wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบมิดเทอมวิชา หลักประกันภัย

Total questions: 57

Worksheet time: 29mins

Name
Class
Date
1.

การประกันภัยคืออะไรในมุมมองของการบริหารความเสี่ยง?

a)

การกำจัดความเสี่ยงที่พบเจอไป

b)

การถ่ายโอนความเสี่ยงทางการเงินไปยังบริษัทประกันภัย

c)

การยอมรับความเสี่ยงไว้เองทั้งหมด

d)

การลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์

2.

“เบี้ยประกันภัย (Premium) คืออะไร?

a)

เงินที่บริษัทจ่ายให้กับผู้เอาประกัน

b)

เงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายแลกกับความคุ้มครอง

c)

ค่าปรับเมื่อผู้เอาประกันภัยทำผิดสัญญา

d)

เงินปันผลที่ได้จากการลงทุนของบริษัท

3.

ข้อใดคือหน้าที่หลักและพื้นฐานที่สุดของการประกันภัย?

a)

การออมเงิน

b)

การถ่ายโอนความเสี่ยง (Risk Transfer)

c)

การบริหารค่าใช้จ่ายความเสียหาย

d)

การลดภาษี

4.

การที่บริษัทประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนเกิดเหตุ เรียกว่าหลักการใด?

a)

หลักหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

b)

หลักสุจริตใจอย่างยิ่ง

c)

หลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (Indemnity)

d)

หลักการเฉลี่ย

5.

การประกันภัยช่วยสร้างความมั่นคงในมิติใดมากที่สุด?

a)

มิติทางการเมือง

b)

มิติทางจิตใจและหลักประกันทางการเงิน

c)

มิติทางเทคโนโลยี

d)

มิติทางกฎหมาย

6.

บทบาททางเศรษฐกิจของการประกันภัยในด้าน “แหล่งเงินทุน” คือข้อใด?

a)

การปล่อยกู้ให้กองระบบ

b)

การนำเบี้ยประกันไปลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานและพันธบัตร

c)

การจ่ายเงินชดเชยให้กับทางราชการ

d)

การควบคุมราคาสินค้าบางประเภท

7.

“การแบ่งปันความเสี่ยง (Sharing of Risks) ในกลุ่มผู้เอาประกันภัย” เรียกว่าอะไร?

a)

การคุ้มภัยร่วม

b)

การกระจายภัย

c)

การเฉลี่ยภัย

d)

การรวมภัย

8.

ข้อใดเป็นบทบาททางสังคมของการประกันภัย?

a)

การเพิ่มกำไรให้กับบริษัทจดทะเบียน

b)

การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสังคม

c)

การควบคุมจำนวนประชากร

d)

การเพิ่มต้นทุนให้ภาคธุรกิจมากขึ้น

9.

กรมธรรม์ประเภทใดที่สามารถนำไปใช้เป็น “หลักประกัน” (Collateral) ในการขอสินเชื่อได้?

a)

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล

b)

ประกันชีวิตและประกันอัคคีภัย

c)

ประกันภัยการเดินทาง

d)

ประกันภัยโจรกรรม

10.

หน่วยงานใดทำหน้าที่กำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย?

a)

ธนาคารแห่งประเทศไทย

b)

สำนักงาน คปภ.

c)

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

d)

กรมสรรพากร

11.

“Risk” หรือ “ความเสี่ยง” ในบริบทการประกันภัยหมายถึงอะไร?

a)

ความแน่นอนที่ต้องเกิดขึ้น

b)

โอกาสที่จะเกิดความสูญเสียทางการเงินหรือความไม่แน่นอนในอนาคต

c)

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความตาย

d)

กำไรที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุน

12.

การจัดตั้งหน่วยงานหรือทีมงานในองค์กร จัดเป็นการบริหารความเสี่ยงแบบใด?

a)

การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

b)

การโอนความเสี่ยง

c)

การควบคุมความสูญเสีย (Loss Control)

d)

การรักษาความเสี่ยงไว้เอง

13.

“ภัยที่นำไปประกันได้ (Insurable Risk)” ต้องมีลักษณะอย่างไร?

a)

ต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากเจตนาคน

b)

ต้องแน่ชัดว่าจะเกิดเมื่อใด

c)

ต้องมีความไม่แน่นอนในเรื่องเวลาและสถานที่ แต่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้น

d)

ต้องเกิดขึ้นโดยบังเอิญและไม่เกิดจากเจตนา

14.

ทำไม “ความเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ” ของทรัพย์สินจึงเอาประกันไม่ได้?

a)

เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแน่นอน

b)

เพราะมีมูลค่าสูงจนเกินไป

c)

เพราะคำนวณสถิติไม่ได้

d)

เพราะผิดศีลธรรม

15.

“หลักกฎของจำนวนมาก” (Law of Large Numbers) มีความสำคัญอย่างไรต่อบริษัทประกันภัย?

a)

ช่วยให้คาดการณ์ได้มากขึ้น

b)

ช่วยให้กำหนดเบี้ยประกันแม่นยำขึ้นจากการเฉลี่ยความเสี่ยง

c)

ช่วยในการเลี่ยงภาษี

d)

ช่วยในการบริจาคภาษี

16.

ข้อใดคือข้อยกเว้นอย่างชัดเจนที่ “เอาประกันไม่ได้”?

a)

ภัยน้ำท่วม

b)

ภัยไฟไหม้

c)

ความเสี่ยงจากการตัดสินใจทางธุรกิจผิดพลาด

d)

อุบัติเหตุทางรถยนต์

17.

การที่บริษัทประกันภัยโอนความเสี่ยงบางส่วนไปยังบริษัทอื่น เรียกว่าอะไร?

a)

การทำประกันภัยซ้ำ

b)

การประกันภัยต่อ (Reinsurance)

c)

การยกเลิกกรมธรรม์

d)

การรวมสิทธิ

18.

ขั้นตอนแรกของการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) คืออะไร?

a)

การประเมินความเสี่ยง

b)

การบ่งชี้หรือระบุความเสี่ยง (Risk Identification)

c)

การจ่ายเงินชดเชย

d)

การทำประกันภัย

19.

การส่งเสริมให้ตรวจสุขภาพประจำปี จัดเป็นเครื่องมือใดของบริษัทประกันภัย?

a)

การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

b)

การควบคุมความสูญเสีย

c)

การกระจายความเสี่ยง

d)

การกำหนดเบี้ย

20.

ภัยใดต่อไปนี้มักถูกระบุว่าเป็น “ภัยที่ยากจะเอาประกัน”?

a)

สงครามขนาดใหญ่

b)

การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

c)

การเจ็บป่วย

d)

ภัยโจรกรรม

21.

“Insurable Interest” หมายถึงหลักการใด?

a)

หลักผลประโยชน์ที่เอาประกันได้

b)

หลักสุจริตใจอย่างยิ่ง

c)

หลักเหตุใกล้ชิด

d)

หลักการงดเว้นสิทธิ

22.

หากนาย ก. แอบไปทำประกันทรัพย์สินกับบ้านของนาย ข. โดยที่นาย ก. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ จะถือว่าขัดต่อหลักการใด?

a)

หลักผลประโยชน์ที่เอาประกันได้ (Insurable Interest)

b)

หลักสุจริตใจอย่างยิ่ง (Utmost Good Faith)

c)

หลักการเฉลี่ยความคุ้มครอง (Contribution)

d)

หลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (Indemnity)

23.

"Utmost Good Faith" บังคับให้ผู้สัญญาต้องทำสิ่งใด?

a)

จ่ายเบี้ยประกันให้ตรงเวลา

b)

เปิดเผยข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้องแก่กัน

c)

ต้องเป็นคนสัญชาติเดียวกัน

d)

ต้องรู้จักกันมาก่อนเสมอ

24.

หากผู้เอาประกันภัยปกปิดข้อเท็จจริงบางตอนขณะสมัครประกัน จะมีผลอย่างไร?

a)

สัญญาเป็นโมฆียะ

b)

สัญญาเป็นโมฆะทันที

c)

บริษัทต้องจ่ายสินไหมตามจริงเสมอ

d)

ไม่เกิดผลกระทบใดๆ

25.

หลักการใดที่พิจารณา "ต้นเหตุที่แท้จริง" ของความเสียหาย?

a)

หลักการเฉลี่ย

b)

หลักสาเหตุใกล้ชิด (Proximate Cause)

c)

หลักการชดใช้

d)

หลักส่วนได้เสีย

26.

ตามหลักการ "Indemnity" ผู้รับประกันจะชดใช้ค่าสินไหมอย่างไร?

a)

จ่ายเงินให้มากกว่าความเสียหายจริงเพื่อทดแทน

b)

จ่ายเงินไม่เกินกว่าความสูญเสียที่แท้จริง

c)

ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ให้ซ่อมเอง

d)

จ่ายตามที่ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องมาเท่าไหร่ก็ได้

27.

"Subrogation" หรือหลักการรับช่วงสิทธิ เกิดขึ้นเมื่อใด?

a)

เมื่อบริษัทประกันภัยได้จ่ายเบี้ยประกันแล้ว

b)

เมื่อบริษัทประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เอาประกันแล้ว

c)

เมื่อเกิดเหตุวินาศภัยทันที

d)

เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต

28.

หากการประกันทรัพย์สินสิ่งเดียวกันได้รับจาก 3 บริษัท เมื่อเกิดเหตุจะใช้หลักการใดในการจ่ายสินไหม?

a)

หลักการรวมสิทธิ

b)

หลักการเฉลี่ย (Contribution)

c)

หลักส่วนได้เสีย

d)

หลักสุจริตใจอย่างยิ่ง

29.

"Mitigation of Loss" หมายถึงหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยในเรื่องใด?

a)

การแจ้งความตำรวจ

b)

การพยายามป้องกันและลดความเสียหายให้น้อยที่สุด

c)

การนำทรัพย์สินไปขายทอดตลาด

d)

การขอเพิ่มเบี้ยประกัน

30.

หลักการรวมสิทธิ (Subrogation) ไม่ค่อยนำมาใช้กับประกันประเภทใด?

a)

ประกันรถยนต์

b)

ประกันอัคคีภัย

c)

ประกันชีวิต

d)

ประกันภัยขนส่งสินค้า

31.

ประกันชีวิตประเภท "ชั่วระยะเวลา" (Term) มีลักษณะเด่นอย่างไร?

a)

เน้นการออมเงินระยะยาว

b)

คุ้มครองเฉพาะช่วงเวลาที่กำหนด หากไม่เสียชีวิตไม่มีเงินคืน

c)

มีเงินปันผลทุกปี

d)

คุ้มครองไปจนถึงอายุ 9999 ปีเสมอ

32.

ประกันชีวิตแบบ "ตลอดชีพ" (Whole Life) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?

a)

เพื่อการศึกษาบุตร

b)

เพื่อเป็นมรดกหรือค่าทำศพให้คนข้างหลัง

c)

เพื่อเก็งกำไรในตลาดหุ้น

d)

เพื่อใช้จ่ายรายเดือนหลังเกษียณ

33.

แบบประกัน "สะสมทรัพย์" (Endowment) ประกอบด้วยส่วนประกอบใดบ้าง?

a)

การคุ้มครองชีวิตและการออมเงิน

b)

การคุ้มครองอุบัติเหตุและการลงทุนหุ้น

c)

การคุ้มครองทรัพย์สินและการประกันภัยต่อ

d)

การประกันสุขภาพและการค่ารักษาพยาบาล

34.

ประกันชีวิตแบบ "Unit-Linked" คืออะไร?

a)

ประกันชีวิตที่คุ้มครองเฉพาะโรคติดต่อ

b)

ประกันชีวิตควบการลงทุน

c)

ประกันชีวิตที่ไม่มีค่าเวนคืน

d)

ประกันชีวิตที่ค้ำสินเชื่อธนาคารเท่านั้น

35.

สิทธิในทาง "เวนคืนกรมธรรม์" หมายถึงอะไร?

a)

การขอกู้เงินจากบริษัทประกัน

b)

การขอยกเลิกกรมธรรม์เพื่อรับเงินมูลค่าเวนคืนที่มีอยู่

c)

การขอเพิ่มความคุ้มครอง

d)

การขอเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์

36.

ใครคือ "ผู้เอาประกันภัย"?

a)

บุคคลที่บริษัทประกันภัยตกลงคุ้มครองชีวิต

b)

บุคคลที่จ่ายเบี้ยเงินในนามเมื่อเกิดเหตุ

c)

บริษัทที่เป็นคู่สัญญา

d)

ตัวแทนที่มาขายประกัน

37.

"มูลค่าเงินสำเร็จ" ในประกันชีวิต หมายถึงข้อใด?

a)

การปิดกรมธรรม์แล้วได้เงินคืนทันที

b)

การหยุดส่งเบี้ยแต่ให้ความคุ้มครองลดลงตามระยะเวลาเดิม

c)

การหยุดส่งเบี้ยและคงระยะเวลาคุ้มครองเท่าเดิมแต่ทุนประกันลดลง

d)

การจ่ายเงินเบี้ยในวันถัดครั้งหน้า

38.

ประกันสุขภาพแบบ IPD คุ้มครองกรณีใด?

a)

การรักษาพยาบาลที่เป็นผู้ป่วยใน (ต้องนอนโรงพยาบาล)

b)

พบแพทย์แบบไป-กลับ (ผู้ป่วยนอก)

c)

การซื้อยาที่ร้านยา

d)

การตรวจสุขภาพประจำปี

39.

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) มักไม่คุ้มครองในกรณีใด?

a)

เหตุที่เกิดในบ้าน

b)

รถชน

c)

การทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกาย (ถ้าไม่มีระบุเพิ่มเติม)

d)

การเล่นกีฬาหรือกิจกรรมเสี่ยงอันตราย (ถ้าไม่มีระบุเพิ่มเติม)

40.

ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ในประกันสุขภาพมีไว้เพื่ออะไร?

a)

เพื่อให้บริษัทเตรียมเงิน

b)

เพื่อป้องกันการทำประกันเมื่อเจ็บป่วยมาแล้ว

c)

เพื่อรอให้ลูกค้าเปลี่ยนใจ

d)

เพื่อรอการอนุมัติจาก คปภ.

41.

"พ.ร.บ. รถยนต์" จัดเป็นประกันภัยประเภทใด?

a)

ประกันภาคสมัครใจ

b)

ประกันภาคบังคับ

c)

ประกันภัยส่วนบุคคล

d)

ประกันภัยเบ็ดเตล็ด

42.

ประกันรถยนต์ประเภท 1 คุ้มครองครอบคลุมกว่าชนิดใด?

a)

รถหายเท่านั้น

b)

รถหาย ไฟไหม้ และความเสียหายต่อรถ (รวมทั้งแบบไม่มีคู่กรณี)

c)

คุ้มครองเฉพาะความรับผิดบุคคลภายนอก

d)

คุ้มครองเฉพาะความเสียหายเล็กน้อย

43.

ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย โดยมาตรฐานไม่คุ้มครองภัยใด (ถ้าไม่ซื้อเพิ่ม)?

a)

ไฟไหม้

b)

ฟ้าผ่า

c)

ลมพายุ

d)

แก๊สหุงต้มระเบิด

44.

การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Insurance) คุ้มครองสิ่งใดบ้าง?

a)

ตัวเรือและสินค้า (Cargo)

b)

การเดินทางโดยเครื่องบินเท่านั้น

c)

การขนส่งทางบกอย่างเดียว

d)

การประมงน้ำจืด

45.

"Underwriting" คือหน้าที่ของใครในบริษัทประกันภัย?

a)

พนักงานขาย

b)

พนักงานพิจารณารับประกันภัย

c)

พนักงานเคลม

d)

พนักงานบัญชี

46.

"ตัวแทนประกันภัย" (Agent) แตกต่างจาก "นายหน้าประกันภัย" (Broker) อย่างไร?

a)

ตัวแทนสังกัดบริษัทเดียว แต่นายหน้าไม่สังกัดบริษัท (อิสระ)

b)

นายหน้าสังกัดบริษัทเดียว แต่งตนแแบบอิสระ

c)

ตัวแทนไม่ต้องขอใบอนุญาต

d)

นายหน้าคืนน้ำที่จ่ายเงินสินไหม

47.

"จรรยาบรรณวิชาชีพ" (Code of Ethics) มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใด?

a)

เพื่อให้ขายประกันได้ยอดสูงๆ

b)

เพื่อรักษามาตรฐานการประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องทั้งต่อลูกค้าและวิชาชีพ

c)

เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย

d)

เพื่อเพิ่มค่าธรรมเนียม

48.

หากตัวแทนชักชวนให้ลูกค้า "ยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อทำใหม่" โดยไม่แจ้งผลเสีย จะถือว่าผิดจรรยาบรรณหรือไม่?

a)

ไม่ผิด เพราะเป็นการเพิ่มยอดขาย

b)

ผิด เพราะทำให้ลูกค้าเสียประโยชน์

c)

ไม่ผิด หากบริษัทให้อัตราค่าธรรมเนียมให้

d)

ผิดเฉพาะถ้าลูกค้าเป็นคนต่างชาติ

49.

มาตรฐานจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีจำนวนกี่ประการสำคัญ?

a)

3 ประการ

b)

5 ประการ

c)

6 ประการ

d)

10 ประการ

50.

การคัดเลือกรับความเสี่ยง (Underwriting) พิจารณาจากปัจจัยใด?

a)

อายุและสุขภาพ

b)

อาชีพและไลฟ์สไตล์

c)

ประวัติความเสี่ยง/เคลมในอดีต

d)

ถูกทุกข้อ

51.

เงินสำรองประกันภัย (Insurance Reserve) มีไว้เพื่ออะไร?

a)

เพื่อแจกโบนัสพนักงาน

b)

เพื่อรองรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนในอนาคต

c)

เพื่อนำไปซื้อที่ดินหน้าห้างสรรพสินค้า

d)

เพื่อจ่ายรายจ่ายของหน่วยงานเดียว

52.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของ "ทรัพย์ที่เอาประกันได้"?

a)

สามารถคำนวณมูลค่าเป็นเงินได้

b)

เกิดความความเสียหายต่ออย่างฝ่ายผู้เอาประกันเอง

c)

มีความเสี่ยงที่อาจเอาประกันได้

d)

ไม่ขัดต่อกฎหมาย

53.

ภารกิจของ คปภ. คือข้อใด?

a)

กำกับและพัฒนาธุรกิจประกันภัยให้มั่นคง

b)

คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน

c)

ส่งเสริมให้ธุรกิจประกันภัยสร้างความเสี่ยงทางให้เศรษฐกิจ

d)

ถูกทุกข้อ

54.

หากผู้เอาประกันภัยไม่แจ้ง "ส่วนได้เสีย" ผลทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร?

a)

ใช้บังคับได้ตามปกติ

b)

สัญญาไม่ผูกพัน หรือฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้

c)

บริษัทต้องคืนเบี้ย 10 เท่า

d)

ลูกค้าต้องติดคุก

55.

การเวนคืนกรมธรรม์ ปกติจะได้รับเงินคืนเท่าใด?

a)

เท่ากับเบี้ยที่จ่ายไปทั้งหมด

b)

มากกว่าเบี้ยที่จ่ายไปเสมอ

c)

ตามมูลค่ารับซื้อคืนที่ระบุในกรมธรรม์ (มักน้อยกว่าเบี้ยในช่วงปีแรกๆ)

d)

0 บาท

56.

หลักการ "เฉลี่ย" (Contribution) จะใช้เมื่อใด?

a)

เมื่อบริษัทประกันภัยล้มละลาย

b)

เมื่อมีการประกันภัยทรัพย์สินซ้ำซ้อนและเกิดเหตุเสียหาย

c)

เมื่อผู้เอาประกันภัยเปลี่ยนที่อยู่

d)

เมื่อมีการปรับอัตราคอกเบี้ย

57.

"Proximate Cause" หากสาเหตุแรกที่ทำให้เกิดเหตุไม่อยู่ในความคุ้มครอง บริษัทต้องจ่ายหรือไม่?

a)

จ่ายครึ่งหนึ่ง

b)

ไม่ต้องจ่าย (ถ้าสาเหตุหลักไม่คุ้มครอง)

c)

จ่ายตามความพอใจ

d)

ต้องจ่ายเสมอ