wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Getting Started with the Interface

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

แถบชื่อเรื่อง (Title Bar) ทำหน้าที่หลักอย่างไรใน PowerPoint 2010

a)

แสดงชื่อโปรแกรมและชื่อไฟล์ที่เปิดอยู่

b)

ใช้ควบคุมเปิด–ปิดและย่อ–ขยายหน้าต่าง

c)

รวมเครื่องมือจัดรูปแบบสไลด์ทั้งหมด

d)

แสดงภาพย่อของสไลด์และโครงร่าง

2.

ข้อใดบอกหน้าที่ของ Ribbon ได้ถูกต้องที่สุด

a)

รวมเครื่องมือและคำสั่งเป็นแท็บต่างๆ

b)

แสดงสถานะและข้อมูลสไลด์ปัจจุบัน

c)

เป็นส่วนที่เก็บคำสั่งเช่นเปิดไฟล์

d)

ใช้ควบคุมหน้าต่างโปรแกรมโดยรวม

3.

ปุ่มแฟ้ม (File Button) ใน PowerPoint 2010 มักใช้ทำอะไร

a)

จัดรูปแบบข้อความและวัตถุ

b)

แทรกรูปภาพและตาราง

c)

เปิด บันทึก และสร้างงานใหม่

d)

สลับมุมมองสไลด์ต่างๆ

4.

Slide และ Outline Pane มีประโยชน์หลักข้อใด

a)

แสดงภาพย่อและโครงร่างสไลด์

b)

ติดตามการสะกดคำและไวยากรณ์

c)

แสดงชื่อไฟล์และชื่อโปรแกรม

d)

ตั้งค่าหน้ากระดาษและขอบกระดาษ

5.

Status Bar มักแสดงข้อมูลประเภทใด

a)

คำสั่งเปิด–ปิดหน้าต่างโปรแกรม

b)

ชื่อไฟล์ที่บันทึกล่าสุดเท่านั้น

c)

รายการเครื่องมือทั้งหมดในแท็บ

d)

สถานะและรายละเอียดของสไลด์

6.

ข้อใดเป็นความแตกต่างระหว่าง Ribbon กับ Quick Access Toolbar

a)

ทั้งสองอยู่บริเวณด้านบนหน้าต่าง

b)

Quick Access Toolbar ใช้ควบคุมเปิด–ปิดหน้าต่าง

c)

Quick Access Toolbar แสดงคำสั่งใช้บ่อย

d)

Ribbon มีหลายแท็บรวมคำสั่ง

7.

ปุ่มควบคุมหน้าต่าง (Windows Controls) โดยทั่วไปมีปุ่มใดบ้าง

a)

ปิด ย่อ–ขยาย และย่อหน้าต่าง

b)

บันทึก เปิด และพิมพ์เอกสาร

c)

แทรก รูปภาพ และตาราง

d)

ค้นหา แทนที่ และตรวจสะกด

8.

หากต้องการดูภาพรวมสไลด์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ควรสังเกตส่วนใดมากที่สุด

a)

Ribbon และแท็บต่างๆด้านบน

b)

Slide Pane และภาพย่อทางซ้าย

c)

Status Bar และตัวบ่งชี้มุมมอง

d)

Title Bar และชื่อไฟล์ที่เปิดอยู่

9.

ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง Save กับ Save As ได้ถูกต้องที่สุด

a)

Save As บันทึกทับไฟล์เดิม โดยไม่ตั้งชื่อใหม่

b)

Save สร้างไฟล์ใหม่ และลบไฟล์เดิมทันที

c)

Save บันทึกทับไฟล์เดิม โดยไม่ตั้งชื่อใหม่

d)

Save As ปิดไฟล์ทันที แล้วเปิดไฟล์เดิมอีกครั้ง

10.

เมื่อต้องการเปลี่ยนประเภทไฟล์เวลาบันทึก ควรใช้คำสั่งใด

a)

ปิด เพื่อแปลงไฟล์อัตโนมัติ

b)

บันทึก เพื่อบันทึกแบบเดิมเท่านั้น

c)

บันทึกเป็น เพื่อเลือกชนิดไฟล์ใหม่

d)

เทมเพลต เพื่อเลือกแบบสไลด์

11.

ไฟล์แบบ PowerPoint Show มีนามสกุลใดและเปิดแล้วเกิดผลอย่างไร

a)

.docx เปิดเป็นเอกสารข้อความทันที

b)

.ppsx เปิดเป็นการแสดงสไลด์ทันที

c)

.pptx เปิดเป็นโหมดแก้ไขเสมอ

d)

.xlsx เปิดเป็นตารางคำนวณทันที

12.

ขั้นตอนใดถูกต้องเมื่อบันทึกไฟล์ให้เปิดได้บนเครื่องที่ไม่มี PowerPoint

a)

ตั้งชื่อไฟล์ให้สั้นและชัดเจน

b)

เลือกชนิดไฟล์เป็น PowerPoint Show (.ppsx)

c)

คลิกปิดโปรแกรมก่อนบันทึกไฟล์

d)

บันทึกไปยังโฟลเดอร์ที่เข้าถึงได้

13.

ในหน้าต่างบันทึกเป็น ข้อใดคือสิ่งที่ต้องกำหนดก่อนคลิกบันทึก

a)

ตำแหน่งจัดเก็บ และชื่อไฟล์

b)

สีพื้นหลังสไลด์ และฟอนต์

c)

จำนวนสไลด์ และธีม

d)

ทางลัดคีย์บอร์ด และภาษา

14.

หากแก้ไขงานเสร็จและต้องการปิดไฟล์อย่างปลอดภัย ควรทำอย่างไร

a)

คลิกเมนูมุมมอง แล้วเลือก จัดเรียง

b)

ถอดแฟลชไดรฟ์โดยไม่บันทึก

c)

กด Delete เพื่อลบไฟล์ทันที

d)

คลิกเมนูไฟล์ แล้วเลือก ปิด

15.

PowerPoint สามารถสร้างงานใหม่ได้กี่แบบ และคือแบบใดบ้าง

a)

สี่แบบ ธีม สไลด์ รูปภาพ และเสียง

b)

หนึ่งแบบ เทมเพลตเท่านั้น

c)

สามแบบ เทมเพลต ธีม และสไลด์แม่แบบ

d)

สองแบบ เทมเพลต และ Blank Presentation

16.

การสร้างงานใหม่จาก Template มีข้อดีใดสำหรับผู้เริ่มต้น

a)

มีรูปแบบสวยพร้อมใช้ ลดเวลาจัดสไลด์

b)

บังคับใช้ฟอนต์เดียวทุกสไลด์

c)

จำกัดจำนวนสไลด์ไม่เกินสิบสไลด์

d)

ไม่สามารถแก้ไขสีหรือธีมได้เลย

17.

ขั้นตอนเริ่มต้นเพื่อสร้างงานใหม่แบบ Blank Presentation คืออะไร

a)

คลิก View แล้วเลือก Zoom

b)

คลิก Design แล้วเลือก Themes

c)

คลิก Insert แล้วเลือก Picture

d)

คลิก File แล้วเลือก New

18.

เมื่อเปิดหน้าต่าง New Presentation แล้ว ต้องทำอะไรต่อเพื่อสร้างจากเทมเพลต

a)

เปิดแถบมุมมอง แล้วเลือกสไลด์

b)

คลิกปิดหน้าต่าง แล้วเริ่มแก้ไข

c)

พิมพ์ชื่อไฟล์ แล้วกด Esc

d)

เลือกเทมเพลต แล้วคลิก Create

19.

ข้อใดเป็นขั้นตอนครบถ้วนในการบันทึกเป็น PowerPoint Show จากภาพหมายเลข 1–4

a)

เลือกธีม ตั้งชื่อ เลือก .docx กดบันทึก

b)

คลิกบันทึก เลือก .pptx ตั้งชื่อ กดปิด

c)

เลือกโฟลเดอร์ ตั้งชื่อ เลือก .ppsx กดบันทึก

d)

กดปิด เลือกโฟลเดอร์ เลือก .xlsx กดบันทึก

20.

เมื่อบันทึกไฟล์แล้วต้องการกลับมาใช้งานภายหลัง ควรทำอย่างไรเพื่อค้นหาไฟล์ง่าย

a)

ใช้ชนิดไฟล์ไม่เกี่ยวข้องกับงาน

b)

ตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความ

c)

บันทึกไว้ในโฟลเดอร์ที่รู้จัก

d)

ไม่ตั้งชื่อและใช้ค่าเริ่มต้น

21.

ข้อใดคือขั้นตอนแรกในการแทรก Text box บนสไลด์ในโปรแกรมนำเสนอ

a)

คลิกแท็บ Home แล้วเลือก WordArt

b)

คลิกแท็บ Insert แล้วเลือก Text box

c)

คลิกแท็บ View แล้วเลือก Picture

d)

คลิกแท็บ Format แล้วเลือก Shapes

22.

เมื่อแทรก Text box แล้วควรทำอย่างไรต่อเพื่อกำหนดพื้นที่พิมพ์ข้อความ

a)

ลากเมาส์บนพื้นที่สไลด์ให้เป็นกรอบ

b)

ดับเบิลคลิกที่แถบสถานะโปรแกรม

c)

คลิกขวาที่พื้นหลังแล้วเลือก Save

d)

กดปุ่ม Esc เพื่อยืนยันตำแหน่ง

23.

WordArt ใช้สำหรับงานใดมากที่สุด

a)

วาดรูปร่างสามเหลี่ยม

b)

จัดข้อความให้มีสไตล์สวยงาม

c)

บันทึกไฟล์เป็นนามสกุล .pptx

d)

แทรกรูปภาพจากอินเทอร์เน็ต

24.

เมื่อต้องการเลือกแบบของ WordArt ให้ทำขั้นตอนใด

a)

พิมพ์ชื่อไฟล์ในช่อง File name

b)

เปิด Dialog รูปภาพจากโฟลเดอร์

c)

คลิกแบบที่ต้องการจากกรอบตัวอย่าง

d)

คลิก Ribbon แท็บ View และ Zoom

25.

หากต้องการแก้ไขเอฟเฟกต์ของ WordArt ให้คลิกเครื่องมือบน Ribbon แท็บใด

a)

Format เพื่อปรับแต่ง WordArt

b)

Slide Show เพื่อเล่น

c)

Home เพื่อคัดลอกวาง

d)

View เพื่อเปลี่ยนมุมมอง

26.

การสร้าง AutoShape บนสไลด์มีขั้นตอนใดถูกต้อง

a)

คลิกแท็บ Insert แล้วเลือก Shapes

b)

ลากเมาส์วาดลงบนพื้นที่สไลด์

c)

เลือกแบบรูปร่างที่ต้องการ

d)

คลิกแท็บ Review แล้วกด Spell Check

27.

ข้อใดเป็นการบันทึกงานนำเสนออย่างถูกต้อง

a)

คลิก Save หรือ Save As บน File

b)

คลิก WordArt แล้วกด Delete

c)

แทรก Shapes แล้วกด Esc

d)

เปิด View แล้วเลือก Slide Sorter

28.

เมื่อตั้งชื่อไฟล์งานนำเสนอ ควรพิมพ์ชื่อในช่องใดก่อนคลิก Save

a)

ช่อง Search บนแถบงาน

b)

ช่อง Address ของเบราว์เซอร์

c)

ช่อง Zoom ของสไลด์

d)

ช่อง File name ในหน้าต่างบันทึก

29.

ข้อความในภาพสไลด์ตัวอย่างแสดงขั้นตอนใดต่อจากการแทรกกรอบข้อความ

a)

เปลี่ยนมุมมองเป็น Slide Show ก่อนพิมพ์

b)

คลิกในกรอบแล้วพิมพ์ข้อความทันที

c)

คลิก File แล้วเลือก Close โปรแกรม

d)

ลากกรอบไปไว้แถบสถานะ

30.

ในโปรแกรมนำเสนอ สายงานใดใช้สำหรับแทรกรูปภาพลงในสไลด์?

a)

แท็บ Design ใช้คำสั่ง Theme

b)

แท็บ Animations ใช้คำสั่ง Motion

c)

แท็บ Transitions ใช้คำสั่ง Effect

d)

แท็บ Insert ใช้คำสั่ง Picture

31.

แท็บ Design ใช้เพื่อทำอะไรกับงานนำเสนอ?

a)

แทรกตารางและแผนภูมิ

b)

เลือกธีมและปรับรูปแบบสไลด์

c)

กำหนดเสียงและเวลาเปลี่ยนสไลด์

d)

ตั้งค่าการเคลื่อนไหวของวัตถุ

32.

เมื่อคลิกแท็บ Design แล้ว ส่วนที่เลื่อนด้วย Scrollbar จะแสดงอะไรให้เลือก?

a)

กลุ่มแบบของธีม Design

b)

รายชื่อไฟล์รูปภาพทั้งหมด

c)

รายการเสียงของ Transition

d)

ตัวเลือกการเคลื่อนไหว Animation

33.

ข้อใดเป็นผลของการนำเมาส์ไปชี้ที่แบบ Design แต่ละแบบ?

a)

แสดงตัวอย่างบนสไลด์ทันที

b)

ปรับเสียงให้ดังขึ้นอัตโนมัติ

c)

เปิดหน้าต่างบันทึกงานใหม่

d)

ซ่อนเมนูเครื่องมือทั้งหมด

34.

คำว่า Slide Transition ในงานนำเสนอหมายถึงอะไร?

a)

เอฟเฟกต์ตอนเปลี่ยนหน้าสไลด์

b)

การแทรกรูปภาพลงในสไลด์

c)

การจัดตำแหน่งกล่องข้อความ

d)

การตั้งค่าหน้ากระดาษพิมพ์

35.

หลังเลือก Transition แล้ว ต้องการปรับเสียงและความเร็วควรตั้งค่าใดบ้าง?

a)

ช่อง Sound เลือกเสียง

b)

ค่า Duration ความเร็ว

c)

ปุ่ม Apply To All

d)

ปุ่ม New Slide เพิ่มสไลด์

36.

ข้อใดต่างจาก Transition และเป็นการเคลื่อนไหวภายในวัตถุในสไลด์?

a)

Animation ของข้อความและวัตถุ

b)

Duration ของการเปลี่ยนหน้า

c)

Theme ของแบบสไลด์

d)

Picture จากไฟล์ภาพ

37.

ดูภาพหน้าต่าง PowerPoint ที่มีแถบ Animation ด้านบน นักเรียนควรทำขั้นตอนใดก่อนเพื่อเริ่มเพิ่มแอนิเมชันให้กล่องข้อความบนสไลด์

a)

ดับเบิลคลิกพื้นหลังสไลด์เพื่อเลือกทั้งหมด

b)

ไปที่แท็บ View เพื่อเปิดบานหน้าต่าง Selection

c)

เปิด Slide Show แล้วคลิกปุ่ม Play ก่อนเริ่ม

d)

เลือกวัตถุหรือข้อความบนสไลด์ให้เป็น Active

38.

เมื่อเลือกวัตถุแล้ว ปุ่มใดบนริบบอนที่ใช้เพิ่มแอนิเมชันเริ่มต้นให้วัตถุ

a)

ปุ่ม Format Shape บนแท็บ Shape

b)

ปุ่ม Transitions Gallery บนแท็บ Transitions

c)

ปุ่ม Insert Text Box บนแท็บ Insert

d)

ปุ่ม Add Animation บนแท็บ Animation

39.

ข้อใดอธิบายประโยชน์ของ Animation Pane ได้ถูกต้อง

a)

จัดลำดับเวลาและแก้ไขรายการแอนิเมชันทั้งหมด

b)

เปลี่ยนสีพื้นหลังและธีมของสไลด์อย่างรวดเร็ว

c)

บันทึกสไลด์เป็นวิดีโอและปรับความละเอียด

d)

แทรกตารางและกำหนดรูปแบบเซลล์

40.

เมื่อต้องการปรับรายละเอียดเอฟเฟกต์ เช่น ทิศทางหรือการเริ่มเล่น ควรเปิดหน้าต่างใด

a)

หน้าต่าง Font Options ของข้อความ

b)

หน้าต่าง Picture Corrections ของรูปภาพ

c)

หน้าต่าง Page Setup สำหรับสไลด์

d)

หน้าต่าง Effect Options ของแอนิเมชัน

41.

เลือกตัวเลือกที่เป็นเวลาการเล่นแอนิเมชันที่พบได้ทั่วไป

a)

On Click เริ่มเมื่อคลิก

b)

With Previous เริ่มพร้อมรายการก่อน

c)

After Previous เริ่มถัดจากรายการก่อน

d)

Until End เล่นวนซ้ำไม่สิ้นสุด

42.

หากต้องการเพิ่มหลายแอนิเมชันในวัตถุเดียว ควรกดปุ่มใดหลังเลือกแอนิเมชันแรก

a)

Group Objects เพื่อรวมวัตถุทั้งหมด

b)

Duplicate Slide เพื่อคัดลอกสไลด์

c)

Remove Animation เพื่อลบรายการเดิม

d)

Add Animation เพื่อซ้อนหลายเอฟเฟกต์

43.

วิธีใดถูกต้องในการเปิด Animation Pane ตามภาพที่แสดง

a)

คลิกลูกศรตรงชื่อแอนิเมชันแล้วเลือก Animation Pane

b)

คลิกขวาที่สไลด์แล้วเลือก Reset Slide

c)

เปิดแท็บ Review แล้วเลือก Spelling Pane

d)

ดับเบิลคลิกวัตถุเพื่อเปิด Format Pane

44.

หลังปรับตัวเลือกใน Effect Options แล้ว ขั้นตอนใดช่วยทดสอบผลแอนิเมชันได้ทันที

a)

คลิกปุ่ม Play ใน Animation Pane หรือเริ่ม Slide Show

b)

บันทึกเป็นไฟล์ PDF แล้วเปิดอ่าน

c)

ส่งสไลด์ทางอีเมลเพื่อดูผล

d)

เปลี่ยนธีมสไลด์ก่อนทดสอบ

45.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการใช้ Chart ในงานนำเสนอ PowerPoint สำหรับนักเรียนชั้น ม.6

a)

แสดงข้อมูลเป็นรูปภาพสวยงาม

b)

ใส่เอฟเฟกต์ให้ข้อความเด่น

c)

แสดงข้อมูลเชิงตัวเลขเป็นภาพ

d)

ตกแต่งสไลด์ให้มีสีสดใส

46.

ถ้าต้องการเริ่มแทรกแผนภูมิลงบนสไลด์ ขั้นตอนแรกที่ควรทำคืออะไร

a)

เปิดสไลด์ที่ต้องการแก้ไข

b)

เปลี่ยนธีมของงานนำเสนอ

c)

เลือกตัวอักษรแบบใหม่

d)

ตั้งค่าหน้ากระดาษแนวนอน

47.

เมื่อคลิก Insert Chart จะเกิดอะไรขึ้นบนหน้าจอ

a)

เปิดหน้าต่างเลือกชนิดแผนภูมิ

b)

เปิดหน้าต่างเลือกธีมสี

c)

เปิดหน้าต่างใส่ตัวอักษรศิลป์

d)

เปิดหน้าต่างแทรกรูปภาพ

48.

หลังเลือกชนิดแผนภูมิแล้ว โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างคล้าย Excel ขึ้นมาเพื่อทำสิ่งใด

a)

พิมพ์ข้อความตกแต่ง

b)

กรอกและแก้ไขข้อมูลชุด

c)

ใส่เอฟเฟกต์เคลื่อนไหว

d)

ปรับขนาดสไลด์อัตโนมัติ

49.

ถ้าช่องข้อมูลบางคอลัมน์ไม่ต้องใช้ ควรทำอย่างไรกับหัวคอลัมน์หรือหัวแถวเหล่านั้น

a)

เปลี่ยนชื่อให้สั้นลง

b)

ย้ายไปแผ่นงานอื่นทันที

c)

ใส่สีพื้นหลังใหม่

d)

เลือกแล้วกดลบ Delete

50.

เมื่อต้องการกลับไปดูแผนภูมิบนสไลด์หลังแก้ข้อมูลแล้ว ควรทำขั้นตอนใด

a)

บันทึกเป็นรูปภาพใหม่

b)

ปิดกรอบหน้าต่างข้อมูล

c)

รีสตาร์ทโปรแกรมทั้งหมด

d)

คัดลอกไปยังสไลด์อื่น

51.

การจัดการกับข้อมูลของ Chart สามารถทำได้จากแท็บใดบน Ribbon

a)

Insert SmartArt

b)

Review Proofing

c)

Home Tab Format

d)

Chart Tools Design

52.

ในกล่อง Select Data Source ปุ่ม Switch Row/Column มีหน้าที่หลักคืออะไร

a)

สลับแถวกับคอลัมน์ข้อมูล

b)

ลบทุกชุดข้อมูลทันที

c)

แปลงแผนภูมิเป็นรูปภาพ

d)

เพิ่มชุดข้อมูลใหม่อัตโนมัติ

53.

เมื่อคลิก Switch Row/Column แล้วตกลง ผลลัพธ์ที่เห็นบนแผนภูมิจะเป็นอย่างไร

a)

แผนภูมิย่อขนาดอัตโนมัติ

b)

ชื่อเรื่องหายไปจากกราฟ

c)

สีของทุกแท่งเปลี่ยนทันที

d)

แกนข้อมูลสลับตำแหน่งกัน

54.

เมื่อจัดการข้อมูลใน Chart Tools Design แล้ว ต้องการเพิ่มความโดดเด่นให้กราฟ ควรทำสิ่งใดต่อไป

a)

เปลี่ยนธีมงานนำเสนอ

b)

เลือกสไตล์ใน Chart Styles

c)

ปิดโปรแกรมทันที

d)

เพิ่มจำนวนสไลด์ใหม่

55.

ขั้นตอนแรกในการแทรก SmartArt บนสไลด์ควรทำอย่างไร

a)

เปลี่ยนธีมสไลด์เป็นสีเข้มก่อน

b)

ลบข้อความทั้งหมดออกจากสไลด์

c)

เปิดเบราว์เซอร์เพื่อค้นหารูปภาพ

d)

คลิก Insert SmartArt Graphic ที่พื้นที่เนื้อหา

56.

เมื่อเปิดหน้าต่างเลือกกราฟิก SmartArt แล้ว ควรทำสิ่งใดต่อไป

a)

คลิกปุ่ม Print เพื่อทดลองพิมพ์

b)

เลือกหมวดหมู่และแบบที่ต้องการแล้วกด OK

c)

ลากไฟล์จากเดสก์ท็อปเข้าไปแทน

d)

ปิดโปรแกรมแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง

57.

ข้อใดเป็นวิธีใส่ข้อมูลลงใน SmartArt ที่ถูกต้อง

a)

แทรกรูปภาพแทนข้อความ

b)

เปลี่ยนสีพื้นหลังสไลด์

c)

พิมพ์ที่ Click to add title

d)

พิมพ์ในช่อง Text ที่ SmartArt

58.

เมื่อเลือกส่วนของ SmartArt ที่ต้องการตกแต่ง จะเกิดอะไรขึ้น

a)

ลบสไลด์ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

b)

เครื่องคอมพิวเตอร์รีสตาร์ตทันที

c)

เข้าสู่โหมดบันทึกเสียงอัตโนมัติ

d)

ปรากฏแถบ SmartArt Tools บน Ribbon

59.

ข้อใดอธิบาย ‘Hyperlink’ ได้ถูกต้อง

a)

ปุ่มปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

b)

เครื่องมือเปลี่ยนสีข้อความทันที

c)

โปรแกรมลบไวรัสโดยอัตโนมัติ

d)

จุดเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บหรือไฟล์

60.

ตัวเลือกการเชื่อมโยงใดพบได้บ่อยในการสร้าง Hyperlink

a)

ลิงก์ไปยังเครื่องสแกนเนอร์

b)

ลิงก์ไปยังหน้าต่างพิมพ์

c)

ลิงก์ไปยังไฟล์ในเครื่อง

d)

ลิงก์ไปยังหน้าเว็บ