wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

OBE 01

Total questions: 61

Worksheet time: 2hrs 2mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงคำว่า “Programming” ได้อย่างถูกต้องที่สุด

a)

กระบวนการทั้งระบบ (ครอบคลุมตั้งแต่วิเคราะห์ – ออกแบบ – ทดสอบ – ดูแล)

b)

การเขียนโค้ดเพื่อให้ระบบทำงานได้ (วางแผนการทำงาน – เขียนโปรแกรม – ปรับปรุง)

c)

การออกแบบการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

d)

การปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาขั้นตอนการทำงาน

2.

ข้อใดกล่าวถึงคำว่า “Coding” ได้อย่างถูกต้องที่สุด

a)

การปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาขั้นตอนการทำงาน

b)

การปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาขั้นตอนการทำงาน

c)

การเขียนโค้ดเพื่อให้ระบบทำงานได้ (วางแผนการทำงาน – เขียนโปรแกรม – ปรับปรุง)

d)

กระบวนการทั้งระบบ (ครอบคลุมตั้งแต่วิเคราะห์ – ออกแบบ – ทดสอบ – ดูแล)

3.

ข้อใดกล่าวถึงขั้นตอนสำคัญ 4 ขั้นตอนในการสร้าง Program ได้ถูกต้อง

a)

วางโครงสร้างและเงื่อนไขการทำงาน – เขียนโค้ดด้วยภาษาโปรแกรม

b)

กำหนดวัตถุประสงค์การทำงาน – เขียนโค้ดด้วยภาษาโปรแกรม – ทดสอบและแก้ไข

c)

วิเคราะห์ปัญหา – ออกแบบขั้นตอนวิธี – เขียนโค้ดด้วยภาษาโปรแกรม – ทดสอบและแก้บั๊ก

d)

ออกแบบขั้นตอนวิธี – เขียนโค้ดด้วยภาษาโปรแกรม – ทดสอบและแก้บั๊ก – ใช้งานจริง

4.

ข้อใดแสดงภาพรวมการทำงานของโปรแกรมได้ถูกต้องที่สุด

a)

Define data type Process Output

b)

Input Process Output

c)

Receive Output Input Process

d)

Process Input Output

5.

ข้อใดคือคำอธิบายที่ถูกต้องที่สุดของขั้นตอน วิเคราะห์ปัญหา

a)

การตัดสินใจเลือกวิธีแก้ปัญหาแบบรวดเร็วตามความรู้สึก

b)

การรวบรวมข้อมูลทุกอย่างโดยไม่ต้องแยกประเด็นหรือหาสาเหตุ

c)

การประเมินผลลัพธ์หลังแก้ปัญหาเสร็จแล้ว เพื่อดูว่าวิธีที่ใช้ได้ผลเพียงใด และปรับปรุงขั้นตอนในครั้งต่อไป

d)

การแยกและพิจารณาปัญหาอย่างเป็นระบบเพื่อเข้าใจสาเหตุ เงื่อนไข และหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม

6.

ข้อใดคือคำอธิบายที่ถูกต้องที่สุดของขั้นตอน ออกแบบชั้นตอนวิธี

a)

การกำหนดลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ชัดเจนไม่กำกวม มีจุดเริ่ม–จบ

b)

การเขียนโค้ดให้เสร็จเร็วที่สุดโดยเลือกไลบรารีที่เหมาะสมและปรับแต่งให้ทำงานได้ทันที

c)

การเลือกภาษาโปรแกรม เครื่องมือ และรูปแบบไฟล์ที่ใช้พัฒนา เพื่อให้เริ่มลงมือทำงานได้สะดวก

d)

การวาดผังงานให้ละเอียดครบทุกกรณี โดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบว่าขั้นตอนนั้น “จบได้” และให้ผลลัพธ์ถูกต้องหรือไม่

7.

ข้อใดบ่งบอกถึงความสำคัญของ ผังงาน(Flowchart) ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ผังงานช่วยสื่อสารและทำความเข้าใจตรรกะของขั้นตอนวิธีแบบเห็นภาพ ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบลำดับทำงานและลดความผิดพลาดของการทำงาน

b)

ผังงานทำให้โปรแกรมทำงานเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะช่วยลดเวลาในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์

c)

ผังงานช่วยให้ไม่ต้องทดสอบหรือดีบั๊กโปรแกรม เพราะผังงานรับประกันความถูกต้องของโปรแกรม

d)

ผังงานเป็นสิ่งที่คอมไพเลอร์ต้องใช้ในการรันโปรแกรม หากไม่มีผังงานโปรแกรมจะไม่สามารถทำงานได้

8.

สัญลักษณ์ ผังงาน ที่แสดงถึง การทำ คำสั่ง และขั้นตอนประมวลผล คือสัญลักษณ์ข้อใด

a)

b)

c)

d)

9.

สัญลักษณ์ ผังงาน ที่แสดงถึง การตัดสินใจ คือสัญลักษณ์ข้อใด

a)

b)

c)

d)

10.

สัญลักษณ์ ผังงาน ที่แสดงถึง ขั้นตอนที่ทำด้วยมือ คือสัญลักษณ์ข้อใด

a)

b)

c)

d)

11.

สัญลักษณ์ ผังงาน ที่แสดงถึง การรับส่งข้อมูล Input/Output

a)

b)

c)

d)

12.

ข้อใดสื่อความหมายของคำว่า ชนิดข้อมูล (Data type) ได้ถูกต้องที่สุด

a)

การจำแนกประเภทของข้อมูลที่กำหนด รูปแบบของค่า ที่เก็บได้ และ ชนิดของการดำเนินการ ที่ทำกับค่านั้นได้

b)

หน่วยความจำที่ใช้เก็บข้อมูลชั่วคราวระหว่างที่โปรแกรมกำลังทำงาน

c)

ชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่ออ้างอิงตำแหน่งข้อมูลในหน่วยความจำโดยตรงของคอมพิวเตอร์

d)

คำสั่งที่ใช้แปลงข้อความให้เป็นตัวเลขหรือแปลงตัวเลขให้เป็นข้อความเสมอ

13.

ข้อใดสื่อความหมายของคำว่า ตัวแปร (Variable) ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ค่าคงที่ที่เปลี่ยนไม่ได้ ใช้แทนตัวเลขหรือข้อความที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเท่านั้น

b)

ชื่อที่อ้างถึง “ตำแหน่งเก็บค่า” ซึ่ง ค่าภายในสามารถเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างการทำงานของโปรแกรม

c)

ประเภทของข้อมูลที่บอกว่าค่านั้นเป็นตัวเลขหรือข้อความ เพื่อให้คอมพิวเตอร์เลือกคำสั่งได้ถูกต้อง

d)

ชุดคำสั่งที่ทำงานซ้ำ ๆ เพื่ออัปเดตค่าตามเงื่อนไขจนกว่าจะหยุด

14.

ตัวเลข 0.00 เป็นชนิดข้อมูลประเภทใด

a)

int

b)

str

c)

float

d)

set

15.

ชนิดข้อมูลใดมีค่าเป็นได้แค่ ถูก กับ ผิด

a)

str

b)

set

c)

bool

d)

float

16.

คำว่า “Hello World” เป็นข้อมูลชนิดอะไร

a)

dict

b)

str

c)

list

d)

set

17.

ชนิดข้อมูลใด เมื่อเรียกด้วย คีย์ จะสามารถเรียนค่าออกมาได้

a)

index

b)

set

c)

dict

d)

list

18.

ชนิดข้อมูลใดตรงกับค่า -8 มากที่สุด

a)

bool

b)

float

c)

list

d)

int

19.

ข้อใดประกาศชื่อตัวแปรของ 15 กิโลเมตร ได้เหมาะสมที่สุด

a)

distance_km = 15

b)

15km = distance

c)

Distance KM = 15

d)

d = 15

20.

ข้อใดประกาศชื่อตัวแปรของ “Dave” ได้ไม่เหมาะสมที่สุด

a)

name = "Dave"

b)

student_name = "Dave"

c)

first_name = "Dave"

d)

2name = "Dave"

21.

ข้อใดเป็นค่าคงที่ (Constant)?

a)

x = 5

b)

name = "Tom"

c)

π = 3.14

d)

age = 20

22.

ค่า 37.5 เป็นชนิดข้อมูลใด?

a)

int

b)

float

c)

string

d)

bool

23.

โครงสร้างข้อมูลใดเป็นลำดับและสามารถเปลี่ยนค่าได้?

a)

Tuple

b)

Dictionary

c)

List

d)

String

24.

คำสั่งใดทำงานเมื่อเงื่อนไข if เป็นเท็จ?

a)

if

b)

elif

c)

else

d)

then

25.

โครงสร้าง if-elif-else สามารถมีเงื่อนไขได้กี่เงื่อนไข?

a)

1 เงื่อนไข

b)

2 เงื่อนไข

c)

3 เงื่อนไขเท่านั้น

d)

หลายเงื่อนไข

26.

เครื่องหมาย == มีความหมายว่าอะไร?

a)

การกำหนดค่า

b)

ไม่เท่ากับ

c)

มากกว่า

d)

การเปรียบเทียบว่าเท่ากัน

27.

เครื่องหมายใดหมายถึง 'ไม่เท่ากับ'?

a)

==

b)

!

c)

=!

d)

!=

28.

Key ใน Dictionary มีหน้าที่อะไร?

a)

ระบุชื่อเพื่อเข้าถึงค่า

b)

เป็นลำดับที่

c)

เป็นค่าข้อมูล

d)

เป็นชนิดข้อมูล

29.

หากมีรายการ Drinks = [“Coffee”, “Cola”, “Water”] จะเข้าถึงสมาชิกตัวแรกได้อย่างไร?

a)

Drinks(1)

b)

Drinks[1]

c)

Drinks[0]

d)

Drinks(0)

30.

โครงสร้างข้อมูลใดไม่สามารถเปลี่ยนค่าได้ (immutable)?

a)

List

b)

Tuple

c)

Dictionary

d)

Array

31.

เครื่องหมาย += มีความหมายว่าอะไร

a)

เพิ่มค่าอย่างเดียว

b)

กำหนดค่าใหม่

c)

บวกและกำหนดค่าให้ตัวแปร

d)

เปรียบเทียบค่า

32.

คำสั่ง x -= 3 ส่งผลอย่างไร

a)

x เพิ่มขึ้น 3

b)

x เท่ากับ 3

c)

x ลดลง 3

d)

x คูณ 4

33.

ตัวดำเนินการ | | มีความหมายว่าอะไร

a)

OR

b)

NOT

c)

XOR

d)

AND

34.

เหตุผลหลักของการใช้ loop คืออะไร

a)

ลดจำนวนตัวแปร

b)

ทำงานซ้ำหลายครั้ง

c)

เพิ่มความเร็วของโปรแกรม

d)

แสดงผลหน้าจอ

35.

for loop เหมาะกับสถานการณ์ใด

a)

ไม่รู้จำนวนรอบ

b)

รู้จำนวนรอบแน่นอน

c)

เงื่อนไขซับซ้อนมาก

d)

ใช้แทน if

36.

คำสั่ง range(1,6) ให้ค่าชุดใด

a)

1 ถึง 6

b)

1 ถึง 5

c)

0 ถึง 5

d)

0 ถึง 6

37.

while loop จะหยุดทำงานเมื่อใด

a)

เมื่อเริ่มโปรแกรม

b)

เมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จ

c)

เมื่อเจอ continue

d)

เมื่อเงื่อนไขเป็นจริง

38.

Nested loop คืออะไร

a)

loop ที่ซ้ำกัน

b)

loop ที่ไม่มีเงื่อนไข

c)

loop ซ้อนอยู่ในอีก loop

d)

loop ที่ใช้ break

39.

คำสั่ง break มีหน้าที่อะไร

a)

ข้ามรอบปัจจุบัน

b)

หยุด loop ทั้งหมดทันที

c)

เริ่ม loop ใหม่

d)

เพิ่มค่าให้ตัวแปร

40.

ความแตกต่างที่ถูกต้องระหว่าง break และ continue คือข้อใด

a)

break หยุดทั้ง loop

b)

continue หยุดทั้ง loop

c)

ทั้งสองเหมือนกัน

d)

ใช้แทน if ได้

41.

พิจารณาโค้ดต่อไปนี้ จะพิมพ์ตัวเลขใดออกมาบ้าง

for i in range(3):

print(i)

a)

0 1 2

b)

1 2 3

c)

0 1 2 3

d)

1 2

42.

พิจารณาโค้ดต่อไปนี้ ผลลัพธ์คืออะไร

for i in range(5):

if i == 2:

break

print(i)

a)

0 1

b)

0 1 3 4

c)

1 3 4 5

d)

0 1 3 4 5

43.

โค้ดนี้จะแสดงผลอะไร

for i in range(5):

if i == 2:

continue

print(i)

a)

0 1 3 4

b)

0 1 3 4 5

c)

1 2 3 4 5

d)

1 3 4

44.

ข้อใดอธิบายการทำงานของ range(start, stop) ได้ถูกต้องที่สุด

a)

สร้างตัวเลขตั้งแต่ start ถึง stop รวม stop ด้วย

b)

สร้างตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง stop

c)

สร้างตัวเลขตั้งแต่ start ถึง stop แต่ไม่รวม stop

d)

สร้างตัวเลขเฉพาะจำนวนคู่เท่านั้น

45.

เหตุใด range() จึงถูกใช้ร่วมกับ for loop บ่อยครั้ง

a)

เพราะ range() ใช้แทน if ได้

b)

เพราะ range() ช่วยกำหนดจำนวนรอบของการวนซ้ำ

c)

เพราะ range() แสดงผลได้โดยตรง

d)

เพราะ range() ใช้ได้เฉพาะกับ while loop

46.

Array มีหน้าที่หลักคืออะไร

a)

เก็บค่าหนึ่งค่าในตัวแปร

b)

เก็บหลายค่าในตัวแปรเดียว

c)

แสดงผลข้อมูล

d)

เปรียบเทียบข้อมูล

47.

Index number ของ Array เริ่มต้นที่ค่าใด

a)

1

b)

-1

c)

0

d)

2

48.

หาก Array มีสมาชิก 5 ตัว index number ตัวสุดท้ายคือค่าใด

a)

5

b)

4

c)

3

d)

2

49.

ข้อใดเป็น Array ที่เก็บชนิดข้อมูลเดียวกันทั้งหมด

a)

[1, 0.5, "A"]

b)

[1, 2, 3, 4]

c)

[1, "Pass", 'A']

d)

[1, 2.0, 3.0, 4.0]

50.

2D array มีลักษณะอย่างไร

a)

ข้อมูลเรียงเป็นเส้นตรง

b)

ข้อมูลเป็นตาราง แถวและคอลัมน์

c)

ข้อมูลเป็นข้อความ

d)

ข้อมูลแบบสุ่ม

51.

Multidimensional array คืออะไร

a)

Array ที่มีค่าเดียว

b)

Array ที่มีหลายมิติ

c)

Array ที่มีแต่ตัวเลข

d)

Array ที่ใช้ไม่ได้

52.

Matrix transpose คืออะไร

a)

การบวก matrix

b)

การคูณ matrix

c)

การลบ matrix

d)

การสลับแถวกับคอลัมน์

53.

ข้อใดเหมาะกับการใช้ 2D array

a)

รายชื่อนักเรียน

b)

ตารางคะแนน

c)

ตัวแปรอายุ

d)

ข้อความ

54.

พิจารณา matrix ต่อไปนี้

A = [ [1, 2, 3],

[4, 5, 6],

[7, 8, 9]]

ค่าของ A[0][1] คือข้อใด

(a)  

55.

พิจารณา matrix ต่อไปนี้

B = [ [10, 20],

[30, 40],

[50, 60]]

ค่าของ B[1][1] คือข้อใด

(a)  

56.

พิจารณา matrix ต่อไปนี้

D = [ [1, 2],

[3, 4]]

หากมีการวนลูปจากซ้ายไปขวา ทีละแถว
ค่าที่ถูกอ่านเป็นลำดับที่ 3 คือข้อใด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

57.

ตัวดำเนินการใดจะให้ค่าเป็นจริง (True) ก็ต่อเมื่อเงื่อนไขทั้งสองเป็นจริงพร้อมกัน

a)

OR

b)

AND

c)

NOT

d)

ถูกทุกข้อ

58.

หากกำหนดให้คะแนน score = 75 เงื่อนไขใดต่อไปนี้เป็นจริง

a)

score > 80 and score < 70

b)

score >= 80 or score <= 75

c)

score >= 70 and score <= 80

d)

score < 60 and score > 90

59.

ตัวดำเนินการ or ในเงื่อนไข if–else หมายความว่าอย่างไร

a)

ต้องเป็นจริงทั้งสองเงื่อนไข

b)

อย่างน้อยหนึ่งเงื่อนไขเป็นจริง

c)

ทั้งสองเงื่อนไขเป็นเท็จ

d)

ใช้กลับค่าความจริง

60.

เงื่อนไขใดเหมาะสมที่สุดในการตรวจสอบว่า “ผู้ใช้เป็นนักเรียนหรือครู”

a)

เป็นนักเรียน and เป็นครู

b)

เป็นนักเรียน or เป็นครู

c)

เป็นนักเรียน == เป็นครู

d)

not เป็นนักเรียน

61.

ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง and และ or ได้ถูกต้อง

a)

and ใช้เมื่ออย่างน้อยหนึ่งเงื่อนไขเป็นจริง

b)

or ใช้เมื่อทุกเงื่อนไขเป็นจริง

c)

and ต้องการให้ทุกเงื่อนไขเป็นจริง

d)

and และ or ให้ผลเหมือนกันเสมอ