wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ความรู้พื้นฐานจิตวิทยา

Total questions: 52

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

แนวคิดจิตวิเคราะห์ของ ฟรอยด์ เน้นศึกษาส่วนใดของจิตใจ?

a)

จิตสำนึก

b)

จิตไร้สำนึก

c)

จิตก่อนสำนึก

d)

จิตวิญญาณ

2.

ฮอร์โมนคอร์ติซอลมีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อพฤติกรรม?

a)

ทำให้รู้สึกง่วงนอน

b)

ช่วยในการย่อยอาหาร

c)

ตอบสนองต่อความเครียดในสถานการณ์ฉุกเฉิน

d)

สร้างความรู้สึกผูกพัน

3.

ฮอร์โมนใดมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความเครียด?

a)

ออกซิโทซิน

b)

อินซูลิน

c)

คอร์ติซอล

d)

เมลาโทนิน

4.

วิลเฮล์ม วุนด์ท มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์จิตวิทยา?

a)

เป็นผู้คิดค้นทฤษฎีจิตวิเคราะห์

b)

เปิดห้องทดลองจิตวิทยาแห่งแรกของโลก

c)

ศึกษาเรื่องลำดับขั้นความต้องการ

d)

พัฒนาทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม

5.

เมื่อเจอเหตุการณ์ที่น่ากลัว ระบบประสาทส่วนใดจะทำงานเพื่อตอบสนอง?

a)

ระบบซิมพาเทติก

b)

ระบบพาราซิมพาเทติก

c)

สมองซีกซ้าย

d)

เส้นประสาทส่วนปลาย

6.

หากต้องการส่งเสริมการเรียนรู้ในเด็กตามแนวคิดที่เน้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ ควรใช้แนวคิดใด?

a)

ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม

b)

ทฤษฎีจิตวิเคราะห์

c)

ทฤษฎีมนุษยนิยม

d)

ทฤษฎีโครงสร้างนิยม

7.

Carl Rogers นักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม เชื่อในเรื่องใด?

a)

มนุษย์ถูกควบคุมโดยแรงขับทางเพศ

b)

มนุษย์มีศักยภาพในการเติบโตและใฝ่ดี

c)

มนุษย์เป็นเพียงเครื่องจักรที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า

d)

พฤติกรรมมนุษย์ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม 100%

8.

ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา (Bandura) ให้ความสำคัญกับสิ่งใด?

a)

การให้รางวัล

b)

การลงโทษ

c)

การสังเกตและการเลียนแบบ

d)

การลองผิดลองถูก

9.

สมองส่วนใดที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมอารมณ์ 'ความกลัว'?

a)

Hippocampus

b)

Amygdala

c)

Thalamus

d)

Cerebellum

10.

ระบบใดเกี่ยวข้องโดยตรงกับการตอบสนองต่อพฤติกรรมเมื่อเกิดความเครียด?

a)

ระบบย่อยอาหาร

b)

ระบบซิมพาเทติก

c)

ระบบสืบพันธุ์

d)

ระบบพาราซิมพาเทติก

11.

หากนักศึกษาต้องการพัฒนาทักษะการวางแผนและการจัดการตนเอง ควรเน้นฝึกสมองส่วนใด?

a)

Occipital lobe

b)

Temporal lobe

c)

Prefrontal cortex

d)

Brainstem

12.

ใครคือนักจิตวิทยาที่โดดเด่นในการศึกษาเรื่องการทำงานของสมองซีกซ้ายและซีกขวา?

a)

Sigmund Freud

b)

Roger Sperry

c)

B.F. Skinner

d)

Ivan Pavlov

13.

ระบบของสมองที่ทำหน้าที่ตัดสินใจและวางแผนระดับสูงคือส่วนใด?

a)

สมองส่วนหลัง

b)

ก้านสมอง

c)

Prefrontal cortex

d)

ไขสันหลัง

14.

จิตวิทยามีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจเรื่องใด?

a)

โครงสร้างทางเคมีของดิน

b)

พฤติกรรมและกระบวนการทางจิต

c)

การโคจรของดวงดาว

d)

ระบบการเมืองการปกครอง

15.

ฮอร์โมนที่ช่วยสร้างความรู้สึกรัก ความไว้วางใจ และความผูกพันคืออะไร?

a)

คอร์ติซอล

b)

ออกซิโทซิน

c)

อะดรีนาลีน

d)

ไธร็อกซิน

16.

นักจิตวิทยาที่เสนอแนวคิด "โครงสร้างนิยม" (Structuralism) คือใคร?

a)

Wilhelm Wundt

b)

Jean Piaget

c)

Abraham Maslow

d)

John Watson

17.

การวิจัยประเภทใดในจิตวิทยาที่มีจุดเด่นด้านการพิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผลตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์?

a)

การสังเกตตามธรรมชาติ

b)

การวิจัยเชิงทดลอง

c)

การสัมภาษณ์เชิงลึก

d)

การศึกษาประวัติรายกรณี

18.

วิธีการใดตามแนวจิตวิทยาที่ช่วยให้นักศึกษาลดความเครียดได้อย่างยั่งยืน?

a)

การโทษผู้อื่น

b)

การจัดการตนเอง (Self-management)

c)

การหลีกเลี่ยงปัญหาตลอดไป

d)

การนอนหลับทั้งวัน

19.

การศึกษาจิตวิทยาให้เป็น "วิทยาศาสตร์" ต้องใช้วิธีการใด?

a)

การเดาใจ

b)

การทดลองและเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ

c)

การดูดวงชะตา

d)

การใช้ความรู้สึกส่วนตัว

20.

บทบาทสำคัญของ Amygdala ในการควบคุมอารมณ์คือข้อใด?

a)

การคำนวณเลข

b)

การตอบสนองต่อสถานการณ์คุกคาม

c)

การควบคุมการมองเห็น

d)

การแปลผลกลิ่น

21.

สารสื่อประสาทใดที่เกี่ยวข้องกับการตื่นตัวเมื่อรู้สึกตื่นเต้น?

a)

เซโรโทนิน

b)

เมลาโทนิน

c)

โดพามีน

d)

อะเซทิลโคลีน

22.

เมื่อเราเผลอเหยียบหนามแล้วชักเท้าออกทันที เป็นการทำงานของส่วนใดในระบบประสาท?

a)

สมองส่วนหน้า

b)

ไขสันหลัง (Reflex)

c)

สมองซีกขวา

d)

ต่อมใต้สมอง

23.

สารสื่อประสาทที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขและได้รับ "รางวัล" เมื่อทำสิ่งสำเร็จคืออะไร?

a)

คอร์ติซอล

b)

โดพามีน

c)

นอร์เอพิเนฟริน

d)

กาบา (GABA)

24.

สารสื่อประสาทที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขและได้รับ "รางวัล" เมื่อทำสิ่งสำเร็จคืออะไร?

a)

คอร์ติซอล

b)

โดพามีน

c)

นอร์เอพิเนฟริน

d)

กาบา (GABA)

25.

เมื่อมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สมองส่วนใดจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อจัดเก็บความจำ?

a)

ก้านสมอง

b)

ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)

c)

สมองส่วนท้าย

d)

ไขสันหลัง

26.

ปัจจัยใดที่ทำงานร่วมกันเพื่อควบคุม "นาฬิกาชีวภาพ" ของร่างกาย?

a)

ไฮโปทาลามัส, เมลาโทนิน และแสงสว่าง

b)

อะมิกดาลา, ออกซิโทซิน และเสียง

c)

ไขสันหลัง, โดพามีน และอุณหภูมิ

d)

สมองส่วนหน้า, คอร์ติซอล และอาหาร

27.

หากนักเรียนเครียดจากการสอบ การใช้ "ทฤษฎีจิตวิเคราะห์" จะเน้นไปที่สิ่งใด?

a)

การติวหนังสือเพิ่ม

b)

การสำรวจปมขัดแย้งลึกๆ ในใจหรืออดีต

c)

การให้รางวัลเมื่อสอบผ่าน

d)

การปรับเปลี่ยนห้องสอบให้สวยงาม

28.

ข้อใดคือตัวอย่างพฤติกรรมที่เกิดจากปัจจัย "ภายในและภายนอก" ร่วมกัน?

a)

การเรียนหนักเพราะอยากมีความรู้และเพื่อให้สังคมยอมรับ

b)

การกระพริบตาเมื่อมีลมพัด

c)

การนอนหลับเพราะความเหนื่อยล้า

d)

การหิวข้าวตามเวลา

29.

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาตนเองคือข้อใด?

a)

การหาเพื่อนใหม่

b)

การวิเคราะห์ตนเอง (Self-analysis)

c)

การซื้อของขวัญให้ตัวเอง

d)

การเปลี่ยนที่ทำงาน

30.

การจัดการเวลา (Time Management) ที่ดี ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมอย่างไร?

a)

ทำให้มีเพื่อนมากขึ้น

b)

ลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพงาน

c)

ทำให้ร่างกายเตี้ยลง

d)

เพิ่มความจำในอดีต

31.

ทฤษฎีใดที่อธิบายพฤติกรรมที่เกิดจากแรงกระตุ้นของ "ปัจจัยภายนอก" และสิ่งแวดล้อมได้ชัดเจน?

a)

ทฤษฎีจิตวิเคราะห์

b)

ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม

c)

ทฤษฎีสัญชาตญาณ

d)

ทฤษฎีชีวภาพ

32.

แนวคิดที่เน้นศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ที่สังเกตได้และวัดผลได้เป็นรูปธรรมคือแนวคิดใด?

a)

พฤติกรรมศาสตร์ (Behaviorism)

b)

จิตวิทยาแนวมนุษยนิยม

c)

จิตวิเคราะห์

d)

ปรากฏการณ์วิทยา

33.

การรู้จักตนเองเชิงพฤติกรรมมีความหมายเชื่อมโยงกับเรื่องใดมากที่สุด?

a)

การมีเงินทองมากมาย

b)

การมองเห็นและตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง

c)

การมีใบหน้าสวยงาม

d)

การได้รับการยกย่องจากสื่อ

34.

หากพนักงานทำงานผิดพลาดบ่อยครั้ง ควรใช้เทคนิคใดในการปรับปรุงอย่างยั่งยืน?

a)

การดุด่าต่อหน้าชุมชน

b)

การจัดการตนเอง (Self-management)

c)

การไล่ออกทันที

d)

การละเลยความผิดพลาด

35.

การใช้ภาษาในการสื่อสารมีบทบาทสำคัญทางจิตวิทยาอย่างไร?

a)

เพื่อแสดงความเหนือกว่า

b)

เพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับซึ่งกันและกัน

c)

เพื่อปกปิดความลับ

d)

เพื่อความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว

36.

พฤติกรรมที่เกิดจาก "แรงจูงใจภายใน" มีลักษณะอย่างไร?

a)

ทำเพราะถูกบังคับ

b)

ทำเพราะต้องการรางวัลเป็นเงิน

c)

ทำเพื่อสร้างเป้าหมายและความสำเร็จตามความพึงพอใจของตน

d)

ทำเพราะกลัวถูกลงโทษ

37.

พฤติกรรมอาสาสมัคร (Volunteer behavior) มีลักษณะเด่นอย่างไร?

a)

เป็นการแสดงออกด้วยความสมัครใจโดยไม่หวังผลตอบแทน

b)

ทำเพื่อแลกกับคะแนนสอบ

c)

ทำเพราะถูกกฎหมายบังคับ

d)

ทำเพื่อโอ้อวดผู้อื่น

38.

ข้อใดคือพฤติกรรมที่ "สังเกตเห็นได้ชัดเจน" (Overt Behavior)?

a)

การคิดถึงบ้าน

b)

การเดิน

c)

การวางแผนการเงินในใจ

d)

การจำเหตุการณ์ในอดีต

39.

การรับรู้ผู้อื่น (Perception of others) อย่างถูกต้องส่งผลดีอย่างไร?

a)

ทำให้เราเดาใจคนถูกเสมอ

b)

ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีและลดความขัดแย้ง

c)

ทำให้เรามีอำนาจเหนือผู้อื่น

d)

ทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาใคร

40.

พฤติกรรมที่เกิดจาก "สิ่งแวดล้อม" เกี่ยวข้องกับปัจจัยในข้อใด?

a)

ยีนและโครโมโซม

b)

วิถีชีวิตและบรรทัดฐานทางสังคม

c)

การทำงานของต่อมไร้ท่อ

d)

กรุ๊ปเลือด

41.

ตัวอย่างพฤติกรรมที่มนุษย์ "ต้องฝึกฝน" จึงจะทำได้ดีคือข้อใด?

a)

การไอเมื่อสำลัก

b)

การสะดุ้งเมื่อตกใจ

c)

การเลือกอาชีพและการพัฒนาทักษะการทำงาน

d)

การนอนหลับเมื่อเพลีย

42.

ความแตกต่างระหว่างบุคคลในเรื่องพฤติกรรมเกิดจากปัจจัยหลักใด?

a)

พันธุกรรมเพียงอย่างเดียว

b)

สิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว

c)

พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

d)

โชคชะตา

43.

พฤติกรรมที่เกิดจาก "แรงกดดันทางสังคมและวัฒนธรรม" มักมีลักษณะอย่างไร?

a)

เป็นความต้องการทางชีวภาพ

b)

เป็นแรงจูงใจและอิทธิพลจากกลุ่มรอบข้างที่กระตุ้นกัน

c)

เป็นปฏิกิริยารีเฟล็กซ์

d)

เป็นการทำงานของสมองส่วน

44.

ิกรรมที่เกิดจาก "แรงกดดันทางสังคมและวัฒนธรรม" มักมีลักษณะอย่างไร?

a)

เป็นความต้องการทางชีวภาพ

b)

เป็นแรงจูงใจและอิทธิพลจากกลุ่มรอบข้างที่กระตุ้นกัน

c)

เป็นปฏิกิริยารีเฟล็กซ์

d)

เป็นการทำงานของสมองส่วนท้ายเท่านั้น

45.

ทฤษฎีใดที่อธิบายถึงพฤติกรรมที่ถูกผลักดันจากความต้องการทางกายภาพ เช่น ความหิว หรือความกระหาย?

a)

ทฤษฎีแรงจูงใจทางสรีรวิทยา

b)

ทฤษฎีมนุษยนิยม

c)

ทฤษฎีจิตวิเคราะห์

d)

ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม

46.

ทฤษฎีระบบนิเวศ (Ecological Systems Theory) ให้ความสำคัญกับสิ่งใด?

a)

สารเคมีในสมองเท่านั้น

b)

วิถีชีวิตทางสังคมและสิ่งแวดล้อมหลายระดับ

c)

การฝันร้าย

d)

การตอบสนองของกล้ามเนื้อ

47.

การฝึกเป็นคน "ยืดหยุ่น" (Resilience) ช่วยพัฒนาทักษะชีวิตในด้านใดมากที่สุด?

a)

การย่อยอาหาร

b)

การปรับตัวทางบุคลิกภาพและความสัมพันธ์เมื่อเจออุปสรรค

c)

การจำตัวเลข

d)

การมองเห็นในที่มืด

48.

การฝึกพัฒนาตนเองมีหัวใจสำคัญเพื่อให้เกิดสิ่งใด?

a)

ความร่ำรวยรวดเร็ว

b)

การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness)

c)

การเป็นคนเด่นดัง

d)

การมีสุขภาพดีโดยไม่ต้องออกกำลังกาย

49.

ขั้นตอนแรกสุดของการพัฒนาตนเองตามกระบวนการจิตวิทยาคือข้อใด?

a)

การหาที่ปรึกษาการเงิน

b)

การสำรวจและรู้จักตนเอง (Self-exploration)

c)

การทำศัลยกรรม

d)

การเลียนแบบดารา

50.

เมื่อรู้สึกเครียดและอ่อนล้าสะสมจากการทำงาน เทคนิคใดที่เหมาะสมที่สุด?

a)

การดื่มกาแฟเพิ่มขึ้น

b)

เทคนิคการผ่อนคลาย (Relaxation Techniques)

c)

การทำงานต่อจนกว่าจะเสร็จ

d)

การระบายอารมณ์ใส่คนรอบข้าง

51.

การวางแผนการเรียนและการจัดการเวลาเป็นการพัฒนาตนเองในด้านใด?

a)

การพัฒนาทักษะทางสังคม

b)

การบริหารเวลา (Time Management)

c)

การพัฒนาทางร่างกาย

d)

การพัฒนาทางจิตวิญญาณ

52.

การควบคุมพฤติกรรมตนเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เรียกว่าอะไร?

a)

การควบคุมกำกับตนเอง (Self-regulation)

b)

การยอมรับจากผู้อื่น

c)

การตามใจตนเอง

d)

การมองโลกในแง่ร้าย

Similar Resources on Wayground