wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

MID กธผ ปวช.

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือองค์ประกอบหลักใน "กรรมวิธีการผลิต" ตามแนวคิดที่กล่าวถึง

a)

เครื่องมือ เครื่องจักรกล เทคโนโลยี และเงินทุน

b)

เครื่องมือ เครื่องจักรกล เทคโนโลยี และการตลาด

c)

เครื่องมือ เครื่องจักรกล เทคโนโลยี และความรู้ความสามารถ 

d)

เครื่องมือ เครื่องจักรกล เทคโนโลยี และวัตถุดิบ

e)

เครื่องมือ เครื่องจักรกล เทคโนโลยี และแรงงานไร้ฝีมือ

2.

หากแบ่งกรรมวิธีการผลิตตาม "ประเภทของกรรมวิธีการผลิต" ข้อใดไม่ใช่กลุ่มหลักที่กล่าวถึง

a)

การผลิตแบบเปลี่ยนรูปร่าง

b)

กรรมวิธีการผลิตแบบใช้เครื่องจักรกล

c)

กรรมวิธีการผลิตโดยการเพิ่มขนาด

d)

กรรมวิธีการผลิตแบบรวมชิ้นส่วน    

e)

กรรมวิธีการผลิตโดยการตกแต่งผิว

3.

กระบวนการผลิตแบบใดที่เหมาะสำหรับการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนตั้งแต่ 100,000 ชิ้นต่อปีขึ้นไป

a)

กระบวนการผลิตแบบไม่ต่อเนื่อง

b)

กระบวนการผลิตแบบซ้ำ

c)

การผลิตเฉพาะงาน

d)

การผลิตจำนวนปานกลาง

e)

การผลิตจำนวนมาก

4.

โรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ และประกอบรถยนต์ตู้เย็น พัดลม ถูกจัดอยู่ในอุตสาหกรรมประเภทใดเมื่อแบ่งตามขนาดของอุตสาหกรรม

a)

อุตสาหกรรมขนาดเล็กมาก

b)

อุตสาหกรรมขนาดย่อม

c)

อุตสาหกรรมขนาดกลาง

d)

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

e)

อุตสาหกรรมระดับชุมชน

5.

"กรรมวิธีการผลิตโดยการเปลี่ยนสมบัติทางกายภาพของวัสดุ" เป็นการแบ่งตามประเภทใด

a)

การแบ่งตามกระบวนการผลิต

b)

การแบ่งตามขนาดของกำลังผลิต

c)

การแบ่งตามขนาดของอุตสาหกรรม

d)

การแบ่งตามประเภทของกรรมวิธีการผลิต    

e)

การแบ่งตามลักษณะของผลิตภัณฑ์

6.

งานผลิตสินค้าที่ต้องมีการผลิตเฉพาะงาน (Job Shop Production) ส่วนใหญ่มักมีกำลังผลิตจำนวนเท่าใดต่อปี

a)

มากกว่า 100,000 ชิ้น

b)

2,500 - 100,000 ชิ้น

c)

น้อยกว่า 2,500 ชิ้น   

d)

ตั้งแต่ 10,000 ชิ้นขึ้นไป

e)

ไม่มีการจำกัดจำนวน

7.

อุตสาหกรรมใดที่ต้องการการบริหารจัดการที่ดี มีระบบ และมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมการผลิตเหล็ก หรือเครื่องบิน

a)

อุตสาหกรรมขนาดย่อม

b)

อุตสาหกรรมขนาดกลาง

c)

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่   

d)

อุตสาหกรรมการผลิตแบบต่อเนื่อง

e)

อุตสาหกรรมหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

8.

เตาหล่อชนิดใดที่ใช้ในการผลิต "เหล็กดิบ" (Pig Iron) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับผลิตเหล็กหล่อและเหล็กกล้า

a)

เตาคิวโพล่า (Cupola Furnace)

b)

เตาเบสเซมเมอร์ (Bessemer Furnace)

c)

เตาพุดเดิล (Puddle Furnace)

d)

เตาสูง (Blast Furnace)    

e)

เตาเบสิก ออกซิเจน (Basic Oxygen Furnace)

9.

ในกรรมวิธีการหล่อด้วยแบบทราย "มุมเอียง" (Draft) บนกระสวนมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร

a)

ช่วยให้ทรายในโมลแข็งตัวได้ง่าย

b)

ช่วยในการเทน้ำโลหะลงในโมล

c)

ช่วยให้ถอดกระสวนออกจากทรายได้สะดวก   

d)

เป็นตัวกั้นหน้าระหว่างทรายบนหีบส่วนบนและส่วนล่าง

e)

ใช้กำหนดขนาดความหนาของชิ้นงาน

10.

เตาหล่อที่ใช้ผลิต "เหล็กอ่อน" (Wrought Iron) ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูง และเป็นกรรมวิธีการผลิตที่เก่าแก่มาก คือเตาชนิดใด

a)

เตาคูซิเบิล (Crucible Furnace)

b)

เตาเบสเซมเมอร์ (Bessemer Furnace)

c)

เตาพุดเดิล (Puddle Furnace)   

d)

เตาคิวโพล่า (Cupola Furnace)

e)

เตาสูง (Blast Furnace)

11.

การหล่อแบบพิเศษชนิดใดที่นิยมนำมาใช้หล่อเป็นท่อในงานอุตสาหกรรม และชิ้นงานที่มีรูปทรงเป็นทรงกระบอกกลวง

a)

การหล่อแบบอินเวสเมนต์ (Investment Casting)

b)

การหล่อแบบเชลล์โมล (Shell Mold Casting)

c)

การหล่อแบบแรงดันต่ำ (Low Pressure Casting)

d)

การหล่อด้วยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ (Centrifugal Casting)   

e)

การหล่อแบบขี้ผึ้งหาย (Lost Wax)

12.

ในการหล่อด้วยแบบทราย อุปกรณ์ใดที่ใช้สำหรับร่อนทรายเพื่อให้ได้ขนาดเม็ดทรายตามต้องการก่อนนำไปใช้งาน

a)

หีบเป่าลม (Bellows)

b)

ตะแกรงร่อนทราย (Riddle)   

c)

กระดานรองหีบหล่อ

d)

หีบหล่อ (Flask)

e)

กระสวน (Pattern)

13.

เตาคิวโพล่ามีลักษณะคล้ายกับเตาชนิดใด แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยใช้ในการผลิตเหล็กหล่อเป็นหลัก

a)

เตาพุดเดิล

b)

เตาเบสเซมเมอร์

c)

เตาสูง 

d)

เตาคูซิเบิล

e)

เตาไฟฟ้า

14.

ในกรรมวิธีการหล่อด้วยแบบทราย สารใดที่ใช้โรยรอบๆ กระสวนและบนกระดานรองเพื่อป้องกันการติดกันของทรายบนหีบส่วนบนและส่วนล่าง

a)

ดินเหนียว

b)

ทรายซิลิก้า

c)

ทรายโครไมท์

d)

ทรายคาร์บอน

e)

สารป้องกันการติดกัน

15.

"กรรมวิธีการขึ้นรูปร้อน" มีจุดประสงค์หลักในการให้ความร้อนแก่วัสดุก่อนทำการขึ้นรูป โดยอุณหภูมิที่ใช้ควรอยู่ระหว่างช่วงใด

a)

ต่ำกว่าอุณหภูมิวิกฤตของโลหะ

b)

สูงกว่าจุดหลอมเหลวของโลหะ

c)

สูงกว่าอุณหภูมิวิกฤตแต่ไม่ถึงจุดหลอมเหลวของโลหะ 

d)

อุณหภูมิห้อง

e)

อุณหภูมิประมาณ 500 ∘C เท่านั้น

16.

การรีดขึ้นรูปเหล็กที่ได้มีหน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และมีขนาดด้านกว้างและด้านยาวตั้งแต่ 150×150mm ขึ้นไป เรียกว่าเหล็กแบบใด

a)

เหล็กแบบบลูม (Bloom)

b)

เหล็กแบบบิลเลต (Billet)

c)

เหล็กแบบสแล็บ (Slab)

d)

เหล็กแผ่น (Sheet)

e)

เหล็กรูปพรรณ (Structural Steel)

17.

กรรมวิธีการอัดรีดขึ้นรูปชนิดใดที่ตัวดาย (Die) ติดอยู่กับแรม (Ram) และดันเข้าไปในห้องอัดเพื่อขึ้นรูปชิ้นงาน

a)

การอัดรีดขึ้นรูปโดยตรง (Direct Extrusion)

b)

การอัดรีดขึ้นรูปโดยตรงแบบมีแผ่นรองกด

c)

การอัดรีดขึ้นรูปสวนทาง (Indirect Extrusion)   

d)

การอัดรีดขึ้นรูปด้วยเมนเดล (Mandrel Extrusion)

e)

การอัดรีดขึ้นรูปต่อเนื่อง

18.

ท่อชนิดใดที่ถือว่าเป็นท่อที่มีคุณภาพสูงกว่า สามารถรับแรงดันได้สูงกว่าท่อแบบมีตะเข็บ และผลิตด้วยกรรมวิธีการแทงขึ้นรูป (Piercing)

a)

ท่อเหล็กกล้าผสม

b)

ท่อแบบต่อชน (Butt Weld Pipe)   

c)

ท่อแบบไร้ตะเข็บ (Seamless Pipe)

d)

ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ

e)

ท่อเหล็กหล่อ

19.

เหล็กที่ใช้สำหรับงานรีดเป็นแผ่นเรียบหรือแผ่นม้วน ควรเป็นเหล็กที่ได้จากการรีดขึ้นรูปในรูปแบบใด

a)

เหล็กแบบบลูม

b)

เหล็กแบบบิลเลต

c)

เหล็กแบบสแล็บ

d)

เหล็กรูปพรรณ

e)

เหล็กเส้นกลม

20.

. ในกรรมวิธีการรีดขึ้นรูปเหล็กให้เป็นแผ่นเรียบ ลูกกลิ้งที่ใช้ในการรีดจะมีรูปทรงแบบใด

a)

รูปทรงกระบอกเรียว

b)

รูปทรงกระบอกตรง   

c)

รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส

d)

รูปทรงโค้งงอ

e)

รูปทรงตัว H

21.

อุณหภูมิที่ใช้ในการรีดขึ้นรูปเหล็กโดยประมาณ คือช่วงใด

a)

20−100 °C

b)

300−500 °C

c)

700−900 °C

d)

1,100−1,250 °C 

e)

1,500−1,800 °C

22.

ข้อใดคือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง "กรรมวิธีการขึ้นรูปร้อน" และ "กรรมวิธีการขึ้นรูปเย็น" สำหรับวัสดุชนิดเดียวกัน

a)

กรรมวิธีการขึ้นรูปร้อนใช้เวลามากกว่า

b)

กรรมวิธีการขึ้นรูปเย็นได้ผิวงานที่หยาบกว่า

c)

กรรมวิธีการขึ้นรูปร้อนใช้แรงมากกว่า

d)

กรรมวิธีการขึ้นรูปเย็นใช้แรงมากกว่า 

e)

กรรมวิธีการขึ้นรูปร้อนไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกล

23.

กรรมวิธีการขึ้นรูปเย็นชนิดใดที่ใช้ในการผลิตชิ้นงานกลวงจากโลหะแผ่น เช่น กระป๋อง ถ้วย โดยใช้พั้นช์ (Punch) และดาย (Die)

a)

การรีดขึ้นรูปเย็น

b)

การตีขึ้นรูปเย็น

c)

การลากขึ้นรูป  

d)

การดึงลวด

e)

การหมุนรีดขึ้นรูปโลหะ

24.

การหมุนรีดขึ้นรูปโลหะ (Spinning) มักทำบนเครื่องมือกลชนิดใด

a)

เครื่องเจาะ

b)

เครื่องไส

c)

เครื่องกัด

d)

เครื่องกลึง

e)

เครื่องลับคม

25.

ในการดึงท่อ (Tube Drawing) อุปกรณ์ใดที่ถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมขนาดของรูในของท่อ

a)

พั้นช์ (Punch)

b)

เมนเดล (Mandrel) 

c)

ดาย (Die)

d)

ตัวรีดขึ้นรูป (Roller)

e)

แรม (Ram)

26.

สารหล่อลื่นชนิดใดที่ระบุว่าสามารถนำมาใช้ในการขึ้นรูปโลหะโดยการหมุนรีดขึ้นรูป (Spinning)

a)

น้ำมันตัดกลึงสังเคราะห์

b)

น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์

c)

สบู่ ขี้ผึ้ง น้ำมันลินซีด 

d)

น้ำมันไฮดรอลิกส์

e)

แกรไฟต์

27.

ในกรรมวิธีการดึงยืดหรือการดันขึ้นรูป (Stretch Forming) แม่แบบ (Die) ที่ใช้ดันขึ้นหาชิ้นงานสามารถทำจากวัสดุใดได้บ้าง

a)

เหล็กกล้า

b)

ทังสเตนคาร์ไบด์

c)

ไม้ พลาสติก อะลูมิเนียม

d)

เหล็กหล่อเท่านั้น

e)

เซรามิก

28.

การใช้งานเครื่องเลื่อยกลมีวัตถุประสงค์หลักในขั้นตอนใดของกรรมวิธีการผลิต

a)

การตกแต่งผิวสำเร็จของชิ้นงาน

b)

การขึ้นรูปชิ้นงานด้วยความร้อน

c)

การเตรียมวัสดุ/ตัดวัสดุให้ได้ขนาด 

d)

การตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์

e)

การประกอบชิ้นส่วน

29.

เครื่องเลื่อยกลชนิดใดที่นิยมใช้ในการตัดชิ้นงานเพื่อประกอบเป็นกรอบประตูหรือกรอบหน้าต่าง โดยสามารถตัดเป็นมุมต่างๆ เช่น มุม 45 องศา หรือ 90 องศา

a)

เครื่องเลื่อยกลแบบชัก

b)

เครื่องเลื่อยวงเดือน 

c)

เครื่องเลื่อยสายพานแนวนอน

d)

เครื่องเลื่อยสายพานแนวตั้ง

e)

เครื่องเลื่อยรัศมี

30.

ในเครื่องเลื่อยสายพานแนวตั้ง (Vertical Band Saw Machine) อุปกรณ์ใดที่ใช้สำหรับปรับความตึงของใบเลื่อย

a)

ล้อตาม (Follower Wheel)

b)

ชุดหัวเครื่อง (Machine Head)

c)

อุปกรณ์ปรับความตึงใบเลื่อย (Blade Tension Handle)

d)

เสาเครื่อง (Column)

e)

โต๊ะงาน (Table)

31.

ข้อใดคือลักษณะเด่นของเครื่องเลื่อยสายพานแนวตั้งเมื่อเทียบกับเครื่องเลื่อยชนิดอื่น

a)

เหมาะสำหรับการตัดชิ้นงานเป็นมุมต่างๆ

b)

เหมาะสำหรับการตัดชิ้นงานที่มีความยาวมากเท่านั้น

c)

สามารถใช้สำหรับการตัดแนวตรง การตัดโค้ง และการตัดรูในได้ 

d)

ใช้หลักการป้อนตัดด้วยแรงโน้มถ่วงเท่านั้น

e)

สามารถตัดได้เฉพาะโลหะเท่านั้น

32.

อุปกรณ์ใดที่มักติดตั้งอยู่ด้านหน้าของเสาเครื่องเลื่อยสายพานแนวตั้ง เพื่อใช้คลายความเครียดของใบเลื่อยในกรณีที่ใบเลื่อยไม่คม หรือมีการเชื่อมต่อใบเลื่อยใหม่

a)

ชุดควบคุมความเร็วรอบ

b)

ชุดอบอ่อนใบเลื่อย

c)

ชุดจับยึดชิ้นงาน

d)

ชุดหล่อเย็น

e)

ตัวประคองใบเลื่อย

33.

การตัดรูใน (Internal Cutting) ด้วยเครื่องเลื่อยสายพานแนวตั้งมีขั้นตอนสำคัญก่อนการตัดคืออะไร

a)

การเจียระไนผิวชิ้นงานให้เรียบ

b)

การเจาะรูนำเพื่อสอดใบเลื่อย 

c)

การอบอ่อนชิ้นงาน

d)

การใช้ตัวจับยึดพิเศษ

e)

การเพิ่มความตึงของใบเลื่อยให้มากเป็นพิเศษ

34.

เครื่องเจาะสามารถทำงานได้หลายอย่าง ยกเว้นข้อใด

a)

เจาะรู (Drilling)

b)

ผายปากรู (Counterboring)

c)

ต๊าปเกลียว (Tapping) 

d)

กัดร่องลิ่ม (Milling a Keyway) 

e)

รีมเมอร์ (Reaming)

35.

เครื่องเจาะชนิดใดที่มีลักษณะใหญ่และหนักที่สุด เหมาะสำหรับงานเจาะชิ้นงานขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก

a)

เครื่องเจาะตั้งโต๊ะ

b)

เครื่องเจาะตั้งพื้น

c)

เครื่องเจาะรัศมี

d)

เครื่องเจาะ ซีเอ็นซี

e)

เครื่องเจาะแบบย้ายที่

36.

ส่วนประกอบใดของเครื่องเจาะที่ทำหน้าที่รองรับชิ้นงานและใช้สำหรับจับยึดชิ้นงาน ปากกาจับงาน หรืออุปกรณ์อื่นๆ โดยมีร่องตัวที

a)

ฐานเครื่อง (Base)

b)

เสาเครื่อง (Column)

c)

หัวเครื่อง (Head)

d)

โต๊ะงาน (Table) 

e)

แกนเพลา (Spindle)

37.

คันหมุนป้อนเจาะ (Hand Feed Lever) มีหน้าที่หลักในการทำงานใด

a)

ปรับความเร็วรอบของแกนเพลา

b)

ปรับตำแหน่งของโต๊ะงาน

c)

ป้อนแกนเพลาเครื่องเจาะเพื่อป้อนสว่านลงเจาะชิ้นงาน 

d)

ปรับความตึงของสายพาน

e)

เปิด-ปิด การทำงานของเครื่อง

38.

แกนเพลา (Spindle) ของเครื่องเจาะ มีลักษณะภายในเป็นรูเรียวเพื่อใช้ทำอะไร

a)

ลดแรงสั่นสะเทือนขณะเจาะ

b)

ส่งกำลังจากมอเตอร์ไปยังหัวเครื่อง

c)

จับยึดก้านเรียวของหัวจับดอกสว่าน 

d)

เป็นช่องทางระบายความร้อน

e)

ป้องกันเศษโลหะเข้าไปในตัวเครื่อง

39.

เครื่องเจาะชนิดใดที่ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์และมีความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรม

a)

เครื่องเจาะตั้งโต๊ะ

b)

เครื่องเจาะตั้งพื้น

c)

เครื่องเจาะรัศมี

d)

เครื่องเจาะ ซีเอ็นซี 

e)

เครื่องเจาะแบบหลายหัว

40.

เครื่องเจาะตั้งโต๊ะ (Bench Drilling Machine) เหมาะสำหรับชิ้นงานลักษณะใดเป็นหลัก

a)

ชิ้นงานขนาดใหญ่และหนักมาก

b)

ชิ้นงานขนาดกลางถึงใหญ่ที่วางบนพื้น

c)

ชิ้นงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่วางบนโต๊ะ 

d)

ชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อน

e)

ชิ้นงานที่ต้องการการควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ