกต้อง

a)

แดง + เขียว

b)

ฟ้า + ชมพู

c)

ม่วง + เขียว

d)

ขาว + เหลือง

9.

รำคู่ประเภท “เมขลา–รามสูร” จัดอยู่ในรูปแบบใด

a)

การรำแสดงอารมณ์ของหญิงชาย

b)

การรำประกอบพิธีกรรม

c)

การรำเพื่อความบันเทิง

d)

การรำแบบร่วมสมัย

10.

การฝึกรำคู่ช่วยพัฒนาทักษะใดของผู้แสดงมากที่สุด

a)

การรำอย่างอิสระ

b)

การคิดท่ารำใหม่

c)

การแต่งกายให้เหมาะสม

d)

การสื่อสารและการตอบสนองต่อคู่รำ

11.

การจัดตำแหน่งผู้รำหมู่มีผลต่อสิ่งใดมากที่สุด

a)

ความเร็วของการรำ

b)

ความงดงามและสมดุลของการแสดง

c)

จำนวนคนในวง

d)

การเปลี่ยนฉาก

12.

การรำคู่และรำหมู่ต่างก็ต้องอาศัยองค์ประกอบใดร่วมกัน

a)

การรำแบบเร็ว

b)

การใช้เครื่องแต่งกายราคาแพง

c)

จังหวะ ดนตรี และความประสานกลมกลืน

d)

การรำให้เหมือนกันทุกท่า

13.

การชมการแสดงนาฏศิลป์อย่างซาบซึ้ง หมายถึงข้อใด

a)

การดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

b)

การดูด้วยความเข้าใจ เห็นคุณค่าทางศิลปะ

c)

การดูเพราะเป็นวิชาเรียน

d)

การดูเฉพาะตอนที่สนุก

14.

ข้อใดคือการเตรียมความพร้อมก่อนชมการแสดง

a)

ศึกษาเรื่องย่อและลักษณะของการแสดง

b)

พูดคุยระหว่างการแสดง

c)

สอบถามรายละเอียดของการแสดงจากผู้ชมด้วยกัน

d)

นั่งเล่นโทรศัพท์ระหว่างชม

15.

การแต่งกายของผู้ชมที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร

a)

ชุดลำลองสีฉูดฉาด

b)

ชุดสุภาพเรียบร้อย

c)

ชุดกีฬา

d)

ชุดแฟนซี

16.

การปรบมือหลังการแสดงมีจุดประสงค์ใด

a)

แสดงความชื่นชมผู้แสดง

b)

เพื่อให้การแสดงจบเร็วขึ้น

c)

เป็นการแสดงออกทางอารมณ์โกรธ

d)

เพื่อเรียกร้องความสนใจ

17.

การฟังดนตรีประกอบช่วยให้ผู้ชมเข้าใจอะไร

a)

ความเร็วของผู้รำ

b)

ลักษณะฉาก

c)

เครื่องแต่งกาย

d)

อารมณ์และจังหวะของการแสดง

18.

การชมละครไทยอย่างซาบซึ้ง ต้องเข้าใจสิ่งใดมากที่สุด

a)

ฉากหลังเวที

b)

เครื่องแต่งกายอย่างเดียว

c)

ตัวละครและเนื้อเรื่อง

d)

บทเพลงร้อง

19.

การชมอย่างซาบซึ้งควรใช้ “ใจ” ในการรับรู้เพราะเหตุใด

a)

เพราะไม่ต้องใช้สมอง

b)

เพราะช่วยให้จำได้เร็ว

c)

เพราะทำให้รู้สึกเบื่อ

d)

เพราะช่วยให้เกิดอารมณ์ร่วมและเห็นคุณค่าแท้จริง

20.

หลังชมการแสดง ควรทำสิ่งใดเพื่อให้ซาบซึ้งยิ่งขึ้น

a)

วิเคราะห์และสะท้อนความรู้สึก

b)

ลืมทันทีที่จบ

c)

วิจารณ์แบบไม่มีเหตุผล

d)

เปรียบเทียบกับละครตลก

21.

การสังเกตเครื่องแต่งกายของผู้แสดงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจอะไร

a)

ความชอบของนักแสดง

b)

ความยาวของการแสดง

c)

สีที่ชอบของผู้ชม

d)

ฐานะและบทบาทของตัวละคร

22.

การชมละครรำแบบโขนควรสังเกตสิ่งใดเป็นพิเศษ

a)

การพูดของผู้รำ

b)

ท่ารำและการสื่ออารมณ์ของตัวละคร

c)

การใช้เครื่องเป่าดนตรี

d)

การแสดงตลกแทรก

23.

การมีอารมณ์ร่วมในการชมช่วยให้ผู้ชมรู้สึกอย่างไร

a)

จำบทพูดได้หมด

b)

สนุกโดยไม่เข้าใจเนื้อหา

c)

เข้าใจความหมายของการแสดงได้ลึกซึ้ง

d)

มองเฉพาะฉาก

24.

การชมอย่างซาบซึ้งต้องอาศัยสิ่งใดเป็นพื้นฐาน

a)

ความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์

b)

การดูบ่อย ๆ โดยไม่สนใจความหมาย

c)

การจำชื่อผู้แสดง

d)

การวิจารณ์อย่างเดียว

25.

การให้เกียรติผู้แสดงควรปฏิบัติอย่างไร

a)

เปิดแฟลชถ่ายรูป

b)

ตะโกนเรียกชื่อผู้แสดง

c)

ลุกเดินถ่ายรูประหว่างการแสดง

d)

ไม่พูดคุยเสียงดัง

26.

การใช้แสง สี เสียง ในการแสดงมีหน้าที่ใด

a)

ทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้น

b)

ใช้เพื่อตกแต่งเท่านั้น

c)

สร้างบรรยากาศและอารมณ์ของการแสดง

d)

ใช้แทนบทพูด

27.

การชมการแสดงอย่าง “ซาบซึ้ง” แตกต่างจาก “การชมทั่วไป” อย่างไร

a)

ผู้ชมต้องจำบทพูดได้ทั้งหมด

b)

ผู้ชมต้องมีความรู้พื้นฐานและเปิดรับคุณค่าทางศิลปะ

c)

ผู้ชมต้องวิเคราะห์โครงสร้างการแสดง

d)

ผู้ชมต้องแต่งกายให้เหมือนผู้แสดง

28.

ถ้าผู้ชมเข้าใจ “เจตนาของผู้กำกับการแสดง” จะเกิดผลอย่างไร

a)

ช่วยให้ตีความอารมณ์และความหมายได้ลึกซึ้งขึ้น

b)

ทำให้สนุกแต่ไม่เข้าใจ

c)

ทำให้วิจารณ์ได้มากขึ้น

d)

ทำให้จดจำฉากเท่านั้น

29.

การชมโขนตอน “รามเกียรติ์” ให้ซาบซึ้ง ควรเน้นสังเกตสิ่งใด

a)

เครื่องแต่งกายเท่านั้น

b)

การขยับปากของผู้แสดง

c)

ท่ารำ ลีลาตัวพระ–ตัวนาง และอารมณ์ของบท

d)

การจัดฉากหลังเวที

30.

“การวิจารณ์หลังการชมการแสดง” มีประโยชน์ต่อผู้ชมอย่างไร

a)

ไม่มีผลต่อความเข้าใจ

b)

ทำให้ดูการแสดงน้อยลง

c)

ทำให้ผู้ชมขาดความสุขในการดู

d)

ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และเห็นคุณค่าศิลปะ