wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กลางภาค การวิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจ

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือความหมายของความต้องการทางธุรกิจ

a)

ก. เป้าหมายระยะสั้นของฝ่ายผลิต

b)

ข. สิ่งที่องค์กรต้องมีหรือดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์

c)

ค. การทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

d)

ง. แนวคิดในการตั้งราคาสินค้า

e)

จ. วิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กร

2.

ข้อใด ไม่ใช่ ความสำคัญของความต้องการทางธุรกิจ

a)

ก. ช่วยกำหนดทิศทางองค์กร

b)

ข. ช่วยจัดสรรทรัพยากร

c)

ค. ลดการใช้เทคโนโลยี

d)

ง. เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

e)

จ. สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

3.

ปัจจัยใดต่อไปนี้เป็น ปัจจัยภายใน ที่มีผลต่อความต้องการทางธุรกิจ

a)

ก. กฎหมายแรงงาน

b)

ข. พฤติกรรมผู้บริโภค

c)

ค. การแข่งขันในอุตสาหกรรม

d)

ง. อัตราเงินเฟ้อ

e)

จ. ความสามารถของบุคลากร

4.

ตัวอย่างใดแสดงถึง กลยุทธ์ต้นทุนต่ำ

a)

ก. ร้านค้าปลีกขายสินค้าราคาไม่แพง

b)

ข. ร้านกาแฟตกแต่งหรูหรา

c)

ค. ร้านอาหารพัฒนาวัตถุดิบระดับพรีเมียม

d)

ง. ร้านเสื้อผ้าออกแบบเฉพาะ

e)

จ. ร้านเบเกอรี่ทำจากวัตถุดิบนำเข้า

5.

ความต้องการประเภทใดที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงกระบวนการภายในองค์กร

a)

ก. เชิงกลยุทธ์

b)

ข. เชิงนวัตกรรม

c)

ค. เชิงการตลาด

d)

ง. เชิงปฏิบัติการ

e)

จ. เชิงเทคโนโลยี

6.

ข้อใดคือความต้องการเชิงเทคโนโลยี

a)

ก. เพิ่มยอดขาย 20%

b)

ข. ลดเวลาการผลิต

c)

ค. พัฒนาเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์

d)

ง. ปรับปรุงบริการลูกค้า

e)

จ. ขยายฐานลูกค้า

7.

ข้อใดคือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

a)

ก. ต้องศึกษากลยุทธ์คู่แข่ง

b)

ข. ต้องปรับแผนการตลาด

c)

ค. ต้องลดต้นทุนวัตถุดิบ

d)

ง. ต้องลดจำนวนพนักงาน

e)

จ. ต้องใช้ระบบรับออเดอร์อัตโนมัติ

8.

กลยุทธ์สร้างความแตกต่างมีจุดเด่นอย่างไร

a)

ก. ลดต้นทุนได้ดี

b)

ข. ขยายตลาดอย่างรวดเร็ว

c)

ค. มีลักษณะสินค้าที่เฉพาะและจดจำได้

d)

ง. ใช้ทรัพยากรน้อย

e)

จ. มีกำไรสูงสุดเสมอ

9.

การจัดโปรโมชั่น “ซื้อ 1 แถม 1” ในช่วงบ่ายจัดเป็นความต้องการประเภทใด

a)

ก. เชิงเทคโนโลยี

b)

ข. เชิงการตลาด

c)

ค. เชิงกลยุทธ์

d)

ง. เชิงปฏิบัติการ

e)

จ. เชิงบริการ

10.

หากองค์กรต้องการขยายตลาดไปต่างจังหวัด ความต้องการที่ตามมาคืออะไร

a)

ก. ระบบจัดส่งที่รวดเร็ว

b)

ข. การปรับภาพลักษณ์องค์กร

c)

ค. การลดต้นทุน

d)

ง. การพัฒนาพนักงาน

e)

จ. การวิเคราะห์ข้อมูลคู่แข่งขัน

11.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของ ความต้องการเชิงกลยุทธ์

a)

ก. การพัฒนาเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์

b)

ข. การลดระยะเวลาการผลิต

c)

ค. การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด

d)

ง. การใช้ระบบ ERP

e)

จ. การปรับปรุงบริการลูกค้าให้รวดเร็วขึ้น

12.

การเข้าใจความต้องการทางธุรกิจอย่างถูกต้อง ช่วยให้องค์กรสามารถ

a)

ก. เพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งโดยตรง

b)

ข. จัดสรรทรัพยากรและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

c)

ค. ลดความสำคัญของการตลาด

d)

ง. ลดความต้องการของลูกค้า

e)

จ. พัฒนาเทคโนโลยีได้โดยไม่ต้องวิเคราะห์

13.

ปัจจัยใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของ ปัจจัยภายนอก ที่มีผลต่อความต้องการทางธุรกิจ

a)

ก. งบประมาณภายในองค์กร

b)

ข. วัฒนธรรมองค์กร

c)

ค. พฤติกรรมผู้บริโภค

d)

ง. ความสามารถของบุคลากร

e)

จ. เครื่องจักรและอุปกรณ์

14.

กลยุทธ์ขยายสู่ตลาดใหม่ส่งผลให้เกิดความต้องการทางธุรกิจในด้านใด

a)

ก. การลดจำนวนพนักงาน

b)

ข. การวิจัยตลาดและระบบจัดส่งสินค้า

c)

ค. การปรับปรุงคุณภาพสินค้า

d)

ง. การลดต้นทุนการผลิต

e)

จ. การวิเคราะห์ต้นทุนการเงิน

15.

ข้อใด สอดคล้องกับความต้องการเชิงเทคโนโลยีมากที่สุด

a)

ก. การฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ด้านบริการ

b)

ข. การจัดโปรโมชั่นเพื่อเพิ่มยอดขาย

c)

ค. การออกแบบสินค้ารูปแบบใหม่

d)

ง. การกำหนดเป้าหมายการตลาดระยะยาว

e)

จ. การติดตั้งระบบฐานข้อมูลลูกค้า

16.

แบบสำรวจความต้องการทางธุรกิจมีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร

a)

ก. เพื่อออกแบบสินค้าใหม่

b)

ข. เพื่อเก็บภาษีธุรกิจ

c)

ค. เพื่อรวบรวมข้อมูลความต้องการ

d)

ง. เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์

e)

จ. เพื่อเพิ่มยอดขายทันที

17.

คำถามใดจัดเป็น “คำถามปลายปิด”?

a)

ก. ท่านคิดว่าควรปรับปรุงระบบใด?

b)

ข. ท่านมีความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือไม่?

c)

ค. ท่านประสบปัญหาใดบ้างในการใช้งาน?

d)

ง. ท่านใช้ระบบจัดเก็บสินค้าแบบใด?

e)

จ. ท่านแนะนำอะไรในการพัฒนาเว็บไซต์?

18.

ขั้นตอนแรกของการสร้างแบบสำรวจคืออะไร?

a)

ก. เขียนคำถาม

b)

ข. ทดสอบแบบสอบถาม

c)

ค. รวบรวมข้อมูล

d)

ง. แจกจ่ายแบบสอบถาม

e)

จ. กำหนดวัตถุประสงค์

19.

ส่วนใดของแบบสำรวจที่ช่วยให้ผู้ตอบเข้าใจจุดประสงค์และการใช้งานข้อมูล?

a)

ก. คำถามปลายปิด

b)

ข. คำชี้แจงเบื้องต้น

c)

ค. ข้อมูลทั่วไป

d)

ง. ข้อเสนอแนะ

e)

จ. ชื่อแบบสอบถาม

20.

ข้อใดคือองค์ประกอบของแบบสำรวจที่ “ไม่จำเป็นต้องมี”

a)

ก. ชื่อแบบสอบถาม

b)

ข. คำชี้แจง

c)

ค. คำถามเกี่ยวกับความต้องการ

d)

ง. แบบฟอร์มลงทะเบียนออนไลน์

e)

จ. ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบ

21.

คำถาม “ท่านใช้ระบบใดในการจัดเก็บข้อมูล?” เป็นคำถามประเภทใด

a)

ก. ปลายเปิด

b)

ข. ปลายปิดแบบเลือกหลายคำตอบ

c)

ค. ปลายปิดแบบใช่/ไม่ใช่

d)

ง. ปลายปิดแบบเลือกคำตอบเดียว

e)

จ. มาตรระดับ (Likert Scale)

22.

แบบสำรวจที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

a)

ก. ออกแบบเป็นระบบ ชัดเจน

b)

ข. มีเพียงคำถามปลายปิดเท่านั้น

c)

ค. สุ่มคำถามทุกครั้ง

d)

ง. ใช้คำถามที่ยาวและซับซ้อน

e)

จ. ไม่มีคำชี้แจงเพื่อความกระชับ

23.

ตัวอย่างคำถาม “ท่านประสบปัญหาอะไรในการจัดการสต๊อกสินค้า?” เป็นคำถามประเภทใด

a)

ก. ปลายปิด

b)

ข. มาตรระดับ

c)

ค. ปลายเปิด

d)

ง. แบบเลือกได้หลายคำตอบ

e)

จ. แบบเรียงลำดับ

24.

การใช้แบบสำรวจช่วยให้ธุรกิจสามารถ...

a)

ก. ลดต้นทุนทันที

b)

ข. ขยายสาขาได้เร็วขึ้น

c)

ค. เข้าใจปัญหาและความต้องการจริง

d)

ง. ไม่ต้องวางแผนพัฒนา

e)

จ. สื่อสารกับคู่แข่งโดยตรง

25.

ข้อใด “ไม่ใช่” ประเภทของคำถามปลายปิด

a)

ก. คำถามปลายเปิด

b)

ข. เลือกหลายคำตอบ

c)

ค. ใช่/ไม่ใช่

d)

ง. มาตรระดับ

e)

จ. เลือกคำตอบเดียว

26.

ข้อใดคือความหมายของ “เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล”

a)

ก. แบบแผนธุรกิจ

b)

ข. เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้า

c)

ค. เครื่องมือทางการตลาด

d)

ง. โปรแกรมบัญชี

e)

จ. วัสดุหรือเทคโนโลยีที่ใช้ดึงข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย

27.

แบบสอบถามมีจุดเด่นข้อใด

a)

ก. ได้ข้อมูลเชิงลึก

b)

ข. ใช้เวลานาน

c)

ค. เหมาะกับข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ง. ข้อมูลหลากหลาย

e)

จ. ยากต่อการสรุปผล

28.

เครื่องมือใดให้ข้อมูลเชิงลึกและสามารถซักถามเพิ่มเติมได้ทันที

a)

ก. การสัมภาษณ์

b)

ข. เอกสารธุรกิจ

c)

ค. แบบสอบถาม

d)

ง. การสังเกต

e)

จ. การสำรวจ

29.

โปรแกรมใดเหมาะกับองค์กรที่ใช้ Microsoft 365

a)

ก. Google Forms

b)

ข. Typeform

c)

ค. Jotform

d)

ง. Microsoft Forms

e)

จ. SurveyMonkey

30.

การสังเกตเหมาะกับข้อมูลประเภทใด

a)

ก. พฤติกรรม / กระบวนการ

b)

ข. ความคิดเห็น

c)

ค. ความรู้สึก

d)

ง. สถิติย้อนหลัง

e)

จ. คำตอบปลายเปิด

31.

เครื่องมือใดเหมาะกับการทำแบบฟอร์มลงทะเบียนที่ต้องการแนบไฟล์หรือชำระเงิน

a)

ก. Google Forms

b)

ข. Jotform

c)

ค. Typeform

d)

ง. SurveyMonkey

e)

จ. Microsoft Forms

32.

แนวทาง “3-2-1 Backup” หมายถึง

a)

ก. สำรองข้อมูล 3 แบบ

b)

ข. มีข้อมูล 3 ชุด สำรอง 2 ชุด เก็บไว้ออนไลน์ 1 ชุด

c)

ค. เก็บไว้ในเครื่อง 3 ชุด

d)

ง. สร้างแบบสอบถาม 3 ครั้งต่อสัปดาห์

e)

จ. เก็บสำรองข้อมูลวันละ 3 ครั้ง

33.

ถ้ากลุ่มเป้าหมายคือ “พนักงานคลังสินค้า” และต้องการวิเคราะห์ปัญหา ควรใช้เครื่องมือใด

a)

ก. แบบสอบถามออนไลน์

b)

ข. การสังเกต + การสัมภาษณ์

c)

ค. การวิเคราะห์เอกสาร

d)

ง. แบบทดสอบ

e)

จ. แบบสำรวจ

34.

ข้อใดคือจุดเด่นของ Typeform

a)

ก. สร้างแบบฟอร์มได้เฉพาะคำถามปลายปิด

b)

ข. วิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังได้ดี

c)

ค. เชื่อมกับระบบคลาวด์โดยอัตโนมัติ

d)

ง. เป็นเครื่องมือของ Google

e)

จ. เน้นโต้ตอบ ใช้งานง่าย สวยงาม

35.

ตัวอย่างของการวิเคราะห์เอกสารทางธุรกิจคือข้อใด

a)

ก. สังเกตพนักงานบริการลูกค้า

b)

ข. สัมภาษณ์หัวหน้าแผนก

c)

ค. วิเคราะห์ใบสั่งซื้อย้อนหลัง

d)

ง. ทำแบบสอบถามลูกค้า

e)

จ. ส่งแบบทดสอบผ่านออนไลน์

36.

ขั้นตอนแรกของการประมวลผลข้อมูลจากแบบสอบถามคืออะไร

a)

ก. จัดทำกราฟวงกลม

b)

ข. วิเคราะห์ความถี่

c)

ค. ตรวจสอบความถูกต้องของแบบสอบถาม

d)

ง. เขียนรายงานสรุป

e)

จ. คำนวณค่าเฉลี่ย

37.

ข้อมูลจากแบบสอบถามมักบันทึกลงในโปรแกรมใดเพื่อเตรียมวิเคราะห์

a)

ก. PowerPoint

b)

ข. Google Docs

c)

ค. Microsoft Word

d)

ง. Microsoft Excel

e)

จ. Canva

38.

สูตรการหาค่าร้อยละคือข้อใด

a)

ก. จำนวนผู้เลือก ÷ 100

b)

ข. จำนวนผู้ตอบทั้งหมด × 100

c)

ค. จำนวนผู้เลือก ÷ จำนวนผู้ตอบทั้งหมด × 100

d)

ง. จำนวนผู้เลือก × จำนวนผู้ตอบทั้งหมด

e)

จ. จำนวนผู้เลือก + จำนวนผู้ตอบทั้งหมด

39.

ข้อใดคือการใช้ค่าเฉลี่ย

a)

ก. เปรียบเทียบความถี่

b)

ข. หาเปอร์เซ็นต์

c)

ค. วัดความนิยมสูงสุด

d)

ง. วัดระดับความรู้สึกโดยรวม

e)

จ. วิเคราะห์คำตอบปลายเปิด

40.

เทคนิคใดใช้เพื่อดูคำตอบที่พบมากที่สุด

a)

ก. ค่าเฉลี่ย

b)

ข. ค่าร้อยละ

c)

ค. การจัดลำดับ

d)

ง. ค่ามากที่สุด (Mode)

e)

จ. ค่าสูงสุด