wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบวิชารถยนต์ไฟฟ้า

Total questions: 90

Worksheet time: 2hrs 30mins

Name
Class
Date
1.
ส่วนที่ควบคุมกำลังของมอเตอร์คือ
a)
MCU
b)
OBC
c)
DCDC
d)
CCE
2.
สายไฟสีส้มในระบบ EV หมายถึง
a)
สายสัญญาณแรงดันสูง
b)
สายควบคุมแรงดันสูง
c)
สายไฟแรงดันสูง
d)
สายกราวด์ของยานยนต์ไฟฟ้า
3.
การตรวจแรงดันแต่ละเซลล์แบตเตอรี่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ
a)
ประเมินความสมดุลของเซลล์แต่ละเซลล์
b)
ประเมินสุขภาพของเซลล์แต่ละเซลล์
c)
ตรวจสอบความเร็วรอบมอเตอร์
d)
ประเมินค่าสุขภาพของแบตเตอรี่รวม
4.
ฟังก์ชัน “Data Stream” ของเครื่องมือวินิจฉัยใช้เพื่อ
a)
อ่านรหัส DTC
b)
ลบรหัสความผิดพลาด
c)
ดูค่าพารามิเตอร์แบบเรียลไทม์
d)
เขียนโปรแกรม ECU
5.
“CP” (Control Pilot) ของหัวชาร์จมีหน้าที่ใด
a)
ส่งไฟ AC เข้ารถ
b)
สื่อสารสถานะการชาร์จระหว่างรถกับเครื่องชาร์จ
c)
ต่อกราวด์ป้องกันไฟรั่ว
d)
ตรวจแรงดันแบตเตอรี่
6.
ขา “CC” หรือ “PP” ใช้เพื่อ
a)
ตรวจสอบกระแสสูงสุดของสายชาร์จ
b)
ส่งสัญญาณ PWM
c)
ตรวจแรงดันไฟ
d)
วัดอุณหภูมิปลั๊ก
7.
หากวัดค่าความต้านทานระหว่างขา CC กับ PE ได้ 680Ω หมายถึง
a)
สายรองรับกระแส 13A
b)
สายรองรับกระแส 20A
c)
สายชาร์จขาด
d)

สายรองรับกระแส 30A

8.
หากวัดค่าระหว่าง CP กับ PE ได้ประมาณ 1kΩ หมายถึง
a)
ไม่เสียบปลั๊ก
b)
รถตรวจพบหัวชาร์จ แต่ยังไม่เริ่มชาร์จ
c)
พร้อมชาร์จแล้ว
d)
อยู่ในโหมดระบายอากาศ
9.
เมื่อเริ่มการชาร์จ ค่าความต้านทานระหว่าง CP–PE จะเปลี่ยนเป็นประมาณ
a)
270Ω
b)
1kΩ
c)
2kΩ
d)
100Ω
10.
ขา “PE” ของหัวชาร์จทำหน้าที่
a)
จ่ายไฟ AC
b)
ส่งสัญญาณ PWM
c)
เป็นกราวด์ป้องกันไฟรั่ว
d)
วัดอุณหภูมิ
11.
หากไม่พบแรงดันที่ขา L1–PE ของหัวชาร์จ อาจเกิดจาก
a)
รีเลย์ในเครื่องชาร์จยังไม่ปิดวงจร
b)
แบตเตอรี่เสื่อม
c)
SOC เต็ม
d)
DCDC เสีย
12.
สัญญาณบนขา CP มีลักษณะอย่างไร
a)
สัญญาณ DC คงที่
b)
สัญญาณ PWM ความถี่ 1 kHz
c)
สัญญาณ Sine AC
d)
ไม่มีแรงดัน
13.
ปั๊มน้ำไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้าทำหน้าที่
a)
ระบายความร้อนให้แบตเตอรี่และมอเตอร์
b)
ชาร์จไฟให้ระบบ 12V
c)
เพิ่มแรงดันไฟฟ้า
d)
ปรับรอบมอเตอร์
14.
คอมเพรสเซอร์แอร์ไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้าได้รับพลังงานจาก
a)
ระบบ 12V
b)
ระบบแรงดันสูง (HV)
c)
ระบบชาร์จ OBC
d)
ระบบพลังงานแสงอาทิตย์
15.
MCU ของมอเตอร์ทำหน้าที่อะไร
a)
แปลงไฟ DC เป็น AC เพื่อขับมอเตอร์
b)
แปลงไฟ AC เป็น DC เพื่อชาร์จ
c)
ตรวจสอบแรงดันแบตเตอรี่
d)
สื่อสารกับ OBC
16.
DCDC Converter ทำหน้าที่
a)
แปลงแรงดัน HV เป็น 12V
b)
แปลง AC ภายนอกเป็น DC
c)
แปลง DC เป็น AC
d)
วัดค่าแรงดันแต่ละเซลล์
17.
OBC ของยานยนต์ไฟฟ้าทำหน้าที่
a)
ชาร์จแบตเตอรี่จากไฟ AC ภายนอก
b)
ปรับแรงดันแบตเตอรี่
c)
ควบคุมมอเตอร์
d)
ตรวจสอบค่า SOH
18.
การตรวจสอบแรงดันและกระแสของมอเตอร์ช่วยให้ทราบ
a)
การทำงานของมอเตอร์และรอบมอเตอร์
b)
การชาร์จแบตเตอรี่
c)
การปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่
d)
การตรวจ Isolation
19.
สาย CAN ในระบบ EV ใช้ทำอะไร
a)
สื่อสารข้อมูลระหว่าง ECU
b)
วัดแรงดันแบตเตอรี่
c)
ป้องกันไฟรั่ว
d)
แปลงแรงดัน
20.
Pre-charge resistor ทำหน้าที่
a)
ลดกระแสไฟฟ้ากระชากขณะเปิดวงจร HV
b)
เพิ่มกระแสไฟชาร์จ
c)
ปรับแรงดันแบตเตอรี่
d)
วัดแรงดัน AC
21.
การตรวจ SOC ของแบตเตอรี่บอกค่าอะไร
a)
ระดับพลังงานที่ใช้งานได้
b)
ความเสื่อมของเซลล์
c)
ความต้านทานของเซลล์
d)
แรงดันสูงสุด
22.
การตรวจ SOH ของแบตเตอรี่บอกค่าอะไร
a)
ความเสื่อมของเซลล์
b)
ระดับพลังงานเหลือ
c)
กระแสสูงสุด
d)
แรงดันระบบ
23.
การวัดแรงดันแต่ละเซลล์ของแบตเตอรี่ทำเพื่อ
a)
ประเมินความสมดุลของเซลล์
b)
วัดกระแสสูงสุด
c)
ตรวจสอบแรงดันรวม
d)
วัดความร้อนของเซลล์
24.
สีสายแรงดันสูงในระบบ EV มาตรฐานคือ
a)
ส้ม
b)
แดง
c)
ดำ
d)
น้ำเงิน
25.
การตรวจสอบ Isolation Resistance ทำเพื่อ
a)
ป้องกันไฟรั่วลงตัวถัง
b)
ป้องกันกระแสเกิน
c)
ตรวจ SOC
d)
ตรวจ SOH
26.
เครื่องมือ Mega Ohm Tester ใช้ทำอะไร
a)
วัดความเป็นฉนวน
b)
วัดแรงดัน
c)
วัดกระแส
d)
วัดแรงบิดมอเตอร์
27.
การตรวจสอบหัวชาร์จ EV CC/CP ทำเพื่อ
a)
ตรวจสอบกระแสสูงสุดและสถานะชาร์จ
b)
วัดแรงดันมอเตอร์
c)
ตรวจแรงดันแบตเตอรี่
d)
ตรวจ Isolation
28.
ประเภทรถ HEV คือ
a)
รถไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าร่วมกัน
b)
รถไฟฟ้าล้วน
c)
รถเซลล์เชื้อเพลิง
d)
รถทดลองวิจัย
29.
ประเภทรถ BEV คือ
a)
รถไฟฟ้าล้วน
b)
รถไฮบริด
c)
รถเซลล์เชื้อเพลิง
d)
รถทดลองวิจัย
30.
ประเภทรถ REEV คือ
a)
รถไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ขับเคลื่อนเป็นหลัก และมีเครื่องยนต์ปั่นไฟช่วยเพิ่มระยะทาง
b)
รถไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์และมอเตอร์ร่วมกัน
c)
รถไฟฟ้าล้วน
d)
รถเซลล์เชื้อเพลิง
31.
ส่วนประกอบที่แปลงไฟ AC จากภายนอกให้เป็น DC เพื่อชาร์จแบตเตอรี่คือ
a)
DCDC
b)
OBC
c)
MCU
d)
T-BOX
32.
หน้าที่สำคัญของแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery Pack) คือข้อใด
a)
จ่ายไฟให้วิทยุและไฟห้องโดยสารเท่านั้น
b)
จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้มอเตอร์ขับเคลื่อน
c)
กักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง
d)
ลดแรงดันไฟฟ้าลงให้ใช้งานกับระบบ 12V
33.
อุปกรณ์ใดทำหน้าที่ควบคุมการชาร์จและการคายประจุของแบตเตอรี่แรงดันสูง
a)
ECU เครื่องยนต์
b)
BMS (Battery Management System)
c)
พัดลมระบายความร้อน
d)
ชุดเฟืองท้าย (Differential)
34.
อินเวอร์เตอร์ (Inverter) มีหน้าที่หลักอย่างไรในรถยนต์ไฟฟ้า
a)
แปลงไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสตรงเพื่อชาร์จแบตเตอรี่
b)
แปลงไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่เป็นกระแสสลับให้มอเตอร์
c)
เพิ่มความจุแบตเตอรี่ให้สูงขึ้น
d)
ลดอุณหภูมิแบตเตอรี่ในขณะชาร์จ
35.
อุปกรณ์ใดทำหน้าที่แปลงแรงดันสูงจากแบตเตอรี่ลงมาเป็นแรงดันต่ำประมาณ 12V
a)
DC-AC Converter
b)
DC-DC Converter
c)
AC-DC Charger
d)
Step-up Transformer
36.
“On-Board Charger (OBC)” คืออะไร
a)
เครื่องชาร์จภายนอกติดตั้งในสถานีชาร์จ
b)
เครื่องชาร์จที่ติดตั้งอยู่ในตัวรถ แปลงไฟ AC เป็น DC ชาร์จแบตเตอรี่
c)
มอเตอร์ช่วยชาร์จแบตเตอรี่
d)
ตัวตัดวงจรไฟฟ้าแรงสูงในรถ
37.
ระบบ Regenerative Braking มีคุณสมบัติเด่นอย่างไร
a)
ใช้ผ้าเบรกชนิดพิเศษลดการสึกหรอ
b)
สามารถชาร์จแบตเตอรี่กลับได้ขณะเบรกหรือชะลอ
c)
ลดเสียงขณะเบรกอย่างเดียว
d)
ใช้เฉพาะในรถไฮบริดเท่านั้น
38.
คุณสมบัติเด่นของมอเตอร์ขับเคลื่อนแบบ PMSM (Permanent Magnet Synchronous Motor) คือข้อใด
a)
ราคาถูกที่สุดเสมอ
b)
ให้แรงบิดสูงที่รอบต่ำและมีประสิทธิภาพสูง
c)
ใช้ได้เฉพาะไฟฟ้ากระแสตรงเท่านั้น
d)
ไม่ต้องใช้ตัวควบคุมมอเตอร์
39.
“On-Board Charger (OBC)” คืออะไร
a)
เครื่องชาร์จภายนอกติดตั้งในสถานีชาร์จ
b)
เครื่องชาร์จที่ติดตั้งอยู่ในตัวรถ แปลงไฟ AC เป็น DC ชาร์จแบตเตอรี่
c)
มอเตอร์ช่วยชาร์จแบตเตอรี่
d)
ตัวตัดวงจรไฟฟ้าแรงสูงในรถ
40.
ข้อใดคือ “ส่วนประกอบหลัก” ของระบบส่งกำลังในรถยนต์ไฟฟ้า BEV
a)
เครื่องยนต์ + เกียร์หลายจังหวะ + เพลากลาง
b)
มอเตอร์ขับเคลื่อน + เกียร์เดี่ยว/ตัวลดรอบ + เฟืองท้าย
c)
เครื่องยนต์ดีเซล + เทอร์โบ + เกียร์อัตโนมัติ
d)
มอเตอร์ + คลัทช์มือ + เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
41.
SOC (State of Charge) หมายถึงอะไร
a)
อัตราส่วนการคายประจุสูงสุดของแบตเตอรี่
b)
เปอร์เซ็นต์ระดับการชาร์จไฟที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่
c)
อุณหภูมิภายในเซลล์แบตเตอรี่
d)
ค่าความต้านทานภายในแบตเตอรี่
42.
SOH (State of Health) ใช้บอกข้อมูลใดเกี่ยวกับแบตเตอรี่
a)
ความเร็วการชาร์จ
b)
ค่าความผิดปกติของเซ็นเซอร์
c)
สภาพโดยรวมและความเสื่อมของแบตเตอรี่
d)
ปริมาณไฟที่ใช้งานในวันปัจจุบัน
43.
ในยานยนต์ไฟฟ้า ชุด Contactor แรงดันสูงมีหน้าที่หลักคือ
a)
ควบคุมการหมุนของมอเตอร์โดยตรง
b)
เปิด-ปิดวงจรไฟฟ้าแรงดันสูงระหว่างแบตเตอรี่กับระบบขับเคลื่อน
c)
แปลงรูปแบบกระแสไฟฟ้า
d)
ทำหน้าที่แทนฟิวส์ทั้งหมด
44.
ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่มีความสำคัญเพราะเหตุใด
a)
เพื่อให้แบตเตอรี่มีน้ำหนักเบาขึ้น
b)
เพื่อป้องกันการชาร์จเกินแรงดัน
c)
เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่ปลอดภัยและยืดอายุการใช้งาน
d)
เพื่อทำให้แบตเตอรี่ปิดการทำงานอัตโนมัติ
45.
ข้อใดจัดเป็น “คุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อม” ของยานยนต์ไฟฟ้า
a)
ปล่อยไอเสีย CO₂ ต่ำหรือเป็นศูนย์ขณะใช้งาน
b)
เสียงเครื่องยนต์ดัง
c)
ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้หลายประเภท
d)
ใช้ผ้าเบรกชนิดพิเศษ
46.
จุดเด่นด้านสมรรถนะของยานยนต์ไฟฟ้าเมื่อเทียบกับรถเครื่องยนต์สันดาปคือข้อใด
a)
แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้ออกตัวได้รวดเร็ว
b)
รอบเครื่องเดินเบาช้ากว่า
c)
ต้องอุ่นเครื่องก่อนขับ
d)
อัตราเร่งช้ากว่าเสมอ
47.
ชุด Inverter มักติดตั้งในตำแหน่งใดของระบบ
a)
ต่ออนุกรมกับแบตเตอรี่และมอเตอร์
b)
ขนานกับแบตเตอรี่
c)
อยู่ระหว่าง DC-DC Converter กับแบตเตอรี่
d)
อยู่ระหว่างมอเตอร์กับเฟืองท้าย
48.
หน่วยวัดความจุของแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้บ่อยคือ
a)
วัตต์ (W)
b)
วัตต์ชั่วโมง (Wh) หรือ กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)
c)
โวลต์ (V)
d)
แอมแปร์ (A)
49.
สาเหตุที่ต้องมีระบบตัดการทำงานฉุกเฉิน (Emergency Cut-off) ในวงจรแรงดันสูงคือ
a)
ลดต้นทุนการเดินสายไฟ
b)
เพิ่มสมรรถนะการเร่ง
c)
เพื่อความปลอดภัยในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือระบบผิดปกติ
d)
ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น
50.
BMS จะตัดการชาร์จหรือคายประจุหากเกิดเงื่อนไขใด
a)
ความดันลมยางต่ำ
b)
อุณหภูมิหรือแรงดันของเซลล์เกินค่าที่กำหนด
c)
ระดับน้ำในหม้อน้ำต่ำ
d)
น้ำมันเครื่องขาด
51.
ระบบ Cooling ของอินเวอร์เตอร์มักใช้วิธีใด
a)
ใช้ลมธรรมชาติอย่างเดียว
b)
ใช้ระบบเคมีดูดความร้อน
c)
ใช้พัดลมและ/หรือวงจรหล่อเย็นด้วยน้ำ/น้ำยาหล่อเย็น
d)
ไม่จำเป็นต้องระบายความร้อน
52.
ระบบเซ็นเซอร์วัดกระแสและแรงดันในแบตเตอรี่มีบทบาทสำคัญในการ
a)
ปรับแรงดันลมยางอัตโนมัติ
b)
รายงานข้อมูลให้ BMS เพื่อตัดสินใจควบคุมการทำงาน
c)
ตรวจสอบระดับน้ำในหม้อน้ำ
d)
ควบคุมการหมุนของพัดลมหม้อน้ำอย่างเดียว
53.
ข้อใดเป็นข้อดีของโครงสร้างพื้นฐานแบตเตอรี่แบบแพ็กวางใต้ท้องรถ (Skateboard Platform)
a)
ทำให้เปลี่ยนล้อได้ง่าย
b)
ลดจุดศูนย์ถ่วง ช่วยให้ทรงตัวและการขับขี่ดีขึ้น
c)
ลดจำนวนเซลล์ที่ต้องใช้
d)
ไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างตัวถังแข็งแรง
54.
คอนเนกเตอร์ชาร์จแบบ AC และ DC จะแตกต่างกันหลัก ๆ ในด้านใด
a)
รูปแบบขั้วต่อและกระแสไฟที่รองรับ
b)
สีของปลั๊กเท่านั้น
c)
วัสดุของสายเคเบิล
d)
ใช้ร่วมกันได้ทุกแบบไม่มีข้อจำกัด
55.
ในมุมมองด้านประสิทธิภาพระบบขับเคลื่อน (Well-to-Wheel) ยานยนต์ไฟฟ้ามักมีข้อดีใด
a)
สูญเสียพลังงานมากขั้นตอนที่สุด
b)
มีประสิทธิภาพรวมสูงกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป
c)
ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงร่วมด้วยเสมอ
d)
มีประสิทธิภาพต่ำกว่าในทุกช่วงความเร็ว
56.
ข้อใด “ไม่ใช่” หน้าที่ของ BMS
a)
ตรวจสอบแรงดันและอุณหภูมิของเซลล์
b)
ปรับสมดุลเซลล์ (Cell Balancing)
c)
ควบคุมการจ่ายไฟให้มอเตอร์โดยตรงโดยไม่ผ่านอินเวอร์เตอร์
d)
ป้องกันการชาร์จเกินและคายประจุเกิน
57.
ส่วนประกอบใดเกี่ยวข้องกับการลดรอบจากมอเตอร์ไปยังล้อโดยตรง
a)
ตัวลดรอบ/เกียร์ (Reducer/Single Speed Gearbox)
b)
DC-DC Converter
c)
On-Board Charger
d)
BMS
58.
motor แบบ PMSM คือข้อใด
a)
มอเตอร์มี Stator แบบแม่เหล็กถาวร
b)
มอเตอร์มี Rotor แบบแม่เหล็กถาวร
c)
มอเตอร์มี Stator และ Rotor แบบแม่เหล็กถาวร
d)
ถูกทุกข้อ
59.
คอมเพรสเซอร์แอร์ไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้าเป็นแบบได้
a)
แบบใช้อินเวอร์เตอร์ในการควบคุมรอบความเร็ว
b)
แบบใช้รอบมอเตอร์ส่งกำลังในการควบคุม
c)
แบบใช้ไฟฟ้าแรงเคลื่อนต่ำ ตัดต่อหน้าคลัตช์
d)
แบบใช้หน้าคลัตช์ตัดต่อการส่งกำลังจากมอเตอร์
60.
การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ข้อใดควรพิจารณาเป็นอันดับแรก
a)
เหมาะสมกับสภาพอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
b)
ราคาถูกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
c)
สะดวกสบายในขณะสวมใส่ ไม่เกะกะ
d)
สามารถทำความสะอาดและดูแลรักษาง่าย
61.
งานบริการไฟแรงดันสูงของยานยนต์ไฟฟ้า ควรเลือกใช้อุปกรณ์ชนิดใด
a)
ถุงมือป้องกันไฟฟ้า
b)
ถุงมือป้องกันการขีดข่วนของมีคม
c)
ถุงมือป้องกันความร้อน
d)
ถุงมือป้องกันสารเคมี
62.
ข้อควรปฏิบัติขั้นตอนแรกในการบริการยานยนต์ไฟฟ้า คือข้อใด
a)
สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย
b)
ตรวจวัดไฟฟ้าแรงดันสูงด้วยมัลติมิเตอร์
c)
ตัดวงจรไฟแรงดันต่ำ
d)
ถอดสวิตช์บริการ
63.
ข้อใดเป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
a)
ถุงมือยาง
b)
ถังดับเพลิง
c)
สัญญาณเตือนภัย
d)
กระแสหุ้มฉนวนไฟฟ้า
64.
ก่อนใช้งานถุงมือป้องกันไฟฟ้า ผู้ใช้งานควรตรวจสอบถุงมืออย่างไร
a)
ใช้มัลติมิเตอร์วัดความต้านทานไฟฟ้าถุงมือฉนวน
b)
ใส่ถุงมือและทดลองจับไฟฟ้าแรงสูง
c)
เป่าลมเข้าไปในถุงมือและตรวจสอบการรั่ว
d)
ใส่น้ำลงในถุงมือและตรวจสอบการรั่ว
65.
ป้ายในข้อใดเป็นการแจ้งเตือนอันตรายจากไฟฟ้าแรงดันสูง
a)
ป้าย ก
b)
ป้าย ข
c)
ป้าย ค
d)
ป้าย ง
66.
ในขณะซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า เหตุใดจึงต้องนำกุญแจ Smart Key หรือ Remote Keyless ออกห่างจากรถตามระยะคู่มือ
a)
เพื่อป้องกันการเปิดระบบของรถโดยไม่ได้ตั้งใจ
b)
เพื่อป้องกันกุญแจสูญหาย
c)
เพื่อป้องกันการลืมกุญแจในรถ
d)
เพื่อป้องกันแบตเตอรี่กุญแจหมด
67.
ค่า Isolation Resistance ของอุปกรณ์ในรถยนต์ไฟฟ้า ต้องมีค่าตามมาตรฐาน UN R100 อยู่ที่เท่าใด
a)
100 Ω/V DC system
b)
10 Ω/V DC system
c)
0.1 Ω/V DC system
d)
1 MΩ/V DC system
68.
ข้อใดคือการตรวจสอบกระแสไฟฟ้ารั่วไหลจากแหล่งจ่ายไฟแรงดันสูงได้ถูกต้อง
a)
ใช้ Insulation Resistance Tester วัดที่ขั้วไฟ HV กับชิ้นส่วนโลหะของตัวรถ
b)
ใช้ Volt-meter วัดที่ขั้วบวกและลบของไฟ HV
c)
วัดค่าความต้านทานไฟฟ้าของชิ้นส่วนโลหะของรถ
d)
ใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าที่ไหลจากตัวรถลงสู่พื้น
69.
แรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ระดับใดมีผลต่อร่างกายและเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
a)
12 โวลต์
b)
48 โวลต์
c)
60 โวลต์
d)
300 โวลต์
70.
ระดับการป้องกันของถุงมือฉนวน (Class) สามารถเลือกใช้ระดับใดเป็นอย่างต่ำ
a)
Class 00
b)
Class 0
c)
Class 1
d)
Class 2
71.
รองเท้าแบบใดใช้สำหรับปฏิบัติงานกับรถยนต์ไฟฟ้า
a)
รองเท้าผ้าใบฉนวนพื้นยาง
b)
รองเท้าที่มีหัวเหล็ก
c)
รองเท้าบูทฉนวนพื้นยาง
d)
รองเท้าหนังพื้นยาง
72.
การตรวจสอบค่าความเป็นฉนวนรถยนต์ไฟฟ้าต้องใช้เครื่องมือชนิดใด
a)
Voltage Tester
b)
Multimeter
c)
Insulation tester
d)
Micro ohm meter
73.
อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าแบบใดใช้สำหรับปฏิบัติงานกับรถยนต์ไฟฟ้า
a)
หน้ากากเชื่อมไฟฟ้า
b)
หน้ากากกันแก๊ส
c)
หน้ากากกันแสงความเข้มสูง
d)
หน้ากากกันสเก็ดไฟฟ้า
74.
เมื่อต้องปฏิบัติงานกับรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานควรเลือกสวมถุงมือแบบใด
a)
ถุงมือฉนวนยาง
b)
ถุงมือผ้า
c)
ถุงมือหนัง
d)
ถุงมือกันบาด
75.
ส่วนที่ควบคุมกำลังของมอเตอร์คือข้อใด
a)
MCU
b)
OBC
c)
DCDC
d)
CCE
76.
เมื่อต้องตรวจสอบค่าพารามิเตอร์ของแบตเตอรี่แรงดันสูง ต้องเข้าไปที่หัวข้อใดของเครื่องมือวินิจฉัย
a)
OBC
b)
BMS
c)
DCDC
d)
T-BOX
77.
เมื่อต้องตรวจสอบค่าพารามิเตอร์ของระบบควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ต้องเข้าไปที่หัวข้อใด
a)
MCU
b)
CCE
c)
OBC
d)
DCDC
78.
ค่าเปอร์เซ็นต์ของพลังงานในแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้คือ
a)
SOC
b)
SOH
c)
SOD
d)
SOB
79.
อุปกรณ์ที่แปลงไฟแรงดันสูงเป็นไฟ 12V คือ
a)
OBC
b)
DCDC
c)
MCU
d)
CCE
80.
เครื่องมือวินิจฉัยตรวจจับการสื่อสารของ ECU ผ่านสัญญาณระบบใด
a)
UART
b)
LIN
c)
CAN
d)
PWM
81.
การตรวจสอบค่า Isolation Resistance มีจุดประสงค์เพื่อ
a)
ตรวจสอบความเป็นฉนวนของอุปกรณ์ในรถยนต์ไฟฟ้า
b)
ตรวจสอบกำลังไฟฟ้าของมอเตอร์ที่ทำงานได้
c)
ตรวจสอบค่าความต้านทานภายในแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง
d)
ตรวจสอบค่าความต้านทานภายในมอเตอร์ของยานยนต์ไฟฟ้า
82.
หากค่า Isolation Resistance ต่ำกว่า 1 MΩ ตามมาตรฐาน UN R 100 หมายถึง
a)
ระบบปกติ
b)
มีโอกาสเกิดไฟรั่ว
c)
SOC ต่ำ
d)
DCDC เสีย
83.
ถ้าค่า SOH ต่ำกว่า 70% ควรพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่นั้นอย่างไร
a)
แบตเตอรี่กำลังจะหมดพลังงานไฟฟ้าให้รีบชาร์จทันที
b)
ตรวจสอบเซลล์และพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่
c)
ใช้งานต่อได้หากต่ำว่า 50% ให้พิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่
d)
ปิดระบบ DCDC
84.
การตรวจแรงดันแต่ละเซลล์แบตเตอรี่ มีเพื่อวัตถุประสงค์ใด
a)
ประเมินความสมดุลของเซลล์แต่ละเซล์
b)
ประเมินความสุขภาพของเซลล์แต่ละเซล์
c)
ตรวจสอบความเร็วรอบของมอเตอร์
d)
ประเมินค่าสุขภาพของแบตเตอรี่
85.
ฟังก์ชัน “Data Stream” ของเครื่องมือวินิจฉัยใช้เพื่อ
a)
อ่านรหัส DTC
b)
ลบรหัสความผิดพลาด
c)
ดูค่าพารามิเตอร์แบบเรียลไทม์
d)
เขียนโปรแกรม ECU
86.
“CP” (Control Pilot) ของหัวชาร์จมีหน้าที่ใด
a)
ส่งไฟ AC เข้ารถ
b)
สื่อสารสถานะการชาร์จระหว่างรถกับเครื่องชาร์จ
c)
ต่อกราวด์ป้องกันไฟรั่ว
d)
ตรวจแรงดันแบตเตอรี่
87.
หากวัดค่าความต้านทานระหว่างขา CC กับ PE ได้ 680Ω หมายถึง
a)
สายรองรับกระแส 13A
b)
สายรองรับกระแส 20A
c)
สายรองรับกระแส 32A
d)
สายรองรับกระแส 63A
88.
ขา “PE” ของหัวชาร์จทำหน้าที่ใด
a)
จ่ายไฟ AC
b)
ส่งสัญญาณ PWM
c)
เป็นกราวด์ป้องกันไฟรั่วขณะชาร์จ
d)
วัดอุณหภูมิ
89.
สัญญาณบนขา CP มีลักษณะอย่างไร
a)
สัญญาณ DC คงที่
b)
สัญญาณ PWM ความถี่ 1 kHz
c)
สัญญาณ Sine AC
d)
ไม่มีแรงดัน
90.
การตรวจสอบความปลอดภัยของระบบแรงดันสูงในยานยนต์ไฟฟ้าควรทำเมื่อใด
a)
ก่อนและหลังปฏิบัติงานทุกครั้ง
b)
เฉพาะเมื่อมีอาการขัดข้อง
c)
เฉพาะเมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่
d)
ไม่จำเป็นต้องตรวจเป็นประจำ