wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Selective grinding

Total questions: 15

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.

1.      วัตถุประสงค์หลักของการกรอเฉพาะที่ (selective grinding) ในฟันเทียมที่ผ่าน denture processing แล้วคืออะไร   

a)

เพื่อให้ฟันเทียมมีความสวยงามยิ่งขึ้น

b)

เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับฐานฟันเทียม

c)

เพื่อขจัดการสบคลาด หรือการไม่ประสานของการบดเคี้ยว

d)

เพื่อลดขนาดของฟันเทียมให้พอดีกับช่องปาก

2.

2.      ข้อใดคืออุปกรณ์ที่ ไม่ได้ใช้สำหรับในการกรอเฉพาะที่  

a)

กระดาษกัดสบที่มี 2 สี รูปเกือกม้า

b)

หัวกรอหินเขียวรูปลูกล้อ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-6 มม.

c)

แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาด

d)

ผงขัด pumice

3.

3.      ตามกฎข้อที่ 1 หากปุ่มฟัน (cusp) มีจุดสบก่อนตำแหน่งกำหนด (premature contact) ในทุก ๆ ตำแหน่งการเคลื่อนไหว (สบฟันในศูนย์, ทำงาน, และสบดุล) จะสามารถกรอส่วนใดของฟันได้  

a)

กรอได้เฉพาะแอ่ง (fossa)

b)

กรอได้เฉพาะพื้นเอียง (incline plane)

c)

กรอลดความสูงของปุ่มฟัน(cusp)ได้

d)

ห้ามกรอเลย ต้องทำฟันเทียมใหม่

4.

4.      กฎข้อใดคือ BULL's law ซึ่งนำมาใช้กรอแก้ไขด้านทำงาน (working side)เท่านั้น  

a)

กฎข้อที่ 1

b)

กฎข้อที่ 2

c)

กฎข้อที่ 3

d)

กฎข้อที่ 4

5.

5.      การกรอแก้ไขตามกฎข้อที่ 2 (BULL's law) ในด้านทำงาน จะกรอแก้ไขที่ตำแหน่งใดบ้าง  

a)

พื้นเอียงด้านแก้มของปุ่มฟันด้านแก้มของฟันหลังบน (Upper Buccal) และพื้นเอียงด้านลิ้นของปุ่มฟันด้านลิ้นของฟันล่าง (Lower Lingual)

b)

พื้นเอียงด้านลิ้นของปุ่มฟันด้านแก้มของฟันหลังบน (Upper Buccal) และพื้นเอียงด้านแก้มของปุ่มฟันด้านลิ้นของฟันล่าง (Lower Lingual)

c)

พื้นเอียงด้านแก้มของปุ่มฟันด้านแก้มของฟันหลังล่าง (Lower Buccal) และพื้นเอียงด้านลิ้นของปุ่มฟันด้านลิ้นของฟันบน (Upper Lingual)

d)

พื้นเอียงด้านลิ้นของปุ่มฟันด้านแก้มของฟันหลังล่าง (Lower Buccal) และพื้นเอียงด้านแก้มของปุ่มฟันด้านลิ้นของฟันบน (Upper Lingual)

6.

6.      กฎข้อที่ 3 ใช้สำหรับการกรอแก้ไขการสบฟันในด้านใด และกรอแก้ไขส่วนใด  

a)

ด้านทำงาน; กรอพื้นเอียงด้านแก้มของปุ่มฟันด้านลิ้นของฟันหลังล่าง

Working side; buccal incline of lower lingual cup

b)

ด้านทำงาน; กรอพื้นเอียงด้านลิ้นของปุ่มฟันด้านแก้มของฟันหลังบน

Working side; lingual incline of upper buccal cusp

c)

ด้านสบดุล; กรอพื้นเอียงด้านลิ้นของปุ่มฟันด้านแก้มของฟันหลังล่างเท่านั้น

Balancing side; lingual incline of lower buccal cusp

d)

ด้านสบดุล; กรอพื้นเอียงด้านแก้มของปุ่มฟันด้านลิ้นของฟันหลังบนเท่านั้น

Balancing side; buccal incline of upper palatal cusp

7.

7.      ขั้นตอนแรกในการทำงานของการกรอเฉพาะที่คือข้อใด  

a)

การบด (milling)

b)

กรอแก้ไขในตำแหน่งนอกศูนย์ (eccentric)

c)

กรอแก้ไขในตำแหน่งสบฟันในศูนย์ (centric)

d)

ตรวจสอบในตำแหน่งสบยื่น (protrusive)

8.

8.      ในการกรอแก้ไขตำแหน่งสบฟันในศูนย์ (centric) หากปุ่มฟันติด ทั้ง สีแดง (สบในศูนย์) และสีน้ำเงิน (สบนอกศูนย์) แสดงว่าควรทำการแก้ไขอย่างไร  

a)

กรอได้เฉพาะแอ่ง (fossa) ที่สบกับปุ่มฟันนั้น ๆ

b)

ให้กรอลดความสูงของปุ่มฟัน (cusp)นั้น ๆ

c)

ห้ามกรอเลย เพราะสูงทั้งสองตำแหน่ง

d)

ต้องเปลี่ยนสีของกระดาษกัดสบ

9.

9.      ข้อใดคือตำแหน่งที่ ห้าม กรอภายหลังการแก้ไขให้สบสนิทในศูนย์(centric)เสร็จแล้ว  

a)

พื้นเอียง(incline)ของปุ่มฟัน

b)

ปุ่มฟันด้านลิ้น(palatal cusp) ของฟันหลังบน

c)

แอ่งกลางฟัน(fossa)ของฟันหลังบน

d)

ปุ่มฟันด้านลิ้น(palatal cusp) ของฟันหลังบน และ
แอ่งกลางฟัน(fossa)ของฟันหลังบน

10.

10.      เมื่อมีการเยื้องขากรรไกรออกด้านข้าง ด้านที่คลายยึดหัวคอนดายล์ (condyle) จะถูกเรียกว่าด้านใด  

a)

ด้านทำงาน (working side)

b)

ด้านสบดุล (balancing side)

c)

ด้านยื่น (protrusive side)

d)

ด้านยึด (fixed side)

11.

11.      ในการกรอแก้ไขตำแหน่งสบฟันนอกศูนย์ (eccentric) ขณะเยื้องขากรรไกรออกด้านข้าง หากพบว่ามีการสัมผัสกัน เฉพาะด้านทำงาน (working side) (ด้านสบดุล (balancing side)ไม่สัมผัสเลย) ต้องกรอลดความสูงของด้านทำงานโดยใช้กฎข้อใด  

a)

กฎข้อที่ 1

b)

กฎข้อที่ 2 BULL's Law

c)

กฎข้อที่ 3

d)

ไม่ต้องกรอ

12.

12.      ในท่าสบยื่น (protrusive) หากมีการสัมผัสกันเฉพาะบริเวณฟันหลัง (ฟันหน้าไม่สัมผัส) ตำแหน่งการกรอที่ถูกต้องบริเวณฟันหลังล่างคือข้อใด  

a)

กรอพื้นเอียงไปด้านไกลกลาง (distal incline)

b)

กรอพื้นเอียงไปด้านใกล้กลาง (mesial incline)

c)

กรอลดความสูงของปุ่มฟันด้านลิ้น (lingual cusp)

d)

กรอพื้นเอียงไปด้านแก้ม (buccal incline)

13.

13.      การทำการบด (Milling) คือขั้นตอนสุดท้าย โดยจะต้องทำการสบฟันนอกศูนย์และสบยื่นกี่ครั้ง  

a)

1-2 ครั้ง

b)

4-5 ครั้ง

c)

8-10 ครั้ง

d)

ไม่จำกัด

14.

14.   ในการกรอแก้ไขด้านสบดุล (balancing side) ตามกฎข้อที่ 3 หากปุ่มฟันด้านลิ้นของฟันหลังบน และปุ่มฟันด้านแก้มของฟันหลังล่าง ซึ่งเป็นตัวคงมิติในแนวดิ่ง มาชนกัน จะมีหลักการพิจารณาเลือกกรออย่างไร

a)

ต้องกรอลดความสูงของปุ่มฟันทั้งสองปุ่มพร้อมกันเพื่อประหยัดเวลา

b)

ต้องเลือกกรอปุ่มฟันเพียงปุ่มเดียว โดยพิจารณาว่าปุ่มฟันใดเป็นตัวคงความสูงในแนวดิ่งและการสบฟันในศูนย์ที่ดีกว่า จึงพิจารณากรอปุ่มฟันตรงข้ามที่มาชนกับปุ่มฟันนั้น

c)

ต้องกรอเฉพาะปุ่มฟันด้านลิ้นของฟันหลังบน (upper palatal cusp) เท่านั้น เพราะเป็นปุ่มฟันหลัก

d)

ต้องกรอเฉพาะปุ่มฟันด้านแก้มของฟันหลังล่าง (lower buccal cusp) เท่านั้น เพราะเป็นปุ่มฟันรอง

15.

15.   ในการแก้ไขในท่าสบยื่น (protrusive) หากมีการสัมผัสกันเฉพาะบริเวณฟันหน้า (ฟันหลังบนและล่างไม่สัมผัสกันเลย) จะต้องกรอแก้ไขฟันหน้าล่างในตำแหน่งใด ตามที่ระบุในรูป

a)

กรอพื้นเอียงไปด้านไกลกลางของฟันหน้าล่าง (distal incline)

b)

กรอพื้นเอียงไปทางด้านหน้าของฟันหน้าล่าง (labial incline)

c)

กรอพื้นเอียงไปด้านลิ้นของฟันหน้าล่าง (lingual incline)

d)

กรอปลายฟันของฟันหน้าล่างลงเล็กน้อยเท่านั้น (incisal edge)