wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาค ม5 2.68

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงหลักการอ่านบทร้อยแก้วได้ถูกต้องที่สุด

   

a)

    อ่านออกเสียงเหมือนเสียงพูด                

b)

     อ่านโดยแสดงลีลาท่าทางประกอบ

    

c)

    อ่านเน้นเสียงสูงต่ำแสดงอารมณ์ของผู้อ่าน   

d)

.  อ่านเว้นวรรคตอนตามความยาวของประโยค

2.

การอ่านออกเสียงภาษาไทยให้ยึดหลักการอ่านตามเอกสารในข้อใด

    

a)

     ตำราหลักภาษาไทย                               

b)

หลักการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร

   

c)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน            

d)

  หลักการอ่านและพิจารณาวรรณกรรม

3.

การอ่านทำนองเสนาะ หมายความว่าอย่างไร

    

a)

   วิธีการอ่านออกเสียงอย่างไพเราะตามลีลาของ  บทร้อยกรอง

    

b)

     วิธีการอ่านโดยการสอดแทรกอารมณ์ ความรู้สึกลงไปในบทร้อยกรอง

    

c)

     วิธีการอ่านที่มีรูปแบบเฉพาะ เน้นความไพเราะและจังหวะในการอ่าน

    

d)

     วิธีการอ่านที่มุ่งให้ผู้ฟังได้รับความบันเทิงจากเนื้อหาของเรื่องและลีลาการอ่าน

4.

ผู้ที่มีแก้วเสียงดี มีลักษณะอย่างไร

     ก.  เสียงไพเราะไม่แหบเครือ                  ข.  เสียงใสดังกังวานไม่แหบแห้ง

     ค.  เสียงนุ่มทุ้มให้อารมณ์ความรู้สึก          ง. เสียงไพเราะเป็นกังวานเหมือนเสียงลูกแก้วกระทบกัน

a)

เสียงไพเราะไม่แหบเครือ                 

b)

เสียงใสดังกังวานไม่แหบแห้ง

    

c)

เสียงนุ่มทุ้มให้อารมณ์ความรู้สึก         

d)

เสียงไพเราะเป็นกังวานเหมือนเสียงลูกแก้วกระทบกัน

5.

การอ่านที่แสดงอารมณ์โกรธ ควรอ่านอย่างไร

    

a)

     น้ำเสียงสั่นเครือ                            

b)

น้ำเสียงต่ำเน้นเสียง

    

c)

   น้ำเสียงหนักแน่น ไม่ห้วน                 

d)

น้ำเสียงหนักแน่นเน้นเสียงดัง

6.

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง 'การอ่านออกเสียงธรรมดา' กับ 'การอ่านทำนองเสนาะ' คืออะไร

     

a)

     การอ่านทำนองเสนาะมีการหยุดหายใจในแต่ละวรรคยาวนานกว่าการอ่านออกเสียงธรรมดา

     

b)

'

      การอ่านทำนองเสนาะมีการใส่เสียงเอื้อน เสียงสูงต่ำ และมีลีลาทางดนตรีของภาษา

     

c)

     

      การอ่านทำนองเสนาะมีสัมผัสและจังหวะการหยุดที่ชัดเจนกว่า

     

d)

    

  การอ่านออกเสียงธรรมดาใช้ระดับเสียงสูงกว่าทำนองเสนาะ

7.

ในการอ่านทำนองเสนาะ ควรเน้นเสียงหรือทำนองตรงส่วนใดของบทประพันธ์เป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความไพเราะ

  

a)

   ตำแหน่งสัมผัสระหว่างวรรคและสัมผัสระหว่างบท

  

b)

 

   คำที่ทำหน้าที่เป็นคำเอก-คำโทในโคลงและฉันท์

  

c)

  คำที่มีความหมายยากหรือเป็นคำราชาศัพท์

  

d)

  

   คำสุดท้ายของวรรคเพื่อดึงดูดความสนใจ

8.

ลักษณะเด่นของการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภท 'ฉันท์' คือการปฏิบัติในข้อใด

  

a)

   การออกเสียง ครุ-ลหุ ให้ชัดเจนตามฉันทลักษณ์

  

b)

   การเน้นเสียงหนัก-เบาตามคำที่มีวรรณยุกต์เอก-โทเท่านั้น

 

c)

   การทอดเสียงยาวนานกว่าบทร้อยกรองประเภทอื่น ๆ ทั้งหมด

 

d)

  การใช้ทำนองแบบร้องเพลงลูกทุ่งเพื่อสื่อถึงความเป็นพื้นบ้าน

9.

ข้อใดคือลักษณะของร่ายยาว

    

   

a)

     เมื่อจบบทต้องลงท้ายด้วยโคลงสองสุภาพ

    

b)

     ตอนจบนิยมลงท้ายด้วยค่ำว่า แล้วแล นั้นแล

    

c)

    

     มีการกำหนดจำนวนคำในแต่ละวรรค วรรคละ 5 คำ

    

d)

    

    

     ถ้ามีการส่งสัมผัส มีการกำหนดว่าต้องใช้รูปวรรณยุกต์เดียวกัน

10.

. เหตุใดผู้อ่านจึงต้อง 'หยุดหายใจ' ในทุกตำแหน่งที่เป็นเครื่องหมายวรรคตอนและตำแหน่งสัมผัสหลัก

    

 

a)

.

     เพื่อให้ผู้ฟังมีเวลาคิดตามเนื้อหาของบทประพันธ์

    

b)

.

    เพื่อให้การแบ่งวรรคตอนถูกต้อง

    

c)

.

     เพื่อแสดงให้ผู้ฟ้งเห็นว่าผู้อ่านเข้าใจตำแหน่งของคำโท

    

 

d)

.

     เพื่อพักผ่อนเสียงและรวบรวมลมหายใจสำหรับการอ่านวรรคต่อไป

 

11.

ข้อใดไม่ใช่หลักการวิเคราะห์วิจารณ์และประเมินค่าวรรณกรรม

     

a)

      พิจารณาแก่นของเรื่อง                       

b)

อ่านเนื้อหาอย่างละเอียด

     

c)

      3กะระยะสายตาให้กว้างมากที่สุด            

d)

พิจารณาจุดเด่นและจุดด้อยของเรื่อง

12.

ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในการวิจารณ์

      

a)

วิจารณ์อย่างเป็นกลาง                            

b)

วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์

      

c)

   วิจารณ์ตามอารมณ์ ความรู้สึก                 

d)

. อ่านอย่างละเอียดแล้วจึงวิจารณ์

13.

ข้อใดเหมาะสมในการสรุปความคิดเห็นในการวิจารณ์วรรณคดี หรือวรรณกรรม

      

a)

    อธิบายเหตุผลแล้วจึงตามด้วยข้อเสียและข้อดี                    

      

b)

                 

       อธิบายตัวอย่างให้เห็นข้อเสียก่อนข้อดีพร้อมเหตุผล

      

c)

       แสดงความคิดเห็นได้ตามความพอใจของผู้วิจารณ์        

     

d)

               

           

    อธิบายข้อดีให้เห็นก่อนที่ตามด้วยข้อบกพร่องพร้อมเหตุผลและตัวอย่าง

14.

ข้อใดแสดงให้เห็นว่าเป็นการอ่านเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์ที่ไม่ดี

      

a)

       ดาวใจศึกษาหาข้อมูลของผู้แต่งเพิ่มเติม

      

b)

 ดาราพิจารณาเนื้อหาอย่างละเอียดและอ่านซ้ำ

      

c)

       ดาด้าฝึกตั้งคำถาม เพื่อให้รู้ว่าใคร ทำอะไร อย่างไร

      

d)

       ดวงดีประเมินค่างานเขียนยึดประสบการณ์ของตนเองเป็นหลัก

15.

ทักษะการอ่านใด ไม่ใช่ทักษะสำคัญสำหรับการอ่านเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์

      

a)

       การย่อความ             

b)

    การอ่านตีความ

      

c)

     การอ่านถอดความ       

d)

การอ่านจับใจความ

16.

เพราะเหตุใดการวิเคราะห์ข้อดีและข้อบกพร่องจึงเป็นหลัก ในการวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมได้

      

a)

     เพราะทำให้มีความรู้เพิ่มเติม                

b)

เพราะช่วยให้เข้าถึงอารมณ์ได้ง่าย

      

c)

      

      เพราะจะทำให้รู้คาดการณ์เนื้อเรื่องได้       

d)

      เพราะช่วยให้วิจารณ์ได้อย่างสร้างสรรค์

17.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ขั้นตอนการอ่านเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์ที่ถูกต้อง

    

 

a)

  วิเคราะห์โครงเรื่อง                       

 

b)

ตรวจสอบคำถูกคำผิด

      

c)

วิเคราะห์เจตนาของผู้แต่ง              

d)

ศึกษาข้อดีและข้อบกพร่อง

 

18.

                  สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม     

           จะเรียนคมเรียนไปเถิดอย่าเปิดฝัก

           คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก              

           ที่ไหนหลักแหลมคำจงจำเอา

                       (อิศรญาณภาษิต : หม่อมเจ้าอิศรญาณ)

บทประพันธ์ข้างต้น มีจุดมุ่งหมายใด

a)

สั่งสอน                        

b)

ประชด

     

c)

      ยุยง                      

d)

ชมเชย

19.

สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม     

           จะเรียนคมเรียนไปเถิดอย่าเปิดฝัก

           คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก              

           ที่ไหนหลักแหลมคำจงจำเอา

                       (อิศรญาณภาษิต : หม่อมเจ้าอิศรญาณ)

บทประพันธ์ข้างต้น มีลักษณะใกล้เคียงกับสำนวนใด

a)

             ฟังหูไว้หู           

b)

คมในฝัก

     

c)

      ยื่นแก้วให้วานร               

d)

ปลาหมอตายเพราะปาก

20.

สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม     

           จะเรียนคมเรียนไปเถิดอย่าเปิดฝัก

           คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก              

           ที่ไหนหลักแหลมคำจงจำเอา

                       (อิศรญาณภาษิต : หม่อมเจ้าอิศรญาณ)

บทประพันธ์ข้างต้น ข้อใดไม่ใช่สาระสำคัญของบทประพันธ์

a)

ให้รู้จักประมาณตน                

                       

b)

ให้เป็นคนใฝ่เรียนรู้

    

                       

c)

     ให้รู้จักเก็บเล็กผสมน้อย             

                       

d)

ให้ศึกษาหาความรู้ แต่อย่าโอ้อวดตน

                       

21.

การเขียนเรียงความที่ดีควรเริ่มต้นอย่างไร

      

a)

       เขียนเนื้อหาก่อน       

b)

  เขียนบทสรุปก่อน     

c)

     คัดลอกเนื้อหาจากแหล่งอื่น  

d)

วางแผนโครงสร้างและกำหนดหัวข้อ

22.

ข้อใดเขียนสรุปเรียงความได้ถูกต้อง

     

a)

       นำเสนอข้อมูลใหม่    

b)

ยกตัวอย่างใหม่เพิ่มเติม 

c)

  เปิดประเด็นใหม่ให้ผู้อ่านคิด  

d)

.   สรุปเนื้อหาและข้อคิดที่สำคัญ

23.

ลักษณะภาษาในข้อใดควรหลีกเลี่ยงในการเขียนเรียงความ

    

a)

     ภาษาทางการ   

b)

ภาษาที่สละสลวย 

c)

  ภาษาเชิงสร้างสรรค์   

d)

  ภาษาหยาบคายและไม่เหมาะสม

24.

ข้อใดเป็นหัวข้อที่เหมาะสมสำหรับการเขียนเรียงความเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

    

a)

     วิธีการบริหารเวลาส่วนตัว              

b)

        ประโยชน์ของการท่องเที่ยว     

     

c)

      การรีไซเคิลขยะในชีวิตประจำวัน      

d)

ผลกระทบของการใช้สื่อออนไลน์

25.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการเขียนเรียงความที่ดี

     

a)

      มีการวางโครงสร้างที่ชัดเจน              

b)

มีการสรุปที่ชัดเจนและกระชับ

    

c)

     ใส่เนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ            

d)

ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและตรงประเด็น

26.

ส่วนใดของเรียงความที่เน้นการยกตัวอย่างและการเสนอแนวทางปฏิบัติ

    

a)

        คำนำ       

b)

  เนื้อหา        

c)

  สรุป            

d)

ข้อสังเกต

27.

ข้อใดคือจุดประสงค์หลักของการเขียนคำนำในเรียงความ

     

a)

      เพื่อเขียนเนื้อหาหลัก                                  

b)

  เพื่อสรุปเรื่องราวทั้งหมด

     

c)

      เพื่อเพิ่มข้อมูลใหม่ที่ไม่ได้กล่าวถึง                   

d)

เพื่อแนะนำหัวข้อและดึงดูดความสนใจ

28.

การเขียนเรียงความมีจุดมุ่งหมายสำคัญข้อใด

a)


เล่าเหตุการณ์ตามลำดับ

b)


แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล

c)


บันทึกข้อมูลส่วนตัว

d)


รายงานข้อเท็จจริงโดยไม่แสดงความคิดเห็น

29.

งานเขียนประเภทใดมุ่งเน้นการเล่าเรื่องให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์คล้อยตาม

a)


บทความวิชาการ

b)


รายงาน

c)


เรื่องสั้น

d)


บันทึกข้อความราชการ

30.

ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของการเขียนบทความ

a)


ใช้ภาษากึ่งทางการหรือไม่เป็นทางการ

b)

มีโครงสร้างตายตัวเหมือนรายงาน

c)


เขียนเฉพาะความรู้สึกส่วนตัว

d)


ใช้ภาษาทางการเท่านั้น

31.

ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของการผลิตงานเขียน

a)


ตรวจทานภาษา

b)


เรียบเรียงเนื้อหา

c)


วางแผนและกำหนดจุดมุ่งหมาย

d)


เผยแพร่งานเขียน

32.

งานเขียนรูปแบบใดเหมาะกับการแสดงความคิดเห็นเพื่อโน้มน้าวผู้อ่าน

a)


บันทึก

b)

บทความ

c)


รายงานการทดลอง

d)


คำสั่งราชการ

33.

ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการผลิตงานเขียน

a)


ผู้อ่านเป้าหมาย

b)


จุดมุ่งหมายของงานเขียน

c)


ความถูกต้องของภาษา

d)


ความยาวของกระดาษเพียงอย่างเดียว

34.

การเลือกใช้ภาษาที่เหมาะสมกับงานเขียนหมายถึงข้อใด


a)

ใช้คำยากให้มากที่สุด

b)


ใช้ภาษาตามความชอบส่วนตัว

c)


ใช้ภาษาให้สอดคล้องกับรูปแบบและผู้อ่าน

d)

ใช้ภาษาพูดในทุกกรณี

35.

หลังจากเขียนงานเสร็จแล้ว ขั้นตอนใดสำคัญที่สุดก่อนเผยแพร่

a)


เพิ่มจำนวนหน้า

b)


ตรวจสอบและปรับปรุงงานเขียน

c)

เปลี่ยนหัวข้อใหม่

d)


เขียนใหม่ทั้งหมด

36.

จุดมุ่งหมายสำคัญของการประเมินงานเขียนของผู้อื่นคือข้อใด

a)



เพื่อหาข้อผิดพลาดเพียงอย่างเดียว

b)


เพื่อเปรียบเทียบผู้เขียนกับผู้อื่น

c)

เพื่อพัฒนาคุณภาพงานเขียนให้ดีขึ้น

d)


เพื่อวิจารณ์ให้ผู้อื่นรู้สึกเสียใจ

37.

ข้อใดเป็นเกณฑ์ที่ใช้ประเมินงานเขียนได้เหมาะสมที่สุด

a)


ความยาวของงานเขียน

b)


ความถูกต้องของเนื้อหาและภาษา

c)


ความสวยงามของลายมือ

d)



จำนวนหน้ากระดาษ

38.

การประเมินงานเขียนที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

a)


ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวเป็นหลัก

b)


มุ่งตำหนิข้อบกพร่องอย่างเดียว

c)


มีความยุติธรรมและมีเหตุผล

d)


ตัดสินจากความชอบส่วนตัว

39.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบในการประเมินงานเขียน

a)


โครงสร้างของเนื้อหา

b)

การใช้ภาษา

c)


ความคิดสร้างสรรค์

d)


อายุของผู้เขียน

40.

การให้ข้อเสนอแนะในการประเมินงานเขียนควรเป็นอย่างไร

a)


ใช้ถ้อยคำรุนแรงเพื่อให้จดจำ

b)


ชี้เฉพาะจุดอ่อนโดยไม่กล่าวถึงจุดเด่น

c)

ให้คำแนะนำอย่างสร้างสรรค์และสุภาพ

d)


เขียนสั้นที่สุดโดยไม่ต้องอธิบาย