NEW
Font size
Worksheetsเก็บคะแนน ม.6 หน่วย2 กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
Total questions: 20
Worksheet time: 40mins
หากโลกไม่มีการแบ่งชั้น (Homogeneous) และมีเนื้อสารเหมือนกันทั้งหมดตั้งแต่ผิวโลกจนถึงจุดศูนย์กลาง เส้นทางเดินของคลื่น P-wave ที่เดินทางผ่านโลกควรจะมีลักษณะเป็นเส้นตรง
แต่ในความเป็นจริง พบว่าคลื่น P-wave มีการเดินทางเป็นเส้นโค้งและหักเหเมื่อผ่านระดับความลึกต่างๆ ปรากฏการณ์นี้ยืนยันสมบัติทางฟิสิกส์ข้อใดของภายในโลก
โลกมีความหนาแน่นและความดันเพิ่มขึ้นตามระดับความลึก ทำให้ดัชนีหักเหของคลื่นเปลี่ยนไป
โลกมีการหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูง ทำให้คลื่นถูกเหวี่ยงออก
คลื่น P-wave พยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความร้อนสูง
สนามแม่เหล็กโลกดึงดูดคลื่นไหวสะเทือนให้เบนเข้าหาขั้วโลก
อุกกาบาตเหล็ก (Iron Meteorite) ประกอบด้วยเหล็กและนิกเกิลเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่หินบนเปลือกโลกส่วนใหญ่เป็นซิลิเกต การใช้ข้อมูลนี้มาสรุปว่า 'แก่นโลก' ประกอบด้วยเหล็กและนิกเกิล ต้องอาศัยสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์เรื่องใดเป็นตัวเชื่อมโยงสำคัญที่สุด
สมมติฐานเรื่องการขยายตัวของพื้นมหาสมุทร (Sea-floor spreading)
ทฤษฎีทวีปเลื่อน (Continental Drift) ของอัลเฟรด เวเกเนอร์
กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม
กระบวนการแยกชั้นตามความหนาแน่น (Planetary Differentiation) ในช่วงกำเนิดระบบสุริยะ
ภูเขาไฟระเบิดบางครั้งพ่นก้อนหินชนิดพิเศษที่เรียกว่า 'ซีโนลิธ' (Xenolith) หรือหินแปลกปลอมออกมาด้วย ซึ่งเมื่อนำไปวิเคราะห์พบว่าเป็นหินเพริโดไทต์ (Peridotite) ที่ประกอบด้วยแร่โอลิวีนสีเขียวเข้ม
การค้นพบซีโนลิธนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนข้อเท็จจริงใดเกี่ยวกับโครงสร้างโลก
เป็นหลักฐานว่าเปลือกโลกในอดีตเคยมีสีเขียวเหมือนดาวอังคาร
เป็นชิ้นส่วนของแก่นโลกชั้นนอกที่หลุดออกมา แสดงว่าแก่นโลกชั้นนอกเริ่มแข็งตัวแล้ว
เป็นตัวอย่างหินจาก 'เนื้อโลกตอนบน' ที่ถูกแมกมาพาขึ้นมาสู่ผิวโลก ทำให้เรารู้องค์ประกอบเคมีโดยตรงของเนื้อโลก
เป็นหินที่เกิดจากอุกกาบาตพุ่งชนโลกในยุคไดโนเสาร์
ในการศึกษาเพชร (Diamond) ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ พบว่าเพชรจะเสถียรและก่อตัวขึ้นได้ภายใต้ความดันและอุณหภูมิที่สูงมากเท่านั้น (ลึกกว่า 150 กม.) การพบเพชรบนผิวโลกในปล่องภูเขาไฟโบราณ (Kimberlite Pipe) บอกอะไรเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
ผิวโลกในอดีตเคยร้อนและมีความดันเท่ากับเนื้อโลก
ต้องมีการเคลื่อนที่ของมวลสารจากเนื้อโลกตอนล่างขึ้นสู่ผิวโลกอย่างรวดเร็วมาก
แก่นโลกชั้นในมีการระเบิดเป็นครั้งคราวส่งเพชรออกมา
เพชรเกิดจากการทับถมของซากพืชบนผิวโลกแล้วถูกภูเขาไฟกลบ
เมื่อนำแผนที่โลกมาต่อกัน พบว่าขอบทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกาสามารถต่อกันได้พอดี แต่ถ้าใช้ 'แนวชายฝั่งปัจจุบัน' (Shoreline) จะพบช่องว่างหรือส่วนเกยกันบ้างเล็กน้อย แต่ถ้าใช้ 'ขอบไหล่ทวีป' (Continental Shelf) ที่ระดับความลึก 2,000 เมตร จะต่อกันได้สมบูรณ์กว่า
เหตุใดการใช้ขอบไหล่ทวีปจึงเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือกว่าแนวชายฝั่ง
เพราะไหล่ทวีปเป็นบริเวณที่มีฟอสซิลสัตว์น้ำหนาแน่นกว่า
เพราะแนวชายฝั่งของแอฟริกาถูกมนุษย์ถมดินสร้างเมืองจนรูปร่างเปลี่ยนไปมาก
เพราะแนวชายฝั่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจากการกัดเซาะและการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล
เพราะไหล่ทวีปประกอบด้วยหินที่มีความหนาแน่นสูงกว่าชายฝั่ง
นักธรณีวิทยาพบ 'รอยครูดถูของธารน้ำแข็ง' (Glacial Striations) บนหินฐานในประเทศอินเดีย โดยรอยครูดมีทิศทางชี้จากมหาสมุทรขึ้นสู่แผ่นดิน หากปัจจุบันอินเดียเป็นเขตร้อน การค้นพบนี้บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์การเคลื่อนที่ของแผ่นอินเดียอย่างไร
รอยครูดเกิดจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกที่เสียดสีกันเอง ไม่เกี่ยวกับน้ำแข็ง
แผ่นอินเดียเคยเป็นส่วนหนึ่งของมหาทวีปกอนด์วานาที่ตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลกใต้ และธารน้ำแข็งไหลจากพื้นที่สูงลงมา
แผ่นดินอินเดียเคยจมอยู่ใต้มหาสมุทรลึกที่มีภูเขาน้ำแข็งครูดถูพื้นทะเล
ในอดีตเคยเกิดยุคน้ำแข็งทั่วโลกจนน้ำทะเลกลายเป็นน้ำแข็งและไหลขึ้นฝั่งอินเดีย
นักวิทยาศาสตร์ตรวจวัด 'ภาวะแม่เหล็กโลกบรรพกาล' (Paleomagnetism) ในหินบะซอลต์ก้นมหาสมุทร พบว่าเป็นแถบสีสลับกันระหว่างขั้วแม่เหล็กปกติ (North) และขั้วแม่เหล็กกลับทิศ (South) โดยมีความสมมาตรกันทั้งสองฝั่งของสันเขากลางมหาสมุทร
ข้อมูลนี้ช่วย 'พิสูจน์' สมมติฐานใดที่ทฤษฎีทวีปเลื่อนเดิมของอัลเฟรด เวเกเนอร์ อธิบายไม่ได้
กลไกการสร้างเปลือกโลกใหม่ที่ผลักดันให้ทวีปเคลื่อนที่ออกจากกัน
สาเหตุที่ทำให้สนามแม่เหล็กโลกเกิดการกลับขั้ว
องค์ประกอบทางเคมีของลาวาที่พุ่งออกมาจากแก่นโลก
ระยะทางที่แน่นอนระหว่างทวีปในยุคจูราสสิก
เทือกเขาแอนดีส (The Andes) ในทวีปอเมริกาใต้ เป็นเทือกเขาที่มีภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวรุนแรง ขนานไปกับร่องลึกก้นสมุทร (Trench) ทางด้านตะวันตก
กระบวนการใดที่เป็น 'กลไกหลัก' (Driving Mechanism) ในการดึงให้แผ่นมหาสมุทรนาซกามุดลงใต้แผ่นทวีปอเมริกาใต้จนเกิดธรณีสัณฐานดังกล่าว
การขยายตัวของทวีปอเมริกาใต้ที่ดันออกไปทางตะวันตก
แรงเสียดทานจากชั้นบรรยากาศที่หมุนรอบโลก
แรงดันจากสันเขากลางมหาสมุทร (Ridge Push) เพียงอย่างเดียว
แรงดึงจากการมุดตัว (Slab Pull) เนื่องจากการจมตัวของแผ่นเปลือกโลกที่เย็นและหนาแน่นกว่า
ทำไมบริเวณ 'รอยเลื่อนซานแอนเดรียส' (San Andreas Fault) จึงเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่กลับ 'ไม่พบ' ภูเขาไฟระเบิดเหมือนบริเวณวงแหวนแห่งไฟส่วนอื่น
เพราะรอยเลื่อนนี้เป็นรอยเลื่อนที่ตายแล้ว ไม่มีการเคลื่อนที่
เพราะเป็นแนวรอยต่อที่แผ่นธรณีเคลื่อนที่ผ่านกันในแนวราบ (Transform) จึงไม่มีการมุดตัวเพื่อหลอมละลายหิน
เพราะเปลือกโลกบริเวณนั้นหนามากจนลาวาเจาะขึ้นมาไม่ได้
เพราะอยู่ไกลจากจุดศูนย์กลางความร้อนของโลกมากเกินไป
ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง 'อายุของหิน' และ 'รูปแบบการเคลื่อนที่' ของแผ่นธรณีบริเวณเทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก (Mid-Atlantic Ridge) ได้ถูกต้องที่สุด
หินทุกบริเวณมีอายุเท่ากัน แสดงว่าแผ่นเปลือกโลกมหาสมุทรหยุดการเคลื่อนที่แล้ว
หินบริเวณรอยแยกมีอายุสลับกันไปมาแบบสุ่ม ไม่มีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่
หินที่มีอายุมากที่สุดอยู่ตรงกลางรอยแยก แสดงถึงการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก
หินที่มีอายุน้อยที่สุดอยู่ตรงกลางรอยแยก แสดงถึงการแทรกดันของแมกมาจากแรงดันภายใน
นักธรณีวิทยาสำรวจพบ 'หุบเขาทรุด' (Rift Valley) ขนาดใหญ่ในทวีปแอฟริกาตะวันออก (East African Rift) พบรอยแยกที่เปลือกโลกดึงตัวออกจากกัน และมีภูเขาไฟที่ลาวามีสภาพเป็นด่าง (Alkaline lava) ผุดขึ้นมา สาเหตุและแนวโน้มในอนาคตของพื้นที่นี้สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
เกิดจากแรงดึง (Tension) จากกระแสพาความร้อนที่ดันตัวขึ้น ทำให้แผ่นทวีปกำลังจะแยกออกจากกันกลายเป็นมหาสมุทรใหม่
เกิดจากแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ผ่านกันในแนวราบ ทำให้เกิดรอยฉีกขาด
เกิดจากกระแสพาความร้อนวนลงต่ำ (Downward Convection) ดึงให้เปลือกโลกยุบตัวลงกลายเป็นทะเลสาบ
เกิดจากการชนกันของแผ่นทวีปทำให้แผ่นดินโก่งตัวและแตกออกเป็นหุบเขา
นักธรณีวิทยาเปรียบเทียบภูเขาไฟสองลูก ลูกที่ A มีลาวาที่มีปริมาณซิลิกา (Silica) ต่ำและมีความหนืดน้อย ในขณะที่ลูกที่ B มีลาวาที่มีปริมาณซิลิกาสูงและมีความหนืดมาก หากทั้งสองลูกมีการสะสมตัวของแก๊สในปริมาณที่เท่ากัน ภูเขาไฟลูกใดมีโอกาสระเบิดรุนแรงมากกว่าเพราะเหตุใด
ภูเขาไฟลูกที่ A เพราะลาวาไหลได้เร็วทำให้แก๊สพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
ภูเขาไฟลูกที่ B เพราะความหนืดของลาวาขัดขวางการเดินทางของคลื่นเสียง
ภูเขาไฟลูกที่ B เพราะความหนืดของลาวาจะกักเก็บฟองแก๊สไว้จนเกิดแรงดันมหาศาลภายใน
ทั้งสองลูกระเบิดรุนแรงเท่ากัน เพราะมีปริมาณแก๊สตั้งต้นเท่ากัน
คุณได้รับมอบหมายให้ออกแบบ 'แผนที่ความเสี่ยง' สำหรับเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ เพื่อใช้ในการวางแผนผังเมือง ข้อมูลใดที่มีความสำคัญ 'น้อยที่สุด' ในการประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยจากการไหลของลาวาและโคลนภูเขาไฟ
แนวร่องน้ำและแม่น้ำสายหลัก
แผนที่แสดงความสูงต่ำของภูมิประเทศ (Topography)
ทิศทางลมประจำถิ่นในช่วงฤดูกาลต่างๆ
ประวัติการระเบิดและร่องรอยตะกอนในอดีต
หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยภูเขาไฟระเบิด และได้รับประกาศเตือนภัยระดับ 'เฝ้าระวังสูงสุด' (เตรียมอพยพ) สิ่งของใน 'กระเป๋าฉุกเฉิน' (Emergency Kit) ข้อใดที่มีความจำเป็นเฉพาะเจาะจงสำหรับภัยภูเขาไฟ มากกว่าภัยพิบัติทั่วไป
ไฟฉายและถ่านสำรอง
เสื้อชูชีพ
หน้ากากอนามัย N95 และแว่นตานิรภัย (Goggles)
นกหวีดและเชือก
เกิดแผ่นดินไหวครั้งหนึ่ง ศูนย์เตือนภัยรายงานว่ามี 'ขนาด 7.0' (Magnitude) แต่เมื่อสำรวจความเสียหาย พบว่าเมือง A ที่ตั้งอยู่บนชั้นหินแข็งได้รับความเสียหายน้อยมาก (ระดับความรุนแรง III) ในขณะที่เมือง B ซึ่งอยู่ห่างออกไปเท่ากันแต่ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน กลับได้รับความเสียหายอย่างหนัก (ระดับความรุนแรง VII)
ข้อความใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง 'ขนาด' และ 'ความรุนแรง' จากสถานการณ์นี้ได้ถูกต้องที่สุด
เมือง B ได้รับพลังงานจากแผ่นดินไหวมากกว่าเมือง A เนื่องจากดินอ่อนช่วยเพิ่มขนาดของแผ่นดินไหวให้สูงขึ้น
ขนาดคือปริมาณพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา ณ จุดกำเนิด ซึ่งมีค่าเดียว ส่วนความรุนแรงคือผลกระทบที่เกิดขึ้นซึ่งแปรผันตามสภาพพื้นที่
ขนาดของแผ่นดินไหวเปลี่ยนไปตามระยะทางและสภาพดิน แต่ความรุนแรงมีค่าคงที่เสมอ
ข้อมูลผิดพลาด ปกติแล้วหากขนาดเท่ากัน ความเสียหายต้องเท่ากันในทุกพื้นที่
ในการออกแบบระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า (Earthquake Early Warning System) วิศวกรใช้หลักการความแตกต่างของความเร็วคลื่นไหวสะเทือนมาแจ้งเตือนประชาชน หลักการนั้นคือข้อใด
ตรวจจับคลื่น P (P-wave) ที่มาถึงก่อน แล้วส่งสัญญาณเตือนภัยก่อนที่คลื่น S (S-wave) และคลื่นพื้นผิวที่ทำลายล้างจะมาถึง
ตรวจจับคลื่น S (S-wave) ที่มีความรุนแรงที่สุด แล้วส่งสัญญาณให้คนหลบภัยทันที
ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นก่อนแผ่นดินไหว 24 ชั่วโมง
ตรวจจับคลื่นเสียงความถี่ต่ำที่สัตว์ได้ยินเพื่อเตือนภัย
คุณกำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้น 3 ทันใดนั้นเกิดแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สิ่งของเริ่มร่วงหล่น ข้อใดคือการปฏิบัติตนที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดในขณะนั้น
วิ่งออกไปที่ระเบียงหรือยืนใกล้หน้าต่างกระจกเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
หมอบลงใต้โต๊ะที่แข็งแรง ยึดขาโต๊ะไว้ให้แน่น และก้มหน้าป้องกันศีรษะ
รีบวิ่งไปที่บันไดเลื่อนหรือลิฟต์เพื่อลงไปชั้นล่างให้เร็วที่สุด
ยืนนิ่งๆ และพยายามประคองสติ สวดมนต์ภาวนาจนกว่าแผ่นดินไหวจะหยุด
เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ริกเตอร์ ใต้ท้องทะเลอันดามัน โดยจุดศูนย์กลางอยู่ลึกจากพื้นดินเพียง 10 กิโลเมตร ศูนย์เตือนภัยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่สุดท้าย 'ไม่เกิดสึนามิ'
จากข้อมูลทางธรณีฟิสิกส์ สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดที่ทำให้ไม่เกิดสึนามิในครั้งนี้คือข้อใด
จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ตื้นเกินไป
แผ่นดินไหวเกิดจากการเลื่อนตัวของเปลือกโลกใน 'แนวราบ' (Strike-slip fault)
แผ่นดินไหวมีความรุนแรงน้อยเกินไปที่จะทำให้เกิดคลื่น
น้ำทะเลมีความหนาแน่นสูงเกินกว่าที่แรงแผ่นดินไหวจะยกตัวขึ้นได้
เรือประมง A ลอยลำอยู่กลางมหาสมุทรลึก ในขณะที่เรือประมง B จอดอยู่ใกล้ชายฝั่ง เมื่อเกิดสึนามิเคลื่อนตัวผ่าน ปรากฏว่าเรือ A แทบไม่รู้สึกถึงคลื่น แต่เรือ B ถูกคลื่นซัดจนเสียหาย
หลักการฟิสิกส์ข้อใดอธิบายปรากฏการณ์ที่แตกต่างกันนี้ได้ดีที่สุด
คลื่นสึนามิเกิดเฉพาะบริเวณชายฝั่งเท่านั้น ไม่ได้เดินทางผ่านมหาสมุทร
ในน้ำลึก คลื่นสึนามิเคลื่อนที่ช้ามากจนเรือไม่รู้สึก แต่เมื่อเข้าฝั่งคลื่นจะเร่งความเร็วสูงสุด
เรือ A มีขนาดใหญ่กว่าเรือ B จึงทนแรงคลื่นได้ดีกว่า
ในน้ำลึก คลื่นสึนามิมีความยาวคลื่นมากและความสูงคลื่นต่ำ แต่เมื่อเข้าสู่ชายฝั่ง ความเร็วลดลงทำให้มวลน้ำยกตัวสูงขึ้น
หากท่านเป็นวิศวกรที่ต้องออกแบบ 'อาคารหลบภัยสึนามิ' (Vertical Evacuation Building) ในพื้นที่ราบชายฝั่งที่ไม่มีภูเขาใกล้เคียง โครงสร้างของอาคารควรมีลักษณะเด่นตามข้อใด
เป็นอาคารชั้นเดียวที่สร้างด้วยผนังคอนกรีตทึบทั้ง 4 ด้าน เพื่อกันน้ำเข้า
เป็นอาคารไม้ทรงไทยยกใต้ถุนสูงเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรม
เป็นอาคารใต้ดินที่มีระบบซีลกันน้ำสมบูรณ์แบบ
เป็นอาคารสูงที่มีโครงสร้างโปร่ง ชั้นล่างเปิดโล่ง (Open ground floor) เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก
