Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

311-Part Soil

Total questions: 30

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

ตามหลักการแล้ว สัดส่วนในอุดมคติของส่วนประกอบที่เป็นของแข็ง (Solid Phase) ในดิน ควรประกอบด้วยอะไรบ้าง?

a)

น้ำ 25% และอากาศ 25%

b)

อนินทรียวัตถุ 45% และอินทรียวัตถุ 5%

c)

ฮิวมัส 80% และรากพืช 10%

d)

อนินทรียวัตถุ 50% และอินทรียวัตถุ 50%

2.

ชั้นหน้าตัดดิน (Soil Horizon) ใด ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งกำเนิดหลักของฮิวมัส (Humus)?

a)

ชั้น B (Subsoil)

b)

ชั้น A (Topsoil)

c)

ชั้น C (Parent Material)

d)

ชั้น O (Organic Layer)

3.

ข้อใดคือคุณสมบัติเด่นของดินร่วน (Loam) ที่ทำให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืชส่วนใหญ่?

a)

มีอนุภาคทรายเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ระบายน้ำและอากาศได้ดีเยี่ยม

b)

มีส่วนผสมของทราย ตะกอน และดินเหนียวในสัดส่วนที่สมดุล

c)

มีค่า Cation Exchange Capacity (CEC) สูงที่สุดในบรรดาดินทุกชนิด

d)

มีอนุภาคดินเหนียวเป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้กักเก็บธาตุอาหารได้สูง

4.

แร่ทุติยภูมิ (Secondary Minerals) ในดินเกิดขึ้นจากกระบวนการใดเป็นหลัก?

a)

การผุพังทางกายภาพ (Physical Weathering) ของหินดาน

b)

การสะสมตัวของอินทรียวัตถุและซากพืชซากสัตว์

c)

การผุพังทางเคมี (Chemical Weathering) ของแร่ปฐมภูมิ

d)

การตกผลึกโดยตรงจากหินหนืด (Magma)

5.

โครงสร้างของแร่ดินเหนียวชนิด 2:1 (2:1 Type Clay Minerals) มีลักษณะการเรียงตัวของแผ่นชั้นอย่างไร?

a)

แผ่นเตตระฮีดรอล 1 ชั้น สลับกับแผ่นออกตะฮีดรอล 1 ชั้น

b)

แผ่นเตตระฮีดรอล 2 ชั้น เรียงซ้อนกันโดยมีพันธะไฮโดรเจนยึดเหนี่ยว

c)

แผ่นออกตะฮีดรอล 2 ชั้น ประกบอยู่ระหว่างแผ่นเตตระฮีดรอล 1 ชั้น

d)

แผ่นออกตะฮีดรอล 1 ชั้น ประกบอยู่ระหว่างแผ่นเตตระฮีดรอล 2 ชั้น

6.

ปัจจัยใดที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คอลลอยด์ดิน (Soil Colloids) มีความสามารถในการดูดยึด (Adsorption) ไอออนต่างๆ ได้สูง?

a)

ละลายน้ำได้ดี

b)

มีขนาดอนุภาคใหญ่และน้ำหนักมาก

c)

มีประจุไฟฟ้าเป็นบวกบนพื้นผิว

d)

มีพื้นที่ผิวต่อปริมาตรสูงมาก

7.

ค่าความจุในการแลกเปลี่ยนแคตไอออน (Cation Exchange Capacity - CEC) หมายถึงอะไร?

a)

ปริมาณประจุลบทั้งหมดบนพื้นผิวคอลลอยด์ที่สามารถดูดยึดและแลกเปลี่ยนแคตไอออนได้

b)

ความเร็วในการแลกเปลี่ยนระหว่างไอออนบวกและไอออนลบในดิน

c)

จำนวนแคตไอออนทั้งหมดที่มีอยู่ในสารละลายดิน (Soil Solution)

d)

ความสามารถของดินในการต้านทานการเปลี่ยนแปลงค่า pH

8.

ส่วนประกอบใดของดินที่มีค่า CEC สูงที่สุด?

a)

ดินเหนียวชนิดเคโอลิไนต์ (Kaolinite)

b)

อินทรียวัตถุ (ฮิวมัส)

c)

ดินทราย (Sands)

d)

ดินเหนียวชนิดสเมกไทต์ (Smectite)

9.

ข้อใดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ดินมีสภาพเป็นกรดตามกระบวนการทางธรรมชาติ?

a)

การสะสมของแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3​)

b)

การผุพังของหินปูนซึ่งเป็นวัตถุต้นกำเนิดดิน

c)

การระเหยของน้ำในพื้นที่แห้งแล้ง

d)

การชะล้างด้วยน้ำฝน (Leaching) และการย่อยสลายอินทรียวัตถุ

10.

ลำดับความแรงในการยึดเกาะของแคตไอออนบนผิวคอลลอยด์ดิน จากมากไปน้อย ข้อใดถูกต้องที่สุด?

a)

Al3+>Ca2+>Mg2+>K+>Na+

b)

Al3+>H+>Ca2+>K+>Mg2+

c)

Na+>K+>Mg2+>Ca2+>Al3+

d)

K+>Na+>Ca2+>Mg2+>Al3+

11.

เมื่อค่า pH ของดินเพิ่มขึ้น (เป็นด่างมากขึ้น) จะส่งผลต่อค่า CEC อย่างไร?

a)

ค่า CEC จะเพิ่มขึ้น

b)

ค่า CEC จะกลายเป็นประจุบวก

c)

ค่า CEC จะลดลง

d)

ค่า CEC จะไม่เปลี่ยนแปลง

12.

โครงสร้างดิน (Soil Structure) แบบใดที่ดีที่สุดสำหรับการกักเก็บอากาศและการซึมผ่านของน้ำ?

a)

แบบแผ่น (Platy)

b)

ไม่มีโครงสร้าง (Structureless)

c)

แบบก้อนเหลี่ยม (Blocky)

d)

แบบก้อนกลม (Granular / Crumb)

13.

อนุภาคดินขนาดทรายแป้ง (Silt) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตามการจำแนกอยู่ในช่วงใด?

a)

0.05 มม. - 0.002 มม.

b)

< 0.002 มม.

c)

> 2.0 มม.

d)

2.0 มม. - 0.05 มม.

14.

ดินเค็ม (Saline Soils) มีลักษณะเด่นที่เป็นอันตรายต่อพืชอย่างไร?

a)

มีค่า pH ต่ำมากจนเป็นพิษต่อรากพืช

b)

ขาดธาตุอาหารหลัก เช่น แคลเซียม และแมกนีเซียม

c)

มีการสะสมของแคลเซียมคาร์บอเนตจนเป็นชั้นแข็ง

d)

ทำให้เกิดสภาวะเครียดออสโมติก (Osmotic Stress) ทำให้พืชดูดน้ำได้ลำบาก

15.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบหลักของ 'ฮิวมัส' (Humus)?

a)

เศษซากพืชที่ยังไม่ย่อยสลาย

b)

กลุ่มสารประกอบโพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides)

c)

กลุ่มสารประกอบไนโตรเจน (Amino Acids, Proteins)

d)

กลุ่มสารประกอบแอโรแมติก (Aromatic Molecules)

16.

ความสามารถในการบัฟเฟอร์ (Buffering Capacity) ของดิน หมายถึงอะไร?

a)

ความสามารถในการกักเก็บน้ำไว้ในช่องว่างของดิน

b)

ความสามารถในการปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับพืช

c)

ความสามารถในการแลกเปลี่ยนแอนไอออน (Anion Exchange Capacity)

d)

ความสามารถของดินในการต้านทานการเปลี่ยนแปลงค่า pH เมื่อมีการเติมกรดหรือด่าง

17.

แร่กลุ่มใดจัดเป็นแร่ปฐมภูมิ (Primary Minerals) ประเภท Tectosilicates (โครงสร้างร่างแห)?

a)

แอมฟิโบล (Amphiboles) และไพรอกซีน (Pyroxenes)

b)

โอลิวีน (Olivine)

c)

ไมกา (Mica) และแร่ดินเหนียว (Clay Minerals)

d)

ควอตซ์ (Quartz) และเฟลด์สปาร์ (Feldspars)

18.

ในดินที่มีสภาพเป็นกรดจัด (เช่น pH < 5) ธาตุใดมักจะละลายออกมาในปริมาณที่สูงจนอาจเป็นพิษต่อพืชได้?

a)

ไนโตรเจน (N) และกำมะถัน (S)

b)

อะลูมิเนียม (Al3+) และแมงกานีส (Mn2+)

c)

แคลเซียม (Ca2+) และแมกนีเซียม (Mg2+)

d)

ฟอสฟอรัส (P) และโมลิบดีนัม (Mo)

19.

กระบวนการ Nitrification ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ (เช่น การใส่ปุ๋ยแอมโมเนียม) ส่งผลต่อความเป็นกรดของดินอย่างไร?

a)

ไม่ส่งผลต่อค่า pH ของดินโดยตรง

b)

ทำให้ดินเป็นด่างมากขึ้นเนื่องจากการใช้ไฮโดรเจนไอออน (H+)

c)

ทำให้เกิดการสะสมของเกลือแอมโมเนียมคลอไรด์ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกลาง

d)

ทำให้ดินเป็นกรดมากขึ้นเนื่องจากการปลดปล่อยไฮโดรเจนไอออน (H+)

20.

ดินทราย (Sandy Soil) และดินเหนียว (Clay Soil) มีคุณสมบัติต่างกันอย่างไรในแง่ของความไวต่อการเปลี่ยนแปลง pH และปริมาณปูนที่ต้องใช้แก้กรด?

a)

ดินทั้งสองชนิดมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลง pH และใช้ปูนในปริมาณเท่ากัน

b)

ดินเหนียวไวต่อการเปลี่ยนแปลง pH มากกว่าและใช้ปูนในปริมาณน้อยกว่า

c)

ดินทรายไวต่อการเปลี่ยนแปลง pH น้อยกว่าและใช้ปูนในปริมาณมากกว่า

d)

ดินทรายไวต่อการเปลี่ยนแปลง pH มากกว่าและใช้ปูนในปริมาณน้อยกว่า

21.

โซลัม (Solum) ในทางปฐพีวิทยา หมายถึงชั้นหน้าตัดดินส่วนใด?

a)

เฉพาะชั้น A และ O

b)

ชั้น O, A และ B รวมกัน

c)

ทุกชั้นตั้งแต่ O ถึง R

d)

เฉพาะชั้น C และ R

22.

แอนไอออน (Anion) ชนิดใดที่ถูกดูดยึดบนผิวคอลลอยด์ดินได้น้อยที่สุดและมีแนวโน้มถูกชะล้างได้ง่ายที่สุด?

a)

ฟอสเฟต (PO43−​)

b)

ซัลเฟต (SO42−​)

c)

ไนเตรต (NO3−​) และคลอไรด์ (Cl−)

d)

ไฮดรอกไซด์ (OH−)

23.

สิ่งมีชีวิตในดินกลุ่มใดที่มีบทบาทหลักในการเป็นผู้ย่อยสลาย (Decomposers) ซากพืชซากสัตว์?

a)

รากพืช

b)

ชิปมังก์และสัตว์ฟันแทะ

c)

แบคทีเรียและเชื้อรา

d)

ไส้เดือนดิน

24.

ชั้น E (E Horizon) หรือชั้นชะล้าง (Leaching Layer) มีลักษณะเด่นอย่างไร?

a)

ประกอบด้วยเศษหินที่ยังไม่ผุพัง

b)

มีสีแดงหรือเหลืองเนื่องจากการสะสมของเหล็กออกไซด์

c)

มีสีจางเนื่องจากแร่ธาตุและอินทรียวัตถุถูกชะล้างออกไป

d)

มีสีเข้มเนื่องจากการสะสมของฮิวมัส

25.

สารอินทรีย์ชนิดใดที่ย่อยสลายได้ช้าที่สุดในดินและเป็นองค์ประกอบหลักของฮิวมัส?

a)

แป้ง (Starches)

b)

เฮมิเซลลูโลส (Hemicelluloses) และเซลลูโลส (Celluloses)

c)

น้ำตาล (Sugars) และโปรตีน (Proteins)

d)

ลิกนิน (Lignins) และไข (Waxes)

26.

การเกิดดินเปรี้ยวจัด (Acid Sulfate Soils) มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารประกอบใด?

a)

การละลายของแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3​) ในน้ำ

b)

การออกซิเดชันของสารประกอบไพไรต์ (FeS2​) เมื่อสัมผัสกับอากาศ

c)

การย่อยสลายของอินทรียวัตถุในสภาวะไร้อากาศ

d)

การสะสมของเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) จากน้ำทะเล

27.

เครื่องมือ 'สามเหลี่ยมจำแนกเนื้อดิน' (Soil Texture Triangle) ใช้ข้อมูลเปอร์เซ็นต์ของอนุภาคใดบ้างในการจำแนกชนิดของเนื้อดิน?

a)

กรวด (Gravel), ทราย (Sand) และดินเหนียว (Clay)

b)

ทราย (Sand), ทรายแป้ง (Silt) และดินเหนียว (Clay)

c)

อินทรียวัตถุ (Organic Matter), ทรายแป้ง (Silt) และดินเหนียว (Clay)

d)

น้ำ (Water), อากาศ (Air) และของแข็ง (Solid)

28.

บทบาทสำคัญของน้ำในดินคือข้อใด?

a)

เป็นแหล่งกำเนิดหลักของออกซิเจนสำหรับรากพืช

b)

ช่วยเร่งกระบวนการผุพังทางกายภาพของหิน

c)

ช่วยเพิ่มค่า Cation Exchange Capacity (CEC) ของดิน

d)

เป็นตัวทำละลายธาตุอาหารและลำเลียงไปสู่รากพืช

29.

แร่ดินเหนียวชนิด 1:1 เช่น เคโอลิไนต์ (Kaolinite) มีคุณสมบัติเด่นคืออะไร?

a)

มีประจุบวกบนพื้นผิว และสามารถแลกเปลี่ยนแอนไอออนได้ดี

b)

เป็นแร่ปฐมภูมิที่ทนทานต่อการผุพังสูง

c)

ขยายตัว-หดตัวสูงเมื่อความชื้นเปลี่ยนแปลง และมีค่า CEC สูง

d)

ไม่ขยายตัวเมื่อเปียกน้ำ และมีค่า CEC ต่ำ

30.

Active Acidity (ความเป็นกรดที่แสดงผล) ในดิน วัดจากไฮโดรเจนไอออน (H+) ที่อยู่ที่ใด?

a)

ที่อยู่ในโครงสร้างของแร่อะลูมิโนซิลิเกต

b)

ที่เกิดจากกระบวนการหายใจของรากพืช

c)

ที่ถูกดูดยึดอยู่บนผิวคอลลอยด์

d)

ในสารละลายดิน (Soil Solution)