wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เก็บคะแนน ม.6 หน่วย2 กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก

Total questions: 20

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

หากโลกไม่มีการแบ่งชั้น (Homogeneous) และมีเนื้อสารเหมือนกันทั้งหมดตั้งแต่ผิวโลกจนถึงจุดศูนย์กลาง เส้นทางเดินของคลื่น P-wave ที่เดินทางผ่านโลกควรจะมีลักษณะเป็นเส้นตรง

แต่ในความเป็นจริง พบว่าคลื่น P-wave มีการเดินทางเป็นเส้นโค้งและหักเหเมื่อผ่านระดับความลึกต่างๆ ปรากฏการณ์นี้ยืนยันสมบัติทางฟิสิกส์ข้อใดของภายในโลก

a)

โลกมีความหนาแน่นและความดันเพิ่มขึ้นตามระดับความลึก ทำให้ดัชนีหักเหของคลื่นเปลี่ยนไป

b)

โลกมีการหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูง ทำให้คลื่นถูกเหวี่ยงออก

c)

คลื่น P-wave พยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความร้อนสูง

d)

สนามแม่เหล็กโลกดึงดูดคลื่นไหวสะเทือนให้เบนเข้าหาขั้วโลก

2.

อุกกาบาตเหล็ก (Iron Meteorite) ประกอบด้วยเหล็กและนิกเกิลเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่หินบนเปลือกโลกส่วนใหญ่เป็นซิลิเกต การใช้ข้อมูลนี้มาสรุปว่า 'แก่นโลก' ประกอบด้วยเหล็กและนิกเกิล ต้องอาศัยสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์เรื่องใดเป็นตัวเชื่อมโยงสำคัญที่สุด

a)

สมมติฐานเรื่องการขยายตัวของพื้นมหาสมุทร (Sea-floor spreading)

b)

ทฤษฎีทวีปเลื่อน (Continental Drift) ของอัลเฟรด เวเกเนอร์

c)

กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม

d)

กระบวนการแยกชั้นตามความหนาแน่น (Planetary Differentiation) ในช่วงกำเนิดระบบสุริยะ

3.

ภูเขาไฟระเบิดบางครั้งพ่นก้อนหินชนิดพิเศษที่เรียกว่า 'ซีโนลิธ' (Xenolith) หรือหินแปลกปลอมออกมาด้วย ซึ่งเมื่อนำไปวิเคราะห์พบว่าเป็นหินเพริโดไทต์ (Peridotite) ที่ประกอบด้วยแร่โอลิวีนสีเขียวเข้ม

การค้นพบซีโนลิธนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนข้อเท็จจริงใดเกี่ยวกับโครงสร้างโลก

a)

เป็นหลักฐานว่าเปลือกโลกในอดีตเคยมีสีเขียวเหมือนดาวอังคาร

b)

เป็นชิ้นส่วนของแก่นโลกชั้นนอกที่หลุดออกมา แสดงว่าแก่นโลกชั้นนอกเริ่มแข็งตัวแล้ว

c)

เป็นตัวอย่างหินจาก 'เนื้อโลกตอนบน' ที่ถูกแมกมาพาขึ้นมาสู่ผิวโลก ทำให้เรารู้องค์ประกอบเคมีโดยตรงของเนื้อโลก

d)

เป็นหินที่เกิดจากอุกกาบาตพุ่งชนโลกในยุคไดโนเสาร์

4.

ในการศึกษาเพชร (Diamond) ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ พบว่าเพชรจะเสถียรและก่อตัวขึ้นได้ภายใต้ความดันและอุณหภูมิที่สูงมากเท่านั้น (ลึกกว่า 150 กม.) การพบเพชรบนผิวโลกในปล่องภูเขาไฟโบราณ (Kimberlite Pipe) บอกอะไรเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก

a)

ผิวโลกในอดีตเคยร้อนและมีความดันเท่ากับเนื้อโลก

b)

ต้องมีการเคลื่อนที่ของมวลสารจากเนื้อโลกตอนล่างขึ้นสู่ผิวโลกอย่างรวดเร็วมาก

c)

แก่นโลกชั้นในมีการระเบิดเป็นครั้งคราวส่งเพชรออกมา

d)

เพชรเกิดจากการทับถมของซากพืชบนผิวโลกแล้วถูกภูเขาไฟกลบ

5.

เมื่อนำแผนที่โลกมาต่อกัน พบว่าขอบทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกาสามารถต่อกันได้พอดี แต่ถ้าใช้ 'แนวชายฝั่งปัจจุบัน' (Shoreline) จะพบช่องว่างหรือส่วนเกยกันบ้างเล็กน้อย แต่ถ้าใช้ 'ขอบไหล่ทวีป' (Continental Shelf) ที่ระดับความลึก 2,000 เมตร จะต่อกันได้สมบูรณ์กว่า

เหตุใดการใช้ขอบไหล่ทวีปจึงเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือกว่าแนวชายฝั่ง

a)

เพราะไหล่ทวีปเป็นบริเวณที่มีฟอสซิลสัตว์น้ำหนาแน่นกว่า

b)

เพราะแนวชายฝั่งของแอฟริกาถูกมนุษย์ถมดินสร้างเมืองจนรูปร่างเปลี่ยนไปมาก

c)

เพราะแนวชายฝั่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจากการกัดเซาะและการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล

d)

เพราะไหล่ทวีปประกอบด้วยหินที่มีความหนาแน่นสูงกว่าชายฝั่ง

6.

นักธรณีวิทยาพบ 'รอยครูดถูของธารน้ำแข็ง' (Glacial Striations) บนหินฐานในประเทศอินเดีย โดยรอยครูดมีทิศทางชี้จากมหาสมุทรขึ้นสู่แผ่นดิน หากปัจจุบันอินเดียเป็นเขตร้อน การค้นพบนี้บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์การเคลื่อนที่ของแผ่นอินเดียอย่างไร

a)

รอยครูดเกิดจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกที่เสียดสีกันเอง ไม่เกี่ยวกับน้ำแข็ง

b)

แผ่นอินเดียเคยเป็นส่วนหนึ่งของมหาทวีปกอนด์วานาที่ตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลกใต้ และธารน้ำแข็งไหลจากพื้นที่สูงลงมา

c)

แผ่นดินอินเดียเคยจมอยู่ใต้มหาสมุทรลึกที่มีภูเขาน้ำแข็งครูดถูพื้นทะเล

d)

ในอดีตเคยเกิดยุคน้ำแข็งทั่วโลกจนน้ำทะเลกลายเป็นน้ำแข็งและไหลขึ้นฝั่งอินเดีย

7.

นักวิทยาศาสตร์ตรวจวัด 'ภาวะแม่เหล็กโลกบรรพกาล' (Paleomagnetism) ในหินบะซอลต์ก้นมหาสมุทร พบว่าเป็นแถบสีสลับกันระหว่างขั้วแม่เหล็กปกติ (North) และขั้วแม่เหล็กกลับทิศ (South) โดยมีความสมมาตรกันทั้งสองฝั่งของสันเขากลางมหาสมุทร

ข้อมูลนี้ช่วย 'พิสูจน์' สมมติฐานใดที่ทฤษฎีทวีปเลื่อนเดิมของอัลเฟรด เวเกเนอร์ อธิบายไม่ได้

a)

กลไกการสร้างเปลือกโลกใหม่ที่ผลักดันให้ทวีปเคลื่อนที่ออกจากกัน

b)

สาเหตุที่ทำให้สนามแม่เหล็กโลกเกิดการกลับขั้ว

c)

องค์ประกอบทางเคมีของลาวาที่พุ่งออกมาจากแก่นโลก

d)

ระยะทางที่แน่นอนระหว่างทวีปในยุคจูราสสิก

8.

เทือกเขาแอนดีส (The Andes) ในทวีปอเมริกาใต้ เป็นเทือกเขาที่มีภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวรุนแรง ขนานไปกับร่องลึกก้นสมุทร (Trench) ทางด้านตะวันตก

กระบวนการใดที่เป็น 'กลไกหลัก' (Driving Mechanism) ในการดึงให้แผ่นมหาสมุทรนาซกามุดลงใต้แผ่นทวีปอเมริกาใต้จนเกิดธรณีสัณฐานดังกล่าว

a)

การขยายตัวของทวีปอเมริกาใต้ที่ดันออกไปทางตะวันตก

b)

แรงเสียดทานจากชั้นบรรยากาศที่หมุนรอบโลก

c)

แรงดันจากสันเขากลางมหาสมุทร (Ridge Push) เพียงอย่างเดียว

d)

แรงดึงจากการมุดตัว (Slab Pull) เนื่องจากการจมตัวของแผ่นเปลือกโลกที่เย็นและหนาแน่นกว่า

9.

ทำไมบริเวณ 'รอยเลื่อนซานแอนเดรียส' (San Andreas Fault) จึงเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่กลับ 'ไม่พบ' ภูเขาไฟระเบิดเหมือนบริเวณวงแหวนแห่งไฟส่วนอื่น

a)

เพราะรอยเลื่อนนี้เป็นรอยเลื่อนที่ตายแล้ว ไม่มีการเคลื่อนที่

b)

เพราะเป็นแนวรอยต่อที่แผ่นธรณีเคลื่อนที่ผ่านกันในแนวราบ (Transform) จึงไม่มีการมุดตัวเพื่อหลอมละลายหิน

c)

เพราะเปลือกโลกบริเวณนั้นหนามากจนลาวาเจาะขึ้นมาไม่ได้

d)

เพราะอยู่ไกลจากจุดศูนย์กลางความร้อนของโลกมากเกินไป

10.

ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง 'อายุของหิน' และ 'รูปแบบการเคลื่อนที่' ของแผ่นธรณีบริเวณเทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก (Mid-Atlantic Ridge) ได้ถูกต้องที่สุด

a)

หินทุกบริเวณมีอายุเท่ากัน แสดงว่าแผ่นเปลือกโลกมหาสมุทรหยุดการเคลื่อนที่แล้ว

b)

หินบริเวณรอยแยกมีอายุสลับกันไปมาแบบสุ่ม ไม่มีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่

c)

หินที่มีอายุมากที่สุดอยู่ตรงกลางรอยแยก แสดงถึงการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก

d)

หินที่มีอายุน้อยที่สุดอยู่ตรงกลางรอยแยก แสดงถึงการแทรกดันของแมกมาจากแรงดันภายใน

11.

นักธรณีวิทยาสำรวจพบ 'หุบเขาทรุด' (Rift Valley) ขนาดใหญ่ในทวีปแอฟริกาตะวันออก (East African Rift) พบรอยแยกที่เปลือกโลกดึงตัวออกจากกัน และมีภูเขาไฟที่ลาวามีสภาพเป็นด่าง (Alkaline lava) ผุดขึ้นมา สาเหตุและแนวโน้มในอนาคตของพื้นที่นี้สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด

a)

เกิดจากแรงดึง (Tension) จากกระแสพาความร้อนที่ดันตัวขึ้น ทำให้แผ่นทวีปกำลังจะแยกออกจากกันกลายเป็นมหาสมุทรใหม่

b)

เกิดจากแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ผ่านกันในแนวราบ ทำให้เกิดรอยฉีกขาด

c)

เกิดจากกระแสพาความร้อนวนลงต่ำ (Downward Convection) ดึงให้เปลือกโลกยุบตัวลงกลายเป็นทะเลสาบ

d)

เกิดจากการชนกันของแผ่นทวีปทำให้แผ่นดินโก่งตัวและแตกออกเป็นหุบเขา

12.

นักธรณีวิทยาเปรียบเทียบภูเขาไฟสองลูก ลูกที่ A มีลาวาที่มีปริมาณซิลิกา (Silica) ต่ำและมีความหนืดน้อย ในขณะที่ลูกที่ B มีลาวาที่มีปริมาณซิลิกาสูงและมีความหนืดมาก หากทั้งสองลูกมีการสะสมตัวของแก๊สในปริมาณที่เท่ากัน ภูเขาไฟลูกใดมีโอกาสระเบิดรุนแรงมากกว่าเพราะเหตุใด

a)

ภูเขาไฟลูกที่ A เพราะลาวาไหลได้เร็วทำให้แก๊สพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว

b)

ภูเขาไฟลูกที่ B เพราะความหนืดของลาวาขัดขวางการเดินทางของคลื่นเสียง

c)

ภูเขาไฟลูกที่ B เพราะความหนืดของลาวาจะกักเก็บฟองแก๊สไว้จนเกิดแรงดันมหาศาลภายใน

d)

ทั้งสองลูกระเบิดรุนแรงเท่ากัน เพราะมีปริมาณแก๊สตั้งต้นเท่ากัน

13.

คุณได้รับมอบหมายให้ออกแบบ 'แผนที่ความเสี่ยง' สำหรับเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ เพื่อใช้ในการวางแผนผังเมือง ข้อมูลใดที่มีความสำคัญ 'น้อยที่สุด' ในการประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยจากการไหลของลาวาและโคลนภูเขาไฟ

a)

แนวร่องน้ำและแม่น้ำสายหลัก

b)

แผนที่แสดงความสูงต่ำของภูมิประเทศ (Topography)

c)

ทิศทางลมประจำถิ่นในช่วงฤดูกาลต่างๆ

d)

ประวัติการระเบิดและร่องรอยตะกอนในอดีต

14.

หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยภูเขาไฟระเบิด และได้รับประกาศเตือนภัยระดับ 'เฝ้าระวังสูงสุด' (เตรียมอพยพ) สิ่งของใน 'กระเป๋าฉุกเฉิน' (Emergency Kit) ข้อใดที่มีความจำเป็นเฉพาะเจาะจงสำหรับภัยภูเขาไฟ มากกว่าภัยพิบัติทั่วไป

a)

ไฟฉายและถ่านสำรอง

b)

เสื้อชูชีพ

c)

หน้ากากอนามัย N95 และแว่นตานิรภัย (Goggles)

d)

นกหวีดและเชือก

15.

เกิดแผ่นดินไหวครั้งหนึ่ง ศูนย์เตือนภัยรายงานว่ามี 'ขนาด 7.0' (Magnitude) แต่เมื่อสำรวจความเสียหาย พบว่าเมือง A ที่ตั้งอยู่บนชั้นหินแข็งได้รับความเสียหายน้อยมาก (ระดับความรุนแรง III) ในขณะที่เมือง B ซึ่งอยู่ห่างออกไปเท่ากันแต่ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน กลับได้รับความเสียหายอย่างหนัก (ระดับความรุนแรง VII)

ข้อความใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง 'ขนาด' และ 'ความรุนแรง' จากสถานการณ์นี้ได้ถูกต้องที่สุด

a)

เมือง B ได้รับพลังงานจากแผ่นดินไหวมากกว่าเมือง A เนื่องจากดินอ่อนช่วยเพิ่มขนาดของแผ่นดินไหวให้สูงขึ้น

b)

ขนาดคือปริมาณพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา ณ จุดกำเนิด ซึ่งมีค่าเดียว ส่วนความรุนแรงคือผลกระทบที่เกิดขึ้นซึ่งแปรผันตามสภาพพื้นที่

c)

ขนาดของแผ่นดินไหวเปลี่ยนไปตามระยะทางและสภาพดิน แต่ความรุนแรงมีค่าคงที่เสมอ

d)

ข้อมูลผิดพลาด ปกติแล้วหากขนาดเท่ากัน ความเสียหายต้องเท่ากันในทุกพื้นที่

16.

ในการออกแบบระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า (Earthquake Early Warning System) วิศวกรใช้หลักการความแตกต่างของความเร็วคลื่นไหวสะเทือนมาแจ้งเตือนประชาชน หลักการนั้นคือข้อใด

a)

ตรวจจับคลื่น P (P-wave) ที่มาถึงก่อน แล้วส่งสัญญาณเตือนภัยก่อนที่คลื่น S (S-wave) และคลื่นพื้นผิวที่ทำลายล้างจะมาถึง

b)

ตรวจจับคลื่น S (S-wave) ที่มีความรุนแรงที่สุด แล้วส่งสัญญาณให้คนหลบภัยทันที

c)

ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นก่อนแผ่นดินไหว 24 ชั่วโมง

d)

ตรวจจับคลื่นเสียงความถี่ต่ำที่สัตว์ได้ยินเพื่อเตือนภัย

17.

คุณกำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้น 3 ทันใดนั้นเกิดแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สิ่งของเริ่มร่วงหล่น ข้อใดคือการปฏิบัติตนที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดในขณะนั้น

a)

วิ่งออกไปที่ระเบียงหรือยืนใกล้หน้าต่างกระจกเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

b)

หมอบลงใต้โต๊ะที่แข็งแรง ยึดขาโต๊ะไว้ให้แน่น และก้มหน้าป้องกันศีรษะ

c)

รีบวิ่งไปที่บันไดเลื่อนหรือลิฟต์เพื่อลงไปชั้นล่างให้เร็วที่สุด

d)

ยืนนิ่งๆ และพยายามประคองสติ สวดมนต์ภาวนาจนกว่าแผ่นดินไหวจะหยุด

18.

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ริกเตอร์ ใต้ท้องทะเลอันดามัน โดยจุดศูนย์กลางอยู่ลึกจากพื้นดินเพียง 10 กิโลเมตร ศูนย์เตือนภัยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่สุดท้าย 'ไม่เกิดสึนามิ'

จากข้อมูลทางธรณีฟิสิกส์ สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดที่ทำให้ไม่เกิดสึนามิในครั้งนี้คือข้อใด

a)

จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ตื้นเกินไป

b)

แผ่นดินไหวเกิดจากการเลื่อนตัวของเปลือกโลกใน 'แนวราบ' (Strike-slip fault)

c)

แผ่นดินไหวมีความรุนแรงน้อยเกินไปที่จะทำให้เกิดคลื่น

d)

น้ำทะเลมีความหนาแน่นสูงเกินกว่าที่แรงแผ่นดินไหวจะยกตัวขึ้นได้

19.

เรือประมง A ลอยลำอยู่กลางมหาสมุทรลึก ในขณะที่เรือประมง B จอดอยู่ใกล้ชายฝั่ง เมื่อเกิดสึนามิเคลื่อนตัวผ่าน ปรากฏว่าเรือ A แทบไม่รู้สึกถึงคลื่น แต่เรือ B ถูกคลื่นซัดจนเสียหาย

หลักการฟิสิกส์ข้อใดอธิบายปรากฏการณ์ที่แตกต่างกันนี้ได้ดีที่สุด

a)

คลื่นสึนามิเกิดเฉพาะบริเวณชายฝั่งเท่านั้น ไม่ได้เดินทางผ่านมหาสมุทร

b)

ในน้ำลึก คลื่นสึนามิเคลื่อนที่ช้ามากจนเรือไม่รู้สึก แต่เมื่อเข้าฝั่งคลื่นจะเร่งความเร็วสูงสุด

c)

เรือ A มีขนาดใหญ่กว่าเรือ B จึงทนแรงคลื่นได้ดีกว่า

d)

ในน้ำลึก คลื่นสึนามิมีความยาวคลื่นมากและความสูงคลื่นต่ำ แต่เมื่อเข้าสู่ชายฝั่ง ความเร็วลดลงทำให้มวลน้ำยกตัวสูงขึ้น

20.

หากท่านเป็นวิศวกรที่ต้องออกแบบ 'อาคารหลบภัยสึนามิ' (Vertical Evacuation Building) ในพื้นที่ราบชายฝั่งที่ไม่มีภูเขาใกล้เคียง โครงสร้างของอาคารควรมีลักษณะเด่นตามข้อใด

a)

เป็นอาคารชั้นเดียวที่สร้างด้วยผนังคอนกรีตทึบทั้ง 4 ด้าน เพื่อกันน้ำเข้า

b)

เป็นอาคารไม้ทรงไทยยกใต้ถุนสูงเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรม

c)

เป็นอาคารใต้ดินที่มีระบบซีลกันน้ำสมบูรณ์แบบ

d)

เป็นอาคารสูงที่มีโครงสร้างโปร่ง ชั้นล่างเปิดโล่ง (Open ground floor) เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก