Search Header Logo
StudyResearch

StudyResearch

Assessment

Presentation

Computers, Other

10th Grade

Medium

Created by

ผ่องศรี สามศรีทอง

Used 3+ times

FREE Resource

9 Slides • 6 Questions

1

การศึกษาค้นคว้าและรวบรวมความรู้

โดย ครูผ่องศรี สามศรีทอง

2

​การศึกษาค้นคว้า

หมายถึง การหาข้อมูลความรู้เพิ่มเติม เพื่อหาคำตอบจากปัญหาใดปัญหาหนึ่ง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้รับความรู้ในเรื่องนั้นๆ ดังนั้น การศึกษาค้นคว้าจึงเป็นการแสวงหาความรู้เพื่อให้ได้รับคำตอบ หรือเพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหา หรือประกอบการตัดสินใจ การศึกษาค้นคว้าจึงมีความสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนมีความเข้าใจในเรื่องที่เรียนมากขึ้นและชัดเจนขึ้นจากการบันทึกและเผยแพร่ไว้ในสื่อต่างๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศนูปกรณ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้วิธีค้นคว้าในรูปแบบต่างๆ

media

3

​วิธีการศึกษาค้นคว้า

๑. การอ่าน เป็นวิธีการศึกษาค้นคว้าที่ใช้กันมากที่สุด เพราะสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา

๒. การฟัง เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาเล่าเรียนของนักเรียน รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่สนใจหาความรู้จากการฟัง

๓. การดู เป็นการศึกษาเรียนรู้อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ผู้ดูมีความรู้ในเรื่องที่ชอบและสนใจ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

๔. การสอบถาม เป็นการเรียนรู้ด้วยการสอบถามจากผู้รู้ เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ชาญฉลาด เพราะการสอบถามจากผู้รู้โดยตรงจะช่วยให้เข้าใจสิ่งที่อยากรู้ได้ชัดเจน

๕. ​การลงมือปฏิบัติจริง เป็นการศึกษาเพื่อเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง

4

Fill in the Blanks

Type answer...

5

Fill in the Blanks

Type answer...

6

​เมื่อเราต้องการข้อมูลเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในงานด้านต่างๆ เราสามารถค้นหาข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลรอบตัวที่มีอยู่มากมาย และควรเลือกค้นหาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีลักษณะเป็นแหล่งที่มีการรวบรวมข้อมูลอย่างมีหลักเกณฑ์ มีเหตุผล และมีการอ้างอิง จึงเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง ตัวอย่างแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ มีดังนี้

๑. เจ้าของข้อมูล เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับข้อมูลนั้นๆ สามารถให้ข้อมูลได้ถูกต้องตรงความเป็นจริงมากกว่าบุคคลที่รับฟังข้อมูลมาเล่าต่อ ซึ่งอาจจดจำมาผิด และอาจเสริมเติมแต่งทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยนไปได้

๒. หน่วยงานหรือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นหน่วยงาน บุคคลที่ทำงานหรือศึกษาค้นคว้าในด้านใดด้านหนึ่งทำให้มีความรู้จากประสบการณ์ในการทำงานหรือการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง ลึกซึ้ง จึงมีข้อมูลที่ถูกต้องตรงความเป็นจริง

๓. หน่วยงานของรัฐ เป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลซึ่งมีผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ เนื่องจากข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดนโยบาย วางแผน ลงมือปฏิบัติงาน และใช้อ้างอิง จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องมีการรวบรวม เก็บรักษา หรือสร้างข้อมูลขึ้นอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงความเป็นจริงเสมอ

แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

7

การประเมินความน่าเชื่อถือและความทันสมัยของสารสนเทศ

พิจารณาว่าเป็นสารสนเทศที่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือเพียงไร ซึ่งการประเมินความน่าเชื่อถือ มีรายละเอียดที่ควรพิจารณา ได้แก่

๑. ประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งสารสนเทศ โดยพิจารณาว่าสารสนเทศนั้นได้มาจากแหล่งสารสนเทศใด โดยส่วนใหญ่ แหล่งสารสนเทศที่น่าเชื่อถือนั้นจะเป็นแหล่งสารสนเทศสถาบัน เช่น ห้องสมุด เนื่องจากสารสนเทศที่อยู่ในห้องสมุด ได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองเนื้อหาจาก บรรณารักษ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนแหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ต จะมีความน่าเชื่อถือ น้อยกว่าหรือไม่มีความน่าเชื่อเลย คือ การรับรู้สารสนเทศจากอินเทอร์เน็ตนั้นเราต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง เนื้อหาเองว่าเนื้อหา  จากเว็บไซต์ใดที่น่าเชื่อถือ

๒. ประเมินความน่าเชื่อถือของทรัพยากรสารสนเทศ โดยพิจารณาว่า ทรัพยากรสารสนเทศหรือสารสนเทศนั้นๆ เป็น รูปแบบใด สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อไม่ตีพิมพ์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หากเป็นสื่อสิ่งพิมพ์เป็นสิ่งพิมพ์ประเภทใด หนังสือทั่วไป  หนังสืออ้างอิง วารสาร นิตยสาร เป็นต้น

8

การประเมินความน่าเชื่อถือและความทันสมัยของสารสนเทศ

๓. ประเมินความน่าเชื่อถือของ ผู้เขียน ผู้จัดทำ สำนักพิมพ์ โดยพิจารณาว่า ผู้เขียนมีคุณวุฒิ ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ ตรงหรือสอดคล้องกับเรื่องที่เขียนหรือไม่ รวมทั้งความน่าเชื่อถือผู้จัดทำ สำนักพิมพ์ที่มีประสบการณ์ในเนื้อหาเฉพาะด้าน มักจะมีความน่าเชื่อถือในแวดวงวิชาการนั้นๆ หน่วยงานผู้รับผิดชอบเป็นภาครัฐบาล องค์กร สมาคม มักจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าหน่วยงานภาคเอกชนหรือบุคคล ตัวอย่างเช่น กรณีที่เป็นบทความวิชาการ ให้พิจารณาว่า ตีพิมพ์ในวารสารที่มีชื่อวารสารที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชานั้นๆ มีชื่อเสียงในทางวิชาการเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายหรือไม่  ผู้เขียน/ผู้จัดทำ/สำนักพิมพ์มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ และต้องมีความต่อเนื่องในการเผยแพร่

๔. ประเมินความทันสมัยของสารสนเทศ โดยหากเป็นสื่อสิ่งพิมพ์พิจารณาความทันสมัย จาก วัน เดือน ปี ที่พิมพ์ หากเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พิจารณาจาก วัน เดือน ปีที่เผยแพร่ เป็นต้น

​​

9

Multiple Choice

คำถาม  ข้อใดไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

1

ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

2

เจ้าของข้อมูล 

3

อินเตอร์เน็ต

4

หน่วยงานของรัฐ

10

Multiple Choice

คำถาม ข้อใดไม่ถูกต้องในการพิจารณา การประเมินความน่าเชื่อถือของสารสนเทศ

1

แหล่งสารสนเทศ

2

ผู้เขียน ผู้จัดทำ

3

ความทันสมัย

4

ความนิยม

11

การประเมินระดับเนื้อหาของสารสนเทศ  มี ๓ ระดับ ได้แก่

๑. สารสนเทศปฐมภูมิ (Primary Information) มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด เนื่องจากเป็นสารสนเทศที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าโดยตรงของผู้เขียนและตีพิมพ์ เผยแพร่เป็นครั้งแรก เช่น ต้นฉบับตัวเขียน จดหมายส่วนตัว รายงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ สิ่งพิมพ์รัฐบาล สารสนเทศประเภทนี้ถือว่ามีความน่าเชื่อถือควรนำมาอ้างอิงมากที่สุด เพราะเป็นข้อมูลจริงที่ได้จากผู้เขียน และยังไม่ได้ผ่านการเรียบเรียงหรือปรับแต่งใหม่จากบุคคลอื่น

๒. สารสนเทศทุติยภูมิ (Secondary Information) เป็น การนำสารสนเทศปฐมภูมิมาเขียนใหม่ อธิบาย เรียบเรียง วิจารณ์ใหม่  ให้เข้าใจง่ายเพื่อให้เหมาะกับผู้ใช้สารสนเทศ หรือเป็นเครื่องมือช่วยค้นหรือติดตามสารสนเทศปฐมภูมิ เช่น หนังสือ บทความวารสาร บทคัดย่องานวิจัย บทวิจารณ์หนังสือ เป็นต้น

 ๓. สารสนเทศตติยภูมิ (Tertiary Information) เป็นการชี้แนะแหล่งสารสนเทศ ๒ ระดับ แรก ที่ไม่ได้ให้เนื้อหาสารสนเทศโดยตรงแต่เป็นการชี้แนะแหล่งสารสนเทศปฐมภูมิและ ทุติยภูมิ เช่น บรรณานุกรม ดรรชนีวารสารและวารสารสาระสังเขป

12

การตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล

 ๑.  บอกวัตถุประสงค์ในการสร้างหรือเผยแพร่ข้อมูลไว้ในเว็บไซต์                 

๒.  การเสนอเนื้อหาตรงตามวัตถุประสงค์ในการสร้างหรือเผยแพร่ข้อมูลของเว็บไซต์                ๓.  เนื้อหาเว็บไซต์ไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม และจริยธรรม                 

๔.  มีการระบุชื่อผู้เขียนบทความหรือผู้ให้ข้อมูลบนเว็บไซต์                 

๕.  มีการให้ที่อยู่ (E-mail address) ที่ผู้อ่านสามารถติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ได้                 

๖.  มีการอ้างอิงหรือระบุแหล่งที่มาของข้อมูลของเนื้อหาที่ปรากฏบนเว็บไซต์                 

๗.  สามารถเชื่อมโยง (Link)ไปเว็บไซต์อื่นที่อ้างถึงได้                 

๘.  มีการระบุวันเวลา ในการเผยแพร่ข้อมูลบนเว็บไซต์               

๙.  มีการระบุวันเวลา ในการปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุด                 

๑๐. มีช่องทางให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็น                 

๑๑. มีข้อความเตือนผู้อ่านให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้ข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์               ๑๒. มีการระบุว่าเป็นเว็บไซต์ส่วนตัวหรือระบุแหล่งที่ให้การสนับสนุนในการสร้างเว็บไซต์

13

Multiple Choice

คำถาม  สารสนเทศในระดับใดที่มีความน่าเชื่อถือที่สุด

1

ระดับปฐมภูมิ

2

ระดับทุติยภูมิ

3

ระดับตติยภูมิ

4

ระดับเอกภูมิ

14

Multiple Choice

คำถาม ข้อใดคือข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือที่สุด

1
2

15

เว็บไซต์อาจไม่น่าเชื่อถือ ถ้ามีลักษณะดังนี้

• เว็บไซต์ส่งมาถึงคุณผ่านข้อความอีเมลจากบุคคลที่คุณไม่รู้จัก

• เว็บไซต์นั้นนำเสนอเนื้อหาที่เป็นที่น่ารังเกียจ เช่น รูปภาพลามกอนาจารหรือเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย

• เว็บไซต์นั้นให้ข้อเสนอที่ดูเหมือนจะดีเกินจริง บ่งชี้ได้ว่าอาจเป็นกลอุบาย หรือการขายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือผิดกฎหมาย

• คุณถูกล่อลวงให้ไปยังเว็บไซต์ตามแผนการโฆษณาแบบอ่อยเหยื่อ โดยที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการไม่ได้เป็นไปตามที่คุณต้องการ

• คุณถูกขอข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อตรวจสอบข้อมูลประจำตัวของคุณหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ดูเหมือนว่า ไม่จำเป็นต้องถาม

• คุณถูกขอให้แจ้งหมายเลขบัตรเครดิตโดยไม่มีหลักฐานที่แสดงได้ว่าการทำธุรกรรมนั้นปลอดภัย

การศึกษาค้นคว้าและรวบรวมความรู้

โดย ครูผ่องศรี สามศรีทอง

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 15

SLIDE