wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เก็บตก 1 แบบทดสอบกลางภาค ม4 ภาคเรียนที่ 2/68

Total questions: 70

Worksheet time: 53mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

DNA ประกอบด้วยพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สาย

b)

DNA มีโครงสร้างคล้ายทางรถไฟ

c)

เบส A จับคู่กับเบส G และเบส T จับคู่กับเบส C

d)

ใน 1 เกลียวของ DNA ประกอบด้วยคู่เบส 16 คู่

2.

เบสจากพอลินิวคลีโอไทด์สายหนึ่งเชื่อมกับ

เบสจากพอลินิวคลีโอไทด์อีกสายหนึ่ง

ด้วยพันธะใด

a)

พันธะฟอสโฟไดเอสเตอร์

b)

พันธะโคเวเลนต์

c)

พันธะไฮโดรเจน

d)

พันธะเพปไทด์

3.

ข้อใดต่อไปนี้แสดงส่วนของนิวคลีโอไทด์

a)

โครงสร้าง A

b)

โครงสร้าง B

c)

โครงสร้าง C

d)

โครงสร้าง D

4.

พันธะ A และ B ประกอบขึ้นจากพันธะเคมีชนิดใดบ้าง

a)

พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ และ พันธะไอออนิก

b)

พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ และ พันธะไฮโดรเจน

c)

พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ และ พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์

d)

พันธะไฮโดรเจน และ พันธะไอออนิก

5.

จากภาพโครงสร้างของ nucleotide

A, B และ C คือ อะไรตามลำดับ

a)

phosphate, base & sugar

b)

base, phosphate & sugar

c)

phosphate, sugar & base

6.

ถ้า DNA สายหนึ่งมีลำดับเบสเป็น 5′ A C G T C A G 3′ พอลินิวคลีโอไทด์สายหนึ่งมีลำดับเบสเป็นอย่างไร

a)

ก. 3′ U G C A G U C5′

b)

ข. 5′ U G C A G U C 3′

c)

ค. 3’ T G C A G T C 5′

d)

ง. 5′ T G C A G T C 3′

7.

หน้าที่ของเอนไซม์ DNA พอลิเมอเรส (DNA polymerase) ในการสังเคราะห์ DNA คืออะไร

a)

ก. เชื่อมนิวคลีโอไทด์ให้ต่อกันเป็นสายยาว

b)

ข. ทำให้คู่เบสเชื่อมกันอย่างเสถียร

c)

ค. ทำให้โครงสร้างของ DNA อยู่ในรูปเกลียวคู่

d)

ง. สร้างสายใหม่ของ DNA

8.

องค์ประกอบใดจำเป็นสำหรับกระบวนการถอดรหัสพันธุกรรม (transcription)

1. rRNA 2. สาย DNA ต้นแบบ

3. mRNA 4. DNA polymerase

a)

ก. 1 และ 2

b)

ข. 2 และ 3

c)

ค. 3 และ 4

d)

ง. 2 และ 4

9.

คู่เบสในข้อใดพบทั้งใน RNA และ DNA

a)

ก. G กับ C

b)

ข. A กับ U

c)

ค. T กับ A

d)

ง. T กับ U

10.

Transcription ของ DNA สาย 5′ ATCGTGTACC 3′ จะให้กำเนิดสาย mRNA ลักษณะใด ?

a)

ก 5′ AUCGUGUACC 3′

b)

ข 5′ UAGCACAUGG 3′

c)

ข 5′ TAGCACATGG 3′

d)

ง 5′ GGUACACGAU 3′

11.

ในการเริ่มต้นการแปลรหัสเพื่อสังเคราะห์โปรตีน แอนติโคดอนของกรดอะมิโนตัวแรกคือข้อใด

a)

ก. AUG

b)

ข. UAG

c)

ค. UAA

d)

ง. UAG

12.

กระบวนการที่เกิดตรงหมายเลข 1 คือข้อใด

a)

ก.replication

b)

ข.transcription

c)

ค.translation

d)

ง.duplication

13.

กระบวนการจำลอง DNA (DNA Replication) เกิดขึ้นที่บริเวณใดของเซลล์

a)

1. Nucleus

b)

2. Nucleolus 

c)

3. Cytoplasm 

d)

4. Ribosome 

14.

เอนไซม์หรือโปรตีนชนิดใดเกี่ยวข้องน้อยที่สุดกับกระบวนการแยกสาย DNA ในขั้นตอนการจำลอง DNA

a)

1. Helicase

b)

2. DNA polymerase

c)

3. RNA primer

d)

4. Single stranded binding protein

15.

การสังเคราะห์ DNA ภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นเมื่อใด

a)

1. เมื่อเริ่มมีการเเบ่งเซลล์

b)

2. เมื่อมีการสังเคราะห์โปรตีน

c)

3. เมื่อมีการเริ่มสังเคราะห์ mRNA

d)

4. การสังเคราะห์ DNA ได้ตลอดเวลา

16.

RNA ชนิดใดทำหน้าที่นำกรดอะมิโนที่มีอยู่ในไซโทพลาซึมไปยังบริเวณที่มีไรโบโซมเกาะอยู่เพื่อสังเคราะห์สายพอลิเพปไทด์

a)

1. tRNA

b)

2. rRNA

c)

3. mRNA

d)

4. rRNA และ mRNA

17.

การสังเคราะห์โปรตีนพวกยูคาริโอตประกอบด้วยกระบวนการสำคัญ 2 กระบวนการ คือ

Translation และ Transcription ข้อใดอธิบายได้ถูกต้อง

a)

1. Translation เกิดในนิวเคลียส Transcription  เกิดในไซโทพลาซึม

b)

2. Translation เกิดในไซโทพลาซึม Transcription เกิดในนิวเคลียส

c)

3. Translation และ Transcription เกิดในไซโทพลาซึม

d)

4. Translation และ Transcription เกิดในนิวเคลียส

18.

รหัสหยุด และรหัสเริ่มการสังเคราะห์โปรตีน ข้อใดถูกต้อง

a)

1. UAA : UUU

b)

2. UGA : UUU

c)

3. UAA  : AUG

d)

4. UAG  : GUA

19.

องค์ประกอบใดจำเป็นสำหรับกระบวนการจำลอง DNA

a)

1. DNA : DNA Polymerase

b)

2. DNA  : RNA Polymerase

c)

3. RNA  : RNA Polymerase

d)

4. DNA  : DNA Polymerase : RNA Polymerse

20.

mRNA สายหนึ่งมีลำดับเบส ดังนี้ 5' -AUGCAUGCAUGC- 3' ในการแปลรหัสเพื่อสังเคราะห์โปรตีนได้กรดอะมิโนกี่ตัว

a)

1. 2 ตัว

b)

2. 3 ตัว

c)

3. 4 ตัว

d)

4. 5 ตัว

21.

การสังเคราะห์ Arginine ปลายของ mRNA มีรหัสเป็น CGG ดังนั้น รหัสที่ปลายของ transfer RNA ที่จะนำกรดอะมิโนไปที่ไรโบโซมต้องมีรหัสอย่างไร

a)

1. ACC

b)

2. GCC

c)

3. AUG

d)

4. CCG

22.

7. 3’CTAAGCTACCGGGACACCTATGCGGAGGACGGGACTTCG5’ จากลำดับนิวคลีโอไทด์ของ DNA ที่กำหนดให้ เมื่อสิ้นสุดการแปลรหัสจะได้สายพอลิเพปไทด์ที่มีกรดแอมิโนกี่โมเลกุล

a)

8 ตัว

b)

9 ตัว

c)

10 ตัว

d)

11 ตัว

23.

8. ลำดับเหตุการณ์ของการแปลรหัสข้อใดถูกต้อง

a)

e a c b d

b)

a c e b d

c)

a e c b d

d)

e a c d b

24.

9. หมายเลข 4 คือเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ใด

a)

สร้าง RNA primer ให้เป็นตัวเริ่มการจำลองดีเอ็นเอ จากปลาย 5’ → 3’

b)

นำ nucleotide มาต่อให้ polynucleotide ยาว ในทิศทาง 5’ → 3’

c)

แยกเกลียวคู่ของ DNA เป็นสายเดี่ยว 2 สาย

d)

สร้างพันธะ Phosphodiester เพื่อเชื่อม okazaki fragment ในสาย lagging strand

25.

10. "สร้างพันธะ Phosphodiester เพื่อเชื่อม okazaki fragment ในสาย lagging strand และ ซ่อมแซม DNA ในสาย leading strand" คือหน้าที่ของเอนไซม์ชนิดใด

a)

Helicase

b)

Primase

c)

DNA polymerase

d)

Ligase

26.

ข้อใดไม่ใช่สมบัติของสารพันธุกรรม

a)

สามารถเพิ่มจำนวนได้โดยมีลักษณะเหมือนเดิม

b)

สามารถถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากรุ่นพ่อแม่ไปยังรุ่นลูกได้

c)

สามารถสร้างเบสเองได้

d)

สามารถควบคุมให้เซลล์สังเคราะห์สารต่างๆ เพื่อแสดงลักษณะทางพันธุกรรมให้ปรากฏ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้บ้าง

27.

รหัสสามเบสซึ่งประกอบด้วย 3 นิวคลีโอไทด์เรียงต่อกันตามลำดับใน mRNA เป็น1รหัสเรียกว่าอะไร

a)

แอนติโคดอน (anticodon)

b)

รหัสเริ่มต้น (start codon)

c)

รหัสหยุด (stop codon)

d)

โคดอน (codon)

28.

AUG คือกรดอะมิโนอะไร

a)

เมไทโอนีน

b)

อะลานีน

c)

อาร์จินีน

d)

ไอโซลิวซีน

29.

ลักษณะที่แสดงออกของสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากอิทธิพลของข้อใด

a)

ก.อิทธิพลของยีน

b)

ข. สิ่งแวดล้อมและจีน

c)

ค.สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลมากที่สุดT

d)

ง. อิทธิพลของธรรมชาติ

30.

จากภาพ หมายเลข 2 คือข้อใด

a)

ก. การจำลองตัวเองของ DNA

b)

ข. การจำลองตัวเองแบบกึ่งอนุรักษ์

c)

ค. การแปลรหัส

d)

ง. การถอดรหัส

31.

การถอดรหัสพันธุกรรมเริ่มจากทิศทางใด

a)

3' ไป 5'

b)

5' ไป 3'

c)

3' ไป 3'

d)

5' ไป 5'

32.

ลำดับเบสบริเวณ anticodon ของ tRNA ตัวที่ 1 ต้องเป็นแบบข้อใด จึงจะสามารถเข้าเกาะกับ codon เริ่มต้นบนเส้น mRNA ในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน

a)

5'-ACC-3

b)

3'-CCA-5'

c)

5'-CAU-3'

d)

3'-CAU-5'

33.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับแอลลีล (Allele) และโปรตีน?

a)

แอลลีลเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ที่กำหนดลักษณะทางพันธุกรรมโดยผ่านกระบวนการสร้างโปรตีน

b)

แอลลีลเป็นโปรตีนที่สร้าง DNA

c)

แอลลีลไม่เกี่ยวข้องกับโปรตีน

d)

โปรตีนควบคุมการสร้างแอลลีล

34.

กระบวนการสังเคราะห์โปรตีนเกี่ยวข้องกับลักษณะทางพันธุกรรมอย่างไร?

a)

โปรตีนที่สร้างขึ้นมีผลต่อการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรม

b)

ลักษณะทางพันธุกรรมมีผลต่อการสร้าง DNA เท่านั้น

c)

RNA เป็นตัวควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมโดยตรง

d)

กระบวนการสังเคราะห์โปรตีนไม่มีผลต่อลักษณะทางพันธุกรรม

35.

ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสารพันธุกรรมและโปรตีน?

a)

สารพันธุกรรมกำหนดลำดับของกรดอะมิโนในโปรตีน

b)

โปรตีนบางชนิดเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมกระบวนการทางพันธุกรรม

c)

แอลลีลที่แตกต่างกันสามารถทำให้เกิดโปรตีนที่แตกต่างกัน

d)

โปรตีนสามารถเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมโดยตรง

36.

ถ้ากำหนดให้อักษรต่างๆต่อไปนี้แทนขั้นต่างๆของการสังเคราะห์โปรตีน

A. = mRNA เคลื่อนที่ออกจากนิวเคลียส

B. = ไรโบโซมเคลื่อนที่ไปตาม mRNA

C. = DNA ในนิวเคลียสสร้าง mRNA

D. = กรดอะมิโนเชื่อมกันเป็นสายยาว

E. = tRNA นำกรดอะมิโนมายัง mRNA

ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องของการสังเคราะห์โปรตีนเป็นไปตามข้อใด

a)

A --> B --> C --> D --> E

b)

A --> C --> B --> E --> D

c)

C --> A --> B --> E --> D

d)

D --> E --> B --> A --> C

37.

rRNA ทำหน้าที่สำคัญในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน คือ

a)

ช่วยเป็นแหล่งยึดเกาะของ mRNA และ tRNA ในกระบวนการแปลรหัส

b)

ช่วยให้ tRNA นำกรดอะมิโนมาใช้สังเคราะห์โปรตีนได้เร็วขึ้น

c)

รับข่าวสารทางพันธุกรรมจาก DNA เพื่อช่วยในการแปลรหัสของ tRNA

38.

ข้อใดคือข้อแตกต่างของนิวคลีโอไทด์ DNA และ RNA


a)

ชนิดของเบส

b)

ชนิดของน้ำตาล

c)

ชนิดของหมู่ฟอสเฟต

d)

ชนิดของหมู่ฟอสเฟต

39.

ข้อใดเป็นการกลายระดับยีน silent mutation

a)

b)

c)

d)

40.

ข้อใดเป็นการกลายแบบ missense mutation

a)

b)

c)

d)

41.

กลุ่มอาการ Turner's syndrome มีลักษณะเป็นไปตามข้อใด

a)


เกิดจากโครโมโซม X หายไป 1 แท่ง เป็นเพศหญิง รูปร่างเตี้ย คอสั้น หน้าแก่ มีแผ่นหนังคล้ายปีกจากต้นคอลงมาจรดหัวไหล่ มักเป็นหมันและไม่มีประจำเดือน

b)

พบในเพศชาย เกิดจากโครโมโซม X เกินมา 1 หรือ 2 โครโมโซม ทำให้คารีโอไทป์เป็น 47,XXY หรือ 48,XXXY

c)

เกิดในผู้ชาย ที่มีโครโมโซม y เกินมา 1 แท่ง มีจีโนไทป์เป็น xyy เรียกว่า Super Male

d)

เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา 1 โครโมโซม ทำให้เป็นปัญญาอ่อน ปากแหว่ง เพดานโหว่

42.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับการจำลอง DNA และข้อใดถูกต้อง

  1. 1. การจำลอง DNA ทั้งสาย leading strand และ lagging strand จำเป็นต้องมีการสร้าง primer ก่อน

  2. 2. ท่อน okazaki fragment จะสามารถพบได้ในการสร้าง lagging strand เท่านั้น

  3. 3. เอนไซม์ DNA polymerase ทำหน้าที่ในการจำลอง DNA โดยการสร้างสายใหม่ในทิศทาง 5' ---> 3' เสมอ

a)

1) และ 2)

b)

1) และ 3)

c)

2) และ 3)

d)

1) 2) และ 3)

43.

เพราะเหตุใด lagging strand template จึงเป็นแม่แบบในการสังเคราะห์ DNA ท่อนสั้น ๆ ทำใหการสังเคราห์ DNA เป็นไปอย่างไม่ต่อเนื่อง

a)

เพราะใช้เอนไซม์ DNA polymerase คนละชนิด

b)

เพราะทิศทางการสร้างสายใหม่จากปลาย 3' ไปปลาย 5'

c)

เพราะทิศทางการสังเคราะห์สวนทางกับ

การคลายเกลียว DNA

d)

เพราะต้องรอให้สาย leading strand template สังเคราะห์เสร็จก่อน

44.

ข้อใด ไม่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมิวเตชัน (Mutation) ?

a)

ก. การเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซม

b)

ข. การเปลี่ยนรูปร่างสัณฐานของโครโมโซม

c)

ค. การเปลี่ยนแปลงชนิดของเบสใน DNA

d)

ง. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม

45.

เกิดได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย มีโครโมโซมมากกว่าคนปกติ มีอาการปากแหว่ง เพดานโหว่ และหูหนวก ลักษณะความผิดปกติข้างต้น พบในกลุ่มอาการของความผิดปกติทางพันธุกรรมใด

a)

ก. Turner syndrome

b)

ข. Down syndrome

c)

ค. Patua syndrome

d)

ง. Cri du chat syndrome

46.

ยีนมิวเทชัน (gene mutation) เมื่อเกิดแล้วจะมีผลอย่างไร

a)

ก. ส่วนใหญ่ทำให้ยีนมีลักษณะดีขึ้น

b)

ข. เกิดแล้วไม่สามารถถ่ายทอดได้แม้จะเกิดกับเซลล์สืบพันธุ์ก็ตาม

c)

ค. เกิดแล้วจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสปีชีส์ได้ในบางโอกาส

d)

ง.เมื่อเกิดแล้วจะไม่มีผลต่อลักษณะทางพันธุกรรม

47.

กลุ่มอาการดาวน์( Down’s syndrome ) เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งในคน มีสาเหตุจากปรากฏการณ์ใด

a)

ก. โครโมโซมคู่ที่ 5 เส้นหนึ่งมีบางส่วนขาดหายไป

b)

ข. โครโมโซมคู่ที่ 5 เกินมาหนึ่งเส้น

c)

ค. โครโมโซมคู่ที่ 21 เส้นหนึ่งมีบางส่วนขาดหายไป

d)

ง. โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาหนึ่งเส้น

48.

ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด

a)

ก. สารชักนาหรือสิ่งก่อกลายพันธุ์ เรียกว่า mutagenic agent เช่น รังสี UV สารเคมี

b)

ข. mutation เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ได้

c)

ค. point mutation ทาให้เกิดการแปลกรดอะมิโน ผิดทั้งสายพอลิเพปไทด์ หรือเรียกว่า frameshift mutation

d)

ง. การแปรผันทางพันธุกรรมเกิดจาก mutation เท่านั้น

49.

ข้อใดหมายถึง frameshift mutation

a)

ก. โครโมโซมขาด และต่อเข้าไปที่เดิมแบบ กลับหัวกลับหาง

b)

ข. การเพิ่มหรือขาดหายไปของ nucleotide บน DNA มีผลให้ กรดอะมิโนตั้งแต่ตาแหน่งที่มี การเพิ่มหรือลดลงของโคดอน เปลี่ยนไปทั้งหมด

c)

ค. การแทนที่เบส 1 ตัวในสายดีเอนเอ แล้วมีผลทา ให้กรดอะมิโนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

d)

ง. สารชักนา หรือสิ่งก่อกลายพันธุ์ เช่น รังสี สารเคมี เป็นต้น

50.

โรคทางพันธุกรรมใดต่อไปนี้เป็นโรคที่เกิดจากความผิดพลาดของโครโมโซมเพศ

a)

กลุ่มอาการดาวน์

b)

กลุ่มอาการเทอร์เนอร์

c)

กลุ่มอาการคริดูชาต์

d)

กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด

51.

เด็กที่มีอาการปัญญาอ่อน เสียงร้องเหมือนแมวในขณะโกรธ ความผิดปกตินี้เกิดจาก

a)

โครโมโซมคู่ที่ 5 เส้นหนึ่งมีบางส่วนขาดหายไป

b)

โครโมโซมคู่ที่ 5 เกินมาหนึ่งเส้น

c)

โครโมโซมคู่ที่ 21 เส้นหนึ่งมีบางส่วนขาดหายไป

d)

โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาหนึ่งเส้น

52.

การเกิดมิวเทชันตามธรรมชาติเกิดจากการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบใดของ DNA

a)

ชนิดของน้ำตาลเพนโทส

b)

ลำดับเบสของนิวคลีโอไทด์

c)

จำนวนหมู่ฟอสเฟต

d)

จำนวนสายนิวคลีโอไทด

53.

ข้อใดไม่ได้เกิดจากการ non-disjunction ในการแบ่งเซลล์แบบ meiosis

a)

Criduchat syndrome

b)

Down syndrome

c)

Turnor syndrome

d)

Klinefelter syndrome

54.

โรค Sickle Cell Anemia มีลักษณะเม็ดเลือดแดงเป็นรูปใด

a)

เป็นวงกลม

b)

เป็นรูปเคียว

c)

เป็นวงรี

d)

เป็นรูปครึ่งวงกลม

55.

ข้อใดบอกความหมายของมิวเทชันที่ถ่ายทอด ไปยังลูกหลานได้ถูกต้อง

a)

เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะจำนวนโครโมโซม ในเซลล์ร่างกาย

b)

เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะจำนวนโครโมโซม ในเซลล์สืบพันธุ์

c)

เป็นการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม ในเซลล์ร่างกาย

d)

เป็นการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม ในเซลล์สืบพันธุ

56.

ต้นถั่วมีGenotype RRYy สามารถสร้างเซลล์สืบพันธ์ได้กี่แบบ

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

57.

ถ้ากำหนดให้ A แทนลักษณะสูง a แทนลักษณะ เตี้ย ผสมต้นถั่วสูงHeterozygous โอกาสจะได้ลูก Genotype แบบใดมากที่สุด

a)

AA

b)

Aa

c)

aa

d)

เท่ากันทุกโอกาส

58.

ผสมสุนัขที่มีจีโนไทป์ดังนี้ AaBb x AaBb จะได้ลูกที่เกิดมามีอัตราส่วนของลักษณะเด่น ต่อลักษณะด้อย ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ลักษณะเด่น : ลักษณะด้อย = 1 : 1

b)

ลักษณะเด่น : ลักษณะด้อย = 3 : 1

c)

ลูกที่เกิดมีลักษณะเด่น aabb = 1:16

d)

ลูกท่ีเกิดมีลักษณะด้อย aabb = 1:16

59.

ชายหญิงคู่หน่ึงมีลักษณะหนังตาชั้นเดียวทั้งคู่แต่งงานกัน มีลูกชายคนแรกพบว่ามีหนังตาสองชั้น โอกาสท่ีลูกชายคนที่สองจะมีหนังตาสองชั้นเป็นเท่าใด

a)

0

b)

1/2

c)

1/4

d)

1/8

60.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะทางพันธุกรรม

a)

มีลักยิ้ม

b)

รอยสัก

c)

ลักษณะสีผิว

d)

ลักษณะเส้นผม

61.

ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของยีนเด่น (dominant) ได้ถูกต้อง

a)

ลักษณะที่แสดงออกในลูกรุ่นที่ 1 และ 2 ในการทดลองของเมนเดล

b)

ลักษณะที่ไม่แสดงออก

c)

ลักษณะที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม

d)

ลักษณะที่ควบคุมลักษณะทางร่างกาย

62.

จากการทดลองของเมนเดล เมื่อนำต้นถั่วลันเตาเมล็ดกลม พันธุ์แท้ ผสมกับ ต้นถั่วลันเตาเมล็ดขรุขระ พันธ์ุแท้ ลูกรุ่น F1 จะมีลักษณะเมล็ดอย่างไร

a)

เมล็ดกลมทั้งหมด

b)

เมล็ดขรุขระทั้งหมด

c)

เมล็ดกลมต่อเมล็ดขรุขระ อัตราส่วน 3:1

d)

เมล็ดกลมต่อเมล็ดขรุขระ อัตราส่วน 1:1

63.

ข้อใดหมายถึง ลักษณะด้อย (recessive trait)

a)

การแสดงออกของลักษณะของยีนด้อยที่ต้องอยู่เป็นคู่กับยีนด้อย

b)

การแสดงออกของลักษณะถึงแม้จะมียีนเด่นเพียงยีนเดียว

c)

ถูกทั้ง 2 ข้อ

d)

ไม่มีข้อถูก

64.
ข้อใดหมายถึง ลักษณะที่แสดงออกของยีน
a)
ฟีโนไทป์
b)
จีโนไทป์
c)
เซลล์สืบพันธุ์
d)
อัลลีล
65.
โครโมโซมลักษณะเหมือน มีหน้าที่ควบคุมลักษณะของสิ่งมีชีวิตเดียวกัน เรียกว่าอะไร
a)
โฮโมไซกัสโครโมโซม
b)
เฮเทอโรไซกัสโครโมโซม
c)
โฮโมไซกัสจีโนไทป์
d)
 ไม่มีข้อถูก
66.

ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะถั่วลันเตาที่เมนเดลศึกษา

a)

ลักษณะของใบ

b)

สีของดอก

c)

สีของเมล็ด

d)

ลักษณะของฝัก

67.

จากการทดลองของเมนเดล เมื่อนำต้นถั่วลันเตาเมล็ดกลม พันธุ์แท้ ผสมกับ ต้นถั่วลันเตาเมล็ดขรุขระ พันธ์ุแท้ ลูกรุ่น F1 จะมีลักษณะเมล็ดอย่างไร

a)

เมล็ดกลมทั้งหมด

b)

เมล็ดขรุขระทั้งหมด

c)

เมล็ดกลมต่อเมล็ดขรุขระ อัตราส่วน 3:1

d)

เมล็ดกลมต่อเมล็ดขรุขระ อัตราส่วน 1:1

68.

จากการทดลองของเมนเดล เมื่อนำต้นถั่วลันเตาเมล็ดกลม (จีโนไทป์เฮเทอโรไซกัส) ในรุ่น F1 มาผสมกันจะได้ต้นถั่วลันเตาเมล็ดกลมและเมล็ดขรุขระ ในอัตราส่วนเท่าใดในรุ่น F2

a)

เมล็ดกลมต่อเมล็ดขระขระในรุ่น F2 เท่ากับ 3:1

b)

เมล็ดกลมต่อเมล็ดขรุขระ

ในรุ่น F2 เท่ากับ 1:1

c)

เมล็ดกลมต่อเมล็ดขรุขระ

ในรุ่น F2 เท่ากับ 2:1

d)

เมล็ดกลมต่อเมล็ดขรุขระ

ในรุ่น F2 เท่ากับ 4:1

69.

ถ้าพ่อแม่มีจีโนไปท์แบบเฮเทอโรไซกัส (Cc) จงหาความน่าจะเป็นที่ลูกจะมีจีโนไปท์แบบฮอมอไซกัสรีเซสซีพ คือข้อใด

a)

1/2

b)

1/4

c)

1/6

d)

1/8

70.

นักชีววิทยาคนหนึ่ง ทำการทดลองผสมพันธุ์ ดอกบานไม่รู้โรยสีแดงที่มีจีโนโนไทป์ ( CRCWC^R C^W ) กับดอกบานไม่รู้โรยสีขาว ที่มีจีโนไทป์ ( CWCWC^W C^W ) ซึ่งควบคุมด้วยการข่มแบบไม่สมบูรณ์ อัตราส่วนลักษณะทางพันธุกรรมของรุ่น F1 จะเป็นอย่างไร

a)

ดอกสีแดง : ดอกสีขาว

อัตราส่วน 3:1

b)

ดอกแดง : ดอกสีชมพู :

ดอกสีขาว อัตราส่วน 2:1:1

c)

ดอกแดง : ดอกสีชมพู :

ดอกสีขาว อัตราส่วน 1:1:1

d)

ดอกแดง : ดอกสีชมพู :

ดอกสีขาว อัตราส่วน 1:2:1