
Present Simple Tense.
Presentation
•
English
•
University
•
Hard
พิชญา อุดทา
Used 20+ times
FREE Resource
18 Slides • 0 Questions
1
Present Simple Tense.
By พิชญา อุดทา
2
ลักษณะการใช้
Present Simple Tense.
By พิชญา อุดทา
Present แปลว่า ปัจจุบัน ดังนั้น Present Simple Tense จึงเป็นประโยคที่มีโครงสร้างแบบง่าย ๆ เพื่อใช้พูดถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันนั่นเอง โดยมีลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
3
1. ใช้เพื่อพูดถึงความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน หรือความเป็นจริงตามธรรมชาติ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นอดีตหรืออนาคตก็ตาม
By พิชญา อุดทา
When the earth moves around itself, it makes Day and Night. (เมื่อโลกหมุนรอบตัวเอง มันทำให้เกิดกลางวันกลางคืน)
Durian is the king of fruit.
(ทุเรียนเป็นราชาผลไม้)
เช่น
4
2. ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ นิสัย หรือการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เป็นประจำทุกวัน
By พิชญา อุดทา
I walk to school every day.
(ฉันเดินไปโรงเรียนทุกวัน)
Nuda always help other people so everyone loves her.
(นุดาช่วยเหลือคนอื่นเป็นประจำ ดังนั้นทุกคนจึงรักหล่อน)
เช่น
5
3. ใช้เพื่อให้คำแนะนำหรือการบอกทิศทาง
By พิชญา อุดทา
You go straight for 300 meters, then the destination is on your left. (คุณเดินตรงไป 300 เมตรและจุดหมายปลายทางจะอยู่ทางซ้ายมือของคุณ)
Turn off the television before going to bed.
(ปิดโทรทัศน์ก่อนเข้านอน)
เช่น
6
By พิชญา อุดทา
รูปประโยคของ
Present Simple Tense
7
รูปประโยคของ Present Simple Tense
By พิชญา อุดทา
Present แปลว่า ปัจจุบัน ดังนั้น Present Simple Tense จึงเป็นประโยคที่มีโครงสร้างแบบง่าย ๆ เพื่อใช้พูดถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันนั่นเอง โดยมีลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
8
By พิชญา อุดทา
1. ประโยคบอกเล่า
โครงสร้างของประโยคบอกเล่า
Subject + Verb.1 + Object + (คำบอกเวลา)
ทั้งนี้คำกริยาช่องที่ 1 นั้นจะมีการเติม s หรือ es ถ้าหากประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (He, She, It) แต่ถ้าประธานเป็น I, You หรือประธานพหูพจน์ (You (หลายคน), We, They)
ให้คงรูปคำกริยานั้น ๆ ไว้เช่นเดิม
9
By พิชญา อุดทา
ตัวอย่างประโยคบอกเล่า
1. I go to university by bus every morning.
(ฉันไปมหาวิทยาลัยโดยรถโดยสารประจำทางทุกเช้า)
ประโยคนี้ประธานคือ I แม้จะเป็นเอกพจน์แต่เป็นข้อยกเว้น ดังกริยา go จึงไม่ต้องเติม s หรือ es
2. He plays guitar very well.
(เขาเล่นกีตาร์เก่งมาก)
ประโยคนี้ประธานคือ He เป็นเอกพจน์ กริยาคือ play จึงต้องเติม s
3. They enjoy playing the football.
(พวกเขาสนุกกับการเล่นฟุตบอล)
ประโยคนี้ประธานคือ They เป็นพหูพจน์ กริยาคือ enjoy จึงไม่ต้องเติม s หรือ es
10
By พิชญา อุดทา
ความรู้เพิ่มเติม : หลักการเติม s,es นั้นง่ายนิดเดียว คือ คำกริยาที่ลงท้ายด้วย ch, o, s, ss, sh, x ให้เติม es เมื่อประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (He, She, It)
ส่วนคำกริยาอื่น ๆ ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วยพยัญชนะทั้ง 6 ตัวนั้น ให้เติม s หลังคำกริยาในประโยคที่มีประธานเป็นเอกพจน์ได้เลย
ถ้าหากคำกริยานั้นลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es ท้ายคำกริยานั้น เช่น study - studies, fly - flies, carry - carries เป็นต้น แต่มีข้อยกเว้นคือ ถ้าหากหน้า y เป็นสระ
(A, E, I, O, U) ให้เติม s ได้ทันที เช่น play - plays, buy - buys, stay - stays
11
By พิชญา อุดทา
2. ประโยคคำถาม
โครงสร้างของประโยคคำถามใน Present Simple Tense มี 2 รูปแบบคือ
แบบที่ 1 : Verb to be + Subject + Object/ส่วนขยาย + (คำบอกเวลา) ?
ใช้เมื่อในประโยคนั้นมี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู่ เช่น
She is my sister. ---> Is she your sister ? (หล่อนเป็นน้องสาวคุณหรือเปล่า?)
เมื่อเห็น V. to be ในประโยคให้นำ V. to be ขึ้นต้นประโยคนำหน้าประธานได้เลย เพียงเท่านี้ก็จะกลายเป็นประโยคคำถาม (และอย่าลืมเปลี่ยนคำสรรพนามด้วยนะคะ จาก my เป็น your)
12
By พิชญา อุดทา
แบบที่ 2 : Verb to do + Subject + Verb.1 + Object + (คำบอกเวลา)?
ใช้เมื่อประโยคนั้นไม่มี V. to be จึงต้องนำ V. to do ได้แก่ do กับ does เข้ามาช่วย โดยขึ้นต้นประโยคนำหน้าประธาน ซึ่งมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันคือ
Do ใช้นำหน้า I, You และประธานที่เป็นพหูพจน์ (You, We, They)
Does ใช้นำหน้าประธานที่เป็นเอกพจน์ (He, She, It) และคำกริยาคงรูปช่องที่ 1 เหมือนเดิมโดยไม่ต้องเติม s, es เช่น
13
By พิชญา อุดทา
1. They play football every evening. ---> Do they play football every evening? (พวกเขาเล่นฟุตบอลทุกเย็นหรือเปล่า?)
ประโยคนี้ไม่มี V. to be อยู่ในประโยค จึงนำ V. to do มาใช้ขึ้นต้นประโยคนำหน้า they
ซึ่งเป็นประธานพหูพจน์
2. That cat eats fish. ---> Does that cat eat fish ?
(แมวตัวนั้นกินปลาหรือเปล่า?)
ประโยคนี้ไม่มี V. to be อยู่ในประโยค จึงนำ V. to do นั่นก็คือ does มาใช้ขึ้นต้นประโยค
นำหน้า that cat หรือก็คือ it ซึ่งเป็นประธานเอกพจน์ โดยคำกริยาคือ eat มีการตัด s ออก
ในประโยคคำถาม
14
By พิชญา อุดทา
2. ประโยคปฏิเสธ
รูปแบบประโยคปฏิเสธใน Present Simple Tense มี 2 รูปแบบ คือ
แบบที่ 1 : Subject + Verb to be + not + Object/ส่วนขยาย + (คำบอกเวลา)
ใช้เมื่อในประโยคนั้นมี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู่ เช่น
I am your servant. ---> I am not your servant. (ฉันไม่ได้เป็นคนรับใช้ของคุณ)
เมื่อเห็น V. to be ในประโยคให้เติม not ไว้หลัง V. to be ได้ทันที เพียงเท่านี้ก็จะกลาย
เป็นประโยคปฏิเสธ
15
By พิชญา อุดทา
แบบที่ 2 : Subject + Verb to do + not + Verb.1 + Object + (คำบอกเวลา)
แบบที่ 2ใช้เมื่อประโยคนั้นไม่มี V. to be จึงต้องนำ V. to do ได้แก่ do กับ does เข้ามาช่วยแล้วตามหลังด้วย not เพื่อบอกความปฏิเสธ ส่วนคำกริยาให้คงรูปช่องที่ 1 เหมือนเดิมโดยไม่ต้องเติม s,es เช่น
He watches television at home. ---> He does not watch television at home. (เขาไม่ได้ดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน) ประโยคนี้ไม่มี V. to be อยู่ในประโยค จึงนำ V. to do
นั่นก็คือ does มาเป็นกริยาช่วยและตามด้วย not เพื่อบอกรูปปฏิเสธ ส่วนคำกริยาเมื่ออยู่ใน
รูปปฏิเสธแล้วให้ตัด s,es ทิ้งคงเหลือคำกริยาช่องที่ 1 รูปเดิม
16
คำบอกเวลาใน Present Simple Tense
By พิชญา อุดทา
ในประโยค Present Simple Tense มักจะมีคำบอกเวลาซึ่งเป็น Adverbs of Frequency ปรากฎอยู่ในประโยคเพื่อบอกความถี่ของเหตุการณ์หรือการกระทำนั้น ๆ ได้แก่
Always (สม่ำเสมอ, เป็นประจำ) , Frequently (บ่อย ๆ) , Often (บ่อยๆ) , Usually (โดยปกติ) , Hardly (แทบจะไม่เคย) , Never (ไม่เคย) , Seldom (นานๆครั้ง) , Sometimes (บางครั้ง)
และนอกจากตัวอย่างคำบอกเวลาที่พบบ่อยใน Present Simple Tense แล้ว ยังอาจพบคำว่า
every + ... เช่น every month, every morning, every Saturday เพื่อบอกความถี่ของ
เหตุการณ์หรือการกระทำก็ได้ เช่น
17
By พิชญา อุดทา
1. My teacher always drinks coffee in the morning.
(ครูของฉันดื่มกาแฟในตอนเช้าเป็นประจำ)
2. Nadech usually gets up at 7 o'clock.
(โดยปกติณเดชตื่นนอนตอนเจ็ดโมง)
3. Narong hardly reads books so he doesn't pass the exam.
(ณรงค์แทบจะไม่เคยอ่านหนังสือ ดังนั้นเขาจึงสอบตก)
18
By พิชญา อุดทา
4. It seldom rains in this part of the country.
(ฝนตกนาน ๆ ครั้งในพื้นที่นี้ของประเทศ)
5. I feel like she's selfish sometimes.
(ฉันรู้สึกว่าหล่อนเห็นแก่ตัวในบางครั้ง)
6. Kimmy hangs out with her friends every Saturday night.
(คิมมี่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอทุกคืนวันเสาร์)
Present Simple Tense.
By พิชญา อุดทา
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 18
SLIDE
Similar Resources on Wayground
14 questions
Pre-Degree P0000151
Presentation
•
University
11 questions
Question Tag
Presentation
•
University
11 questions
การคิดเชิงออกแบบ
Presentation
•
University
14 questions
TGAT 1 English for communication
Presentation
•
12th Grade
10 questions
เกมวัดความรู้
Presentation
•
12th Grade
13 questions
Learning Model
Presentation
•
University
16 questions
(64/1) 20000-1205 Introduction
Presentation
•
Professional Development
14 questions
อาเซียนศึกษา
Presentation
•
KG
Popular Resources on Wayground
20 questions
STAAR Review Quiz #3
Quiz
•
8th Grade
20 questions
Equivalent Fractions
Quiz
•
3rd Grade
6 questions
Marshmallow Farm Quiz
Quiz
•
2nd - 5th Grade
20 questions
Main Idea and Details
Quiz
•
5th Grade
20 questions
Context Clues
Quiz
•
6th Grade
20 questions
Inferences
Quiz
•
4th Grade
19 questions
Classifying Quadrilaterals
Quiz
•
3rd Grade
12 questions
What makes Nebraska's government unique?
Quiz
•
4th - 5th Grade