Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เรื่องดีๆ 1

Total questions: 100

Worksheet time: 1hrs 15mins

Name
Class
Date
1.

สิ่งก่อสร้างใดต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็น “อาคาร” ตามความหมายของพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

a)

อัฒจันทร์สำหรับชมกีฬา

b)

รั้วบ้านพักอาศัยส่วนบุคคลที่สร้างห่างจากถนนสาธารณะ 10 เมตร

c)

ป้ายโฆษณาขนาด 0.5 ตารางเมตร ติดตั้งริมทางเท้าสาธารณะ

d)

คลังสินค้าสำหรับเก็บวัตถุอันตราย

2.

อาคารที่พักอาศัยสูง 25 เมตร จัดเป็นอาคารประเภทใดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

a)

อาคารขนาดใหญ่พิเศษ

b)

อาคารชุมนุมคน

c)

อาคารสูง

d)

อาคารควบคุมการใช้

3.

พื้นที่ที่พระราชบัญญัติควบคุมอาคารมีผลใช้บังคับโดยอัตโนมัติ แม้ยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับเป็นการเฉพาะ คือพื้นที่ใด

a)

เขตอุทยานแห่งชาติ

b)

เขตนิคมอุตสาหกรรม

c)

เขตท้องที่ที่ได้มีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวม

d)

เขตราชพัสดุ

4.

ข้อใดคือความหมายของการ “ดัดแปลง” อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

a)

การทาสีอาคารใหม่ทั้งหมด

b)

การซ่อมแซมโครงหลักคานที่ชำรุดให้กลับสู่สภาพเดิม

c)

การต่อเติมอาคารเพิ่มชั้นหรือดาดฟ้า ทำให้พื้นที่อาคารเพิ่มขึ้น

d)

การเปลี่ยนหลอดไฟภายในอาคาร

5.

หน่วยงานใดมีหน้าที่หลักในการออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร

a)

กรมโยธาธิการและผังเมือง

b)

คณะกรรมการควบคุมอาคาร

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคาร

d)

สภาวิศวกรและสภาสถาปนิก

6.

อาคารประเภทใดต่อไปนี้ ไม่ได้รับการยกเว้นตามคำสั่งของรัฐมนตรีหรือกฎกระทรวง

a)

อาคารที่ทำการขององค์การระหว่างประเทศ

b)

วัดอารามที่มีกฎหมายควบคุมการก่อสร้างไว้แล้ว

c)

อาคารที่ทำการของกระทรวง กรม เพื่อใช้สาธารณประโยชน์

d)

อาคารพาณิชย์เอกชนทั่วไป

7.

การออกกฎกระทรวงกำหนดเกี่ยวกับ “ระบบการจัดการเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของอาคาร” อาจครอบคลุมถึงเรื่องใด

a)

การกำหนดสัดส่วนบันไดอาคาร

b)

การกำหนดความสูงของชั้น

c)

การกำหนดระบบบำบัดน้ำเสียและการกำจัดขยะมูลฝอย

d)

การกำหนดจำนวนที่จอดรถขั้นต่ำ

8.

ในกรณีที่ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดโดยกฎกระทรวงของรัฐมนตรี หน่วยงานใดมีอำนาจออกข้อกำหนดในเรื่องนั้นเป็นการชั่วคราว

a)

คณะกรรมการควบคุมอาคาร

b)

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

c)

ราชการส่วนท้องถิ่น โดยการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น

d)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

9.

หากข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามความจำเป็นเฉพาะท้องถิ่นมีข้อกำหนดที่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวง จะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้มีผลใช้บังคับได้

a)

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาทันที

b)

ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมอาคาร และได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี

c)

ได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด

d)

ได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่นด้วยคะแนนเสียงสองในสาม

10.

หากกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารขัดหรือแย้งกับกฎหมายอื่นที่มีอยู่ ต้องพิจารณาตามกฎหมายใดเป็นอันดับแรก

a)

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

b)

กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

c)

ข้อกฎหมายว่าด้วยงานช่างที่เกี่ยวข้อง

d)

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุมอาคาร

11.

ผู้ใดเป็นประธานโดยตำแหน่งของคณะกรรมการควบคุมอาคาร

a)

ปลัดกระทรวงมหาดไทย

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

c)

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

d)

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

12.

ข้อใด ไม่ใช่ อำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมการควบคุมอาคาร

a)

ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง

b)

พิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

c)

ให้ความเห็นประกอบการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นที่เกี่ยวกับกฎกระทรวง

d)

กำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

13.

หน่วยงานใดต่อไปนี้ที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการควบคุมอาคาร

a)

สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

b)

กรมโยธาธิการและผังเมือง

c)

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

d)

กรุงเทพมหานคร

14.

การกระทำใดต่อไปนี้ ไม่ จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือแจ้งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

a)

การก่อสร้างบ้านพักอาศัยสองชั้นหลังใหม่

b)

การรื้อถอนอาคารสูง 10 เมตร ที่อยู่ห่างจากที่สาธารณะ 5 เมตร

c)

การเคลื่อนย้ายบ้านไม้ชั้นเดียวไปยังตำแหน่งเดิมในที่ดินแปลงเดิม

d)

การดัดแปลงกั้นห้องภายในอาคารสำนักงาน โดยไม่กระทบโครงสร้างหลัก

15.

การก่อสร้างอาคารประเภทใด ที่ผู้ขออนุญาตหรือผู้แจ้งต้องจัดให้มีการตรวจสอบแบบออกแบบและคำนวณส่วนต่างๆ ตามที่กฎกระทรวงกำหนด

a)

อาคารทุกประเภท

b)

เฉพาะหอสมุดและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

c)

อาคารชนิดหรือประเภทที่กำหนดตามกฎกระทรวงเป็นการเฉพาะ

d)

เฉพาะอาคารที่ก่อสร้างในเขตกรุงเทพมหานคร

16.

การรื้อถอนอาคารกรณีใด ต้องได้รับอนุญาติหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

a)

รื้อถอนอาคาร 3 ชั้น ซึ่งอยู่ห่างที่สาธารณะ 10 เมตร

b)

รื้อถอนอาคารสูง 16 เมตร ซึ่งอยู่ห่างที่สาธารณะ 10 เมตร

c)

รื้อถอนเพิงพักชั่วคราวในเขตก่อสร้าง

d)

รื้อถอนกำแพงกันดินของอาคาร

17.

เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องดำเนินการตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตก่อสร้าง หรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาต ภายในกำหนดเวลากี่วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (กรณีทั่วไป)

a)

30 วัน

b)

45 วัน

c)

60 วัน

d)

90 วัน

18.

หากผู้รับผิดชอบการคำนวณโครงสร้างอาคารในคำขออนุญาต ไม่ได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เจ้าพนักงานท้องถิ่นควรดำเนินการอย่างไร

a)

ออกใบอนุญาตไปก่อน แล้วแจ้งให้แก้ไขภายหลัง

b)

ปฏิเสธไม่รับพิจารณาคำขอนั้น

c)

สั่งให้แก้ไขแบบแปลนในส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับโครงสร้าง

d)

ส่งเรื่องให้สภาวิศวกรพิจารณา

19.

กรณีมีแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณ จัดทำโดยผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เจ้าพนักงานท้องถิ่นควรตรวจสอบเป็นพิเศษในส่วนใด

a)

รายการกำหนดลักษณะวัสดุก่อสร้างที่บันทึก

b)

ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับรายการกำหนด เช่น ระยะร่น แนวอาคาร

c)

ความสวยงามทางสถาปัตยกรรม

d)

งบประมาณการก่อสร้าง

20.

เมื่อได้รับใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการขั้นตอนใดต่อไปก่อนเริ่มการก่อสร้าง

a)

ยื่นขอใบรับรองการก่อสร้าง

b)

จ้างวิศวกรเพิ่มเติมเพื่อการควบคุมงานก่อสร้างเพิ่มเติม

c)

แจ้งวันและชื่อผู้ควบคุมงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ

d)

จัดให้มีการตรวจสอบอาคารโดยผู้ตรวจสอบ

21.

หากผู้ได้รับใบอนุญาตต้องการเปลี่ยนตัวผู้ควบคุมงาน ต้องดำเนินการอย่างไร

a)

แจ้งให้คณะควบคุมงานเดิมทราบเท่านั้น

b)

ดำเนินการก่อสร้างต่อไปจนแล้วเสร็จแล้วค่อยแจ้งต่อท้องถิ่นใหม่ภายหลัง

c)

นำหนังสืออนุญาตหรือใบอนุญาตก่อสร้างมายื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น พร้อมหนังสือยินยอม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรับทราบก่อนดำเนินการต่อ

d)

แจ้งขอยกเลิกผู้ควบคุมงานตามกฎหมายจากคณะกรรมการควบคุมอาคาร

22.

การก่อสร้างผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต จะถือว่าเป็นการกระทำของผู้ใดเป็นหลัก ซึ่งแต่ละพิสูจน์เป็นอย่างอื่นได้

a)

เจ้าของอาคาร

b)

ผู้ดำเนินการ (ผู้รับเหมา)

c)

ผู้ควบคุมงาน

d)

เจ้าพนักงานท้องถิ่น

23.

อาคารประเภทใดจัดเป็น “อาคารประเภทควบคุมการใช้”

a)

บ้านพักอาศัยส่วนบุคคลทั่วไป

b)

โรงแรมและอาคารชุด

c)

ศาลาพักผู้โดยสารริมทาง

d)

ป้อมยามหมู่บ้าน

24.

เมื่อก่อสร้างอาคารประเภทควบคุมการใช้เสร็จสิ้นแล้ว ต้องดำเนินการอย่างไรก่อนจึงจะสามารถเปิดใช้อาคารนั้นได้

a)

แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบเพื่อทำการตรวจสอบ และรอรับใบรับรอง (หรือรอจนพ้นกำหนดเวลาตรวจสอบ)

b)

จัดงานเปิดอาคารให้เกียรติ

c)

ยื่นขอใบอนุญาตใช้อาคารใหม่

d)

ทำประกันภัยอาคาร

25.

หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้ทำการตรวจสอบอาคารควบคุมการใช้ภายในกำหนดเวลา 30 วันหลังจากได้รับแจ้ง เจ้าของอาคารจะดำเนินการอย่างไรได้

a)

ต้องยื่นแจ้งขอตรวจสอบใหม่

b)

สามารถเริ่มใช้อาคารควบคุมการใช้ที่ขออนุญาตหรือแจ้งได้

c)

ต้องรอหนังสืออนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมอาคาร

d)

ต้องเปลี่ยนป้ายฐานันดรอาคารโดยได้รับใบรับรอง

26.

เจ้าของอาคารประเภทใด ที่มีหน้าที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ ทำการตรวจสอบสภาพอาคารและระบบต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

a)

อาคารพาณิชย์ทุกหลัง

b)

อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และอาคารชุมนุมคน

c)

เฉพาะอาคารของทางราชการ

d)

เฉพาะอาคารที่ก่อสร้างหลังปี พ.ศ. 2543

27.

วัตถุประสงค์หลักของการกำหนดให้เจ้าของอาคารบางประเภทต้องจัดให้มีการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายคืออะไร

a)

เพื่อเป็นรายได้เข้ารัฐ

b)

เพื่อให้เจ้าของอาคารมีความระมัดระวังมากขึ้น

c)

เพื่อให้บุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินจากอาคารนั้นได้รับการชดใช้ค่าสินไหมเบื้องต้น

d)

เพื่อควบคุมปฏิบัติการก่อสร้างอาคาร

28.

การดัดแปลงห้องชุดคอนโดมิเนียมเป็นร้านค้า สามารถกระทำได้หรือไม่ อย่างไร

a)

ทำได้เสมอ หากพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่เพียงพอ

b)

ทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต หากไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบทรัพย์สิน

c)

ทำได้ หากได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

d)

ทำได้ หากแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบล่วงหน้า

29.

ใบอนุญาตก่อสร้างที่ออกให้ สามารถโอนให้แก่บุคคลอื่นได้หรือไม่

a)

ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

b)

ได้เสมอ โดยแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายหลัง

c)

ได้เฉพาะกรณีที่งานก่อสร้างเสร็จแล้ว

d)

ไม่ได้ในทุกกรณี

30.

กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างเสียชีวิต ทายาทที่ประสงค์จะดำเนินการก่อสร้างต่อไป ต้องทำอย่างไร

a)

ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างใหม่ในนามของตนเอง

b)

มีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายใน 90 วันนับแต่วันที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตาย

c)

หยุดการก่อสร้างทันที และรื้อถอนส่วนที่สร้างไปแล้ว

d)

ดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้โดยไม่ต้องแจ้งใด ๆ

31.

ผู้ใดมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาใบอนุญาต แผนผังบริเวณ แบบแปลน ไว้ในบริเวณที่ทำการก่อสร้าง

a)

ผู้ควบคุมงาน

b)

ผู้ได้รับใบอนุญาต

c)

เจ้าพนักงานท้องถิ่น

d)

นายช่าง

32.

การแจ้งก่อสร้างอาคารตามที่กฎหมายกำหนดที่ไม่ต้องขออนุญาต (ตาม ม. 39 ทวิ) ต้องมีเอกสารสำคัญใดประกอบ

a)

สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของอาคาร

b)

หนังสือรับรองจากผู้รับผิดชอบงานออกแบบและผู้ควบคุมงาน ว่าถูกต้องตามกฎหมาย

c)

รายละเอียดงบประมาณการก่อสร้าง

d)

แผนการตลาดสำหรับอาคารพาณิชย์

33.

คุณสมบัติของผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคารสูง ตามกระบวนการแจ้ง (ม. 39 ทวิ) ต้องเป็นอย่างไร

a)

สถาปนิกหรือวิศวกรระดับใดก็ได้

b)

สถาปนิกระดับวุฒิอย่างน้อย

c)

สถาปนิกหรือวิศวกรสามัญอย่างน้อย

d)

สถาปนิกระดับภาคี

34.

หลังจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับแจ้งและเอกสารครบถ้วน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมตาม ม. 39 ทวิ แล้ว ต้องออกใบรับแจ้งภายในกี่วันทำการ

a)

1 วันทำการ

b)

3 วันทำการ

c)

7 วันทำการ

d)

15 วันทำการ

35.

หากผู้แจ้งตาม ม. 39 ทวิ ไม่เริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในกำหนดนับแต่วันออกใบรับแจ้ง ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะดำเนินการ และใบรับแจ้งเป็นอันยกเลิก ภายในกี่วัน

a)

60 วัน

b)

90 วัน

c)

120 วัน

d)

180 วัน

36.

ภายใน 120 วันนับแต่วันออกใบรับแจ้ง หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพบว่างานแบบแปลนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ควรดำเนินการอย่างไร

a)

สั่งรื้อถอนอาคารทันที

b)

มีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงให้ผู้แจ้งแก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด

c)

ยกเลิกใบรับแจ้งโดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล

d)

ส่งเรื่องฟ้องร้องต่อศาล

37.

กรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจแจ้งข้อเท็จจริงให้ตลอดเวลา แม้จะพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันออกใบรับแจ้งแล้ว คือกรณีใด

a)

การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างไม่ตรงตามรายการประกอบแบบแปลน

b)

การก่อสร้างล้ำที่ดินสาธารณะ

c)

การก่อสร้างคลาดเคลื่อนเล็กน้อย

d)

การเปลี่ยนแปลงผังภายในเล็กน้อยจนกฎหมายไม่บังคับ

38.

การใช้อาคารเป็นโรงมหรสพต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานใด

a)

เจ้าพนักงานท้องถิ่นทั่วไป

b)

คณะกรรมการควบคุมอาคาร

c)

คณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพ

d)

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

39.

ใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพมีอายุการใช้งานกี่ปี

a)

1 ปี

b)

2 ปี

c)

5 ปี

d)

ตลอดชีพของอาคาร

40.

หากมีการก่อสร้างอาคารโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเริ่มดำเนินการตามข้อใด

a)

สั่งรื้อถอนอาคารทันที

b)

สั่งให้ระงับการกระทำ และห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณนั้น

c)

จับกุมผู้กระทำผิด

d)

เปรียบเทียบปรับ ณ สถานที่ก่อสร้าง

41.

การมีการก่อสร้างฝ่าฝืนกฎหมาย แต่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแบบให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นควรมีคำสั่งดำเนินการอย่างไรเป็นลำดับแรก

a)

คำสั่งรื้อถอนเฉพาะส่วนที่ผิด

b)

สั่งให้แก้ไขงานก่อสร้างส่วนที่ขออนุญาต หรือแจ้ง หรือแก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด

c)

สั่งปรับเป็นเงินทันที

d)

สั่งห้ามใช้อาคารถาวร

42.

หากเจ้าของอาคารไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ให้ไปตามมาตรา 41 หรือกรณีที่การฝ่าฝืนไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการอย่างไรต่อไป

a)

สั่งให้เจ้าของอาคารทำการปรับเปลี่ยน

b)

สั่งให้รื้อถอนอาคารทั้งหลังหรือบางส่วน

c)

ยึดอาคารนั้นเป็นของหลวง

d)

แจ้งความดำเนินคดีต่อศาลทันที

43.

ในกรณีที่ไม่มีการรื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 42 เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถดำเนินการอย่างไรได้

a)

ดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้นได้เอง โดยเจ้าของต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

b)

ขอให้ศาลสั่งรื้ออาคาร

c)

ทำได้เพียงส่งหนังสือเตือนอีกฉบับเท่านั้น

d)

ออกคำสั่งรื้อถอนซ้ำอีกครั้ง

44.

หากมีการใช้อาคารควบคุมการใช้ก่อนให้รับใบรับรอง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งการอย่างไร

a)

สั่งรื้อถอนอาคาร

b)

สั่งให้ระงับการใช้อาคารนั้นจนกว่าจะได้รับใบรับรอง

c)

สั่งปรับเจ้าของอาคาร

d)

สั่งให้ดำเนินการขอใบรับรองใหม่

45.

อาคารที่ก่อสร้างถูกต้องตามใบอนุญาต แต่ต่อมามีสภาพที่อาจเป็นภยันตรายต่อชีวิต หรือไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการอย่างไร

a)

เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างเดิม

b)

สั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองดำเนินการแก้ไขตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

c)

สั่งรื้อถอนทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ

d)

ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เนื่องจากก่อสร้างมาโดยอนุญาตแล้ว

46.

การส่งคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยทั่วไปตามพระราชบัญญัตินี้ วิธีการใดถือว่าถูกต้องและมีผลตามกฎหมาย

a)

การโทรศัพท์แจ้งให้ทราบ

b)

การส่งหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือให้ลงลายมือชื่อรับทราบ หรือปิดประกาศ ณ อาคาร (เมื่อไม่สามารถส่งโดยตรงได้)

c)

การประกาศผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

d)

การแจ้งผ่านผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน

47.

ผู้ใดมีอำนาจแต่งตั้งนายตรวจหรือนายช่าง ซึ่งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น

a)

คณะกรรมการควบคุมอาคาร

b)

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

c)

เจ้าพนักงานท้องถิ่น

d)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

48.

หากมีเหตุบ่งชี้ว่าผู้รับผิดชอบงานออกแบบหรือผู้ควบคุมงานมีส่วนร่วมในการก่อสร้างที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และไม่สามารถติดต่อผู้ใดเป็นที่ทราบความเป็นอยู่ได้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นควรดำเนินการอย่างไร

a)

สั่งลงโทษทางวินัยทันที

b)

แจ้งชื่อและการกระทำไปยังคณะกรรมการควบคุมอาคาร สภาวิศวกร และสภาสถาปนิก

c)

สั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของบุคคลนั้น

d)

ดำเนินคดีอาญากับบุคคลนั้นโดยตรง

49.

ผู้ใดมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

a)

เฉพาะเจ้าของอาคารเท่านั้น

b)

เฉพาะผู้ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น

c)

เจ้าของใบอนุญาต ผู้ได้รับใบอนุญาต ผู้แจ้งตามมาตรา 39 ทวิ และผู้ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

d)

ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ

50.

การยื่นอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ต้องยื่นต่อผู้ใด และภายในกำหนดเวลาเท่าใด

a)

ยื่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โดยตรง ภายใน 60 วัน

b)

ยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้ออกคำสั่ง ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง

c)

ยื่นต่อศาลปกครอง ภายใน 90 วัน

d)

ยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใน 45 วัน

51.

ในระหว่างรอผลอุทธรณ์ กฎหมายกำหนดการกระทำแก่อาคารที่เป็นปัญหาไว้อย่างไร

a)

ห้ามผู้ถูกสั่งหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นกระทำการใดๆ แก่อาคารนั้น เว้นแต่มีกรณีเร่งด่วนหรืออาจเกิดอันตราย

b)

ห้ามเฉพาะผู้ถูกสั่งดำเนินการก่อสร้างต่อ

c)

ห้ามเจ้าพนักงานท้องถิ่นเข้าตรวจสอบอาคาร

d)

ห้ามการโอนกรรมสิทธิ์ในอาคาร

52.

ผู้ใดมีอำนาจเข้าไปในบริเวณที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร เพื่อตรวจสอบการฝ่าฝืนกฎหมาย

a)

เฉพาะเจ้าพนักงานท้องถิ่น

b)

นายช่าง หรือ นายตรวจ

c)

คณะกรรมการควบคุมอาคาร

d)

ประชาชนทั่วไป

53.

การเข้าตรวจสอบอาคารหรือบริเวณก่อสร้างของนายช่างหรือนายตรวจ ต้องกระทำในช่วงเวลาใด

a)

ตลอด 24 ชั่วโมง

b)

เฉพาะเวลาราชการ

c)

ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น

d)

เวลาใดก็ได้หากมีเหตุฉุกเฉินอันตราย

54.

การประกาศเขตควบคุมเพลิงไหม้เพื่อจัดการโดยท้องถิ่นกระทำโดยผู้ใด

a)

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

b)

เจ้าพนักงานท้องถิ่น

c)

สถานีตำรวจในพื้นที่

d)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

55.

ภายในกี่วันนับแต่วันที่เกิดเพลิงไหม้ ห้ามมิให้ทำการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารในเขตเพลิงไหม้

a)

15 วัน

b)

30 วัน

c)

45 วัน

d)

60 วัน

56.

ข้อใดเป็นการกระทำที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องห้ามตามข้อกำหนดการระงับการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้

a)

การก่อสร้างอาคารพาณิชย์หลังใหม่แทนหลังเดิมที่ถูกไฟไหม้ใหม่

b)

การดัดแปลงหรือซ่อมแซมอาคารเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่ออยู่อาศัยชั่วคราว

c)

การต่อเติมอาคารที่เสียหายบางส่วน

d)

การรื้อถอนอาคารที่เสียหายเพื่อขายเศษวัสดุ

57.

หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศ “ไม่ปรับปรุงเขตเพลิงไหม้” จะมีผลอย่างไร

a)

ข้อห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายอาคารในเขตเพลิงไหม้ เป็นอันยกเลิก

b)

ข้อห้ามดังกล่าวจะมีผลบังคับต่อไปอีก 60 วัน

c)

ต้องดำเนินการรื้อถอนทันที

d)

ต้องรอประกาศจากรัฐมนตรี

58.

กรณีมีการประกาศ “ปรับปรุงเขตเพลิงไหม้” และต่อมามีการประกาศใช้ “แผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้” จะมีผลอย่างไร

a)

สามารถก่อสร้างอาคารได้ทันทีตามแผนผังใหม่

b)

ห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายอาคารผิดไปจากแผนผัง และใบอนุญาต/ใบรับแจ้งเดิมที่ยื่นแล้ว ให้เป็นอันยกเลิก

c)

ต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงทำได้

d)

ให้ถือว่าเขตนั้นรวมผังด้านพัฒนาที่ดินของเทศบาลเพียงอย่างเดียว

59.

เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องเริ่มดำเนินการปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ตามแผนผังที่ประกาศใช้บังคับ ภายในกำหนดเวลากี่ปี

a)

1 ปี

b)

2 ปี

c)

3 ปี

d)

5 ปี

60.

หากจำเป็นต้องได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ตามแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายใด

a)

กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน

b)

กฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดิน

c)

กฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

d)

กฎหมายว่าด้วยการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

61.

ผู้ใดถือเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

a)

เฉพาะเจ้าพนักงานท้องถิ่น

b)

เฉพาะนายช่างและนายตรวจ

c)

กรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เจ้าพนักงานท้องถิ่น นายช่าง และนายตรวจ

d)

เฉพาะผู้บริหารสูงสุดของราชการส่วนท้องถิ่น

62.

การฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการขออนุญาตหรือแจ้งก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร มีบทลงโทษอย่างไร

a)

โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีโทษปรับรายวัน

b)

โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

d)

เฉพาะโทษปรับ

63.

การไม่จัดให้มีการตรวจสอบอาคารตามที่กฎหมายกำหนด สำหรับอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ หรืออาคารชุมนุมชน มีบทลงโทษอย่างไร

a)

เฉพาะปรับรายวัน

b)

โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษปรับรายวัน

c)

ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ

d)

โทษทั้งรื้อถอนอาคาร

64.

การฝ่าฝืนใช้ช่องรถ ที่กลับรถ หรือทางเข้าออกของรถ ผิดวัตถุประสงค์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีบทลงโทษอย่างไร

a)

ไม่มีบทลงโทษทางอาญา มีแต่คำสั่งให้แก้ไข

b)

โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

c)

โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษปรับรายวัน

d)

โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

65.

ผู้ใดไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น (ตาม ม.42) โดยไม่มีภาวะกรณีรอคอย หรืออุทธรณ์ถึงที่สุดแล้ว มีบทลงโทษอย่างไร

a)

โทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท

b)

โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษปรับรายวัน

c)

โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

ยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อชำระค่ารื้อถอน

66.

พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำเตือนตามพระราชบัญญัตินี้แก่ “ผู้ดำเนินการ” (ผู้รับเหมา) จะต้องรับโทษอย่างไร

a)

รับโทษแทนเจ้าของอาคาร

b)

รับโทษเป็นหนึ่งในสองโทษที่บัญญัติไว้

c)

รับโทษเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับการแจ้งความผิดนั้น

d)

รับโทษเฉพาะการแพ่ง

67.

การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาคารเพื่อชำนาญการรมหรืออุตสาหกรรม จะมีผลต่อบทลงโทษอย่างไร

a)

ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง

b)

เพิ่มโทษเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้

c)

ปรับรายวันเท่านั้น ไม่เป็นจำคุก

d)

โทษเท่ากับกรณีอาคารพักอาศัย

68.

ในกรณีนิติบุคคลกระทำความผิด กรรมการ หรือผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น จะต้องรับผิดทางอาญาด้วยในกรณีใด

a)

ต้องรับผิดเสมอเมื่อมีนิติบุคคลกระทำผิด

b)

รับผิดก็ต่อเมื่อเป็นผู้สั่งการหรือกระทำเองเท่านั้น

c)

รับผิดหากความผิดเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำ หรือการละเลยในหน้าที่ของตน

d)

ไม่ต้องรับทางอาญา รับผิดเฉพาะทางแพ่ง

69.

ผู้ใดถือเป็น “ผู้เสียหาย” ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในกรณีมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

a)

เฉพาะเจ้าพนักงานท้องถิ่น

b)

เฉพาะเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่กระทำผิด

c)

เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารข้างเคียง หรือบุคคลซึ่งได้รับผลกระทบจากการกระทำผิด

d)

ประชาชนทั่วไป

70.

คณะกรรมการเปรียบเทียบคดี มีอำนาจเปรียบเทียบปรับในความผิดลักษณะใด

a)

ความผิดทุกฐานตามพระราชบัญญัตินี้

b)

เฉพาะความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว

c)

ความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตามที่กฎหมายระบุให้เปรียบเทียบได้

d)

ความผิดที่เกี่ยวกับเอกสารเท่านั้น

71.

เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในกำหนดเวลาแล้ว จะมีผลทางคดีอย่างไร

a)

คดีอาญายังคงดำเนินต่อไปในศาล

b)

ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

c)

ฟ้องคดีทางแพ่งเรียกค่าเสียหายได้อีก

d)

ยืนยันการลงโทษเดิมโดยอัตโนมัติ

72.

ค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบคดีตามพระราชบัญญัตินี้ จะตกเป็นของหน่วยงานใด

a)

ส่งเป็นรายได้แผ่นดินทั้งหมด

b)

ตกเป็นของราชการส่วนท้องถิ่น

c)

แบ่งให้ผู้เสียหายครึ่งหนึ่ง

d)

เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

73.

คำขออนุญาตก่อสร้างที่ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ใช้บังคับ และยังอยู่ระหว่างพิจารณา จะดำเนินการอย่างไร

a)

ให้อ้างกฎหมายเดิมที่ยื่นคำขอไป

b)

ให้อ้างเป็นคำขออนุญาตตาม พ.ร.บ. ใหม่ และดำเนินการต่อไปให้สอดคล้อง

c)

ให้พิจารณาตามกฎหมายเดิมที่มีอยู่จนยืนยันคำขอ

d)

ให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

74.

อาคารควบคุมการใช้อาคารที่ก่อสร้างเสร็จและได้รับอนุญาตตามกฎหมายเดิมก่อน พ.ร.บ. 2522 ใช้บังคับ จะต้องดำเนินการอย่างไร

a)

ต้องยื่นขอใบรับรองตามมาตรา 32 ใหม่

b)

ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอใบรับรองตามมาตรา 32 วรรคสอง

c)

ต้องรื้อถอนทันทีปลอดกฎหมายอ้างอิง พ.ร.บ. ใหม่

d)

ต้องทำทะเบียนอาคารตามมาตรา 32 ตรี ทั้งที่มี

75.

วัตถุประสงค์ของการกำหนดเขตปรับปรุงอาคารในท้องที่ที่มีอาคารก่อสร้างจนมีสาธารณสมบัติของแผ่นดินจำนวนมากก่อน พ.ร.บ. 2522 คืออะไร

a)

เพื่อเก็บภาษีทดแทนที่ดินรัชชู

b)

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัย การป้องกันอัคคีภัย สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม เสียงดัง และการจราจร

c)

เพื่อจัดระเบียบที่จอดรถและสาธารณูปโภค

d)

เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ผู้อยู่อาศัยครอบครองเต็ม

76.

ท้องที่ที่เคยมีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับ พ.ร.บ. ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 อยู่ก่อนแล้ว เมื่อ พ.ร.บ. 2522 ประกาศใช้ จะมีผลอย่างไร

a)

ต้องออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ตาม พ.ร.บ. 2522

b)

ให้ถือว่าได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับ พ.ร.บ. 2522 ในท้องที่นั้นแล้ว

c)

คงฐานเดิมยึดกฎหมายเดิมใช้บังคับต่อไป

d)

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดว่าบังคับหรือไม่

77.

ค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ คิดจากอะไร

a)

คิดตามความสูงของอาคารเป็นชั้น

b)

คิดตามพื้นที่ของพื้นที่อาคารแต่ละชั้นรวมกัน เป็นอัตราต่อตารางเมตร

c)

คิดเป็นอัตราร้อยละของมูลค่าการก่อสร้าง

d)

คิดอัตราคงที่ต่ออาคารหนึ่งหลัง

78.

การคิดค่าธรรมเนียมตรวจแบบแปลน หากมีส่วนของอาคารบางเศษหรือบางเมตรตั้งแต่ที่หนึ่งขึ้นไป จะคิดอย่างไร

a)

ปัดทิ้งทั้งหมด

b)

คิดตามเศษจริง

c)

ให้นับเป็นหน่วยเต็ม (ปัดขึ้น)

d)

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นใช้ดุลพินิจ

79.

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 มีการแก้ไขเพิ่มเติมสาระสำคัญในเรื่องใดเป็นพิเศษ

a)

เพิ่มหมวดบัญญัติเกี่ยวกับการรับแจ้งแนบทาการขออนุญาต

b)

กำหนดเกี่ยวกับโรงมหรสพ และกำหนดหอประชุมของอาคารชุมนุมชนไว้ในกฎหมายรวมกัน

c)

เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมอาคารกลาง

d)

เพิ่มข้อกำหนดห้องส้วมรวมกระทรวงอาคาร

80.

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 มีการเพิ่มเติมหลักการสำคัญเรื่องใด

a)

การกำหนดให้อาคารบางประเภทต้องจัดให้มีการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก

b)

การยกเว้นอาคารของทางราชการทั้งหมด

c)

การลดขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างอาคารรายขนาดเล็ก

d)

การเพิ่มบทลงโทษสำหรับการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต

81.

“เฉลียง” ที่สร้างขึ้นติดหรือใกล้เคียงกับที่สาธารณะ ถือเป็นอาคารตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่

a)

ไม่ถือเป็นอาคาร

b)

ถือเป็นอาคาร

c)

ถือเป็นอาคารเฉพาะกรณีที่ใช้เพื่อการสัญจร

d)

ถือเป็นอาคารเฉพาะที่สร้างโดยเอกชน

82.

การวัดความสูงของ “อาคารสูง” สำหรับอาคารหลังคาทรงจั่ว วัดจากระดับพื้นดินที่อาคารถึงส่วนใด

a)

ยอดสูงสุดของหลังคาทรงจั่ว

b)

สันหลังคา

c)

ยอดผนังของชั้นบนสุด

d)

ขอบหน้าจั่วด้านลม

83.

การกระทำใดต่อไปนี้ ไม่ใช่งานการ “ดัดแปลง” ที่ต้องขออนุญาตหรือแจ้งตามมาตรา 22 (ตามเงื่อนไขเรื่องความสูงและระยะห่าง)

a)

การรื้อถอนโครงสร้างหลักของอาคาร

b)

การซ่อมผนังภายในที่ไม่เพิ่มการรับน้ำหนัก

c)

การรื้อผนังภายในที่ไม่ใช้ผนังรับน้ำหนัก

d)

การต่อเติมชั้นบน

84.

หากผู้ขออนุญาตก่อสร้างไม่พอใจคำสั่งไม่อนุญาตของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ควรดำเนินการอย่างไรเป็นขั้นตอนแรก

a)

ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง

b)

ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

c)

ร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม

d)

ยื่นคำขออนุญาตใหม่ทันที

85.

ผู้ใดมีหน้าที่กำหนดแบบคำขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง และแบบอื่นๆ ที่ใช้ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

a)

เจ้าพนักงานท้องถิ่น

b)

คณะกรรมการควบคุมอาคาร

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยการออกกฎกระทรวง

d)

กรมโยธาธิการและผังเมือง

86.

การ “ซ่อมแซม” อาคาร หมายความว่าอย่างไร

a)

การซ่อมในพื้นที่ที่เสียหาย

b)

การเปลี่ยนโครงสร้างหลักของอาคาร

c)

การซ่อมหรือเปลี่ยนส่วนต่างๆ ของอาคารให้คงสภาพเดิม

d)

การเปลี่ยนแปลงการใช้อาคาร

87.

การก่อสร้าง “อู่เรือ” ที่สร้างขึ้นติดต่อกับที่สาธารณะ ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารหรือไม่

a)

ไม่ต้องปฏิบัติ เพราะไม่ใช่ที่อยู่อาศัย

b)

ต้องปฏิบัติ เพราะถือเป็นอาคารสาธารณะ

c)

ปฏิบัติเฉพาะส่วนที่เป็นสำนักงาน

d)

ปฏิบัติเฉพาะส่วนที่เป็นของเอกชน

88.

การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมจากกฎกระทรวง โดยไม่ขัดหรือแย้ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใดก่อนจึงจะใช้บังคับได้

a)

คณะกรรมการควบคุมอาคาร

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

c)

ไม่ต้องได้รับความเห็นชอบเพิ่มเติม เพียงประกาศใช้โดยท้องถิ่น

d)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

89.

กรรมการควบคุมอาคารที่มาจากผู้แทนคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม มีจำนวนกี่คน

a)

หนึ่งคน

b)

สองคน

c)

สามคน

d)

ไม่ได้กำหนดจำนวนชัดเจน

90.

หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้แก้ไขอาคารที่อาจเป็นอันตรายตามมาตรา 46 แต่เจ้าของไม่ปฏิบัติตาม และอาคารนั้นอาจเป็นอันตรายอย่างร้ายแรง ท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไร

a)

สั่งรื้อถอนอาคารทั้งหมด

b)

สั่งให้ระงับการใช้อาคารทันที

c)

ยึดอาคารเพื่อนำมาปรับปรุงเอง

d)

ทำได้เพียงดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนคำสั่ง

91.

การขออนุญาตให้ใช้อาคารเป็น “สถานพยาบาล” ต้องดำเนินการตามข้อใด

a)

ไม่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร เพราะมีกฎหมายสถานพยาบาลควบคุมอยู่แล้ว

b)

ต้องขอใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลง และต้องผ่านการตรวจรับรองตามมาตรา 32 เนื่องจากเป็นอาคารสาธารณะ

c)

ต้องขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น

d)

แจ้งเพียงตามมาตรา 39 ทวิ เท่านั้น

92.

การตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ทวิ ครอบคลุมถึงการตรวจสอบสิ่งใดบ้าง

a)

เฉพาะโครงสร้างหลักของอาคาร

b)

โครงสร้างอาคารและระบบประกอบอาคารต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบระบายอากาศ

c)

เฉพาะระบบป้องกันอัคคีภัย

d)

การตกแต่งภายในและความสวยงาม

93.

หากใบอนุญาตก่อสร้างสูญหาย ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการกรณีอย่างไร

a)

ไม่ต้องทำอะไร ใช้สำเนาแทนได้

b)

ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบ

c)

ขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบอนุญาตฉบับใหม่

d)

แจ้งความเอกสารหายที่สถานีตำรวจเท่านั้น

94.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการให้อำนาจรัฐมนตรีประกาศกำหนดหรือผ่อนผันการก่อสร้างอาคารเป็นการชั่วคราวในบริเวณใดบริเวณหนึ่งตามมาตรา 13

a)

เพื่อรองรับการก่อสร้างในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

b)

เพื่อระงับหรือกำหนดการก่อสร้างในบริเวณที่ยังไม่มีมาตรการหรือข้อบัญญัติของท้องถิ่นกำหนดรายละเอียด แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการควบคุม

c)

เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากโครงการของรัฐ

d)

เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด

95.

บทบัญญัติใดที่แสดงให้เห็นถึงการคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายโดยสุจริต

a)

การกำหนดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

b)

การกำหนดโทษสำหรับผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่

c)

การกำหนดว่าผู้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยสุจริตไม่ต้องรับโทษ

d)

การกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

96.

การกำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่นเก็บค่าธรรมเนียมตรวจแบบแปลนไว้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a)

เพิ่มรายได้ให้ราชการส่วนท้องถิ่น

b)

เป็นขวัญกำลังใจและตอบแทนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจและนายตรวจ

c)

ลดภาระงบประมาณแผ่นดิน

d)

นำไปใช้ในการพัฒนาระบบการขออนุญาตออนไลน์

97.

ในกรณีเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้อาคารรื้อถอน และเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนเอง วัตถุที่รื้อถอนหรือเศษวัสดุต้องจัดการอย่างไรตามกฎหมาย

a)

ตกเป็นของเจ้าพนักงานท้องถิ่นทันที

b)

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจยึดและเก็บรักษาหรือจำหน่าย และหากเจ้าของไม่เรียกคืนภายใน 30 วัน ให้ตกเป็นของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น

c)

ต้องคืนให้เจ้าของอาคารทั้งหมด

d)

ต้องนำไปประมูลขายทอดตลาดโดยศาล

98.

การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการโดยคณะกรรมการควบคุมอาคาร หรือคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a)

เพิ่มจำนวนหนทางทางการเมือง

b)

กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น

c)

ช่วยแบ่งภาระในการพิจารณาหรือปฏิบัติการเฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมาย

d)

สร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก

99.

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มีเจตนารมณ์หลักในการควบคุมเรื่องใดเกี่ยวกับอาคารมากที่สุด

a)

ความสวยงามและรูปแบบสถาปัตยกรรม

b)

พื้นฐานการก่อสร้างและการประหยัดพลังงาน

c)

ความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ผังเมือง และการจราจร

d)

การส่งเสริมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

100.

บุคคลใดต่อไปนี้ ไม่สามารถเป็น “ผู้ควบคุมงาน” ตามความหมายในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร หากไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมายวิชาชีพ

a)

เจ้าของอาคาร

b)

วิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกร สำหรับควบคุมงานอาคารขนาดเล็ก

c)

สถาปนิกที่มีใบอนุญาตระดับภาคีสถาปนิก สำหรับควบคุมงานอาคารสูง

d)

ผู้จัดการโครงการที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรม