wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Test 1 การจัดการระบบเครือข่าย

Total questions: 40

Worksheet time: 24mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญของระบบการสื่อสารข้อมูล

a)

Sender, Receiver, Medium และ Protocol

b)

Modern, Hub, Switch, Router

c)

TCP, IP, ATM, BSC

d)

การแปลภาษา, การออกแบบ, การบริการ

e)

ASCII, Unicode, Baudot, EBCDIC

2.

Bandwidth มีหน่วยวัดในรูปแบบใด

a)

bps

b)

Mbps

c)

Hz

d)

dB

e)

m

3.

ข้อใดไม่ใช่รหัสมาตรฐานในการเข้ารหัสข้อมูล

a)

ASCII

b)

Unicode

c)

EBCDIC

d)

QAM

e)

Baudot

4.

DTE กับ DCE มีหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร

a)

รับข้อมูลเฉพาะ

b)

ส่งสัญญาณเสียง

c)

อุปกรณ์ต้นทางกับอุปกรณ์เชื่อมต่อโครงข่าย

d)

แปลรหัสภาษา

e)

เป็นมาตรฐาน ISO

5.

ข้อใดแสดงถึงรูปแบบ Network Topology

a)

Peer-to-Peer, Client-Server

b)

Ethernet, Token Ring

c)

WAN, LAN, MAN

d)

ISO, IEEE

e)

RS-232

6.

สัญญาณ Analog กับ Digital แตกต่างกันอย่างไร

a)

ความถี่กับระยะทาง

b)

ต่อเนื่องกับค่าต่อเนื่อง

c)

ต่อเนื่องกับไม่ต่อเนื่อง

d)

ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น

e)

ได้คลื่นเสียงเท่านั้น

7.

หน่วยของความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลในระบบดิจิตัลคือ

a)

วัตต์

b)

เฮิร์ตซ์

c)

วินาที

d)

bps

e)

เมตร

8.

การเข้ารหัสแบบ Manchester มีจุดเด่นอย่างไร

a)

ประหยัดพลังงาน

b)

ป้องกันข้อมูลสูญหาย

c)

สะดวกต่อการ Synchronize

d)

ใช้เฉพาะในอินเทอร์เน็ต

e)

ส่งข้อมูลได้ไกล

9.

อุปกรณ์ใดทำหน้าที่รับส่งข้อมูลแบบขยายสัญญาณ

a)

Switch

b)

Amplifier

c)

Repeater

d)

Router

e)

Server

10.

IEEE-802.3 คือมาตรฐานอะไร

a)

แบบไร้สาย

b)

แบบใช้สาย

11.

ถ้าต้องการประหยัด bandwidth ควรเลือกใช้สัญญาณใด

a)

Baseband

b)

Broadband

c)

Analog

d)

Digital

e)

Amplitude

12.

การสื่อสารแบบ Full-Duplex มีลักษณะอย่างไร

a)

ส่งข้อมูลเดียว

b)

ส่ง-รับพร้อมกันสองทาง

c)

ส่งได้ทีทางเดียว

d)

สลับกันรับส่ง (Half-Duplex)

e)

ใช้ช่องทางเดียว

13.

หน้าที่ของ Protocol ในเครือข่ายคืออะไร

a)

กำหนดความถี่สัญญาณ

b)

ควบคุมการให้บริการ

c)

กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการสื่อสาร

d)

ให้ตรวจสอบความผิดพลาดเท่านั้น

e)

กำหนดรหัส ASCII

14.

การ Sync. ข้อมูลใน Synchronous Transmission มีข้อดีอย่างไร

a)

Delay น้อย

b)

ค่าปรับสูง

c)

ไม่ตรวจสอบข้อผิดพลาด

d)

อัตราความผิดพลาดสูง

e)

ได้กับข้อมูลขนาดเล็ก

15.

Simplex, Half-Duplex, Full-Duplex แตกต่างกันอย่างไร

a)

จำนวนสัญญาณ

b)

ทิศทางการส่งข้อมูล

c)

ขนาดของข้อมูล

d)

ประเภทสาย

e)

ประเภทอุปกรณ์

16.

การ Modulation ชนิดใดที่นิยมกับเสียงในวิทยุ AM

a)

AM

b)

FM

c)

PM

d)

QAM

e)

PSK

17.

Baseband Signal ส่งข้อมูลอย่างไร

a)

ส่งผ่าน carrier

b)

ส่งตรง

c)

ส่งด้วยความถี่สูง

d)

ใช้ bandwidth กว้าง

e)

จำเป็นต้องแปลงสัญญาณ

18.

ถ้าส่งสัญญาณไกลและมีสัญญาณรบกวน ควรใช้อุปกรณ์ใด

a)

Switch

b)

Gateway

c)

Repeater

d)

Modem

e)

Hub

19.

ข้อดีของการใช้ CRC ในการตรวจสอบข้อมูล

a)

ตรวจจับข้อผิดพลาดหลายรูปได้ดี

b)

ประหยัดพื้นที่

c)

ไม่จำเป็นต้องใช้ซ้ำ

d)

ใช้กับข้อมูลขนาดเล็ก

e)

คำนวณง่าย

20.

ข้อมูลแบบ ASCII ใช้กี่บิต

a)

4

b)

5

c)

7

d)

9

e)

8

21.

OSI Model Layer 2 ทำหน้าที่อะไร

a)

เชื่อมต่อผู้ใช้

b)

สื่อสารระหว่างเครือข่าย

c)

Data Link Control

d)

ตรวจจับไวรัส

e)

กระจายข้อมูลผ่านอากาศ

22.

Modem คืออะไร

a)

ตัวเปลี่ยนไฟ

b)

ตัวเชื่อมข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์และเครือข่าย

c)

เครื่องพิมพ์

d)

ตัวขยายเสียง

e)

อุปกรณ์ควบคุมความเร็ว

23.

MAC Address มีลักษณะอย่างไร

a)

ตัวเลขฐานสิบ

b)

IP Address

24.

ข้อใดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ใน Parallel Transmission

a)

USB

b)

Serial Port

c)

Ethernet

d)

Parallel Port

e)

Hub

25.

อัตราบิตเรต (Bit Rate) หมายถึง

a)

จำนวนบิตข้อมูลต่อหน่วยเวลา

b)

จำนวนช่องสัญญาณ

c)

จำนวนการส่งข้อมูลต่อวินาที

d)

ระดับความดัง

e)

ช่วงคลื่นสัญญาณ

26.

การส่งข้อมูลหลายช่องถิอเมตร ควรใช้อุปกรณ์ใดเพื่อป้องกันข้อมูลสูญเสีย

a)

Switch

b)

Modern

c)

Repeater

d)

Hub

e)

Access Point

27.

หากระบบเครือข่ายมีปัญหาไวรัส ควรแก้ไขอย่างไร

a)

ติดตั้ง Backup

b)

อัปโหลดข้อมูล

c)

ใช้ Firewall และโปรแกรมป้องกันไวรัส

d)

เพิ่ม Server

e)

เปลี่ยนโปรโตคอล

28.

เมื่อต้องการตรวจจับข้อผิดพลาดแบบ 2 มิติ ควรใช้อะไร

a)

Checksum

b)

CRC

c)

Parity Check 2 มิติ

d)

Hamming Code

e)

ECC

29.

วัดการประยุกต์ใช้: การเลือกใช้สายส่งแบบใด สำหรับ LAN ระยะประหยัด

a)

สาย Fiber

b)

สาย Coaxial

c)

สาย UTP

d)

คลื่นไมโครเวฟ

e)

สาย SCART

30.

วัดการประยุกต์ใช้: หากสัญญาณแฉลมคมและมีความผิดพลาดสูง รายงานตำแหน่งได้ ควรใช้เทคนิค

a)

Forward Error Correction

b)

Parity Check 1 มิติ

c)

CRC

d)

ARQ

e)

Echo

31.

วัดการประยุกต์ใช้: ต้องการประหยัดงบประมาณในการขยายระบบเครือข่าย ควรเลือกใช้

a)

Router

b)

Bridge

c)

Hub

d)

Gateway

e)

Modem

32.

วัดการประยุกต์ใช้: เครื่องมือใดสำหรับกำหนดค่า IP Address อัตโนมัติ

a)

DNS

b)

FTP

c)

DHCP

d)

HTTP

e)

SMTP

33.

การทดลองส่งไฟล์ขนาดใหญ่ ควรใช้โปรโตคอลใด

a)

HTTP

b)

FTP

c)

SMTP

d)

DNS

e)

POP3

34.

หากต้องการรับข้อมูลจากอุปกรณ์หลายเครื่องและส่งทีละเครื่อง ควรใช้ระบบการส่งแบบ

a)

Multicast

b)

Broadcast

c)

Unicast

d)

Anycast

e)

Hybrid

35.

การใช้สาย Serial Port กับอุปกรณ์ที่ต่างชนิด ควรคำนึงถึงมาตรฐานใด

a)

ISO

b)

IEEE-802.3

c)

RS-232

d)

WAN

e)

DNS

36.

ต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับระบบโทรศัพท์ ต้องใช้อุปกรณ์

a)

Hub

b)

Switch

c)

Router

d)

Modem

e)

NIC

37.

การตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลแบบ Parity Bit เหมาะกับกรณีใด

a)

ข้อมูลขนาดใหญ่

b)

ข้อมูลขนาดเล็ก

c)

ข้อมูลสำคัญระดับองค์กร

d)

เครือข่ายไร้สาย

e)

ข้อมูลมัลติมีเดีย

38.

วัดการประยุกต์ใช้: ฟังก์ชันหลักของ Intranet คืออะไร

a)

การเชื่อมต่อเครือข่ายสาธารณะ

b)

เครือข่ายเฉพาะองค์กร

c)

ให้บริการอินเทอร์เน็ต

d)

ตรวจสอบไวรัส

e)

ส่งเสริมเครือข่าย

39.

Hamming Code มีจุดเด่นอย่างไร

a)

ตรวจจับข้อผิดพลาด 1 bit และแก้ไขได้ 1 bit

b)

ตรวจจับข้อผิดพลาดหลายจุด

c)

ใช้กับข้อมูลภาพ

d)

ยืดหยุ่นสูง

40.

ถ้าต้องการตรวจสอบการส่งข้อมูลหลายเฟรมอย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้เทคนิค

a)

Stop-and-Wait

b)

Go-Back-N

c)

Sliding Window

d)

Parity

e)

Forward Correction