wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้่า ม.6

Total questions: 25

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

การใช้ไมโครเวฟในเตาอบทำให้เกิดความร้อนกับอาหารเพราะเหตุใด

a)

ไมโครเวฟทำให้อากาศร้อน

b)

ไมโครเวฟทำให้โมเลกุลน้ำแกว่งตัว

c)

ไมโครเวฟดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอม

d)

ไมโครเวฟทำให้อาหารเกิดการสลายตัว

2.

เทคโนโลยีที่ใช้รังสีอัลตราไวโอเลตเพื่อประโยชน์โดยตรงคือข้อใด

a)

การถ่ายภาพเอกซเรย์

b)

การตรวจรักษามะเร็ง

c)

การฆ่าเชื้อในน้ำดื่ม

d)

การตรวจสมอง

3.

ดาวเทียมสื่อสารต้องใช้คลื่นไมโครเวฟ เนื่องจาก

a)

ไมโครเวฟสะท้อนกับพื้นผิวโลก

b)

เดินทางผ่านชั้นบรรยากาศได้ดี

c)

ทะลุผิวหนังมนุษย์ได้

d)

มีพลังงานต่ำที่สุดของคลื่นทั้งหมด

4.

ในการตรวจโรคมะเร็งโดยใช้สารกัมมันตรังสี จะอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดใด

a)

รังสีเอกซ์

b)

รังสีแกมมา

c)

อินฟราเรด

d)

คลื่นวิทยุ

5.

รีโมตทีวีใช้คลื่นอินฟราเรด เพราะเหตุใด

a)

ทะลุกำแพงได้

b)

มีพลังงานสูง

c)

ไม่ถูกรบกวนจากแสงทั่วไปมาก

d)

มีความเร็วช้ากว่าเสียง

6.

การสื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดใด

a)

ไมโครเวฟ

b)

รังสีเอกซ์

c)

แสงเลเซอร์

d)

คลื่นวิทยุ

7.

เหตุใดแสงอัลตราไวโอเลต (UV) จึงเหมาะสำหรับใช้ในการตรวจธนบัตรปลอม

a)

ทำให้เกิดความร้อนสูง

b)

ซึมผ่านวัตถุทึบแสงได้

c)

ทำให้สารเรืองแสงเปล่งแสงออกมา

d)

มีความยาวคลื่นยาวมาก

8.

เทคโนโลยีใดใช้คลื่นเรดาร์ (ไมโครเวฟ) ในการตรวจจับวัตถุระยะไกล

a)

เครื่องตรวจโลหะ

b)

GPS

c)

กล้องอินฟราเรด

d)

ระบบวัดความเร็วรถ

9.

แสงอินฟราเรดถูกนำมาใช้ในระบบรักษาความปลอดภัยเพราะเหตุใด

a)

ทะลุผ่านกำแพงได้

b)

ไม่สามารถตรวจจับโดยกล้องวงจรปิด

c)

ตรวจจับความร้อนจากวัตถุได้

d)

.มีความยาวคลื่นสั้นมาก

10.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดจากการสั่นของสิ่งใด

a)

อนุภาคอากาศ

b)

ประจุไฟฟ้า

c)

อิเล็กตรอนในสนามโน้มถ่วง

d)

โมเลกุลของน้ำ

11.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดใดมีความถี่มากที่สุด

a)

รังสีเอกซ์

b)

แสงอินฟราเรด

c)

คลื่นวิทยุ

d)

รังสีแกมมา

12.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดใดมีพลังงานมากที่สุด

a)

ไมโครเวฟ

b)

อินฟราเรด

c)

รังสีอัลตราไวโอเลต

d)

รังสีแกมมา

13.

แหล่งกำเนิดของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคืออะไร

a)

การสั่นของประจุไฟฟ้า

b)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคในอากาศ

c)

การสั่นของสนามโน้มถ่วง

d)

การหมุนของโลก

14.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีลักษณะเป็นคลื่นแบบใด

a)

คลื่นตามยาว

b)

คลื่นตามขวาง

c)

คลื่นเชิงกล

d)

คลื่นเสียง

15.

ความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสุญญากาศเท่ากับประมาณเท่าใด

a)

3.0 × 10³ m/s

b)

3.0 × 10⁵ m/s

c)

3.0 × 10⁶ m/s

d)

3.0 × 10⁸ m/s

16.

ดาวเทียมสื่อสารต้องใช้ความถี่สูง เช่น ไมโครเวฟ เพราะเหตุใด

a)

สะท้อนกับชั้นบรรยากาศได้ดี

b)

ทะลุผ่านไอโอโนสเฟียร์ได้

c)

เดินทางช้ากว่าเสียง

d)

พลังงานต่ำ ปลอดภัย

17.

ข้อใดอธิบายได้ว่าเหตุใดรังสีเอกซ์จึงสามารถทะลุผ่านร่างกายได้

a)

ความยาวคลื่นยาว ทำให้พลังงานต่ำ

b)

ความถี่สูง ทำให้พลังงานสูง

c)

เดินทางผ่านสุญญากาศไม่ได้

d)

มีประจุไฟฟ้าในตัว

18.

หากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งมีความยาวคลื่นสั้นมาก จะมีคุณสมบัติใดเพิ่มขึ้น

a)

ความถี่ลดลง

b)

พลังงานต่อโฟตอนเพิ่มขึ้น

c)

การทะลุผ่านลดลง

d)

ความเร็วลดลง

19.

สัญญาณ Wi-Fi มักอยู่ในช่วงความถี่ 2.4 GHz หรือ 5 GHz เหตุใดสัญญาณ 5 GHz จึงมีช่วงครอบคลุมระยะทางน้อยกว่า 2.4 GHz

a)

เพราะความถี่สูงดูดซับพลังงานมากขึ้น

b)

เพราะคลื่นความถี่ต่ำทะลุกำแพงไม่ดี

c)

เพราะ 5 GHz มีความเร็วต่ำกว่า

d)

เพราะ 2.4 GHz เป็นอินฟราเรด

20.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูงมากสามารถก่อให้เกิดผลใดในร่างกาย

a)

เพิ่มพลังงาน

b)

ทำให้เกิดความร้อน

c)

ทำให้เกิดการแตกของเซลล์

d)

เพิ่มความชุ่มชื้น

21.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติคลื่นวิทยุ AM

a)

การผสมสัญาณเสียงกับคลื่นวิทยุ ทำให้ แอมพลิจูดเปลี่ยน

b)

มีความถี่ 530-1600 Hz

c)

สะท้อนได้ดีในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟีย

d)

ใช้ได้แต่คลื่นดิน

22.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติคลื่นวิทยุ FM

a)

การผสมสัญาณเสียงกับคลื่นวิทยุ ทำให้ ความถี่เปลี่ยน

b)

มีความถี่ 88-108 Hz

c)

สะท้อนได้ดีในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟีย

d)

ใช้ได้แต่คลื่นดิน

23.

ถ้าหอรับ-ส่งสัญญาณ คลื่นวิทยุสูง 100 เมตร ควรติดตั้งหอส่งห่างกันกี่เมตร

a)

272.81 เมตร

b)

373.81 เมตร

c)

474.81 เมตร

d)

575.81 เมตร

24.

จงเรียงลำดับ ปริมาณรังสี UV. ที่ส่องลงมายังผิวโลก จากปริมาณมากไปหาปริมาณน้อย

a)

UV C > B > A

b)

UV B > C > A

c)

UV A > B > C

d)

UV C > A > B

25.

จงเรียงลำดับ ความรุนแรงของรังสี UV. ที่ส่องลงมายังผิวโลก จากปริมาณมากไปหาปริมาณน้อย

a)

UV C > B > A

b)

UV B > C > A

c)

UV A > B > C

d)

UV C > A > B