wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กลางภาค การป้องกันการทุจริต ม.6

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือคำนิยามของ "ผลประโยชน์ทับซ้อน" (Conflict of Interest) ที่ชัดเจนที่สุด?

a)
  • การทุจริตคอร์รัปชันในรูปแบบการรับสินบน

b)

สภาวะที่เจ้าหน้าที่รัฐมีประโยชน์ส่วนตัว จนส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในตำแหน่งหน้าที่

c)

การนำทรัพย์สินของราชการไปใช้ในงานส่วนตัวโดยเปิดเผย

d)
  • การทำงานล่วงเวลาเพื่อได้รับเงินโบนัสพิเศษ

2.

พฤติกรรมในข้อใดถือเป็นการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวมได้ถูกต้อง?

a)

สมชายใช้รถยนต์หลวงไปส่งลูกที่โรงเรียนก่อนมาทำงานเพราะเป็นทางผ่าน

b)

สมศรีนำกระดาษรีไซเคิลของออฟฟิศที่ใช้แล้วหนึ่งหน้ากลับไปให้ลูกวาดเขียนที่บ้าน

c)

สมศักดิ์ปฏิเสธการไปงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของบริษัทที่กำลังประมูลงานกับหน่วยงานของตน

d)

สมพลใช้โทรศัพท์สำนักงานโทรหาญาติที่ต่างจังหวัดในเรื่องด่วน

3.

"การใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ญาติพี่น้อง" จัดอยู่ในรูปแบบผลประโยชน์ทับซ้อนข้อใด?

a)

การรับผลประโยชน์จากบุคคลอื่น

b)

การทำงานหลังออกจากตำแหน่ง

c)

ระบบอุปถัมภ์ (Nepotism)

d)

การนำโครงการสาธารณะลงในพื้นที่ตนเอง

4.

หากท่านเป็นประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และพบว่าบริษัทของเพื่อนสนิทประมูลงานได้ ท่านควรทำอย่างไรตามหลักการแยกแยะผลประโยชน์?

a)

ตรวจรับตามปกติแต่เข้มงวดกว่าเดิม

b)

แจ้งขอถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการเพื่อความโปร่งใส

c)

ช่วยเหลือเรื่องเอกสารให้เพื่อนเพื่อให้งานผ่านไปด้วยดี

d)

ขอส่วนแบ่งกำไรในฐานะที่ช่วยดูแลงานให้

5.

ข้อใดเป็นผลกระทบระดับมหภาคที่เกิดจากการไม่แยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม?

a)

บุคคลนั้นอาจถูกตำหนิจากเพื่อนร่วมงาน

b)

องค์กรขาดความเชื่อมั่นและระบบเศรษฐกิจของประเทศเสียหาย

c)

ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำทุจริต

d)

งานเสร็จรวดเร็วขึ้นเพราะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว

6.

การที่ข้าราชการเกษียณอายุแล้วไปเป็นที่ปรึกษาในบริษัทที่ตนเคยกำกับดูแลทันที เสี่ยงต่อการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนแบบใด?

a)

การรับของขวัญ

b)

การใช้ทรัพย์สินของราชการ

c)

หลังการพ้นจากตำแหน่ง

d)

การทำงานเสริม

7.

"ความละอาย" (Hiri) ในบริบทของการป้องกันการทุจริตหมายถึงข้อใด?

a)

การกลัวถูกตำรวจจับดำเนินคดี

b)

ความรู้สึกอายเมื่อต้องไปยืนพูดหน้าเสาธง

c)

ความละอายใจต่อการกระทำผิดแม้ไม่มีใครเห็น

d)

การอายที่ตนเองมีฐานะยากจนกว่าเพื่อน

8.

"ความไม่ทน" (Ottappa) ต่อการทุจริตสะท้อนออกมาในพฤติกรรมใด?

a)

การนิ่งเฉยเมื่อเห็นเพื่อนลอกข้อสอบเพราะไม่อยากมีปัญหา

b)

การแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นการทุจริตในโรงเรียน

c)

การบ่นในโซเชียลมีเดียแต่ไม่กล้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

d)

การเดินหนีจากเหตุการณ์ที่มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ

9.

ข้อใดคือลักษณะของผู้ที่มี "จิตสำนึกสาธารณะ" ในการป้องกันการทุจริต?

a)

รักษาผลประโยชน์ของตนเองเป็นอันดับแรก

b)

มองว่าการโกงเพียงเล็กน้อยเพื่อความสะดวกเป็นเรื่องยอมรับได้

c)

ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าความสะดวกส่วนตัว

d)

ปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะเวลาที่มีกล้องวงจรปิด

10.

การสร้างวัฒนธรรม "ไม่ทนต่อการทุจริต" เริ่มต้นได้ง่ายที่สุดจากที่ใด?

a)

รัฐสภา

b)

องค์กรสหประชาชาติ

c)

ตนเองและครอบครัว

d)

สถานีตำรวจ

11.

นักเรียนสามารถแสดงความไม่ทนต่อการทุจริตในสถานศึกษาได้อย่างไร?

a)

รวมกลุ่มกันต่อต้านการซื้อขายตำแหน่งสภานักเรียน

b)

แอบถ่ายภาพเพื่อนที่ทำผิดระเบียบไปโพสต์ประจาน

c)

ทำการบ้านให้เพื่อนเพื่อแลกกับขนม

d)

เพิกเฉยต่อการเก็บเงินห้องที่โปร่งใส

12.

ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้การทุจริตยังคงมีอยู่ในสังคมไทย?

a)

กฎหมายมีบทลงโทษที่รุนแรงเกินไป

b)

วัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์และการเกรงใจในทางที่ผิด

c)

การมีการศึกษาที่สูงเกินไปของประชากร

d)

การที่ทุกคนเคร่งครัดในระเบียบวินัยมากเกินไป

13.

การเข้าแถวซื้ออาหารตามลำดับก่อนหลัง เป็นการฝึกนิสัยในเรื่องใด?

a)

การแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม

b)

ความเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น

c)

ความละอายที่จะแซงคิวผู้อื่น (ความเท่าเทียมและสิทธิ)

d)

ถูกทั้ง ก และ ค

14.

หากเพื่อนสนิทของท่านขอลอกข้อสอบกลางภาค ท่านควรทำอย่างไรเพื่อแสดงถึงความไม่ทนต่อการทุจริต?

a)

ให้ลอกเพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน

b)

ปฏิเสธอย่างสุภาพและอธิบายถึงผลเสียของการทุจริต

c)

ให้ลอกแต่ขอค่าตอบแทนเป็นเงิน

d)

ตะโกนด่าเพื่อนกลางห้องสอบ

15.

พฤติกรรม "Strong" ในความหมายของการต่อต้านการทุจริตคืออะไร?

a)

มีร่างกายแข็งแรงเพื่อสู้กับคนโกง

b)

มีจิตใจเข้มแข็ง ยึดมั่นในความโปร่งใส และไม่ยอมรับการโกงทุกรูปแบบ

c)

การมีอำนาจสั่งการผู้อื่นได้

d)

การใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาทุจริต

16.

"การรับสินบน" ส่งผลเสียต่อกลไกตลาดอย่างไร?

a)

ทำให้สินค้ามีราคาถูกลง

b)

ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและได้สินค้าด้อยคุณภาพ

c)

ทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้มากขึ้น

d)

ไม่มีผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ

17.

ข้อใดคือหัวใจสำคัญของการปฏิบัติตนตามหลัก "โตไปไม่โกง"?

a)

การมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง

b)

การฉลาดหาช่องว่างทางกฎหมาย

c)

การทำงานให้เสร็จโดยไม่สนใจวิธีการ

d)

การเชื่อฟังคำสั่งผู้ใหญ่ทุกอย่างโดยไม่โต้แย้ง

18.

การกระทำในข้อใดถือว่ามี "ความละอาย" ต่อการทุจริตเชิงนโยบาย?

a)

นักการเมืองที่ไม่ยอมยกมืออนุมัติโครงการที่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัทตนเอง

b)

ประชาชนที่รับเงินซื้อเสียงแต่ไปกาเบอร์อื่น

c)

เจ้าหน้าที่ที่รับสินบนแล้วทำงานให้เร็วขึ้น

d)

ผู้ประกอบการที่หลีกเลี่ยงภาษีเพื่อนำเงินไปบริจาคการกุศล

19.

"การไม่นำความเดือดร้อนส่วนตัวมาเป็นข้ออ้างในการกระทำผิด" จัดเป็นผลเรียนรู้ด้านใด?

a)

ความรู้เรื่องกฎหมาย

b)

การแยกแยะส่วนตนและส่วนรวม

c)

ความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต

d)

การมีส่วนร่วมทางการเมือง

20.

ในฐานะเยาวชนรุ่นใหม่ ท่านจะรณรงค์เรื่องการป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดอย่างไร?

a)

บังคับให้ทุกคนต้องทำตามความคิดของตน

b)

เป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model) ในการรักษาความถูกต้องและใช้สื่อโซเชียลในทางสร้างสรรค์

c)

เขียนป้ายประท้วงด่าทอผู้ที่ทุจริตด้วยคำหยาบคาย

d)

เข้าไปตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต