wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กลางภาค 2.68-การตลาดท่องเที่ยว

Total questions: 150

Worksheet time: 1hrs 15mins

Name
Class
Date
1.

ในยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ปัจจัยใดที่มีบทบาทสำคัญที่สุด?

a)

การลดจำนวนพนักงาน

b)

การตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ

c)

การผลิตสินค้าจำนวนมาก

d)

การพึ่งพางบประมาณภาครัฐ

2.

AEC ย่อมาจากคำว่าอะไร?

a)

Asian Economic Community

b)

Association of Economic Cooperation

c)

Asian Export Center

d)

ASEAN Economic Committee

3.

สมาคมการตลาดสหรัฐฯ (AMA) เน้นย้ำเรื่องใด?

a)

การลดต้นทุนการผลิต

b)

การโฆษณาผ่านทีวี

c)

การเคลื่อนย้ายสินค้าให้ลูกค้าพอใจ

d)

การทำกำไรระยะสั้น

4.

Philip Kotler ให้นิยามการตลาดครอบคลุมเรื่องใด?

a)

การผลิตสินค้าอย่างเดียว

b)

การบริหาร 4Ps (Product/Price/etc)

c)

การจ้างงานและฝึกอบรม

d)

การตรวจสอบบัญชีและการเงิน

5.

อำนาจพื้นฐานที่กระตุ้นให้บุคคลต้องการสิ่งที่ขาดหายไปคือ?

a)

Needs (ความจำเป็น)

b)

Wants (ความต้องการ)

c)

Demands (ความต้องการซื้อ)

d)

Value (คุณค่า)

6.

Demands (ความต้องการซื้อ) แตกต่างจาก Wants อย่างไร?

a)

คือความต้องการไม่มีขีดจำกัด

b)

ต้องมีกำลังซื้อและความเต็มใจซื้อ

c)

เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้

d)

ไม่เกี่ยวกับความพึงพอใจ

7.

ข้อใดจัดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท "แนวความคิดหรือบริการ"?

a)

รถยนต์

b)

อาหารกระป๋อง

c)

รักษาความปลอดภัย

d)

เครื่องแต่งกาย

8.

ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) จะเกิดขึ้นเมื่อใด?

a)

คุณค่าได้รับ < มูลค่าที่จ่าย

b)

คุณค่าได้รับ = มูลค่าที่จ่าย

c)

คุณค่าได้รับ > มูลค่าที่จ่าย

d)

ไม่มีทางเลือกอื่นในการซื้อ

9.

การทำธุรกรรม (Transaction) ต้องมีลักษณะสำคัญอย่างไร?

a)

มี 2 สิ่งที่มีค่า/ข้อตกลง/เวลา/ที่

b)

ต้องแลกด้วยเงินสดเท่านั้น

c)

ต้องซื้อออนไลน์เท่านั้น

d)

ต้องเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐ

10.

Relationship Marketing คืออะไร?

a)

มุ่งหาลูกค้าใหม่ตลอดเวลา

b)

สร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า

c)

ลดราคาสินค้าเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า

d)

โฆษณาผ่านช่องทางต่างๆเพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในสินค้า

11.

ตลาดในความหมายทางธุรกิจคือข้อใด?

a)

สถานที่ศูนย์กลางการซื้อขาย

b)

กลุ่มคนที่มีความต้องการและมีอำนาจซื้อ

c)

ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

d)

ระบบการขนส่งสินค้า

12.

ผู้ที่ซื้อสินค้าเพื่อใช้สอยส่วนตัวจัดอยู่ในตลาดประเภทใด?

a)

ตลาดองค์การ

b)

ตลาดผู้บริโภค

c)

ตลาดครัวเรือน

d)

ตลาดส่วนบุคคล

13.

ตลาดคนกลาง (Middleman Market) ประกอบด้วยใคร?

a)

ผู้ผลิตและผู้สกัดวัตถุดิบ

b)

ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ

c)

ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และตัวแทน

d)

ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย

14.

ลักษณะเด่นของตลาดอุตสาหกรรม (Industrial Market) คือ?

a)

มีผู้ซื้อจำนวนมากรายและเป็นจำนวนมาก

b)

มีผู้ซื้อน้อยรายแต่เป็นรายใหญ่

c)

ความต้องการเปลี่ยนตามราคาไวมากผู้ซื้อกระจายตัวเท่ากันทั่วประเทศ

d)

ผู้ซื้อกระจายตัวเท่ากันทั่วประเทศ

15.

Inelastic Demand ในตลาดอุตสาหกรรมหมายถึง?

a)

ความต้องการเปลี่ยนมากเมื่อราคาเปลี่ยน

b)

ความต้องการคงที่แม้ราคาเปลี่ยน

c)

ความต้องการขึ้นอยู่กับฤดูกาล

d)

ความต้องการหมดไปถ้าไม่โฆษณา

16.

ส่วนประสมทางการตลาดพื้นฐาน (4Ps) มีอะไรบ้าง?

a)

Product, Price, Place, Promotion

b)

People, Price, Place, Process

c)

People, Process, Procedure, Promotion

d)

Product, People, Place, Price

17.

ส่วนประสมทางการตลาดสำหรับ "ธุรกิจบริการ" มีกี่ประการ?

a)

4 ประการ

b)

5 ประการ

c)

6 ประการ

d)

7 ประการ

18.

ขั้นตอนการ Check-in จัดอยู่ในส่วนประสมใด?

a)

Product

b)

People

c)

Process

d)

Price

19.

เงื่อนไขสากล 3 ประการของการท่องเที่ยวคือข้อใด?

a)

ยานพาหนะ/ที่พัก/ไกด์

b)

เดินทาง/สมัครใจ/ไม่ใช่เพื่ออาชีพ

c)

มีเอกสารเดินทาง/มีเงิน/มีที่พัก

d)

ผู้เดินทาง/มีตารางเวลา/มีการท่องเที่ยว

20.

ผู้มาเยือนที่พักอาศัยไม่เกิน 24 ชั่วโมง เรียกว่าอะไร?

a)

ผู้มาเยือน (Visitor)

b)

นักทัศนาจร (Excursionist)

c)

นักท่องเที่ยว (Stay Visit)

d)

ผู้อพยพ (Immigrant)

21.

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) มีเป้าหมายเพื่อ?

a)

การท่องเที่ยวโดยไม่หวังผลกำไร

b)

ตอบสนองความต้องการโดยรักษาโอกาสอนาคต

c)

การให้นักท่องเที่ยวตระหนักความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม

d)

การจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชนเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว

22.

ข้อใดคือความหมายของ "Product" ในบริบทของการท่องเที่ยวไทย?

a)

แผ่นพับประชาสัมพันธ์

b)

แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม และบริการที่พัก

c)

ตั๋วเครื่องบินราคาถูก

d)

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา

23.

หากโรงแรมลดราคาห้องพักลง 50% ในช่วง Low Season จัดเป็นกลยุทธ์ P ข้อใด?

a)

Product

b)

Place

c)

Price

d)

Promotion

24.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดแคมเปญ "Amazing Thailand" จัดเป็นส่วนประสมข้อใด?

a)

Promotion

b)

Physical Evidence

c)

Process

d)

People

25.

ข้อใดจัดเป็น "Place" (ช่องทางการจัดจำหน่าย) ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว?

a)

ระบบการจองออนไลน์ (OTA)

b)

รถทัวร์นำเที่ยว

c)

ร้านขายของที่ระลึก

d)

การจัดงานเทศกาลสงกรานต์

26.

"มัคคุเทศก์" (Guide) จัดเป็นส่วนประสมข้อใดที่สำคัญที่สุดต่อความพึงพอใจลูกค้า?

a)

Product

b)

People

c)

Physical Evidence

d)

Price

27.

"ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่รวดเร็วและสะดวก" จัดอยู่ในกลยุทธ์ข้อใด?

a)

Process

b)

People

c)

Product

d)

Promotion

28.

ข้อใดคือ "Physical Evidence" ของสายการบินแห่งชาติ?

a)

รอยยิ้มพนักงาน

b)

ความสะอาดห้องโดยสาร

c)

ราคาตั๋วเครื่องบิน

d)

การสะสมไมล์

29.

การอบรมบุคลิกภาพและการบริการให้นักขับรถแท็กซี่ คือการพัฒนา P ข้อใด?

a)

Product

b)

People

c)

Promotion

d)

Place

30.

การนำ VR มาช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพจำลองเมืองรองก่อนตัดสินใจซื้อทัวร์ จัดเป็น?

a)

Promotion

b)

Physical Evidence

c)

People

d)

Price

31.

ความล่าช้าในการรอรับกระเป๋าที่สนามบิน ส่งผลกระทบต่อ P ข้อใดมากที่สุด?

a)

Product

b)

Process

c)

Place

d)

Price

32.

การรวมกลุ่มโฮมสเตย์เมืองรองเพื่อขายผ่านแอปพลิเคชัน เป็นการพัฒนาด้านใด?

a)

Price

b)

Place

c)

Promotion

d)

Product

33.

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ (Ramp) ในอุทยานแห่งชาติ จัดอยู่ในข้อใด?

a)

People

b)

Physical Evidence

c)

Price

d)

Promotion

34.

"Customer Review" ใน Google Maps ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านใดให้ลูกค้า?

a)

Price

b)

Physical Evidence

c)

Promotion

d)

People

35.

การสร้างมาตรฐาน SHA (Safety & Health) ในแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองคือการจัดการด้านใด?

a)

Process และ Physical Evidence

b)

Price และ Place

c)

People และ Promotion

d)

Product และ Price

36.

ข้อใด "ไม่จัด" อยู่ในกลุ่ม People ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว?

a)

พนักงานโรงแรม

b)

พนักงานขายตั๋ว

c)

นักท่องเที่ยวรายอื่นในทริป

d)

เว็บไซต์จองตั๋วอัตโนมัติ

37.

"รอยยิ้มสยาม" (Land of Smiles) เป็นภาพลักษณ์ที่ส่งเสริม P ข้อใดมากที่สุด?

a)

Physical Evidence

b)

People

c)

Price

d)

Process

38.

การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) เป็นการพัฒนาด้านใด?

a)

Product

b)

Place

c)

Promotion

d)

Price

39.

ความสม่ำเสมอในการให้บริการ (Service Consistency) เกี่ยวข้องกับ P ข้อใดมากที่สุด?

a)

Process

b)

Price

c)

Place

d)

Physical Evidence

40.

"ความคุ้มค่า" (Value for Money) พิจารณาจากความสัมพันธ์ระหว่างข้อใด?

a)

Product กับ Price

b)

Place กับ Promotion

c)

People กับ Physical Evidence

d)

Process กับ Promotion

41.

กลิ่นหอมของสมุนไพรในสปาไทยหรือที่พัก จัดเป็นส่วนประสมข้อใด?

a)

Physical Evidence

b)

People

c)

Process

d)

Price

42.

การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ที่เดินทางในวันธรรมดา (Weekday Travel) คือการจัดการด้านใด?

a)

Product

b)

Price

c)

Place

d)

People

43.

การมี WiFi ฟรีในสวนสาธารณะของเมืองท่องเที่ยว จัดเป็นส่วนประสมข้อใด?

a)

Physical Evidence

b)

Price

c)

People

d)

Promotion

44.

ระบบการลงทะเบียนรับสิทธิ์ "เราเที่ยวด้วยกัน" ในเฟสต่างๆ จัดเป็น P ข้อใด?

a)

Process

b)

People

c)

Product

d)

Price

45.

สิ่งใดคือ Physical Evidence ที่สำคัญของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์?

a)

มัคคุเทศก์ท้องถิ่น

b)

ป้ายสื่อความหมายและภูมิทัศน์ที่สะอาด

c)

การทำโฆษณาใน TikTok

d)

ราคาตั๋วเข้าชม

46.

การอบรมภาษาอังกฤษให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านท่องเที่ยวเมืองรอง คือการพัฒนา P ข้อใด?

a)

Product

b)

Place

c)

People

d)

Price

47.

การเชื่อมโยง "เมืองหลัก" สู่ "เมืองรอง" (Hub and Spoke) เป็นกลยุทธ์ด้านใด?

a)

Place

b)

People

c)

Physical Evidence

d)

Price

48.

ข้อใดคือตัวอย่างของ "Product" ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง?

a)

ส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบิน

b)

เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านนาต้นจั่น

c)

การโฆษณาผ่าน Facebook

d)

การเปิดจองผ่าน Agoda

49.

หากระบบจองที่พักในชุมชนซับซ้อนเกินไป จะส่งผลกระทบต่อ P ข้อใดมากที่สุด?

a)

Product

b)

Price

c)

People

d)

Process

50.

สินค้า OTOP ที่วางขายในแหล่งท่องเที่ยว จัดเป็นองค์ประกอบของข้อใด?

a)

Promotion

b)

Price

c)

Product

d)

Place

51.

ข้อใดอธิบายความหมายของ “กลยุทธ์” ได้เหมาะสมที่สุดในบริบทองค์กร

a)

รายการงานประจำวันของพนักงานแต่ละคน

b)

การกระทำหรือปฏิบัติการร่วมเพื่อบรรลุเป้าหมาย

c)

การโฆษณาภายนอกเพื่อสร้างภาพลักษณ์

d)

แนวคิดกว้าง ๆ โดยไม่มีการปฏิบัติร่วม

e)

การคาดเดาอนาคตโดยไม่อิงทรัพยากร

52.

ข้อใดกล่าวถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders)” ได้ถูกต้อง

a)

ผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการบริษัท

b)

บุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากองค์กร

c)

หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลองค์กร

d)

ลูกค้าที่ซื้อสินค้า

e)

พนักงานประจำขององค์กร

53.

ข้อใดต่อไปนี้อธิบายเป้าหมายหลักของการวางแผนกลยุทธ์ขององค์กรได้เหมาะสมที่สุด

a)

ลดต้นทุนระยะสั้นของทุกหน่วยงานทันที

b)

เน้นขยายจำนวนพนักงานทุกปีเท่าเดิม

c)

เพิ่มประสิทธิผลสูงสุดอย่างต่อเนื่องระยะยาว

d)

มุ่งเพิ่มยอดขายรายเดือนให้สูงที่สุด

54.

เรียงลำดับขั้นตอนต้นของกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ให้ถูกต้อง

a)

วิเคราะห์สิ่งแวดล้อม → วิสัยทัศน์ → พันธกิจ

b)

พันธกิจ → วิสัยทัศน์ → เป้าหมาย

c)

วิสัยทัศน์ → วัตถุประสงค์ → นโยบาย

d)

วัตถุประสงค์ → กลยุทธ์ → นโยบาย

55.

คำอธิบายใดตรงกับคำว่า วิสัยทัศน์ (Vision) มากที่สุด

a)

ภาพอนาคตกว้าง ๆ ที่องค์กรต้องการ

b)

ตัวชี้วัดผลสำเร็จรายไตรมาสของงาน

c)

รายการโครงการที่ต้องทำปีนี้

d)

ขอบเขตหน้าที่งานของแต่ละตำแหน่ง

56.

ข้อใดอธิบาย พันธกิจ (Mission) ได้ถูกต้อง

a)

วิธีการปฏิบัติงานรายวันของแผนก

b)

นโยบายควบคุมงบประมาณอย่างเข้มงวด

c)

รายการกลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุก

d)

ถ้อยแถลงความมุ่งหมายหลักขององค์กร

57.

เป้าหมาย (Goals) แตกต่างจาก วัตถุประสงค์ (Objectives) อย่างไร

a)

ทั้งสองอย่างเป็นตัวชี้วัดเชิงตัวเลขเสมอ

b)

เป้าหมายละเอียดกว่า วัตถุประสงค์กว้าง

c)

เป้าหมายกว้างกว่า วัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง

d)

ทั้งสองอย่างใช้แทนกันได้ทุกกรณี

58.

นโยบาย (Policies) ทำหน้าที่หลักในกระบวนการวางแผนกลยุทธ์อย่างไร

a)

ตัดสินใจจัดสรรงบประมาณรายไตรมาส

b)

วิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคภายนอก

c)

ระบุตัวชี้วัดผลสำเร็จเชิงปริมาณเท่านั้น

d)

กำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านต่าง ๆ

59.

ข้อใดต่อไปนี้สะท้อนความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ (Objectives)

a)

วัตถุประสงค์เป็นเป้าหมายที่วัดได้ชัดเจน

b)

วัตถุประสงค์มีรายละเอียดมากกว่าเป้าหมาย

c)

วัตถุประสงค์ช่วยกำหนดแนวทางควบคุมงาน

d)

วัตถุประสงค์ต้องกว้างกว่าพันธกิจเสมอ

60.

ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องระหว่างการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมกับการกำหนดกลยุทธ์คือข้อใด

a)

การวิเคราะห์ให้ข้อมูลเพื่อเลือกกลยุทธ์เหมาะสม

b)

การกำหนดกลยุทธ์มาก่อนการสำรวจสภาพแวดล้อม

c)

การวิเคราะห์มีไว้ปรับงบประมาณอย่างเดียว

d)

ทั้งสองทำแยกกันโดยไม่เกี่ยวข้องกัน

61.

เมื่อองค์กรระบุโอกาสและอุปสรรคภายนอก พร้อมจุดแข็งและจุดอ่อนภายใน ขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด

a)

กำหนดพันธกิจให้ชัด

b)

กลับไปทบทวนวิสัยทัศน์ใหม่

c)

ยกเลิกกระบวนการวางแผนทั้งหมด

d)

กระโดดไปกำหนดนโยบายทันที

62.

ข้อใดอธิบายความหมายของวิสัยทัศน์ได้เหมาะสมที่สุด

a)

ภาพความหวังของอนาคตองค์กรอย่างมุ่งหมาย

b)

รายการงานประจำปีของหน่วยงานอย่างละเอียด

c)

ตัวชี้วัดผลผลิตเชิงปริมาณของทุกฝ่ายงาน

d)

งบประมาณและทรัพยากรที่ได้รับจัดสรรปีนี้

63.

การคิดเชิงระบบเกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ในแง่ใด

a)

วิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมและแนวโน้มอย่างเชื่อมโยง

b)

เน้นเฉพาะผลลัพธ์ทางการเงินระยะสั้น

c)

แยกส่วนงานและห้ามมองภาพรวมโดยเด็ดขาด

d)

ใช้ข้อมูลจากอดีตเท่านั้นไม่มองอนาคต

64.

ข้อใดอธิบายความหมายของพันธกิจได้ถูกต้อง

a)

แผนสำรองเมื่อเกิดวิกฤตเฉพาะหน้า

b)

ขอบเขตบทบาทที่องค์กรต้องทำตามกฎหมาย

c)

ความฝันเชิงบันดาลใจของอนาคตระยะยาว

d)

ตัวเลขเป้าหมายผลผลิตรายไตรมาส

65.

ข้อใดบ่งชี้ถึงความหมายของเป้าประสงค์หรือเป้าหมาย

a)

รายการทรัพยากรบุคคลและงบประมาณ

b)

ภารกิจตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติทุกปี

c)

สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตอย่างกว้าง

d)

ขั้นตอนปฏิบัติงานเชิงละเอียดในแต่ละวัน

66.

ข้อใดแยกความแตกต่างระหว่างวิสัยทัศน์กับพันธกิจได้ชัดเจน

a)

วิสัยทัศน์คือภาพอนาคต พันธกิจคือบทบาทปัจจุบัน

b)

วิสัยทัศน์คือขั้นตอนงาน พันธกิจคือภาพฝันกว้าง

c)

วิสัยทัศน์คือกฎหมาย พันธกิจคือนโยบายภายนอก

d)

วิสัยทัศน์คือทรัพยากร พันธกิจคือผลลัพธ์ตัวเลข

67.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นบทบาทหลักของกลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy)

a)

สร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันของหน่วยธุรกิจ

b)

กำหนดโครงสร้างสายบังคับบัญชาระดับองค์กร

c)

กำหนดพันธกิจและวิสัยทัศน์ของทั้งองค์กร

d)

กำกับมาตรฐานการทำงานเชิงปฏิบัติการทั้งหมด

68.

ข้อใดเป็นตัวอย่างกิจกรรมของกลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Strategy) ที่สอดคล้องที่สุด

a)

ซื้อกิจการใหม่เพื่อขยายพอร์ตธุรกิจ

b)

ประกาศพันธกิจองค์กรฉบับใหม่

c)

ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดของเสีย

d)

กำหนดตลาดเป้าหมายระดับอุตสาหกรรม

69.

เหตุใดการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในจึงจำเป็นก่อนกำหนดกลยุทธ์

a)

เพื่อแทนที่การวิเคราะห์ตำแหน่งการแข่งขัน

b)

เพื่อเลี่ยงการกำหนดเป้าหมายระยะยาว

c)

เพื่อยกเลิกความสำคัญของทรัพยากร

d)

เพื่อระบุจุดแข็งจุดอ่อนและใช้ประโยชน์ได้จริง

70.

ข้อใดกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างระดับกลยุทธ์ทั้งสามได้เหมาะสมที่สุด

a)

ระดับธุรกิจวางนโยบาย ระดับหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์ ระดับองค์กรทำงานภาคสนาม

b)

ระดับองค์กรกำหนดทิศทาง ระดับธุรกิจสร้างแข่ง ระดับหน้าที่ขับเคลื่อนปฏิบัติ

c)

ทั้งสามระดับทำหน้าที่เหมือนกันทุกประการ

d)

ระดับหน้าที่กำหนดตลาด ระดับองค์กรเพิ่มกำไร ระดับธุรกิจทำบัญชี

71.

ข้อใดอธิบายเป้าหมายของการจัดองค์กรเชิงระบบได้ใกล้เคียงที่สุด

a)

เพิ่มอำนาจส่วนบุคคลมากกว่างานทีม

b)

บรรลุเป้าหมายด้วยการประสานงานเป็นเอกภาพ

c)

ลดขั้นตอนควบคุมให้ยืดหยุ่นที่สุด

d)

แยกงานย่อยอย่างอิสระไม่ต้องสัมพันธ์

72.

ข้อใดคือเหตุผลหลักที่องค์กรยุคโลกาภิวัตน์ต้องมีการประสานงานกระบวนการคิดและการเปลี่ยนแปลง

a)

ความผันผวนของงานและบทบาทเพิ่มขึ้น

b)

การแข่งขันลดลงอย่างต่อเนื่อง

c)

ความมั่นคงของตำแหน่งงานมากขึ้น

d)

ทรัพยากรบุคคลคงที่และไม่เคลื่อนย้าย

73.

ทักษะหลักในมิติ Skills แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่คืออะไร

a)

ทักษะสื่อสารและทักษะภาษา

b)

ทักษะอาชีพและทักษะความถนัดพิเศษ

c)

ทักษะบริหารและทักษะบริการ

d)

ทักษะดิจิทัลและทักษะคณิตศาสตร์

74.

ตัวอย่างใดจัดเป็นปัจจัยเศรษฐกิจ (Economic) ที่อาจกระทบการดำเนินงานองค์กร

a)

อัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อในประเทศ

b)

ค่านิยมแฟชั่นของวัยรุ่นปีนี้

c)

มาตรฐานความปลอดภัยอาคารท้องถิ่น

d)

โครงสร้างส่วนลดของคู่แข่งรายเดียว

75.

ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญที่องค์กรควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายนอกก่อนกำหนดกลยุทธ์

a)

เพื่อให้ผู้บริหารรับทราบโอกาสและภัยคุกคาม

b)

เพื่อลดความซับซ้อนของงานเอกสารทั้งหมด

c)

เพื่อกำหนด KPI รายบุคคลให้เข้มงวดขึ้น

d)

เพื่อยืนยันวิสัยทัศน์เดิมโดยไม่ต้องปรับ

76.

ข้อใดจัดเป็นปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรม (Social) ที่ควรพิจารณา

a)

โครงสร้างประชากรและค่านิยมผู้บริโภค

b)

จำนวนคู่แข่งในอุตสาหกรรมปัจจุบัน

c)

นโยบายภาษีนิติบุคคลใหม่ล่าสุด

d)

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล

77.

ตัวอย่างใดสะท้อนปัจจัยทางเทคโนโลยี (Technological) ต่อองค์กรบริการดิจิทัล

a)

ความเร็วเครือข่ายและมาตรฐานโปรโตคอล

b)

ระดับราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลหะ

c)

การเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางวัฒนธรรม

d)

การจัดสรรงบประมาณของรัฐสภา

78.

ข้อใดอธิบายความหมายของการสังเคราะห์การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกได้เหมาะสมที่สุด

a)

รวบรวมข้อมูลมหภาคแล้วสรุปโอกาสและอุปสรรคหลัก

b)

ระบุปัจจัยจุลภาคแล้วกำหนดแผนการตลาดทันที

c)

เลือกกลยุทธ์ก่อนแล้วค่อยวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก

d)

ลดข้อมูลให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อความรวดเร็ว

79.

การวิเคราะห์ตำแหน่งขององค์กร (Position Analysis) มุ่งเน้นอะไรเป็นหลัก

a)

กำหนดแผนการเงินและงบประมาณประจำปี

b)

ประเมินโอกาสและอุปสรรคเทียบกับจุดแข็งจุดอ่อน

c)

วิเคราะห์ความพึงพอใจของลูกค้าปัจจุบันเท่านั้น

d)

วัดผลผลิตต่อหัวพนักงานแบบรายเดือน

80.

การกำหนดกลยุทธ์ (Strategic Formulation) ตามแนวคิดในเนื้อหา มีจุดเน้นสำคัญอย่างไร

a)

กำหนดเป้าหมายกว้าง ๆ โดยไม่เจาะจงทิศทาง

b)

หลีกเลี่ยงการใช้ SWOT เพื่อความยืดหยุ่น

c)

เน้นปฏิบัติการก่อนแล้วค่อยทบทวนข้อมูล

d)

เชื่อมโยงข้อมูลจากการวิเคราะห์กับทางเลือกกลยุทธ์

81.

กลยุทธ์ระดับองค์กรโดยรวม (Corporate-level strategy) ตามเกณฑ์ที่ผู้บริหารใช้พิจารณา ข้อใดไม่ใช่

a)

ต้องตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก

b)

ต้องรักษาสถานภาพและความได้เปรียบ

c)

ต้องมีความสอดคล้องกันระหว่างกัน

d)

ต้องยึดหยุ่นจนไม่มีทิศทางหลัก

82.

กลยุทธ์ระดับธุรกิจหรือระดับหน่วยงาน (Business-level strategy) มีเป้าหมายหลักคืออะไร

a)

ลดต้นทุนคงที่โดยไม่สนคุณภาพบริการ

b)

วางแผนงบประมาณระยะสั้นรายไตรมาส

c)

ขยายทรัพย์สินถาวรให้เติบโตทุกปี

d)

สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

83.

ความแตกต่างระหว่างกลยุทธ์ (Strategy) กับยุทธวิธี (Tactics) ตามเนื้อหา คือข้อใด

a)

กลยุทธ์เน้นการสั่งการ ยุทธวิธีเน้นการกำกับดูแล

b)

ทั้งสองอย่างคือแผนปฏิบัติการรายวันเหมือนกัน

c)

กลยุทธ์กำหนดทิศทางรวม ยุทธวิธีกำหนดวิธีดำเนินงาน

d)

ยุทธวิธีอยู่ระดับองค์กร ส่วนกลยุทธ์อยู่ระดับหน่วย

84.

การใช้แนวทาง Portfolio และการวิเคราะห์ SWOT ในการกำหนดกลยุทธ์ มีเป้าหมายใด

a)

เลือกทางเลือกที่สอดคล้องเป้าประสงค์และทรัพยากร

b)

เพิ่มจำนวนโครงการให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

c)

แยกหน่วยงานออกจากกันเพื่อลดความเสี่ยง

d)

ลดความสำคัญของข้อมูลภายนอกทั้งหมด

85.

จากแผนภาพโมเดลแรงกดดัน 5 ประการ องค์ประกอบใดบ่งชี้ถึงความเสี่ยงจากผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรม

a)

ภัยคุกคามจากผู้เข้าแข่งขันรายใหม่

b)

ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทน

c)

อำนาจต่อรองของผู้ขายวัตถุดิบ

d)

อำนาจต่อรองของผู้ซื้อสินค้า

86.

ข้อใดอธิบายอำนาจต่อรองของผู้ขาย (suppliers) ได้เหมาะสมที่สุดในบริบทกลยุทธ์หน่วยงาน

a)

ความภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภคสูง

b)

ความสามารถกำหนดเงื่อนไขและราคาวัตถุดิบ

c)

จำนวนคู่แข่งรายเดิมในตลาดสูงมาก

d)

การเข้ามาของเทคโนโลยีทดแทนเร็วขึ้น

87.

องค์ประกอบใดใน Five Forces ที่เกี่ยวข้องกับการถูกแทนที่ด้วยผลิตภัณฑ์อื่นที่ทำหน้าที่คล้ายกัน

a)

อุปสรรคการเข้าสู่ตลาดต่ำ

b)

ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทน

c)

อำนาจต่อรองของผู้บริโภค

d)

การแข่งขันระหว่างคู่แข่งเดิม

88.

ในบริบทสินค้าทดแทน ข้อใดคือกลยุทธ์เชิงหน้าที่ด้าน R&D ที่เหมาะสม

a)

ชะลอการปล่อยเวอร์ชันผลิตภัณฑ์

b)

พัฒนาคุณค่าใหม่ต่างจากทดแทน

c)

เน้นตัดราคาขายทุกกลุ่มสินค้า

d)

ลดงบการวิจัยต่อเนื่องทันที

89.

หากอำนาจต่อรองซัพพลายเออร์สูง กลยุทธ์การเงินใดเหมาะเพื่อลดความเสี่ยงต้นทุน

a)

เลิกใช้ซัพพลายเออร์ทุกรายทันที

b)

ลดสต็อกให้ต่ำสุดทุกกรณี

c)

เพิ่มค่าใช้จ่ายโฆษณาเป็นหลัก

d)

ทำสัญญาระยะยาวคงราคาอย่างระวัง

90.

ตัวเลือกใดสะท้อนความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Five Forces

a)

โมเดลนี้ใช้เฉพาะกับสินค้าภาครัฐเท่านั้น

b)

ทั้งห้าปัจจัยร่วมกำหนดความน่าดึงดูดอุตสาหกรรม

c)

แต่ละแรงกดดันสามารถเปลี่ยนแปลงตามเวลา

d)

กลยุทธ์ควรตอบสนองต่อแรงกดดันที่เด่น

91.

ข้อใดอธิบายคำว่า Strengths ในกรอบ SWOT ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ปัจจัยภายนอกที่คุกคามความสำเร็จ

b)

ปัจจัยภายนอกที่เปิดโอกาสให้เติบโต

c)

ปัจจัยภายในที่เป็นช่องโหว่ต้องเร่งแก้ไข

d)

ปัจจัยภายในที่องค์กรทำได้เด่นและสร้างคุณค่า

92.

Weaknesses ในการวิเคราะห์ SWOT ควรถูกมองว่าอย่างไร

a)

ภัยคุกคามจากตลาดภายนอก

b)

จุดแข็งที่ทำให้เกิดข้อได้เปรียบ

c)

ข้อบกพร่องภายในที่ลดประสิทธิภาพ

d)

แนวโน้มภายนอกที่เอื้อประโยชน์

93.

ข้อใดจัดเป็น Opportunities ตามหลัก SWOT

a)

แบรนด์มีความน่าเชื่อถือสูง

b)

คู่แข่งหน้าใหม่ทุนมหาศาล

c)

การขาดทักษะทีมงานหลัก

d)

นโยบายรัฐสนับสนุนอุตสาหกรรม

94.

Threats ใน SWOT มีลักษณะอย่างไร

a)

ข้อบกพร่องภายในที่ต้องแก้ไข

b)

โอกาสภายนอกที่ช่วยขยายตลาด

c)

จุดแข็งภายในที่สร้างความได้เปรียบ

d)

ปัจจัยภายนอกที่เสี่ยงและกดดันผลลัพธ์

95.

ในการจำแนกปัจจัยของ SWOT ข้อใด "ไม่ถูกต้อง"

a)

Opportunities เป็นปัจจัยภายนอก

b)

Weaknesses เป็นปัจจัยภายใน

c)

Threats เป็นปัจจัยภายใน

d)

Strengths เป็นปัจจัยภายใน

96.

ลำดับขั้นตอนการทำ SWOT ที่ถูกต้องคือข้อใด

a)

ระดมข้อมูลสถานการณ์ → จำแนก S W O T → สังเคราะห์กลยุทธ์

b)

กำหนดกลยุทธ์ก่อน → เก็บข้อมูล → จัดหมวด S W O T

c)

วิเคราะห์เฉพาะภายใน → ตัดสินใจทันที → สื่อสารแผน

d)

เริ่มจากเลือกโอกาส → ประเมินภัยคุกคาม → หาแรงสนับสนุน

97.

ข้อใดนิยามได้แม่นที่สุดว่า "ความน่าเชื่อถือของแบรนด์" เป็นจุดแข็งภายในธุรกิจอาหาร

a)

ทำเลอยู่ใกล้ย่านสำนักงาน

b)

การตลาดดิจิทัลงบประมาณสูง

c)

ชื่อแบรนด์ติดตลาดทั่วประเทศ

d)

ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำสม่ำเสมอ

98.

การใช้ระบบ POS เชื่อมครัวและหน้าบ้านช่วยเสริมจุดแข็งด้านใด

a)

ทำเลที่ตั้งโดดเด่น

b)

ความน่าเชื่อถือแบรนด์

c)

ความหลากหลายเมนู

d)

การบูรณาการเทคโนโลยี

99.

ข้อใด "ไม่ใช่" ข้อที่สะท้อน "จุดอ่อน" ที่ควรแก้เร่งด่วน

a)

การคาดการณ์สต็อกผิดพลาดบ่อย

b)

ขาดคู่มือการปฏิบัติงานมาตรฐาน

c)

พึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดียว

d)

รีแบรนด์โลโก้ทันสมัย

100.

ข้อใดแสดงถึงการบูรณาการเทคโนโลยีที่สร้างคุณค่าแก่ลูกค้าโดยตรง

a)

ติดตั้งจอทีวีในร้านหลายจุด

b)

สั่งและชำระเงินผ่านแอปของร้าน

c)

เปลี่ยนเราเตอร์อินเทอร์เน็ตใหม่

d)

ใช้เครื่องพิมพ์สลิปความเร็วสูง

101.

การสื่อสารแบรนด์สอดคล้องทุกช่องทางช่วยลดจุดอ่อนใด

a)

ทำเลห่างจากระบบขนส่ง

b)

อุปกรณ์ครัวเสื่อมเร็ว

c)

ต้นทุนค่าเช่าพุ่งสูง

d)

ภาพลักษณ์ไม่ชัดเจนสับสน

102.

ข้อใด "ไม่ใช่" ตัวอย่าง "ประสิทธิภาพการปฏิบัติการสูง"

a)

เพิ่มจำนวนพนักงานไม่จำกัด

b)

รอบเปลี่ยนโต๊ะเร็วและเรียบร้อย

c)

คำสั่งผิดต่อวันลดลงต่อเนื่อง

d)

รออาหารเฉลี่ยต่ำกว่ามาตรฐาน

103.

ข้อใดเป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "ความภักดีของลูกค้า"

a)

ขึ้นกับส่วนลดแรงเพียงอย่างเดียว

b)

เสริมด้วยโปรแกรมสมาชิก

c)

วัดจากความถี่ซื้อและการแนะนำ

d)

เกิดจากประสบการณ์สม่ำเสมอ

104.

การพึ่งซัพพลายเออร์รายเดียวทำให้เสี่ยงต่อจุดอ่อนใด

a)

ยอดผู้ติดตามออนไลน์คงที่

b)

ขาดความต่อเนื่องในการส่งของ

c)

สูญเสียอัตลักษณ์เมนูทันที

d)

ลูกค้าประจำลดลงอย่างฉับพลัน

105.

ข้อใด "ไม่เป็น" ตัวอย่างจุดแข็งด้าน "ความน่าเชื่อถือแบรนด์"

a)

มีเมนูใหม่เปลี่ยนทุกสัปดาห์

b)

การสื่อสารภาพลักษณ์ตรงกันทุกช่อง

c)

มาตรฐานบริการไม่แกว่งระหว่างเวลา

d)

คะแนนรีวิวสม่ำเสมอและสูง

106.

ข้อใดเป็นตัวอย่างโอกาสจากแนวโน้มตลาดและนวัตกรรมที่ธุรกิจควรจับให้ได้

a)

การกำกับดูแลเข้มงวดขึ้นทุกอุตสาหกรรม

b)

เทคโนโลยีใหม่เปิดทางผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่

c)

ความต้องการลูกค้าลดลงทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

d)

คู่แข่งรายใหญ่รวมกิจการครอบครองตลาด

107.

ข้อใดจัดเป็นภัยคุกคามจากปัจจัยทางกฎหมายและเศรษฐกิจ

a)

แรงงานมีทักษะเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

b)

นโยบายภาษีเปลี่ยนสร้างต้นทุนเพิ่มขึ้น

c)

ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยด้านวิจัย

d)

ความนิยมสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่ม

108.

เมื่อแนวโน้มผู้บริโภคหันสู่ช่องทางดิจิทัล อะไรคือการตอบสนองเชิงโอกาสที่เหมาะสม

a)

ลดงบลงทุนระบบออนไลน์ทั้งหมด

b)

เพิ่มราคาสินค้าเพื่อชดเชยยอดขาย

c)

พัฒนาช่องทางอีคอมเมิร์ซและสื่อสังคม

d)

หยุดทำการตลาดเน้นกลุ่มวัยรุ่นทันที

109.

สถานการณ์ใดสะท้อนภัยคุกคามด้านการแข่งขันที่ต้องระวัง

a)

มีผู้เล่นใหม่เข้าสู่ตลาดด้วยโมเดลรบราคา

b)

ลูกค้าแสดงความภักดีต่อแบรนด์เดิมมากขึ้น

c)

ซัพพลายเออร์เสนอเงื่อนไขยืดหยุ่นกว่าเดิม

d)

ชุมชนท้องถิ่นสนับสนุนกิจการมากขึ้น

110.

เลือกคำตอบที่ตรงกับบทบาทของ SWOT ในการวางแผนกลยุทธ์

a)

ใช้ทำนายยอดขายแบบแม่นยำระยะยาว

b)

ใช้เชื่อมจุดแข็งกับโอกาสเพื่อลดความเสี่ยง

c)

ใช้กำหนดราคาขายอย่างละเอียดทุกสินค้า

d)

ใช้แทนการวิจัยตลาดเชิงสำรวจทั้งหมด

111.

ข้อใดเป็นการใช้ SWOT ในการจัดการความขัดแย้งภายในองค์กร

a)

เพิ่มจำนวนประชุมโดยไม่มีวาระชัดเจน

b)

ชี้จุดอ่อนด้านการสื่อสารและวางแผนปรับปรุง

c)

มอบหมายงานซ้ำซ้อนเพื่อแข่งขันภายใน

d)

หลีกเลี่ยงรับฟังความคิดเห็นพนักงาน

112.

สถานการณ์ใดควรจัดเป็นภัยคุกคามด้านกฎหมาย

a)

ได้รับสิทธิบัตรเทคโนโลยีใหม่เพิ่ม

b)

มีข้อห้ามโฆษณาประเภทสินค้าเฉพาะ

c)

เกิดชุมชนผู้ใช้ช่วยรีวิวเชิงบวก

d)

แนวโน้มความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม

113.

ข้อใดเป็นการประยุกต์ใช้ SWOT ในการเปิดตลาดใหม่

a)

จับคู่จุดแข็งกับความต้องการผู้บริโภคใหม่

b)

มุ่งลดต้นทุนเท่านั้นโดยไม่ศึกษลูกค้า

c)

หลีกเลี่ยงวิเคราะห์คู่แข่งในภูมิภาค

d)

ใช้ผลิตภัณฑ์เดิมโดยไม่ปรับให้เหมาะ

114.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจที่พบบ่อย

a)

อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นต่อเนื่อง

b)

การเติบโตจีดีพีกว้างขวาง

c)

ความนิยมผลิตภัณฑ์สีเขียวเพิ่มขึ้น

d)

มาตรการอุดหนุนวิจัยจากรัฐ

115.

ข้อใดเป็นโอกาสใดเกิดจากแนวโน้มตลาดและนวัตกรรม

a)

การเพิ่มขึ้นของคู่แข่งแพลตฟอร์มดิจิทัล

b)

เทคโนโลยีการผลิตต้นทุนต่ำลง

c)

ข้อบังคับใหม่จำกัดการโฆษณา

d)

เงินเฟ้อพุ่งกระทบทุนหมุนเวียน

116.

ข้อใดอธิบายความแตกต่างเชิงบทบาทระหว่าง SWOT กับ TOWS ได้แม่นยำที่สุด

a)

SWOT ใช้วิเคราะห์ปัจจัยภายใน–ภายนอก ส่วน TOWS เชื่อมโยงเป็นกลยุทธ์

b)

SWOT สร้างทางเลือกเชิงกลยุทธ์ ส่วน TOWS ใช้เก็บข้อมูลพื้นฐาน

c)

SWOT มุ่งวิเคราะห์ภัยคุกคามเท่านั้น ส่วน TOWS มุ่งวิเคราะห์โอกาสเท่านั้น

d)

SWOT และ TOWS เป็นแบบจำลองการเงิน ไม่มีความต่างเชิงหน้าที่

117.

ข้อใดคือองค์ประกอบที่ทั้ง SWOT และ TOWS ใช้เป็นฐานข้อมูลร่วมกัน

a)

วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม วัฒนธรรม

b)

กำไร ต้นทุน กระแสเงินสด หนี้สิน

c)

ตลาดใหม่ เทคโนโลยีใหม่ กฎหมายใหม่ นวัตกรรม

d)

จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส ภัยคุกคาม

118.

เมื่อองค์กรมีจุดแข็งเด่นและพบโอกาสมาก แนวทางใน TOWS ที่เหมาะสมคืออะไร

a)

ใช้กลยุทธ์ WT เพื่อลดความเสี่ยงหลบภัยคุกคาม

b)

ใช้กลยุทธ์ SO เพื่อใช้จุดแข็งคว้าโอกาส

c)

ใช้กลยุทธ์ WO เพื่อแก้จุดอ่อนคว้าโอกาส

d)

ใช้กลยุทธ์ ST เพื่อใช้จุดแข็งหลีกเลี่ยงภัยคุกคาม

119.

ข้อใดสอดคล้องกับการเชื่อมโยงผลวิเคราะห์สู่การปฏิบัติใน TOWS มากที่สุด

a)

แปลงรายการ S-W-O-T เป็นชุดทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่จับคู่กัน

b)

สรุปคะแนนแต่ละปัจจัยแล้วจัดอันดับความสำคัญอย่างเดียว

c)

สร้างรายงานเชิงพรรณนาโดยไม่กำหนดทางเลือกใด

d)

เปลี่ยนวิธีเก็บข้อมูลเป็นแบบเชิงคุณภาพทั้งหมด

120.

ข้อใด "ไม่ถูกต้อง" เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง SWOT และ TOWS

a)

SWOT เป็นขั้นวิเคราะห์ ส่วน TOWS เป็นขั้นสังเคราะห์กลยุทธ์

b)

SWOT และ TOWS ใช้เพื่อพัฒนากลยุทธ์ที่นำไปปฏิบัติได้

c)

TOWS ทำงานก่อนแล้วค่อยสร้างรายการ SWOT

d)

สองเครื่องมือใช้ชุดข้อมูลเดียวกันแต่ผลลัพธ์ต่างระดับ

121.

สถานการณ์ใดสะท้อนการใช้ TOWS เพื่อจัดการภัยคุกคามโดยพึ่งจุดแข็ง

a)

ใช้ SO ด้วยการรุกขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ทันที

b)

ใช้ WT ด้วยการลดกิจกรรมที่เสี่ยงทั้งหมด

c)

ใช้ WO ด้วยการพัฒนาทักษะทีมเพื่อคว้าโอกาส

d)

ใช้ ST โดยวางกลยุทธ์ป้องกันด้วยทรัพยากรหลัก

122.

ข้อใดอธิบายเป้าหมายหลักของกลยุทธ์ SO ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ใช้จุดแข็งเพื่อคว้าโอกาสเชิงรุก

b)

ใช้จุดแข็งเพื่อหลีกเลี่ยงภัยคุกคาม

c)

ลดจุดอ่อนเพื่อคว้าโอกาสตลาดใหม่

d)

ลดจุดอ่อนเพื่อหลีกเลี่ยงภัยคุกคามเร่งด่วน

123.

เมื่อองค์กรมีเทคโนโลยีภายในแข็งแกร่งและตลาดมีการแข่งขันรุนแรง กลยุทธ์ใดเหมาะสมที่สุด

a)

WO แก้จุดอ่อนก่อนทำตลาดใหม่

b)

WT ถอยกลับและลดความเสี่ยงทั้งหมด

c)

ST ใช้จุดแข็งรับมือภัยคุกคาม

d)

SO เน้นขยายสู่โอกาสใหม่ทันที

124.

กลยุทธ์ WT มุ่งเน้นสิ่งใดเป็นหลัก

a)

สร้างพันธมิตรเพื่อเปิดตลาดใหม่

b)

ปิดช่องโหว่เพื่อหลีกเลี่ยงภัยคุกคาม

c)

ต่อยอดจุดแข็งเพื่อโจมตีคู่แข่ง

d)

จับคู่โอกาสกับจุดอ่อนที่มีอยู่

125.

ข้อใดเป็นนิยามที่ถูกต้องของกลยุทธ์ WO

a)

ใช้โอกาสเพื่อแก้ไขจุดอ่อนภายใน

b)

ลดกิจกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

c)

ใช้จุดแข็งควบคุมภัยคุกคามตลาด

d)

เพิ่มทรัพยากรด้านที่แข็งแรงทั้งหมด

126.

ขั้นตอนแรกของวงจรการใช้ TOWS Matrix ตามแนวทางมาตรฐานคือข้อใด

a)

ติดตามผลและปรับแต่งซ้ำ

b)

ทำ SWOT Analysis ครบทั้งสี่มิติ

c)

ดำเนินการและจัดสรรทรัพยากร

d)

ระดมความคิดหาทางเลือกกลยุทธ์

127.

ข้อใดคือเป้าประสงค์ของขั้น Monitoring and Refining ในวงจร TOWS

a)

ขยายฐานลูกค้าด้วยโปรโมชั่น

b)

วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เชิงการตลาด

c)

สรรหาทรัพยากรใหม่เพิ่มกำลัง

d)

ประเมินผลและปรับกลยุทธ์ให้เหมาะ

128.

ในบริบท Digital Transformation องค์กรที่ขาดทักษะ AI ควรเน้นกลยุทธ์ใดก่อน

a)

WO ใช้โอกาสฝึกและพัฒนาทักษะ

b)

ST ใช้ทีมเดิมรับมือคู่แข่งใหม่

c)

SO ใช้ทรัพยากรปัจจุบันโจมตีตลาด

d)

WT ลดโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

129.

ข้อใดเป็นตัวอย่างการใช้งาน ST อย่างเหมาะสม

a)

หยุดลงทุนและรักษาสภาพคล่องไว้

b)

เปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดที่กำลังโต

c)

จ้างที่ปรึกษาเพื่ออุดช่องว่างทักษะพื้นฐาน

d)

ใช้ทีมข้อมูลที่แข็งแกร่งรับมือกฎระเบียบใหม่

130.

เมื่อพบภัยคุกคามภายนอกสูงและจุดอ่อนภายในมาก แนวทางไหนสมเหตุสมผลที่สุด

a)

WO ใช้โอกาสเพื่อพัฒนาอ่อนแอ

b)

ST โต้กลับด้วยความสามารถที่มี

c)

WT ลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสีย

d)

SO รุกเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาส

131.

ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นลำดับขั้นตอนครบถ้วนของวงจร TOWS

a)

Brainstorming → TOWS → SWOT → Implementation → Monitoring

b)

Industry analysis → TOWS → Implementation → Review

c)

SWOT → Brainstorming → TOWS → Implementation → Monitoring

d)

SWOT → TOWS → Brainstorming → Monitoring → Implementation

132.

ตัวเลือกใดบ่งชี้การตีความผิดเกี่ยวกับ SO

a)

มุ่งนำจุดแข็งไปจับโอกาสภายนอก

b)

พัฒนาโครงการเชิงรุกเพื่อเติบโต

c)

ใช้ความได้เปรียบเพื่อขยายตลาดใหม่

d)

เน้นแก้จุดอ่อนด้วยโอกาสภายนอก

133.

จุดแข็งหลักที่ทำให้ Apple สร้างความภักดีแบรนด์ได้สูงคืออะไร

a)

ฮาร์ดแวร์ราคาต่ำหลากหลายรุ่น

b)

เครือข่ายผู้ค้าปลีกอิสระขนาดใหญ่

c)

ระบบนิเวศเชื่อมโยงอุปกรณ์และบริการ

d)

การโฆษณาเชิงไวรัลระยะสั้น

134.

ข้อใดเป็นจุดอ่อนสำคัญของ Apple ที่ถูกกล่าวถึง

a)

การพึ่งพาโฆษณาเป็นรายได้หลัก

b)

นโยบายเปิดซอฟต์แวร์แบบโอเพ่นซอร์ส

c)

ราคาพรีเมียมทำให้เข้าถึงยาก

d)

ต้นทุนซ่อมบำรุงต่ำลงต่อเนื่อง

135.

โอกาสจาก Digital Transformation สำหรับ Apple น่าจะเกี่ยวข้องกับข้อใดมากที่สุด

a)

หยุดพัฒนาระบบปฏิบัติการมือถือ

b)

เพิ่มร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์

c)

ลดการวิจัยและพัฒนาฮาร์ดแวร์

d)

ขยายบริการคลาวด์และสื่อดิจิทัล

136.

กลยุทธ์ SO ที่เหมาะกับ Apple ในกรณีศึกษานี้คือข้อใด

a)

ใช้แบรนด์แข็งแกร่งผลักดันบริการดิจิทัลใหม่

b)

ยุติการบูรณาการอีโคซิสเต็มทั้งหมด

c)

ลดราคาอุปกรณ์เพื่อแข่งต้นทุน

d)

พึ่งพาผู้ค้าปลีกบุคคลที่สามอย่างเดียว

137.

กลยุทธ์ ST ของ Apple ควรมุ่งเน้นอะไร

a)

เปิดฮาร์ดแวร์ให้ทุกคนผลิตได้

b)

เพิ่มโฆษณาเพื่อลดภัยซัพพลายเชน

c)

ลดคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อลดต้นทุน

d)

ใช้จุดแข็งระบบนิเวศป้องกันคู่แข่ง

138.

กลยุทธ์ WO สำหรับ Apple มีเป้าหมายหลักคืออะไร

a)

ยกเลิกบริการสมาชิกทั้งหมด

b)

เพิ่มการพึ่งพาซัพพลายเออร์เดียว

c)

ลดการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ขั้นพื้นฐาน

d)

แปลงจุดอ่อนราคาสูงให้สร้างมูลค่า

139.

กลยุทธ์ WT ที่ระบุในกรณีศึกษามุ่งเน้นการจัดการข้อใด

a)

เพิ่มการเปิดกว้างแพลตฟอร์มทั้งหมด

b)

ขยายฐานลูกค้าพรีเมียมสูงสุด

c)

รวมจุดอ่อนกับภัยคุกคามลดผลกระทบ

d)

ทดแทนบริการด้วยฮาร์ดแวร์ราคาถูก

140.

กลยุทธ์ Value over Volume ของไทยมุ่งเน้นสิ่งใดเป็นหลักในการเติบโตการท่องเที่ยวปี 2026

a)

จำนวนผู้มาเยือนสูงสุดต่อปี

b)

รายได้ต่อหัวและคุณภาพการใช้จ่าย

c)

ส่วนแบ่งตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออก

d)

จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มแบ็คแพ็คเกอร์

141.

ข้อใดคือจุดแข็งสำคัญที่หนุน Soft Power ของไทยในตลาดท่องเที่ยว

a)

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสมบูรณ์

b)

ราคาที่พักถูกที่สุดในอาเซียน

c)

ศิลปะ อาหาร แฟชั่น วัฒนธรรม

d)

นโยบายภาษีท่องเที่ยวต่ำมาก

142.

ข้อใดจัดเป็นจุดอ่อนด้านความปลอดภัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

a)

ข้อมูลท่องเที่ยวหลายภาษา

b)

ระบบขนส่งสาธารณะหนาแน่น

c)

การหลอกลวงนักท่องเที่ยว (Scams)

d)

กิจกรรมกลางแจ้งหลากหลาย

143.

โอกาสเชิงยุทธศาสตร์ใดสนับสนุนการพัฒนา Thailand เป็น Wellness Hub

a)

จุดหมายรอง Hidden Gems

b)

ความเสี่ยง PM2.5 ฤดูกาล

c)

สงครามการท่องเที่ยวภูมิภาค

d)

นโยบายวีซ่าฟรีหลายประเทศ

144.

Digital Nomads และ Long-stay สอดคล้องกับแนวทางใดมากที่สุด

a)

ส่งเสริมทริปสั้นช่วงสุดสัปดาห์

b)

เพิ่มระยะพำนักและการใช้จ่ายคุณภาพ

c)

ลดการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล

d)

เร่งยอดนักท่องเที่ยวเข้าเมือง

145.

ข้อใดคือมาตรการรับมือภัยคุกคามผ่านความร่วมมือเชิงระบบใน TOWS

a)

งดจัดงานเทศกาลท้องถิ่น

b)

ลดราคาที่พักทั่วประเทศ

c)

ยกเลิกวีซ่าฟรีทั้งหมด

d)

Airline Partnership สร้างฮับการบิน

146.

Loyalty Program มีเป้าหมายหลักเพื่อผลลัพธ์ใด

a)

ขยายโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด

b)

เพิ่ม Repeat Visitors อย่างยั่งยืน

c)

ชะลอการเข้ามาตลาดพรีเมียม

d)

ลดค่าโดยสารสายการบินทันที

147.

Sustainable Tourism (Net Zero) ในกรอบ TOWS เน้นการจัดการประเด็นใด

a)

การล้างภาพลักษณ์วัฒนธรรม

b)

การตลาดเชิงไวรัลออนไลน์

c)

การปล่อยคาร์บอนและสิ่งแวดล้อม

d)

การกำหนดภาษีท่องเที่ยวใหม่

148.

Standardization เช่น Trusted Thailand มีวัตถุประสงค์ใด

a)

ยกระดับมาตรฐานบริการทั่วกระบวนการ

b)

ดึงดูดเฉพาะตลาดราคาประหยัด

c)

แทนที่ Soft Power ด้วยกฎระเบียบ

d)

ลดจำนวนผู้ประกอบการรายเล็ก

149.

Soft Power Marketing ในแผน TOWS ใช้อะไรเป็นหัวใจของการสื่อสาร

a)

คอนเทนต์วัฒนธรรมไทยร่วมสมัย

b)

รายงานเศรษฐกิจมหภาค

c)

ส่วนลดเดินทางข้ามประเทศ

d)

โฆษณาเน้นโครงสร้างพื้นฐาน

150.

Secondary City Promotion เชื่อมโยงกับนโยบายใดเพื่อกระจายตัวนักท่องเที่ยว

a)

วีซ่าฟรีและเส้นทางใหม่สู่เมืองรอง

b)

จำกัดเที่ยวบินสู่เมืองหลัก

c)

ภาษีเข้าประเทศเพิ่มรายได้รัฐ

d)

ยกเลิกกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน