NEW
Font size
WorksheetsKru Tee พาติวข้อสอบโอเน็ตวิทยาศาสตร์ ป.6
Total questions: 70
Worksheet time: 35mins
ข้อใดเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตในแหล่งที่อยู่
ผึ้งดูดน้ำหวานจากดอกไม้
กระรอกอาศัยอยู่บนต้นไม้
ผีเสื้อกินแร่ธาตุที่อยู่ในดินโป่ง
นกเอี้ยงอาศัยอยู่บนหลังควาย
ข้อใดแสดงโครงสร้างของร่างกายสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตในแหล่งที่อยู่
กบมีพังผืดเชื่อมระหว่างนิ้วเท้า ทำให้เคลื่อนที่ในน้ำได้ดี
ผักกระเฉดมมีนวมสีขาวคล้ายฟองน้ำ ทำให้ดูดซึมออกซิเจนได้ดี
อูฐมีโหนกขนาดใหญ่เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้เมื่ออาศัยอยู่ในทะเลทราย
นกเพนกวินมีขนสีขาวและดำทำให้สามารถเก็บรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นได้
1. ในการสำรวจนาข้าวแห่งหนึ่งพบสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ดังนี้ ข้าว,หญ้า,ควาย,ตั๊กแตน,นกกระจิบ,หนอน,งู,ปลาช่อน
และลูกกบ ข้อใดคือโซ่อาหารที่ถูกต้องในระบบนิเวศ ดังกล่าว
หญ้า-> ควาย -> หนูนา -> งู
ข้าว -> หนอน -> นกกระจิบ -> ปลาช่อน
ข้าว -> หนอน -> นกกระจิบ -> ปลาช่อน
หญ้า -> ตั๊กแตน -> นกกระจิบ -> งู
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตในข้อใด จัดเป็นการอาศัยอยู่ร่วมกันในแบบ
“ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน”
ปลาการ์ตูนกับปะการัง
ผึ้งกับดอกไม้
เห็บกับสุนัข
กล้วยไม้กับต้นมะค่า
นักเรียนสำรวจสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนพื้นหญ้าบริเวณสวนหลังบ้าน และบันทึกสิ่งที่สำรวจได้ไว้
หญ้า -> นก -> หนอน
หญ้า -> หนอน -> นก -> งู
ต้นไทร -> หนอน -> นก
ต้นไทร -> หนอน -> นก -> งู
ข้อใดระบุบหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหารได้ถูกต้อง
ตับ สร้างน้ำย่อยที่ช่วยให้ไขมันแตกตัว
ตับอ่อน สร้างเอนไซม์เพื่อช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรต
ลำไส้เล็ก สร้างกรดและเอยไซม์เพื่อช่วยย่อยโปรตีน
ลำไส้ใหญ่ ดูซึมสารอาหารทุกประการเข้าสู่หลอดเลือด
เมื่อรับประทานถั่วลิสง การย่อยไขมันจากถั่วลิสงจะเกิดขึ้นที่อวัยวะใดและสารที่ใช้ในการย่อยสร้างจจากอวัยวะใด ตามลำดับ
ลำไส้เล็ก
ตับ และ ตับอ่อน
ลำไส้ใหญ่
ตับอ่อน และ ลำไส้ใหญ่
ลำไส้ใหญ่
ตับ และ ตับอ่อน
ลำไส้เล็ก
ตับอ่อน และ ลำไส้ใหญ่
ในระบบย่อยอาหารมนุษย์ การดูดซึมสารอาหารส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่อวัยวะใด
ลำไส้เล็ก
ตับอ่อน
ลำไส้ใหญ่
กระเพาะอาหาร
หากรับประทานข้าวต้มไก่ ที่มีส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ข้าวและเนื้อไก่ ข้อใดกล่าวถึงการย่อยอาหารที่เกิดขึ้น
ภายหลังจากรับประทานข้าวต้นไก่ได้ถูกต้อง
เนื้อไก่เท่านั้นที่จะถูกย่อยด้วยเอนไซม์จากตับ
เนื้อไก่จะไม่ถูกย่อยเมื่อลำเลียงมาถึงกระเพาะอาหาร
ข้าวและเนื้อไก่ถูกย่อยครั้งสุดท้ายที่บริเวณลำไส้เล็ก
ข้าวจะถูกบดเคี้ยวให้มีขนาดเล็กลง แต่ไม่เกิดการย่อยบริเวณปาก
จากภาพอวัยวะในระบบย่อยอาหาร (A-E) ของมนุษย์เมื่อรับประทานข้าวเหนียวไก่ทอด จะมีการย่อยอาหารและ
มีการดูดซึมสารอาหารที่อวัยวะใด ตามลำดับ
A,B,C
C,D
A,B,C
D,E
A,C,D
C,D
A,C,D
D,E
ตารางแสดงองค์ประกอบของสารอาหารที่พบในอาหาร 4 ชนิด เป็นดังนี้
ถ้าเลือกรับประทานอาหารชนิดที่ 1 กับ 4 จะทำให้ไม่ได้รับพลังงาน
ถ้าเลือกรับประทานอาหารชนิดที่ 1 กับ 2 จะทำให้ได้รับสารอาหารครบทุกหมู่
ถ้าเลือกรับประทานอาหารชนิดที่ 2 กับ 3 จะช่วยสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย
ถ้าเลือกรับประทานอาหารชนิดที่ 2 กับ 4 จะช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ
สัตว์ในข้อใดเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
ปูนา
ม้าน้ำ
คางคก
ปลาบึก
ข้อใดเกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของสิ่งมีชีวิต
การขุดหน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์ดีไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริม
การผสมโคพันธุ์ฮอลแลนด์กับพันธุ์ซาฮิวาลเพื่อได้ลูกที่มีน้ำนมสูงขึ้น
การปลูกถั่วเขียวจากเมล็ดเพื่อบำรุงดินและสร้างรายได้หลังการทำนา
การผสมเทียมปลาบึกของกรมประมงเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรปลาบึก
ตารางแสดงข้อมูลลักษณะเฉพาะของสัตว์มีกระดูกสันหลัง 4 ชนิด เป็นดังนี้
Aกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
Bกลุ่มปลา
Cกลุ่มนก
Dกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
Aกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทิน
บก
Bกลุ่มปลา
Cกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
Dกลุ่มนก
Aกลุ่มปลา
Bกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
Cกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
Dกลุ่มนก
Aกลุ่มปลา
Bกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
Cกลุ่มนก
Dกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
เด็กชายคนหนึ่งไม่สามารถห่อลิ้นได้ แต่พ่อแม่และพี่สาวห่อลิ้นได้ ข้อใดต่อไปนี้สามารถอธิบายสายการถ่ายทอดลักษณะนี้ได้ถูกต้อง
ลักษณะห่อลิ้นได้และไม่ได้ไม่ใช้ลักษณะทางพันธุกรรม
ลักษณะห่อลิ้นไม่ได้เป็นลักษณะแฝงในพ่อแม่ที่มาปรากฏในรุ่นลูก
เด็กชายคนนี้น่าจะไม่ใช่ลูกของพ่อแม่คู่นี้ เพราะมีลักษณะไม่เหมือนพ่อแม่
เด็กชายสามารถห่อลิ้นได้เหมือนพ่อแม่และพี่สาว ถ้ามีความพยายามในการฝึกฝน
ครอบครัวหนึ่ง พ่อและแม่มีผมสั้นสีดำ พ่อมีผมตรง แต่แม่มีผมหยิกเป็นคลื่น จากการดัด ลูกสาวทำสีผมเป็นสีเทาและดัดหยิกเป็นคลื่นเช่นเดียวกับคุณยาย ข้อใดเป็นลักษณะทางพันธุกรรม
ลักษณะผมเส้นตรงที่พบในพ่อและแม่
ลักษณะผมสีดำที่พบในพ่อและแม่
ลักษณะผมสีเทาของลูกสาวและหลานที่เหมือนกัน
ลักษณะผมหยิกที่ถ่ายทอดจากรุ่นคุณยายสู่หลาน
ในครอบครัวหนึ่ง พ่อและแม่มีลักษณะการเวียนของขวัญบนศีรษะแบบเวียนซ้าย ส่วนลูกชายมีลักษณะการเวียนของขวัญบนศีรษะแบบเวียนขวา ซึ่งต่างจากพี่สาวที่มีลักษณะการเวียนของขวัญบนศีรษะแบบเวียนซ้าย จากสถานการณ์ เพราะเหตุใดลูกชายคนนี้จึงมีลักษณะการเวียนของขวัญบนศีรษะแตกต่างจากสมาชิกอื่นในครอบครัว
ลักษณะการเขียนของขวัญบนศีรษะไม่ใช่ลักษณะทางพันธุกรรม
ลักษณะการเขียนของขวัญบนศีรษะของลูกแต่ละคนต้องแตกต่างกัน
ลักษณะการเวียนของขวัญบนศีรษะแบบเวียนขวาเป็นลักษณะที่พบเฉพาะในเพศชายเท่านั้น
ลักษณะการเวียนของขวัญบนศีรษะแบบเวียนขวาเป็นลักษณะแฝงในรุ่นพ่อแม่ที่มาปรากฏในรุ่นลูก
นักเรียนต้องการศึกษาเปรียบเทียบสมบัติยืดหยุ่นของวัตถุ A-D ซึ่งวัตถุทั้ง 4 ชนิด มีความยาวก่อนทดลองแขวนถุงทรายเท่ากัน คือ 20 เซนติเมตร ได้ผลการทดลองดังตาราง
A
B
C
D
ตารางต่อไปนี้แสดงข้อมูลสมบัติสาร 3 ชนิด A B และ C ที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท
1
2
3
4
. นักเรียนคนหนึ่งต้องการเปรียบเทียบความแข็งของวัตถุ A-D แต่ละชนิดมาขูดขีดกัน แล้วสังเกตผลบนเนื้อวัตถุ โดยได้ข้อมูลดังตาราง
ABDC
ADCB
BCAD
DCBA
ในการทดลองเกี่ยวกับสภาพยืดหยุ่น นำชิ้นงานที่มีความยาวเริ่มต้น 15 เซนติเมตร ทำการดึงด้วยแรงเท่ากัน ได้ผลการทดลองดังตาราง
A
B
C
D
ทดสอบสมบัติวัตถุ 4 ชนิด โดยทำการทดลอง 3 การทดลองดังนี้ (โอเน็ต ปี2563)
การทดลองที่ 1: นำเหล็กมาขูดบนวัตถุ
การทดลองที่ 2: ให้ความร้อนแก่วัตถุจนอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 10 องศาเซลเซียส
การทดลองที่ 3: ต่อวัตถุเข้ากับวงจรไฟฟ้า โดยให้หลอดไฟฟ้าและวัตถุต่อกันแบบอนุกรม
ผลการทดลองที่ได้เป็นดังตาราง
วัตถุ A นำไปผลิตเป็นตัวนำไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าของพัดลมได้
วัตถุ C สามารถตัดให้เป็นแผ่นได้ โดยใช้อุปกรณ์ที่ทำจากเหล็ก
ตะแกรงย่างที่ทำจากวัตถุ D ทำให้อาหารสุกช้ากว่าที่ทำจากวัตถุ C
ด้ามจับกระทะที่ทำจากวัตถุ B ป้องกันความร้อนไปสู่มือได้ดีกว่าวัตถุ A
พิจารณาการเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้ (โอเน็ต ปี2567)
A. ของแข็งสีแดงละลายได้ในของเหลว
B. ของเหลว 2 ชนิดผสมกันแล้วเกิดฟองแก๊ส
C. ของเหลวไม่มีสี 2 ชนิดผสมกันเกิดตะกอนสีเหลือง
D. ของแข็งสีแดงผสมกับน้ำมีของแข็งบางส่วนลอยและมีบางส่วนตกตะกอน
การเปลี่ยนแปลงใดเป็นเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
A และ B เท่านั้น
B และ C เท่านั้น
C และ D เท่านั้น
B และ D เท่านั้น
เมื่อนำของแข็ง A มารวมตัวกับของเหลว B เกิดเป็นของเหลวเนื้อเดียว โดยหลังการเปลี่ยนแปลงสารแต่ละชนิดยังคงเป็นสารเดิม จำลองใดแสดงลักษณะอนุภาคในของเหลวเนื้อเดียวนี้ได้ถูกต้อง
1
2
3
4
เมื่อเทน้ำลงในแก้วที่มีน้ำตาลอยู่ แล้วใช้ช้อนคนจนมองไม่เห็นเกล็ดน้ำตาลแล้ว หากนักเรียนสามารถมองเห็นอนุภาคของสารในแก้วน้ำหลังจากคนสารแล้ว นักเรียนคิดว่าสิ่งที่นักเรียนเห็นสอดคล้องกับรูปภาพในข้อใดมากที่สุด
1
2
3
4
จากการสังเกตต่อไปนี้ (โอเน็ต ปี2564)
A. การวางเกล็ดการบูรไว้ เกล็ดการบูรมีขนาดเล็กลง
B. การใส่เกลือลงไปในน้ำ เมื่อเกลือหายไป ได้ของเหลวไม่มีสี
C. การฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ลงบนฝ่ามือ แล้วแอลกอฮอล์หายไป
D. การใส่น้ำแข็งลงไปในแก้วที่มีน้ำ น้ำแข็งหายไป ได้ของเหลวไม่มีสี
ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะ
A B C
A B D
B C D
A C D
การเปลี่ยนแปลงสถานะของสารใดเกิดขึ้นเนื่องจากสารสูญเสียความร้อน
น้ำชาที่ต้มอยู่ในหม้อ มีไอน้ำเกิดขึ้น
เทียนไขเกิดการอ่อนตัวลงจากจุดไฟเพื่อให้ความสว่าง
ไอน้ำที่ควบแน่นรวมตัวเป็นหยดเกาะอยู่ข้างขวดแก้วที่แช่เย็น
น้ำแข็งที่วางไว้นอกตู้เย็นมีก้อนน้ำแข็งเกิดเป็นน้ำและมีขนาดเล็กลง
ข้อใดใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมในการแยกสารผสมออกจากกัน
แยกน้ำมันที่ลอยบนน้ำออกจากแก้วด้วยการกรองผ่านกระดาษกรอง
แยกผงเหล็กออกจากเมล็ดข้าวด้วยแม่เหล็ก
แยกกากมะพร้าวออกจากน้ำกะทิด้วยการกรองกระดาษกรอง
แยกเปลือกของเมล็ดถั่วลิสงกับเมล็ดถั่วลิสงด้วยการฝัด
ข้อใดเป็นวิธีการแยกถั่วเขียวและลูกเกดที่มีขนาดใกล้เคียงกันออกจากกัน
การฝัด
การร่อน
การกรอง
การหยิบออก
วิธีใดเหมาะสมที่สุดในการแยกสารผสมระหว่างทรายและเกลือแกงปริมาณมากออกจากกัน
การร่อน
การหยิบออก
การใช้แม่เหล็กดึงดูด
การละลายน้ำ กรอง และระเหยน้ำออก
นักเรียน 4 คน ทำการแยกสารด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
A แยกเกลือแกงออกจากทรายโดยการร่อน
B แยกทรายออกจากเกลือแกงโดยการหยิบออก
C แยกตะปูเหล็กออกจากทรายโดยการกรอง
D แยกผงเหล็กออกจากทรายโดยการใช้แม่เหล็กดูด
วิธีการใดเป็นการแยกสารที่เหมาะสมมากที่สุด
A
B
C
D
นำสาร W X Y และ Z ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนของแข็ง สีขาว ขนาดเท่ากัน มาทำการทดลองดังนี้ (โอเน็ต ปี2563)
* ผสมสาร W กับน้ำ ได้ของเหลวใส และมีฟองแก๊สเกิดขึ้น
* ผสมสาร X กับสารละลายเกลือแกง ได้ของเหลวใส ไม่มีสี
* ให้ความร้อนกับสาร Y พบว่า สารมีลักษณะเหลวและมีสีน้ำตาล
* เผาสาร Z พบว่า มีแก๊สเกิดขึ้น และของแข็งสีขาวแตกเป็นผงละเอียดสีขาว
จากผลการทดลอง พบว่า มีการทดลองของสารเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ที่ไม่มีสารใหม่เกิดขึ้น
จากข้อมูล การทดลองของสารใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
W
X
Y
Z
ถุงทรายบรรจุถุงปุ๋ยด้วยเครื่องชั่งเครื่องเดียวกันได้ 30 นิวตัน จากนั้นกระสอบบรรจุใบไม้ด้วยเครื่องชั่งเครื่องเดียวกัน
ได้ 50 นิวตัน ข้อใดถูกต้อง
แรงที่โลกดูดกระสอบบรรจุใบไม้มีค่ามากกว่าแรงที่โลกดูดกระสอบบรรจุถุงทราย
กระสอบบรรจุถุงทรายมีน้ำหนักมากกว่ากระสอบบรรจุใบไม้
กระสอบบรรจุถุงทรายต้านการเคลื่อนที่มากกว่ากระสอบบรรจุใบไม้
หากนำกระสอบทั้งสองไปชั่งบนดวงจันทร์ด้วยเครื่องชั่งอันเดียวกัน จะอ่านค่าได้เท่ากับเมื่อชั่งบนโลก
เหล็กมวล 3 กิโลกรัม และไม้ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเหล็ก แต่มีมวล 3 กิโลกรัมเท่ากัน วางอยู่บนพื้น ข้อใดถูกต้อง
แรงที่โลกดูดเหล็ก มากกว่า แรงที่โลกดูดไม้
แรงที่โลกดูดเหล็ก เท่ากับ แรงที่โลกดูดไม้
แรงที่โลกดูดเหล็ก น้อยกว่า แรงที่โลกดูดไม้
โลกไม่ได้ออกแรงดูดเหล็กหรือไม้ที่วางนิ่งอยู่
เหล็กมวล 3 กิโลกรัมและไม้ 2 กิโลกรัม วางอยู่บนพื้นข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
แรงที่โลกดูดเหล็ก มากกว่า แรงที่โลกดูดไม้
แรงที่โลกดูดเหล็ก เท่ากับ แรงที่โลกดูดไม้
แรงที่โลกดูดเหล็ก น้อยกว่า แรงที่โลกดูดไม้
โลกไม่ได้ออกแรงดูดเหล็กหรือไม้ที่วางนิ่งอยู่
ปล่อยก้อนหินขนาดเล็ก และใบไม้ที่มีมวลเท่ากัน จากที่สูงเท่ากัน พบว่าก้อนหินถึงพื้นก่อนใบไม้ ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับน้ำหนักของก้อนหินและน้ำหนักของใบไม้
ก้อนหินมีน้ำหนักมากกว่าใบไม้ เพราะก้อนหินถึงพื้นก่อน
ก้อนหินมีน้ำหนักน้อยกว่าใบไม้ เพราะก้อนหินถึงพื้นก่อน
ก้อนหินและใบไม้มีน้ำหนักเท่ากัน เพราะมีมวลเท่ากัน
ก้อนหินและใบไม้มีน้ำหนักเท่ากัน เพราะวัตถุทั้งสองตกลงสู่พื้นโลกเหมือนกัน
ศึกษาผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อวัตถุ A และวัตถุ B ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งวัตถุทั้งสอง มีมวลเท่ากัน แต่วัตถุ A มีขนาดใหญ่กว่าวัตถุ B โดยทำการศึกษาดังนี้
ตอนที่ 1 ชั่งน้ำหนักของวัตถุทั้งสองชิ้น
ตอนที่ 2 สังเกตการเคลื่อนที่โดยปล่อยวัตถุ A พบว่า วัตถุ A ตกสู่พื้น
ในตอนที่ 1 น้ำหนักของวัตถุทั้งสองเป็นอย่างไร และในตอนที่ 2 ถ้าโยนวัตถุ B ในทิศทางขึ้น วัตถุ B จะเคลื่อนที่อย่างไร
1
2
3
4
เครื่องชั่งสปริง A และ B คล้องอยู่กับวัตถุรูปป ออกแรงดึงเครื่องชั่งสปริงทั้งสองไปทางขวา ส่งผลให้เครื่องชั่งสปริง A อ่านค่าได้ 10 นิวตัน เครื่องชั่งสปริง B อ่านค่าได้ 5 นิวตัน ต้องออกแรงกระทำที่จุด C อย่างไร จึงจะทำให้วัตถุไม่เคลื่อนที่
ออกแรง 5 นิวตัน ไปทางซ้าย
ออกแรง 15 นิวตัน ไปทางซ้าย
ออกแรง 5 นิวตัน ไปทางขวา
ออกแรง 15 นิวตัน ไปทางขวา
นักเรียนออกแรงดันกล่องที่วางอยู่บนพื้นในแนวระดับ ดังแสดงในรูป พบว่ากล่องอยู่กับที่
โดยที่แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นมีขนาด 3 นิวตัน และมีทิศไปทางซ้าย
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับแรงที่นักเรียนดันกล่อง
2 นิวตัน ไปทางซ้าย
2 นิวตัน ไปทางขวา
3 นิวตัน ไปทางซ้าย
3 นิวตัน ไปทางขวา
ดำออกแรงดัน 3 นิวตัน ดันกล่องใบหนึ่งดังแสดงในรูป พบว่ากล่องอยู่กับที่
จงหาแรงเสียดทานที่พื้นกระทำต่อกล่อง
4 นิวตัน ไปทางซ้าย
4 นิวตัน ไปทางขวา
3 นิวตัน ไปทางซ้าย
3 นิวตัน ไปทางขวา
เด็กชายดำออกแรง 3 นิวตัน และเด็กชายแดงออกแรง 7 นิวตัน ดันกล่องใบหนึ่ง ดังแสดงในรูป พบว่ากล่องอยู่กับที่
จงหาแรงเสียดทานที่พื้นกระทำต่อกล่อง
4 นิวตัน ไปทางซ้าย
4 นิวตัน ไปทางขวา
10 นิวตัน ไปทางซ้าย
10 นิวตัน ไปทางขวา
. น้ำใสออกแรงดึงกล่องที่วางอยู่บนพื้นราบ ด้วยขนาด 20 นิวตัน ในแนวราบ พบว่า กล่องยังคงอยู่กับที่
จากข้อมูล ข้อใดเขียนแผนภาพแสดงแรงในแนวราบที่กระทำต่อกล่อง และระบุขนาดของแรงลัพธ์ที่กระทำต่อกล่องได้ถูกต้อง
1
2
3
4
นำวัตถุ A และ B มาถูกัน หลังจากนั้นนำวัตถุ A มาเข้าใกล้แต่ไม่สัมผัสเศษกระดาษ ซึ่งเป็นกลางทางไฟฟ้า
พบว่าวัตถุ A ดูดเศษกระดาษ จะเกิดอะไรขึ้นหากนำวัตถุ B มาเข้าใกล้แต่ไม่สัมผัสเศษกระดาษซึ่งเป็นกลางทางไฟฟ้า
วัตถุ B ไม่ออกแรงกระทำกับเศษกระดาษ
วัตถุ B ผลักเศษกระดาษ
วัตถุ B ดูดเศษกระดาษ
ไม่สามารถสรุปได้เนื่องจากไม่ทราบชนิดของประจุไฟฟ้าบนวัตถุ B
เม็ดโฟมสองเม็ดต่างก็มีประจุเดียวกัน นำมาวางใกล้ ๆ กัน แต่ไม่สัมผัสกัน ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับแรงไฟฟ้าระหว่างเม็ดโฟมทั้งสองเม็ดนี้ได้ถูกต้อง
เป็นแรงดูด
เป็นแรงผลัก
เป็นได้ทั้งแรงผลักและแรงดูด
ไม่มีแรงไฟฟ้าเพราะเม็ดโฟมไม่ได้สัมผัสกัน
เม็ดโฟมสองเม็ด เม็ดหนึ่งมีประจุบวก อีกเม็ดหนึ่งมีประจุลบ นำมาวางใกล้ ๆ กัน แต่ไม่สัมผัสกัน ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับแรงไฟฟ้าระหว่างเม็ดโฟมทั้งสองเม็ดนี้ได้ถูกต้อง
เป็นแรงดูด
เป็นแรงผลัก
เป็นได้ทั้งแรงผลักและแรงดูด
ไม่มีแรงไฟฟ้าเพราะเม็ดโฟมไม่ได้สัมผัสกัน
ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับแรงไฟฟ้าได้ถูกต้อง
เกิดได้โดยที่วัตถุไม่ต้องสัมผัสกัน
เป็นได้เฉพาะแรงผลักเท่านั้น
เป็นได้เฉพาะแรงดูดเท่านั้น
เป็นแรงต้านระหว่างวัตถุเท่านั้น
ทดลองเกี่ยวกับแรงไฟฟ้าตามลำดับดังนี้
1). นำวัตถุ A ถูผ้าสักหลาด พบว่า วัตถุ A จะเกิดการถ่ายโอนประจุไฟฟ้าจากวัตถุ A ไปยังผ้าสักหลาด
2). นำวัตถุ A เข้าใกล้กับวัตถุ B ซึ่งเป็นวัตถุที่มีสภาพเป็นกลางทางไฟฟ้า
3). นำวัตถุ A เข้าใกล้กับวัตถุ C พบว่า วัตถุ A และวัตถุ C เกิดการผลัก
เมื่อนำวัตถุ A เข้าใกล้กับวัตถุ B ผลของแรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะทำให้ลักษณะประจุไฟฟ้าบนวัตถุ B เป็นอย่างไร และวัตถุ C เป็นประจุไฟฟ้าชนิดใด
1
2
3
4
สถานการณ์ใดที่ผู้ฟังจะไม่ได้ยินเสียงเคาะแท่งเหล็ก
เคาะแท่งเหล็กอยู่บนบก ริมสระน้ำ ผู้ฟังอยู่ใต้ผิวน้ำในสระน้ำ
เคาะแท่งเหล็กใต้ผิวน้ำในสระน้ำ ผู้ฟังดำน้ำอยู่ในสระน้ำ
เคาะแท่งเหล็กในห้องสูญญากาศ ผู้ฟังอยู่ภายนอกห้อง
เคาะแท่งเหล็กในยานอวกาศนอกโลก ผู้ฟังอยู่ในยานอวกาศ
มีนาต้องการประดิษฐ์เครื่องดนตรีจากขวดน้ำ ขณะทำการทดสอบเสียงที่เกิดจากขวดบรรจุน้ำใบหนึ่งด้วยการเคาะที่ข้าง ๆ ขวด มีนาพบว่าเสียงที่เกิดขึ้นแหลมเกินไป มีนาควรทำอย่างไร
เติมน้ำเพิ่มและเคาะด้วยแรงเท่าเดิม
เทน้ำออกบางส่วนและเคาะด้วยแรงเท่าเดิม
ใช้ระดับน้ำเท่าเดิมแต่เคาะด้วยแรงที่น้อยกว่าเดิม
ใช้ระดับน้ำเท่าเดิมแต่เคาะด้วยแรงที่มากกว่าเดิม
ปิติไปวัดแล้วตีระฆังใบหนึ่ง พบว่าเสียงระฆังที่ได้ยินดังเกินไปและรู้สึกว่าเสียงที่ออกมาสูงเกินไป ดังนั้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่ค่อยกว่าเดิมและเสียงที่ออกมาต่ำลง ปิติจะตีระฆังอันใดและอย่างไร
ตีระฆังใบที่ใหญ่กว่าเดิมด้วยแรงที่น้อยกว่าเดิม
ตีระฆังใบที่ใหญ่กว่าเดิมด้วยแรงที่มากกว่าเดิม
ตีระฆังใบที่เล็กกว่าเดิมด้วยแรงที่น้อยกว่าเดิม
ตีระฆังใบที่เล็กกว่าเดิมด้วยแรงที่มากกว่าเดิม
ขวดแก้วที่มีขนาดเท่ากัน 3 ขวด ใส่น้ำปริมาตรต่างกัน มานะต้องการพิสูจน์ว่า ขวดใดบรรจุน้ำไว้มากที่สุดโดยไม่เปิดขวด จึงเคาะที่ด้านล่างของขวดทั้ง 3 ขวด ด้วยแรงเท่า ๆ กัน นายมานะพบว่าขวดน้ำแต่ละขวดมีเสียงแตกต่างกัน ข้อใดมีน้ำในขวดมากที่สุด
ขวดที่เคาะแล้วได้ยินเสียงดังที่สุด
ขวดที่เคาะแล้วได้ยินเสียงค่อยที่สุด
ขวดที่เคาะแล้วได้ยินเสียงแหลมที่สุด
ขวดที่เคาะแล้วได้ยินเสียงทุ้มที่สุด
ฟิล์มกันรอยสำหรับติดหน้าจอโทรศัพท์ 3 ชนิด มีลักษณะการมองเห็นภาพหน้าจอโทรศัพท์ผ่านฟิล์ม ดังตาราง
ฟิล์มกันรอย A เป็นตัวกลางของแสง
ฟิล์มกันรอย C เป็นวัตถุทึบแสง
ฟิล์มกันรอย B และ C เป็นตัวกลางโปร่งใส
แสงสามารถผ่านฟิล์มกันรอย A ได้น้อยกว่าฟิล์มกันรอย B
โป๊งและก้อยจะศึกษาปัญหาว่า "ความดังของเสียงที่ได้ยินขึ้นกับระยะทางของ แหล่งกำเนิดเสียงกับผู้สังเกตอย่างไร" โดยทั้งสองคนได้ออกแบบการทดลองดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 วางวิทยุไว้กลางห้องและเปิดวิทยุ
ขั้นตอนที่ 2 สังเกตและเปรียบเทียบความดังของเสียงที่ตำแหน่ง A B และ C ซึ่งในขั้นตอนนี้โป๊งและก้อยได้ออกแบบต่างกัน ดังแผนภาพ
ดังกล่าวมีตัวแปรต้นเป็นสิ่งใด และการออกแบบของใครสอดคล้องกับปัญหานี้
ความดังของเสียง และ การออกแบบของโป๊ง
ความดังของเสียง และ การออกแบบของก้อย
ระยะห่างของแหล่งกำเนิดเสียงกับผู้สังเกต และ การออกแบบของโป๊ง
ระยะห่างของแหล่งกำเนิดเสียงกับผู้สังเกต และ การออกแบบของก้อย
จากรูปวงจรไฟฟ้า หลอดไฟฟ้าหลอดใด เมื่อถอดออก หลอดไฟฟ้าที่เหลืออีกสามหลอด จะดับทั้งหมด
A
B
C
D
จากรูปวงจรไฟฟ้า ข้อใดถูกต้อง
หลอดไฟ A สว่าง ออดไฟฟ้าดัง
หลอดไฟ A ไม่สว่าง ออดไฟฟ้าดัง
หลอดไฟ A สว่าง ออดไฟฟ้าไม่ดัง
หลอดไฟ A ไม่สว่าง ออดไฟฟ้าไม่ดัง
จากรูปวงจรไฟฟ้า 2 รูป ข้อใดกล่าวถูกต้อง
มอเตอร์ทั้งสองรูปหมุน
มอเตอร์ในรูปที่ 1 หมุน แต่มอเตอร์ในรูปที่ 2 ไม่หมุน
มอเตอร์ในรูปที่ 1 ไม่หมุน แต่มอเตอร์ในรูปที่ 2 หมุน
มอเตอร์ทั้งสองรูปไม่หมุน
ให้พิจารณาการต่อเซลล์ไฟฟ้ากับมอเตอร์ในสี่รูปแบบ
การต่อเซลล์ไฟฟ้าในรูปแบบใดที่ทำให้มอเตอร์หมุนได้
1
2
3
4
เมื่อต่อวงจรไฟฟ้า 4 วงจร ดังภาพ พบว่า หลอดไฟฟ้าทุกดวงสว่างทั้ง 4 วงจร
1
2
3
4
ในวันแรม 15 ค่ำ เวลาเที่ยงคืน เราจะมองเห็นดวงจันทร์บนท้องฟ้ามีลักษณะเป็นอย่างไร
มีรูป่างกลม
มีรูปร่างประมาณครึ่งวงกลม
มีรูปร่างเสี้ยว
ไม่เห็นดวงจันทร์บนท้องฟ้า
การที่ดวงจันทร์เป็นดาวคล้ายทรงกลม ไม่มีแสงในตัวเอง แต่สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ ทำให้คนบนโลกสามารถเห็นดวงจันทร์ในช่วงเวลาใด
ข้างขึ้นเท่านั้น
ข้างแรมเท่านั้น
ข้างขึ้นและข้างแรม
พระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น
แสงสว่างจากดวงจันทร์มีที่มาจากข้อใด
ความร้อนจากผิวดวงจันทร์
แร่เปล่งแสงบนผิวดวงจันทร์
แสงสะท้อนจากโลก
แสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์
มินตราสังเกตดวงจันทร์บนท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งในตอนกลางคืนเป็นเวลา 3 คืนต่อเนื่องกัน และบันทึกผลการสังเกตได้ดังนี้
1
2
3
4
ขณะที่ฟ้ามีเมฆน้อยไปบนท้องฟ้าตอน 1 ทุ่ม พบว่าทางมุมทิศ 90 องศา มุมเงย 5 องศา มีกลุ่มดาววัวอยู่ ครั้งต่อไปที่จะมองเห็นกลุ่มดาววัวที่ตำแหน่งเดิม ตอน 1 ทุ่ม คือเมื่อไร
หนึ่งวันถัดไป
หนึ่งสัปดาห์ถัดไป
หนึ่งเดือนถัดไป
หนึ่งปีถัดไป
ชูใจใช้ข้อมูลมาว่า คืนนี้เวลา 2 ทุ่ม จะสามารถมองเห็นกลุ่มดาวเป้าหมายที่มุมเงย 22 องศา มุมทิศ 90 องศา ถ้าชูใจจะสังเกตกลุ่มดาวนี้บนท้องฟ้า ชูใจควรหันหน้าไปทางทิศใด
ทิศเหนือ
ทิศใต้
ทิศตะวันออก
ทิศตะวันตก
ชูใจใช้ข้อมูลมาว่า คืนนี้เวลา 2 ทุ่ม จะสามารถมองเห็นกลุ่มดาวคันชั่งที่มุมเงย 20 องศา มุมทิศ 270 องศา ดังนั้นขณะที่ชูใจสังเกตกลุ่มดาวนี้ในท้องฟ้าจริง ชูใจควรหันหน้าไปทางทิศใด
ทิศเหนือ
ทิศใต้
ทิศตะวันออก
ทิศตะวันตก
ในคืนที่ฟ้าโปร่งไม่มีเมฆบัง ยืนเงยหน้ามองไปบนท้องฟ้า ด.ญ. มานี เห็นดวงจันทร์ปรากฏดังรูป
ด.ญ. มานี ต้องรออีกประมาณกี่วัน หากต้องการถ่ายรูปดวงจันทร์เต็มดวง
3 - 4 วัน
6 - 8 วัน
14 - 16 วัน
29 - 31 วัน
จากรูปขณะที่ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ เงาของดวงจันทร์จะทอดมาบนโลก ทำให้คนบนโลกในบริเวณต่าง ๆ มองเห็นปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์แตกต่างกัน
1
2
3
4
มานัยยืนสังเกตตำแหน่งของดาว 2 ดวง บนท้องฟ้าทางซีกฟ้าเหนือของประเทศไทย ในเวลา 21:00 น. เป็นดังภาพ
1
2
3
4
นักเรียนรวบรวมข้อมูลลักษณะและการเกิดของหยาดน้ำฟ้า A B และ C ดังตาราง
ข้อใดเรียงลำดับของหยาดน้ำฟ้า A B และ C ถูกต้อง
หิมะ ลูกเห็บ ฝน
ลูกเห็บ ฝน หิมะ
ฝน หิมะ ลูกเห็บ
ลูกเห็บ หิมะ ฝน
ไดโนเสาร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในยุคไทรแอสสิก จูแรสสิก และครีเทเชียส ข้อใดคือชนิดของซากดึกดำบรรพ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชั้นหินที่ไดโนเสาร์เคยเดินผ่าน
รูปพิมพ์
รอยพิมพ์
รูปพิมพ์และรอยพิมพ์
ซากดึกดำบรรพ์โครงร่างแข็ง
