wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การประยุกต์/การสื่อสาร คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือหน้าที่หลักของหลอดรังสีเอกซ์ในเครื่องฉายรังสีเอกซ์

a)

หมุนเตียงผู้ป่วยเพื่อจัดท่าให้เหมาะสม

b)

ป้องกันการกระเจิงของรังสีด้วยตะกรันตะกั่ว

c)

สร้างรังสีเอกซ์ผ่านตัวผู้ป่วยไปยังอุปกรณ์ตรวจจับ

d)

ขยายสัญญาณภาพดิจิทัลให้คมชัดมากขึ้น

2.

ในการสร้างภาพเอกซเรย์ ส่วนใดดูดกลืนรังสีมากกว่าจนเห็นเป็นสีขาวกว่าบริเวณอื่น

a)

กระดูกและฟันที่หนาแน่นกว่ากล้ามเนื้อ

b)

ปอดที่มีอากาศมากภายในถุงลม

c)

เนื้อเยื่ออ่อนที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบสูง

d)

ผิวหนังด้านนอกที่บางและโปร่งแสง

3.

ถ้าเปลี่ยนจากอุปกรณ์ตรวจจับรังสีแบบแผ่นฟิล์มเป็นแบบดิจิทัล ผลลัพธ์ที่แตกต่างชัดเจนที่สุดคือข้อใด

a)

ได้ภาพแสดงบนจอทันทีโดยไม่ต้องล้างฟิล์ม

b)

ความละเอียดเชิงพื้นที่ลดลงอย่างมาก

c)

ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับเพิ่มเป็นเท่าตัว

d)

ความไวต่อรังสีของเครื่องกำเนิดเพิ่มขึ้น

4.

ข้อใดเป็นแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยเมื่อใช้เครื่องฉายรังสีเอกซ์ในโรงพยาบาล

a)

ยืนตรงแนวลำรังสีเพื่อจัดตำแหน่งได้แม่นยำ

b)

ใช้ปริมาณรังสีพอเพียงและมีผู้เชี่ยวชาญควบคุม

c)

ให้ญาติอยู่ใกล้ผู้ป่วยเพื่อช่วยตรึงท่าทาง

d)

เพิ่มเวลาฉายให้นานเพื่อเห็นโครงสร้างชัดเจน

5.

ข้อใดอธิบายหลักการพื้นฐานของซีทีสแกนได้ถูกต้องที่สุด

a)

ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำกระตุ้นสปินของโปรตอน

b)

ใช้การสะท้อนเสียงความถี่สูงสร้างภาพแบบเรียลไทม์

c)

แหล่งกำเนิดรังสีแกมมาหยุดนิ่งและใช้กระจกสะท้อนรังสี

d)

แหล่งกำเนิดรังสีเอ็กซ์หมุนรอบร่างกายและตรวจวัดการดูดกลืน

6.

เมื่อรังสีเอกซ์ผ่านอวัยวะต่าง ๆ แล้วถูกตรวจวัด ปัจจัยใดทำให้ค่าสัญญาณแตกต่างกันระหว่างกระดูก เนื้อเยื่อ ไขมัน และอากาศ

a)

ความหนาแน่นและการดูดกลืนต่างกันของเนื้อเยื่อ

b)

อุณหภูมิร่างกายต่างกันของแต่ละอวัยวะ

c)

ความเร็วการไหลเวียนเลือดในบริเวณนั้น

d)

ทิศทางการหมุนของหลอดเอกซ์เรย์

7.

โรงพยาบาลต้องการสร้างภาพสามมิติของตับจากซีทีสแกน ขั้นตอนใดต่อไปนี้เป็นลำดับการทำงานที่เหมาะสมที่สุด

a)

ถ่ายภาพตัดขวางต่อเนื่อง หลอมรวมด้วยคอมพิวเตอร์ สร้างแบบจำลองสามมิติ

b)

หมุนเตียงไปรอบผู้ป่วย แล้วถ่ายภาพสองมิติภาพเดียว

c)

เพิ่มกระแสหลอดเอกซ์เรย์ แล้วขยายภาพด้วยจอผลลัพธ์

d)

ถ่ายอัลตราซาวด์ก่อน แล้วใช้ภาพเป็นตัวอย่างปรับคอมพิวเตอร์

8.

ข้อใดอธิบายหน้าที่หลักของเครื่องควบคุมระยะไกลได้ถูกต้องที่สุด

a)

แปลงพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้าสำรอง

b)

รับสัญญาณวิทยุจากอุปกรณ์แล้วแปลงเป็นเสียง

c)

ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอินฟราเรดเพื่อนำคำสั่งไปยังอุปกรณ์

d)

เพิ่มความแรงสัญญาณข้อมูลจากทีวีไปยังเสาอากาศ

9.

สมมติรีโมตกดปุ่มสั่งเพิ่มเสียง แต่ทีวีไม่ตอบสนอง ทั้งที่แบตเตอรี่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ ขั้นตอนใดควรตรวจสอบก่อนเพื่อแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล

a)

ลดระยะห่างมากๆ เพราะอินฟราเรดทำงานได้ดีกว่าไกล

b)

หันรีโมตไปทิศทางตรงข้ามเพื่อสะท้อนผนังให้ถึงทีวี

c)

เปลี่ยนชนิดคลื่นไปใช้ไมโครเวฟเพื่อให้ทะลุสิ่งกีดขวาง

d)

ตรวจว่ามีสิ่งกีดขวางเส้นทางอินฟราเรดระหว่างรีโมตกับทีวี

10.

ข้อใดอธิบายหลักการหาตำแหน่งของเครื่องรับ GPS ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมคำนวณพิกัดเชิงภูมิศาสตร์

b)

คำนวณระยะทางถึงดาวเทียมจากเวลาส่งและรับสัญญาณ

c)

วัดทิศทางสนามแม่เหล็กโลกจากเซ็นเซอร์ในเครื่องรับ

d)

วัดกำลังสัญญาณจากดาวเทียมหลายดวงเพื่อเทียบความแรง

11.

สมมติในเมืองหุบเขาแคบ เครื่องรับ GPS เห็นดาวเทียมได้เพียง 3 ดวง และสัญญาณสะท้อนอาคารมาก คุณควรวางแผนเพิ่มความแม่นยำอย่างไร

a)

รอช่วงเวลาที่มีดาวเทียมโคจรผ่านเพิ่มและย้ายไปพื้นที่โล่ง

b)

ลดความถี่สัญญาณของเครื่องรับเพื่อตัดสัญญาณสะท้อน

c)

ปิดการแก้ไขเวลาอะตอมิกเพื่อลดสัญญาณรบกวน

d)

หันเสาอากาศไปทิศเหนือเพื่อรับสัญญาณแรงขึ้น

12.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบ NAVSTAR ที่เกี่ยวกับจำนวนดาวเทียมและการจัดวงโคจร

a)

ประกอบด้วย 30 ดวง โคจร 5 ระนาบ วงโคจรละ 6 ดวง

b)

ประกอบด้วย 18 ดวง โคจร 6 ระนาบ วงโคจรละ 3 ดวง

c)

ประกอบด้วย 12 ดวง โคจร 3 ระนาบ วงโคจรละ 4 ดวง

d)

ประกอบด้วย 24 ดวง โคจร 6 ระนาบ วงโคจรละ 4 ดวง

13.

ปัจจัยใดต่อไปนี้ส่งผลให้ความแม่นยำของ GPS ลดลงมากที่สุดในสถานการณ์ทั่วไป

a)

การรับสัญญาณจากอย่างน้อย 4 ดาวเทียมพร้อมกัน

b)

การโคจรของดาวเทียมที่มีคาบประมาณ 12 ชั่วโมง

c)

การใช้หน่วยเวลาเป็นวินาทีแทนมิลลิวินาทีในการคำนวณ

d)

การหน่วงสัญญาณในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์และโทรโพสเฟียร์

14.

ข้อใดอธิบายหน้าที่ของขดลวดความถี่คลื่นวิทยุในเครื่อง MRI ได้ถูกต้องที่สุด

a)

สร้างแรงกลเพื่อหมุนโต๊ะตรวจให้สม่ำเสมอ

b)

สร้างความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงเพื่อเร่งอิเล็กตรอน

c)

สร้างสนามแม่เหล็กหลักความเข้มสูงเพื่อจัดเรียงสปิน

d)

สร้างคลื่นวิทยุเพื่อกระตุ้นนิวเคลียสไฮโดรเจนและรับสัญญาณกลับ

15.

หากผู้ป่วยมีเครื่องกระตุ้นหัวใจฝังอยู่ ควรตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับการเข้ารับการตรวจ MRI

a)

ปลอดภัยเสมอหากใช้สนามแม่เหล็กต่ำกว่า 1 เทสลา

b)

ตรวจได้ถ้าถอดขดลวดไล่ระดับออกจากเครื่องก่อน

c)

ตรวจได้ตามปกติแต่ลดเวลาสแกนลงครึ่งหนึ่ง

d)

หลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างเคร่งครัดก่อนตรวจ

16.

ข้อใดอธิบายความแตกต่างหลักระหว่างการมอดูเลตแบบเอเอ็มและเอฟเอ็มได้ถูกต้องที่สุด

a)

เอเอ็มคงแอมพลิจูดคงที่เสมอ ส่วนเอฟเอ็มคงความถี่คงที่

b)

เอเอ็มเปลี่ยนแอมพลิจูดของคลื่นพาหะ ส่วนเอฟเอ็มเปลี่ยนความถี่

c)

เอเอ็มเปลี่ยนเฟสของคลื่นพาหะ ส่วนเอฟเอ็มเปลี่ยนแอมพลิจูด

d)

เอเอ็มเพิ่มความถี่ของสัญญาณพูด ส่วนเอฟเอ็มลดความถี่

17.

ในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ บทบาทหลักของสถานีฐานในแต่ละเซลล์คือข้อใด

a)

ทำให้โทรศัพท์เปลี่ยนเบอร์อัตโนมัติขณะเคลื่อนที่

b)

บีบอัดข้อมูลเสียงให้มีขนาดเล็กลงเสมอ

c)

เพิ่มกำลังไฟของโทรศัพท์ของผู้ใช้ทุกเครื่อง

d)

รับและส่งสัญญาณระหว่างผู้ใช้กับเครือข่าย

18.

ข้อใดอธิบายบทบาทของเราเตอร์ในเครือข่าย Wi‑Fi ได้เหมาะสมที่สุด

a)

เป็นตัวเพิ่มความแรงแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือ

b)

เป็นเครื่องแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณดิจิทัลเท่านั้น

c)

เป็นเสาอากาศภายนอกรับคลื่นจากดาวเทียมโดยตรง

d)

เป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณและกระจายคลื่นภายในบ้าน

19.

เหตุใดจึงนิยมใช้แสงอินฟราเรดสำหรับส่งสัญญาณระยะไกลในใยแก้วนำแสงมากกว่าแสงที่มองเห็นได้

a)

สะท้อนภายในสมบูรณ์ได้ทุกมุมเสมอ

b)

ทนต่อสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้ดีกว่าเสมอ

c)

มีพลังงานโฟตอนสูงทำให้ส่งได้เร็วมาก

d)

มีการกระเจิงในแกนใยน้อยและการสูญเสียน้อย

20.

ข้อใดอธิบายข้อได้เปรียบหลักของสัญญาณดิจิทัลเมื่อมีสัญญาณรบกวนระหว่างทางเทียบกับสัญญาณแอนะล็อกได้ถูกต้องที่สุด

a)

ลดสัญญาณรบกวนได้โดยเพิ่มความถี่พาหะสูง

b)

กู้คืนรูปคลื่นได้ใกล้เคียงเดิมด้วยการประมวลผลง่าย

c)

รักษาความต่อเนื่องของแอมพลิจูดได้ละเอียดขึ้น

d)

ไม่ถูกรบกวนเลยเพราะแบนด์วิดท์กว้างมาก