Search Header Logo
ชนิดของไฟล์เสียง

ชนิดของไฟล์เสียง

Assessment

Presentation

Computers, Geography, Physics

1st Grade

Medium

Created by

ธีรภัทร น่าน

Used 2+ times

FREE Resource

13 Slides • 5 Questions

1

ชนิดของไฟล์เสียง

BY KruTeerapat Na nan

Slide image

2

ไฟล์เสียง สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆเลย ก็คือ

1.ไฟล์เสียงแบบที่ไม่สูญเสียข้อมูลเสียง (LOSSLESS Audio)

2.ไฟล์เสียงที่บีบอัดแล้วตัดข้อมูลบางส่วนออกไป (LOSSY Audio)

3.ไฟล์เสียงที่ไม่มีการบีบอัด (Uncompressed Audio)

Slide image

3

1. ไฟล์เสียงแบบที่ไม่สูญเสียข้อมูล หรือ LOSSLESS Audio

ซึ่ง Lossless ก็แปลว่า ไม่มีการสูญเสีย เมื่อนำมาเรียบเรียงคำรวมกับ Audio ก็แปลว่า ไฟล์เสียงที่ไม่มีการสูญเสียงนั่นเอง ซึ่งไฟล์ประเภทนี้ มีข้อดีอย่างมากตรงที่ไฟล์เสียงมีความสมบูรณ์ เรียกได้ว่าแทบจะเทียบเท่าไฟล์ต้นฉบับ หรือ Uncompressed Audio แต่เนื่องจากคุณภาพไฟล์ที่ค่อนข้างสูง ทำให้ขนาดใหญ่ตามไปด้วย และด้วยขนาดที่ใหญ่นี่เองจึงทำให้ในสมัยที่อุปกรณ์ ที่เก็บไฟล์ส่วนใหญ่มีความจุที่จำกัด ไม่ได้มีความจุเยอะเหมือนในสมัยนี้

4

1.1 FLAC หรือ ที่เรียกว่า (Free Lossless Audio Codec)

เป็นไฟล์เสียงที่ผ่านการบีบอัดแบบไม่สูญเสียข้อมูล ถ้าเทียบกับไฟล์ต้นฉบับอาจจะมีขนาดที่เล็กลง ถึงครึ่งนึงของไฟล์ต้นฉบับเลยทีเดียว อ่านมาถึงจุดนี้อาจจะดูว่าลดลงขนาดนี้ก็ไม่น่าจะเป็นไฟล์ที่มีขนาดใหญ่เลยนี่ ต้องบอกก่อนครับว่า เล็กลงจากไฟล์ต้นฉบับ อาจจะดูน้อยลงมา แต่เมื่อนำไฟล์ .flac มาเทียบกับไฟล์พวก Lossy อย่าง .Mp3 จะเห็นได้เลยว่า ไฟล์ .flac รองรับความละเอียดสูงสุงที่ 24 Bit และมี Sampling Rat สูงสุด ที่ 65,535 Hz รองรับการทำงานแบบเซอร์ราวด์รอบทิศทาง

Slide image

5

Multiple Choice

ไฟล์เสียง สามารถแบ่งเป็น กี่ประเภทใหญ่

1

2

2

3

3

5

4

6

6

1.2 ALAC หรือที่เรียกว่า (Apple Lossless Audio Codec)

เขียนเป็นสกุล คือ .aac ซึ่งตอนนี้ พัฒนามาเป็น .m4a หลายๆคนคงรู้จักแบรนด์สมาร์ทโฟนที่กำลังครองโลกในปัจจุบันอย่าง บริษัท Apple ซึ่งไฟล์เสียงนี้จะใช้คู่กับแอปพลิเคชั่นที่เรียกว่า I tune สาวกไอโฟนคงรู้ดี ในด้านคุณภาพของ .m4a ที่พัฒนามากับ .aac ที่เป็นไฟล์รุ่นเดิม .m4a มีคุณภาพการบีบอัดที่ดีกว่ามาก โดยไฟล์ ALAC รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 32 bit และมี Sampling Rate อยู่ที่ 384 kHz

Slide image

7

2.ไฟล์ที่บีบอัดแล้วตัดข้อมูลบางส่วนออกไป หรือ (Lossy Audio)

คำว่า Lossy แปลว่า การสูญเสีย เมื่อนำมารวมกับ Audio ก็จะแปลว่า ไฟล์เสียงที่เกิดการสูญเสียข้อมูลไป ซึงไฟล์เสียงประเภทนี้จะมีการบีบอัดใหไฟล์เล็กลงมากๆ เมื่อยิ่ง bitrate ลดลงไปมากเท่าไร รายละเอียดเสียงต่างๆ ก็จะลดลงไปด้วย ทำให้ไฟล์มีคุณภาพต่ำกว่าประเภทอื่นๆ สกุลไฟล์ที่เห็นกันบ่อยๆก็จะมี MP3, AAC, OGG, WMA เป็นต้น เรามารู้จักกันว่าแต่ละไฟล์เป็นอย่างไร

8

Multiple Choice

ไฟล์ใดที่ตอนนี้ พัฒนามาเป็น .m4a

1

mp4

2

alac

3

wav

4

mp3

9

2.1 MP3

เป็นไฟล์ที่ได้รับความนิยมกันมากตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันก็ยังนิยมใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย ตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆไปจนถึงคนแก่ เรียกได้ว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก MP3 ด้วยความที่มันเป็นไฟล์เสียงที่ผ่านการบีบอัดจนได้ไฟล์ที่เล็กลงมากๆ เมื่อเทียบกับไฟล์ต้นฉบับ ให้ประมาณก็น่าจะเล็กลงมา 10 เท่าเลยก็ว่าได้ แม้จะโดนบีบอัดเสียข้อมูลไป แต่ไฟล์ที่ได้ก็ยังถือว่ามีคุณภาพเสียงที่อยู่ในระดับที่รับได้อยู่

Slide image

10

Multiple Choice

ไฟล์ที่รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 32 bit คือ ไฟล์ใด

1

flac

2

alac

3

wav

4

mp3

11

2.2 AAC

เป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็กมาก แต่เดี๋ยวก่อน ถึงแม้ขนาดไฟล์จะเล็กมากๆ แต่ก็มีคุณภาพที่ดีกว่าไฟล์ MP3 เสียอีก มีความสามารถที่มากกว่า MP3 คือ สามารถเก็บข้อมูลเสียงได้ 48 ชาแนล แยกเสียงได้แบบ ระบบ Dolby 5.1 ในขณะที่ MP3 เก็บได้เพียง 2 ชาแนลเท่านั้น เป็น สเตอริโอ ซ้ายขวา โดยไฟล์ AAC นั้น ถูกพัฒนามาจากไฟล์ประเภท MPEG-2

Slide image

12

2.3 WMA

หรือชื่อเต็มว่า Windows Media Audio ไฟล์สกุลนี้ คิดค้นขึ้นมาใช้งานกับ Windows Media Player ไฟล์ WMA เรียกได้ว่าเป็นคู่ปรับของ mp3 และ Real Audio เพราะมีคุณสมบัติด้านการ Streaming เหมือนกัน แต่ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าในขณะที่ขนาดของไฟล์เล็กกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นไฟล์ที่นิยมเล่นไฟล์นี้ในอินเทอร์เน็ต เมื่อก่อนการเล่นไฟล์ประเภทนี้ต้องเล่นผ่านโปรแกรม Windows Media Player เท่านั้น แต่ปัจจุบันมีโปรแกรมหลายโปรแกรมที่สามารถเล่นไฟล์นี้ได้

Slide image

13

Multiple Choice

Windows Media Audio

1

flac

2

aiff

3

wma

4

aac

14

2.4 OGG

มีชื่อเต็มๆ ว่า Ogg Vorbis ผลิต คิดค้นออกมาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดมาเพื่อจะมาแทนที่ MP3 โดยคุณสมบัติของมันนั้น มีขนาดที่เล็ก แต่มาคุณภาพเสียงที่ดีกว่า MP3 แถมยังมีความสามารถในการเล่นไฟล์ที่ดีกว่าไฟล์ที่ใช้เทคโนโลยีการบีบอัดอย่างไฟล์ MP3, AAC

Slide image

15

Multiple Choice

ไฟล์เสียงใดเกิดมาเพื่อจะมาแทนที่ ไฟล์ MP3

1

AAC

2

WMA

3

OGG

4

MAV

16

3.ไฟล์เสียงที่ไม่มีการบีบอัดข้อมูล (Uncompressed audio format)

เป็นไฟล์เสียงที่ไม่มีการบีบอัดข้อมูลให้เล็กลงเลย ไม่ลดจำนวนบิต จึงได้คุณภาพเสียงที่เรียกได้ว่า เทียบเท่ากับไฟล์ต้นฉบับ ไฟล์ที่มีคุณภาพขนาดนี้ ต้องแลกมากับขนาดที่ใหญ่มากพอสมควร เมื่อนำไปเทียบกับไฟล์พวก Lossless หรือ lossy ไฟล์เสียงประเภทนี้ในปัจจุบัน จะมี WAVE ที่ใช้ใน Windows และ AIFF จากค่าย Apple

17

3.1 WAVE

ชื่อเต็มๆ คือ Waveform Audio File Format เป็นไฟล์เสียงที่เป็นมาตรฐานของทางระบบ Windows ซึ่งในปัจจุบัน เป็นที่นิยมมาก เป็นไฟล์เสียงพื้นฐานในเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน คุณสมบัติเด่นๆเลยคือ เป็นไฟล์ที่ครอบคลุมความถี่เสียงไว้ได้ทั้งหมด จึงมีคุณภาพเสียงที่ดีมาก จนเทียบเท่าไฟล์ต้นฉบับเลยทีเดียว แต่ก็มีข้อเสีย ตรงที่ขนาดที่ใหญ่มาก ทำให้กินเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลไปมาก แน่นอนว่าในสมัยก่อน มันเป็นปัญหาหลัก แต่ด้วยเทคโนโลยี ทำให้หน่วยควมจำเพิ่มขึ้น สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้นกว่าเดิมมาก ปัญหานี้เลยหมดไป Bit Depth สูงสุด 24 BIT และใช้การจัดเก็บข้อมูลแบบ PCM

Slide image

18

3.2 AIFF

ชื่อเต็มๆ คือ Audio Interchange File Format อายุของมัน มากกว่า ไฟล์สกุล WAVE พัฒนาขึ้นมาใช้กันในปี 1988 โดยบริษัท Apple ใช้กันในฝั่งคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบ Apple Macintosh (MAC) โดยสกุล AIFF มี Bit Depth สูงสุด เหมือนกันกับ WAVE ที่ 24 Bit ใช้การจัดเก็บข้อมูลแบบ PCM

Slide image

ชนิดของไฟล์เสียง

BY KruTeerapat Na nan

Slide image

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 18

SLIDE