NEW
Font size
WorksheetsChapter 6: Health Literacy and the Double Burden of Disease
Total questions: 15
Worksheet time: 8mins
จากข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยที่เผชิญ “ภาระโรคคู่” ข้อใดเป็นเหตุผลที่อธิบายได้ดีที่สุดว่าทำไมระบบสุขภาพจึงต้องเพิ่มการเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพในประชาชนวัยรุ่นและคนหนุ่มสาว
เพื่อให้เข้าถึงคำแนะนำสุขภาพอย่างมีวิจารณญาณและตัดสินใจได้ดี
เพื่อทดแทนบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลนในทุกพื้นที่
เพื่อยกเลิกการรักษาพยาบาลโรคติดต่อตามโรงพยาบาลทั้งหมด
เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาโซเชียลมีเดียด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น
สมมติว่าชุมชนหนึ่งลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อได้ แต่ยังมีอัตราตายจาก NCDs สูง แนวทางใดต่อไปนี้สอดคล้องกับแนวคิดภาระโรคคู่
ให้ความสำคัญเฉพาะการคัดกรองโรคใหม่ที่เกิดขึ้นเท่านั้น
รอข้อมูลจากต่างประเทศก่อนแล้วค่อยเริ่มรณรงค์ทั้งหมด
หยุดทุกงบประมาณด้านโรคติดเชื้อและทุ่มให้ NCDs
สร้างโปรแกรมป้องกันทั้งวัคซีนและส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ
จากบทเรียนกล่าวถึงโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ ข้อใดเป็นตัวอย่างของโรคอุบัติซ้ำที่เกิดจากเชื้อที่เคยหายไปแล้วกลับมาระบาดอีกครั้ง
โควิด-19 ที่เพิ่งตรวจพบครั้งแรกในปี 2019
ไวรัสอีโบลาเกิดสายพันธุ์ใหม่ครั้งแรก
โรคชนิดใหม่ Mpox เพิ่งได้รับการเฝ้าระวัง
ไข้หวัดนก H5N1 กลับมาระบาดในมนุษย์
จากเนื้อหาเรื่อง NCDs ข้อใดอธิบายความเชื่อมโยงของพฤติกรรมการใช้ชีวิตกับโรคไม่ติดต่อได้เหมาะสมที่สุด
การเดินทางข้ามประเทศบ่อยทำให้เกิดโรคหัวใจทันที
การบริโภคอาหารไม่สมดุลเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังระยะยาว
สภาพอากาศชื้นทำให้โรคมะเร็งแพร่จากคนสู่คน
พฤติกรรมเร่งด่วนในภาวะวิกฤตทำให้ติดเชื้อไวรัสง่ายขึ้น
นักศึกษาพบผู้ป่วยวัยรุ่นมีไข้สูงเฉียบพลัน 2–7 วัน ปวดศีรษะแรง ปวดกล้ามเนื้อ กระบอกตา คลื่นไส้ และมีจุดเลือดออกตามผิวหนังเล็กน้อย จากข้อมูลใดต่อไปนี้จึงเป็นแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุดในช่วงระยะวิกฤตของโรคไข้เลือดออกเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน?
ให้ยาลดไข้แอสไพรินและออกกำลังกายเบา
เฝ้าสังเกตอาการ ชดเชยสารน้ำอย่างเหมาะสม
กระตุ้นให้กินยาลดไข้สเตียรอยด์ทันที
ให้ยาปฏิชีวนะและดื่มเครื่องดื่มอัดลมมาก
แนวคิด “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” สำหรับควบคุมยุงลายช่วยลดความเสี่ยงโรคใดมากที่สุดเมื่อปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในชุมชน?
โควิด-19และวัณโรค
ไข้เลือดออกและชิคุนกุนยา
ไข้หวัดธรรมดาและไซนัสอักเสบ
ไข้หวัดใหญ่และคางทูม
ในบริบทวัยรุ่นไทย ข้อใดเป็นตัวอย่างของ “ช่องว่างระหว่างความรู้และพฤติกรรม” ที่เกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัย
ไม่รู้ว่า STIs แพร่ทางเพศและไม่ใช้ถุงยาง
เข้าใจผิดว่า STIs รักษาไม่ได้ทั้งหมด
รู้ว่า STIs แพร่ทางเพศและใช้ถุงยางเสมอ
รู้ว่า STIs แพร่ทางเพศแต่ไม่คิดว่าตัวเองจะเสี่ยงเลยไม่ป้องกัน
จากข้อมูลความชุกของ STIs ในกลุ่มอายุ 15–24 ปี แนวทางใดเหมาะสมที่สุดเพื่อปิดช่องว่างการสื่อสารกับคู่นอน
ฝึกทักษะเจรจาใช้ถุงยางและซ้อมบทสนทนา
เพิ่มบทลงโทษผู้ไม่ใช้ถุงยางในโรงเรียน
แจกแผ่นพับข้อมูลโรคให้มากขึ้นอย่างเดียว
รอให้คู่นอนเริ่มพูดก่อนทุกครั้งเสมอ
จากตารางพฤติกรรมยอดฮิต ข้อใดอธิบายความเชื่อมโยงที่ถูกต้องระหว่างนิสัยกับปัจจัยเสี่ยงต่อกลุ่มอาการเมตาบอลิก
นั่งเรียนต่อเนื่องยาวทำให้กิจกรรมทางกายมากขึ้นและเผาผลาญดีขึ้น
อดนอนอ่านหนังสือทำให้ภูมิคุ้มกันสูงและความดันลดลง
กินขนมกรุบกรอบทำให้บริโภคโซเดียมเพิ่มและไขมันทรานส์สูง
ดื่มกาแฟเย็นทำให้คอร์ติซอลลดลงและไขมันดีเพิ่มขึ้น
นักศึกษาที่นั่งหน้าจอนาน ๆ มีความเสี่ยงระยะยาวใดเพิ่มขึ้นมากที่สุดจากพฤติกรรมนิ่ง
ภูมิคุ้มกันสูงขึ้นและไขมันในเลือดลดลง
ความดันโลหิตต่ำถาวรและกล้ามเนื้อใจโต
มะเร็งปากมดลูกลดลงและเบาหวานลดลง
โรคอ้วนและปวดหลังเรื้อรังร่วมกับหลอดเลือด
ข้อความสรุปลักษณะอาการ ต่อไปนี้ข้อใดช่วยแยกภาวะซึมเศร้าจากโรควิตกกังวลได้ดีที่สุด
นอนไม่หลับเฉพาะคืนก่อนสอบสำคัญ
หิวบ่อยขึ้นหลังออกกำลังกายช่วงเย็น
ความคิดมองโลกในแง่ลบต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ใจเต้นเร็ว เหงื่อออกเมื่อเผชิญความกดดัน
ข้อใดเป็นตัวอย่างวิธีการที่เหมาะสมเพื่อจัดการความเครียดจากปัญหาความสัมพันธ์
เพิ่มชั่วโมงอ่านหนังสือทุกคืนจนดึกจะได้ไม่ต้องคุยกับใคร
งดมื้ออาหารเช้าเพื่อประหยัดเวลาเรียนหลีกเลี่ยงการพบปะกับผู้คน
ฝึกเทคนิคหายใจลึกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สร้างสติอยู่กับปัจจุบัน
เลี่ยงการพูดคุยกับเพื่อนสนิท เพื่อป้องกันการทะเลาะกัน
นักศึกษามีตารางเรียนแน่นและนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ต้องการป้องกันออฟฟิศซินโดรม ควรวางแผนใช้หลักการป้องกันระดับใดเป็นอันดับแรก
การรักษาเมื่อเกิดโรครุนแรงแล้วทันที
การป้องกันระดับตติยภูมิ เน้นฟื้นฟูสมรรถภาพ
การป้องกันระดับทุติยภูมิ เน้นคัดกรองโรค
การป้องกันระดับปฐมภูมิ เน้นลดปัจจัยเสี่ยง
สูตรโภชนาการ 6:6:1 สำหรับคนวัย 19-26 ปี ช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อได้ดีที่สุดเมื่อจับคู่กับกิจกรรมทางกายแบบใด
เดินเบา 60 นาทีหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์
วิ่งหนักอย่างน้อย 30 นาทีทุกวันตลอดสัปดาห์
ยกน้ำหนักทุกวันรวม 60 นาทีต่อสัปดาห์
แอโรบิกรวมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
จากภาพตารางรายการตรวจสุขภาพพื้นฐาน ข้อใดเป็นการประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจเลือกตรวจที่เหมาะสมสำหรับชายอายุ 22 ปี สุขภาพทั่วไปดี ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะ
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดหนึ่งครั้งช่วงอายุ 15-34 ปี
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดทุกปีตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป
ตรวจไขมันในเลือดทุกปีตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุก 3 ปีตั้งแต่อายุ 30 ปี
