Worksheetsหน่วยที่ 4 อุปกรณ์สำหรับการบรรจุภัณฑ์และการระบุสินค้า
Total questions: 10
Worksheet time: 8mins
บรรจุภัณฑ์ใดต่อไปนี้เป็นบรรจุภัณฑ์ชั้นต้น (Primary Packaging)
พาเลทไม้
ขวดน้ำดื่ม
กล่องลูกฟูกใส่สินค้า 24 ชิ้น
ฟิล์มยืดพันพาเลท
กล่องกระดาษลูกฟูกขนาดใหญ่ที่ใช้รวบรวม "แพ็คน้ำดื่ม 12 ขวด" จำนวน 4 แพ็ค เพื่อเตรียมนำขึ้นรถบรรทุก จัดเป็นบรรจุภัณฑ์ในระดับใด
บรรจุภัณฑ์ชั้นต้น (Primary Packaging)
บรรจุภัณฑ์ชั้นที่สอง (Secondary Packaging)
บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Tertiary Packaging)
บรรจุภัณฑ์เพื่อการขายปลีก (Retail Packaging)
ข้อใดคือข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดของ "บาร์โค้ด" เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยี "RFID"
มีราคาแพงกว่า
ต้องใช้เครื่องอ่านสัมผัสกับบาร์โค้ดโดยตรง
ต้องมองเห็นแท่งบาร์โค้ดจึงจะสแกนได้
ไม่สามารถใช้กับสินค้าที่เป็นของเหลวได้
หากท่านต้องการเก็บข้อมูลจำนวนมาก เช่น URL เว็บไซต์, ชื่อ-สกุล และรายละเอียดสินค้า ลงบนสัญลักษณ์บาร์โค้ด ท่านควรเลือกใช้บาร์โค้ดประเภทใด
บาร์โค้ด 1 มิติ (1D Barcode) เช่น EAN-13
บาร์โค้ด 2 มิติ (2D Barcode) เช่น QR Code
บาร์โค้ดแบบแท่งทุกชนิดทำได้เหมือนกัน
บาร์โค้ดไม่สามารถเก็บข้อมูลตัวอักษรได้
หลักการทำงานของเทคโนโลยี RFID ที่ทำให้สามารถอ่านข้อมูลสินค้าที่อยู่ในกล่องได้โดยไม่ต้องเปิดกล่อง คือการใช้สื่อกลางใดในการรับ-ส่งข้อมูล
แสงอินฟราเรด
คลื่นเสียง
คลื่นวิทยุ
สัญญาณบลูทูธ
ในมุมมองของ "โลจิสติกส์" หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Tertiary Packaging) คืออะไร
ทำให้สินค้าดูสวยงามน่าซื้อ
บอกราคาสินค้าและโปรโมชั่น
ป้องกันความเสียหายของสินค้าระหว่างการจัดเก็บและขนย้าย
ทำให้สินค้ามีน้ำหนักเบาลง
การใช้ "เครื่องรัดสายรัด" (Strapping Machine) กับกล่องสินค้าที่มีน้ำหนักมาก มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
ป้องกันฝุ่นและความชื้น
ทำให้กล่องสินค้าดูสวยงาม
เพิ่มความแข็งแรงและป้องกันไม่ให้กล่องเปิดหรือเสียรูปทรง
ใช้สำหรับติดป้ายข้อมูลสินค้า
คลังสินค้าที่ต้องการระบบที่สามารถตรวจนับสต็อกสินค้าจำนวนหลายพันชิ้นที่อยู่บนชั้นวางได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ต้องหยิบของมาสแกนทีละชิ้น ควรลงทุนในเทคโนโลยีใด
บาร์โค้ด 2 มิติ (2D Barcode)
อาร์เอฟไอดี (RFID)
การจดบันทึกด้วยมือ
การติดป้ายสีเพื่อแยกประเภท
"Tag" และ "Reader" เป็นองค์ประกอบสำคัญของเทคโนโลยีใด
Barcode
RFID
QR Code
Bluetooth
เหตุผลหลักที่ร้านค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปยังคงนิยมใช้ "บาร์โค้ด" กับสินค้าทุกชิ้น แทนที่จะเป็น "RFID" คืออะไร
บาร์โค้ดสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า
บาร์โค้ดมีความทนทานสูงกว่า
ต้นทุนต่อหน่วยของฉลากบาร์โค้ดและระบบโดยรวมต่ำกว่ามาก
เครื่องสแกนบาร์โค้ดอ่านข้อมูลได้เร็วกว่า
