NEW
Font size
Worksheetsสังคมศึกษา ม.4
Total questions: 30
Worksheet time: 34mins
1. ตลาดหมายถึง
ก. สถานที่ที่มีการซื้อขาย
ข. สถานที่ที่มีการซื้อขายอย่างเดียว
ค. สถานที่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายมาแลกเปลี่ยนสินค้า
ง. ถูกทุกข้อ
2. ตลาดที่แบ่งตามชนิดสินค้าข้อใดไม่เกี่ยวข้อง
ก. ตลาดสินค้าเกษตร
ข. ตลาดสินค้าอุตสาหกรรม
ค. ตลาดบริการ
ง. ตลาดสินค้าเพื่อการแปรรูป
3. ความหมายของตลาดขายส่งข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. ขายให้ผู้ซื้อโดยตรง
ข. ขายให้กับพ่อค้า แต่ไม่ขายผู้บริโภค
ค. ขายให้กับทุกฝ่าย
ง. ขายให้กับภาครัฐ
4. ความหมายของตลาดขายปลีกข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. ขายให้ผู้บริโภคโดยตรง
ข. ขายให้พ่อค้าคนกลาง
ค. ขายให้กับทุกคน
ง. ไม่มีข้อใดถูก
5. ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. มีการผูกขาด
ข. แข่งขันเสรี ได้เต็มที่
ค. กำหนดราคาไม่ได้
ง. ราคาสินค้ากำหนดโดยกลไกตลาด
6. ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. ค้าขายเสรี
ข. มีการกำหนดราคากลไกตลาด
ค. ผู้ขายมีอิทธิพลในการกำหนดราคา
ง. ไม่มีข้อใดถูก
7. ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้สินค้า
ก. ตลาดสินค้าผู้บริโภค
ข. ตลาดสินค้าผูกขาด
ค. ตลาดสินค้าผู้ผลิต
ง. ตลาดเงินและตลาดทุน
8. ข้อดีของด้านการผลิตของตลาดแข่งชันสมบูรณ์ข้อ ใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
ข. ไม่มีคุณภาพ
ค. สินค้าคุณภาพต่ำ
ง. มีการกำหนดมีการกำหนดราค
9. ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. มีความเที่ยงตรง
ข. การจัดสรรเงินเดือนมีประสิทธิภาพ
ค. การจัดสรรทรัพยากรมีประสิทธิภาพ
ง. การจัดสรรคนงานมีประสิทธิภาพ
10. ข้อเสียของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้อง
ก. ระยะยาวผู้ผลิตจะได้กำไรน้อย
ข. มีการผูกขาดสินค้า
ค. ไม่มีการแข่งขันระหว่างผู้ผลิต
ง. ผู้ผลิตมักจะไม่มีการลงทุน
11. ประเภทตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้อง
ก. ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
ข. ตลาดผู้ขายน้อยราย
ค. ตลาดผูกขาด
ง. ตลาดผู้ซื้อน้อยราย
12. สบู่ ยาสีฟัน จัดอยู่ตลาดประเภทใด
ก. ตลาดการกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
ข. ตลาดผู้ขายน้อยราย
ค. ตลาดผูกขาด
ง. ไม่มีข้อใดถูก
13. ไฟฟ้า น้ำประปา จัดเป็นตลาดประเภทใด
ก. ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
ข. ตลาดผูกขาด
ค. ตลาดผู้ขายน้อยราย
ง. ตลาดแข่งขันสมบูรณ์
14. ข้อดีของตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ข้อใดต่อไปนี้ไม่ไม่เกี่ยวข้อง
ก. ควบคุมการบริโภคและการให้สวัสดิการ
ข. ควบคุมสภาพแวดล้อม
ค. ควบคุมการผูกขาด
ง. สร้างแรงจูงใจให้เอกชน
15. ข้อเสียของตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ข้อใดถูกต้อง
ก. การจัดสรรทรัพยากรไม่เป็นธรรม
ข. ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค
ค. มีการแข่งขันน้อย
ง. ถูกทุกข้อ
16. ลักษณะสำคัญของเศรษฐกิจแบบทุนนินิยมคืออะไร
ก ให้เสรีภาพแกเอกชนในการดำเนินการด้านเศรษฐกิจ
ข เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต บางประเภท
ค รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตทั้งหมด
ง. รัฐและเอกชนร่วมกันดำเนินการด้านเศรษฐกิจ
17. ข้อดีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
ก. ผู้บริโภคได้สินค้าที่มีคุณภาพและหลากหลาย
ข เกิดความไม่เท่าเทียมในการกระจายรายได้
ค ประชาชนมีความเท่าเทียม
ง รัฐสามารถควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามนโยบายได้
18. ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม คืออะไร
ก. หากมีผู้ผลิตสินค้าน้อยราย ผู้ผลิตมีโอกาสรวมตัวกัน ผูกขาดการผลิต เพราะรัฐไม่ได้ เข้าไปควบคุม
ข. การวางแผนการผลิต โดยรัฐและเอกชนร่วมกันอาจเกิดข้อขัดแย้งกันได้
ค. ประชาชนไม่มีเสร็ภาพในการผลิตจึงขาดแรงจูงใจในการทำงาน
ง. การดำเนินงานไม่คล่องตัวเพราะส่วนมากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่
19. ยุโรป มีระบบเศรษฐกิจแบบใด
ก. ทุนนิยม
ข. สังคมนิยม
ค. แบบผสม
ง. เป็นเจ้าของเอง
20. ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมมีลักษณะอย่างไร
ก. เอกชนเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
ข. รัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน
ค. รัฐและเอกชนร่วมกันเป็นเจ้าของ
ง. การแข่งขันได้รับการยอมรับ
21. ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมคืออะไร
ก. รัฐต้องนำงบประมาณมาลงทุนแทนที่จะพัฒนาด้านอื่น
ข. เกิดลัทธิวัตุนิยมและบริโภคนิยม
ค. เกิดความไม่เท่าเทียม
ง. ประชาชนไม่มีเสรีภาพอย่างเต็มที่
22. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. การแข่งขันการผลิตเป็นไปอย่างเสร็ รัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซง
ข. กิจการด้านการผลิตเป็นของเอกชนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรม
ค. รัฐและเอกชนร่วมกันวางแผนการผลิตสินค้า และบริการทุกประเภท เพื่อให้ สินค้าและบริการมีคุณภาพ
ง. เอกชนทำการผลิต แต่รัฐเข้าไปแทรกแชงหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย เพื่อให้เกิด
ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ
23. ประเทศใด ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบผสม
ก. ไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น
ข. จีน อินเดีย เวียดนาม
ค. เมียนมา ลาว ฟิลิปปินส์
ง. กัมพูชา เมียนมา ไทย
24. ประเทศลาว ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบใด
ก. ทุนนิยม
ข. สังคมนิยม
ค. แบบผสม
ง. เป็นเจ้าของเอง
25. ประเทศเวียดนาม ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบใด
ก. ทุนนิยม
ข. สังคมนิยม
ค. แบบผสม
ง. เป็นเจ้าของเอง
26. "กลไกราคา" สอดคล้องกับข้อใด
ก. ผลิตอะไร ผลิตเท่าใด ผลิตเมื่อใด
ข. ผลิตอะไร ผลิตอย่างไร ผลิตเมื่อใด
ค. ผลิตอะไร ผลิตอย่างไร ผลิตเท่าใด
ง. ผลิตอะไร ผลิตอย่างไร ผลิตเพื่อใคร
27. ข้อความใดเป็นไปตาม กฎของอุปสงค์
ก. ถ้าเครื่องดื่มน้ำส้มคั้นราคาสูงขึ้น จำนวนผู้บริโภคจะมากขึ้น
ข. ถ้าเครื่องดื่มน้ำส้มคั้นราคาลดต่ำลง จำนวนผู้บริโภคจะจะลดน้อยลง
ค. ถ้าเครื่องดื่มน้ำส้มคั้นราคาลดต่ำลง จำนวนผู้บริโภคจะมากขึ้น
ง. ถ้าเครื่องดื่มน้ำส้มคั้นราคาสูงขึ้น จำนวนวนผู้บริโภคจะเท่าเดิม
28. ข้อใดเป็นไปตาม กฎของอุปทาน
ก. ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น
ข. ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ถ้าผู้บริโภคมีความต้องการสูงขึ้น
ค. ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ถ้าราคาปัจจัยการผลิตลดลง
ง. ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าลดลง ถ้าผู้บริโภคมีความต้องการสูงขึ้น
29. "ปริมาณความต้องการสินค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่ง ณ ระดับราคาต่าง ๆ ที่ตลาด
กำหนด" หมายถึง ข้อใด
ก. อุปสงค์
ข. อุปทาน
ค. ราคาสินค้า
ง. การผลิตสินค้า
30. ราคาดุลยภาพ หมายความว่าอย่างไร
ก. ระดับราคาสินค้าที่อยู่ในระดับทั่วไป
ข. ระดับราคาสินค้าที่ปริมาณอุปสงค์เท่ากับปริมาณอุปทาน
ค. ระดับราคาสินค้าที่ปริมาณอุปสงค์น้อยกว่าอุปทาน
ง. ระดับราคาสินค้าที่ปริมาณอุปสงค์มากกว่าปริมาณอุปทาน
