Search Header Logo
การออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

การออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

Assessment

Presentation

Education

University

Practice Problem

Easy

Created by

Prapat Palacheewa

Used 3+ times

FREE Resource

55 Slides • 22 Questions

1

การออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

อาจารย์ ดร.ประพรรธน์ พละชีวะ

2

Open Ended

จงสรุปความหมายของสื่อมัลติมีเดีย

3

Multiple Select

ข้อใดจัดว่าเป็นสื่อมัลติมีเดีย

1

คลิปวิดีโอใน Youtube

2

กระดานดำ

3

FaceBook

4

Multiple Choice

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของสื่อมัลติมีเดียร์

1

ภาพ

2

เสียง

3

ข้อความ

4

สคริปต์

5

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)


สื่อประสม เป็นสื่อที่เกิดจากกระบวนการนำสื่อประเภทวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ และเทคนิควิธีการมาใช้ร่วมกันซึ่งมีทั้งภาพ เสียง ตัวอักษร และลักษณะพิเศษที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้เรียนได้มากกว่าสื่อดั้งเดิม หรือสื่อเดี่ยวที่มีการนำเสนอภาพอย่างเดียว เสียงอย่างเดียว หรืออักษรอย่างเดียว โดยรูปแบบของมัลติมีเดีย ตอบสนองการเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ ได้แก่ การเรียนคนเดียว การเรียนร่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก-ใหญ่ หรือการเรียนผ่านเว็บ เป็นต้น ปัจจุบันสื่อประสมกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ 2 ลักษณะ คือ

6

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

1. มัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอ (Presentation Multimedia)
มัลติมีเดียลักษณะนี้เน้นสร้างความสนใจ ความตื่นตาตื่นใจน่าติดตาม โดยนำเสนอหรือถ่ายทอดผ่านตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียง เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอได้มากขึ้น ทั้งนี้ยังสามารถสอดแทรกวิดีโอต่างๆเข้าไว้ในมัลติมีเดียเพื่อให้ผู้เรียนได้เห็นภาพและเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอเหมาะสำหรับผู้สอนใช้ประกอบการนำเสนอเนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้ และเหมาะสำหรับ ผู้เรียนในการนำเสนอเนื้อหาที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องเรียนหรือผ่านระบบ อินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้สอนสามารถประเมินผู้เรียนได้ทั้งความสามารถในการสร้างสรรค์ความรู้ (Create content) และ ความสามารถในการนำเสนอเนื้อหา (disseminate information)

7

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

2. มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia)
มัลติมีเดียลักษณะนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบและสื่อสารกับสื่อได้โดยตรงผ่านโปรแกรม มัลติมีเดียที่มีสื่อหลายมีมิติ (Hypermedia) ที่เนื้อหาภายในสามารถเชื่อมโยง (Link) ถึงกัน มัลติมีเดียลักษณะนี้ นอกจากผู้เรียนสามารถเรียกดูข้อมูลได้หลากหลายเช่นเดียวกับมัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอแล้ว ผู้เรียนยังสามารถสื่อสารโต้ตอบกับบทเรียนผ่านการคลิกเมาส์ แป้นพิมพ์ หรืออุปกรณ์อื่นๆโดยผู้เรียนสามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ได้ว่าต้องการอะไร เช่น ต้องการเรียนบทเรียนเพิ่มเติม หรือต้องการเรียนเนื้อหาบทถัดไป เพียงแค่คลิกที่สัญลักษณ์ หรือข้อความแสดงการเชื่อมโยงโปรแกรมจะแสดงภาพหรือเนื้อหาที่ต้องการให้ผู้เรียนได้ทันทีทันใด

8

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

ทั้งนี้ผู้เรียน สามารถวัดความรู้หรือประเมินความสามารถของตนเองจากการเรียนรู้ได้ด้วยการทำแบบทดสอบหรือแบบฝึกต่างๆ โดยโปรแกรมสามารถประมวลผลการทำแบบทดสอบให้ผู้เรียนหลังทำแบบทดสอบทันที ทั้งยังสามารถตรวจสอบได้ว่า ตนเองทำผิดข้อใด ซึ่งมัลติมีเดียลักษณะปฏิสัมพันธ์นี้จะช่วยดึงดูดผู้เรียนให้สนใจในเนื้อหา และกระตุ้นการตอบสนอง ของผู้เรียนอยู่ตลอดเวลา สามารถเรียนซ้ำๆ ทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ ได้เท่าที่ต้องการ ทำให้กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายหรือจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ได้

9

Multiple Choice

ข้อใดเป็นสื่อมัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอ

1

Powerpoint

2

CAI

10

Multiple Choice

ข้อใดเป็นสื่อมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์

1

Powerpoint

2

CAI

11

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer-assisted Instruction: CAI) เป็นรูปแบบบทเรียน คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในลักษณะของมัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ ซึ่งเดิมใช้นำเสนอเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนที่ผู้เรียนสามารถศึกษาเรียนรู้ได้ด้วยตนเองจากแผ่น CD-ROM แต่ต่อมามีช่องทางการนำเสนอบทเรียนมัลติมีเดียเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถนำเสนอบทเรียนมัลติมีเดียไปรวมไว้บนหน้าเว็บไซต์ที่อนุญาต ให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลได้พร้อมกันทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งอนุญาตให้ผู้เรียนและผู้สอนเกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันแบบทันทีทันใดผ่านช่องทางสนทนาบนเว็บที่บทเรียนมัลติมีเดียนั้นอาศัยอยู่

12

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะของวัตถุประสงค์ของการนำบทเรียนคอมพิวเตอร์ไปใช้ดังนี้
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทสอนเสริม (Tutorial)
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการนำเสนอเนื้อหาใหม่หรือเพื่อทบทวนเนื้อหาที่ผู้สอนได้สอนแล้วในห้องเรียน โดยเน้นความรู้ความเข้าใจเนื้อหาซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในมโนทัศน์ (Concept) ที่ได้เรียนมาแล้วในชั้นเรียน หลังจากเรียนรู้เนื้อหาแล้วจะมีแบบทดสอบให้ผู้เรียนได้ฝึกทำ บทเรียนคอมพิวเตอร์ประเภทนี้มี 2 รูปแบบ คือ

13

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

1.1 แบบเส้นตรง (Linear Program) ลักษณะของบทเรียนแบ่งเป็นเฟรม ๆ ตั้งแต่เฟรมแรกจนถึงเฟรม สุดท้ายในเรื่องนั้น ๆ แล้วให้ผู้เรียนตอบคำถามท้ายบทเรียนให้ผ่านก่อนจึงจะสามารถไปเรียนเนื้อหาในบทหรือหน่วยถัดไป ซึ่งถ้าผู้เรียนทำแบบทดสอบไม่ผ่านเกณฑ์ต้องกลับไปทบทวนบทเรียนใหม่แล้วกลับมาท าแบบทดสอบอีกครั้งจนผ่าน จึงสามารถเรียนบทเรียนถัดไปได้

14

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

1.2 แบบสาขา (Branching Tutorial) เป็นการเสนอเนื้อหาและบทเรียนหลายๆหัวข้อ แล้วให้ผู้เรียน เลือกเรียนได้ตามความต้องการ แต่ละบทเรียนมีแบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบให้ผู้เรียนทำซึ่งแม้ผู้เรียนจะทำไม่ผ่าน ก็สามารถข้ามไปเรียนบทเรียนอื่นได้ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้สอน) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบสาขา เหมาะกับบทเรียนที่มีเนื้อหามาก ๆ และแบ่งเนื้อหาเป็นหัวข้อย่อย ๆ ตามความเหมาะสม

15

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

2. บทเรียนคอมพิวเตอร์ประเภทการฝึกหัด (Drill and Practice)
เป็นการออกแบบบทเรียนเพื่อการทบทวนทำแบบฝึกหัดและฝึกทักษะเฉพาะอย่าง เช่น การสะกดคำ การอ่าน และฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ เป็นต้น

16

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

3. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทจำลองสถานการณ์ (Simulation)
เป็นโปรแกรมที่ช่วยจำลองสถานการณ์หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆให้แก่ผู้เรียน เนื่องจากบางครั้งการฝึกและทดลองจริงอาจจะราคาแพงหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายสูง จึงใช้วิธีการจำลองสถานการณ์และสภาพแวดล้อมด้วยคอมพิวเตอร์แทน ซึ่งการจำลองสถานการณ์แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ

17

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

3.1 แบบกฎตายตัว (Determinative) เป็นการจำลองสถานการณ์จากสูตรหรือกฎที่ตายตัว เช่น เรื่อง แรงโน้มถ่วง การไหลของกระแสไฟฟ้า กฎของโอห์ม เป็นต้น


3.2 แบบน่าจะเป็น (Probabilistic) เช่น การฝึกขับเครื่องบิน การทดลองทางเคมี การจราจร การท า โมเดล เป็นต้น

18

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

4. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทการแก้ปัญหา (Problem-solving)
เป็นการสร้างบทเรียนสำหรับใช้ในการเรียนรู้วิธีคิดแก้ปัญหา เป็นโปรแกรมที่ซับซ้อนมาก ต้องใช้เทคนิคและวิธีการหลายๆอย่างมาใช้ร่วมกันทั้งรูปแบบเกม การจำลองสถานการณ์และต้องอาศัยนักเขียนโปรแกรมมาช่วยด้านเทคนิค

19

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

5. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทเกมการศึกษา (Instructional Games)
เป็นบทเรียนที่มีลักษณะเด่นที่รวมความสนุกสนานเพลิดเพลินเข้ามาใส่ไว้ในบทเรียน ซึ่งสามารถดึงดูดและกระตุ้นความสนใจผู้เรียนได้ตลอดเวลา มีความท้าทาย ทำให้ผู้เรียนมีความพยายามที่จะทำให้สำเร็จเพื่อเอาชนะเกมให้ได้ เน้นการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมีการแสดงผลแบบทันทีทันใด (Real-time feedback)

20

Multiple Choice

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทใดที่เน้นฝึกให้ผู้เรียนรู้คิดในการแก้ปัญหา

1

ประเภทสอนเสริม

2

ประเภทการฝึกหัด

3

ประเภทจำลองสถานการณ์

4

ประเภทการแก้ปัญหา

5

ประเภทเกมการศึกษา

21

Multiple Choice

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทใดที่ใช้ในการนำเสนอเนื้อหาใหม่หรือเพื่อทบทวนเนื้อหา

1

ประเภทสอนเสริม

2

ประเภทการฝึกหัด

3

ประเภทจำลองสถานการณ์

4

ประเภทการแก้ปัญหา

5

ประเภทเกมการศึกษา

22

Multiple Choice

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทใดที่มีลักษณะเด่นที่รวมความสนุกสนานเพลิดเพลินเข้ามาใส่ไว้ในบทเรียน

1

ประเภทสอนเสริม

2

ประเภทการฝึกหัด

3

ประเภทจำลองสถานการณ์

4

ประเภทการแก้ปัญหา

5

ประเภทเกมการศึกษา

23

Multiple Choice

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทใดที่ใช้เพื่อการทบทวนทำแบบฝึกหัดและฝึกทักษะเฉพาะอย่าง

1

ประเภทสอนเสริม

2

ประเภทการฝึกหัด

3

ประเภทจำลองสถานการณ์

4

ประเภทการแก้ปัญหา

5

ประเภทเกมการศึกษา

24

Multiple Choice

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทใดที่ใช้เพื่อช่วยจำลองสถานการณ์หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆให้แก่ผู้เรียน

1

ประเภทสอนเสริม

2

ประเภทการฝึกหัด

3

ประเภทจำลองสถานการณ์

4

ประเภทการแก้ปัญหา

5

ประเภทเกมการศึกษา

25

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

หลักการออกแบบและพัฒนาสื่อมัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ การออกแบบการเรียนการสอน (Instructional Design) เป้าหมายหลักของการจัดการเรียนการสอน คือ การทำสำเร็จบรรลุตามเป้าหมายและจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ในกิจกรรมการเรียนการสอน

26

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

กระบวนการออกแบบการเรียนการสอนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้การจัดการเรียนการสอนบรรลุเป้าหมายได้ซึ่งในการออกแบบการเรียนการสอนมีกุญแจสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
1. What to teach (ต้องการสอนอะไร)
2. Who will accomplish (ผู้เรียนคือใคร)
3. How to teach (มีวิธีการหรือกระบวนการเรียนการสอนอย่างไร)
4. How to evaluate (มีวิธีการประเมินผลอย่างไร)

27

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

หากสามารถไขกุญแจทั้ง 4 ประการนี้ได้สำเร็จการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนก็จักสำเร็จไปด้วย ทั้งนี้การออกแบบการเรียนการสอนในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจำเป็นต้องกำหนดลำดับขั้นตอนไว้ให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้ผู้สอนเกิดความสับสนในขณะพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งขั้นตอนที่มักนำมาใช้กันคือ The Events of Instruction ของ Gagne (1992)

28

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

The Events of Instruction ของ Gagne (1992) ประกอบด้วยขั้นตอนกระบวนการเรียนการสอน 9 ขั้นตอนดังนี้
1. การกระตุ้นความสนใจ (Gaining Attention)
2. การแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบ (Informing Learner of Lesson objective)
3. การกระตุ้นให้ระลึกถึงความรู้เดิม (Stimulating Recall of Prerequisite Learning)
4. การนำเสนอสิ่งเร้าหรือเนื้อหาใหม่ (Presenting the Stimulus Materials)
5. การแนะแนวทางการเรียนรู้ (Providing Learning Guide)
6. การกระตุ้นให้แสดงความสามารถ (Eliciting the Performance)
7. การให้ข้อมูลป้อนกลับ (Providing Feedback about Performance Correctness)
8. การประเมินผลการแสดงออก (Assessing the Performance)
9. การส่งเสริมความคงทนและการถ่ายโอนการเรียนรู้ (Enhancing Retention and Transfer)

29

การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนประเภทมัลติมีเดียสื่อประสม (Multimedia)

การออกแบบและพัฒนาสื่อมัลติมีเดียโดยใช้ ADDIE Model ADDIE Model เป็นรูปแบบระบบการเรียนการสอนที่นิยมนำมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ง่ายและมีขั้นตอนชัดเจนสามารถนำไปใช้ได้กับการออกแบบและพัฒนาสื่อหลายรูปแบบโดยเฉพาะการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียลักษณะต่าง ๆ ขั้นตอนของ ADDIE Model ประกอบด้วย
1. Analysis (การวิเคราะห์)
2. Design (การออกแบบ)
3. Development (การพัฒนา)
4. Implementation (การนำไปใช้)
5. Evaluation (การประเมินผล)

30

Open Ended

เป้าหมายหลักของการจัดการเรียนการสอน คืออะไร

31

Multiple Select

กุญแจสำคัญในการออกแบบการเรียนการสอนได้แก่อะไรบ้าง

1

ต้องการสอนอะไร

2

ผู้เรียนคือใคร

3

ผู้สอนคือใคร

4

มีวิธีการประเมินผลอย่างไร

5

มีวิธีการหรือกระบวนการเรียนการสอนอย่างไร

32

ข้อดีและข้อจำกัดของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา

ข้อดี
1. เทคโนโลยีด้านสื่อมัลติมีเดียช่วยให้การออกแบบบทเรียน ตอบสนองต่อแนวคิด และทฤษฎีการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งผลโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของสื่อมัลติมีเดียว่า สามารถช่วยเสริมการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นได้
2. สื่อมัลติมีเดียในรูปแบบของซีดีรอม ใช้ง่าย เก็บรักษาง่าย พกพาได้สะดวก และสามารถทำสำเนาได้ง่าย
3. สื่อมัลติมีเดียเป็นสื่อการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตามศักยภาพ ความต้องการ และความสะดวกของตนเอง สามารถสร้างสถานการณ์จำลอง จำลองประสบการณ์ ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
4. ในปัจจุบันมีโปรแกรมช่วยสร้างบทเรียน (Authoring Tools) ที่ง่ายต่อการใช้งานทำให้บุคคลที่สนใจทั่วไปสามารถสร้างบทเรียนสื่อมัลติมีเดียใช้เองได้

33

ข้อดีและข้อจำกัดของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา

5. ผู้สอนสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อสอนเนื้อหาใหม่ เพื่อการฝึกฝน เพื่อเสนอสถานการณ์จำลอง และเพื่อสอนการคิดแก้ปัญหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้เป็นประการสำคัญ รูปแบบต่างๆ ดังกล่าวนี้จะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ และรูปแบบการคิดหาคำตอบ
6. สื่อมัลติมีเดียช่วยสนับสนุนให้มีสถานที่เรียนไม่จำกัดอยู่เพียงห้องเรียน เท่านั้น ผู้เรียนอาจเรียนรู้ที่บ้าน ที่ห้องสมุด หรือภายใต้สภาพแวดล้อมอื่นๆ ตามเวลาที่ ตนเองต้องการ
7. เทคโนโลยีสื่อมัลติมีเดีย สนับสนุนให้เราสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียกับผู้เรียนได้ ทุกระดับอายุ และความรู้ หลักสำคัญอยู่ที่การออกแบบให้เหมาะสมกับผู้เรียนเท่านั้น
8. สื่อมัลติมีเดียที่มีคุณภาพ นอกจากจะช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนของโรงเรียน หรือหน่วยงานแล้ว ความก้าวหน้าของระบบครือข่าย ยังช่วยส่งเสริมให้การใช้สื่อมัลติมีเดียเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาอื่นๆ อีกด้วย

34

ข้อดีและข้อจำกัดของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา

ข้อจำกัด
1. ถึงแม้ว่าขณะนี้ราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะ ลดลงมากแล้วก็ตาม แต่การที่จะนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในวงการศึกษาในบางสถานที่นั้นจำเป็นต้อง มีการพิจารณากันอย่างรอบคอบเพื่อให้คุ้มกับค่าใช้จ่าย ตลอดจนการดูแลรักษาด้วย
2. การออกแบบสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพเหมาะสมตามหลักทางจิตวิทยา และการเรียนรู้นับว่ายังมีน้อย เมื่อเทียบกับการออกแบบโปรแกรมเพื่อใช้ในวงการด้านอื่น ๆ ทำให้สื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษามีจำนวน และขอบเขตจำกัดที่จะนำมาใช้ในการเรียนวิชาต่าง ๆ
3. ในขณะนี้ยังขาดอุปกรณ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานระดับเดียวกัน เพื่อให้สามารถใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างระบบกัน

35

ข้อดีและข้อจำกัดของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา

4. การที่จะให้ผู้สอนเป็นผู้ออกแบบสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษานั้นเป็นงานที่ต้องอาศัยเวลา สติปัญญา และความสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เป็นการเพิ่มภาระของผู้สอนให้มีมากยิ่งขึ้น
5. คอมพิวเตอร์เป็นสื่อที่มีความยุ่งยากในการใช้งาน และความซับซ้อนของระบบการทำงานมาก เมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ
6. มีตัวแปรที่เป็นปัญหานอกเหนือจากการควบคุมมาก เช่น ไฟฟ้าขัดข้อง ระบบ Server เป็นต้น
7. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสื่อมัลติมีเดียมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทำให้ผู้ผลิตสื่อมัลติมีเดียต้องหาความรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ
8. ในการผลิตสื่อมัลติมีเดียนั้นต้องการทีมงานที่มีความชำนาญในแต่ละด้านเป็นอย่างมากอีกทั้งต้องมีการประสานงานกันในการทำงานสูง

36

Open Ended

จงสรุปข้อดีของสื่อมัลติมีเดีย

37

Open Ended

จงสรุปข้อจำกัดของสื่อมัลติมีเดีย

38

ขั้นตอนการสร้างสื่อมัลติมีเดีย

1. ขั้นการเตรียม (Preparation)
                    - กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ (Determine Goals and Objectives) ต้องทราบว่าศึกษาในเรื่องใดและลักษณะใด เราจะต้องทราบพื้นฐานของผู้เรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเสียก่อน เพราะความรู้พื้นฐานของผู้เรียนมีอิทธิพลต่อเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการเรียน
                    - รวบรวมข้อมูล (Collect Resources) หมายถึง การเตรียมพร้อมทางด้านของเอกสารสนเทศ (Information) ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง 
                    - เนื้อหา (Meterials) ได้แก่ ตำรา หนังสือ เอกสารทางวิชาการ หนังสืออ้างอิง สไลด์ภาพต่างๆ แบบสร้างสถานการณ์จำลอง                    
                    - การพัฒนาและออกแบบบทเรียน (Instructional Development) คือ หนังสือการออกแบบบทเรียน กระดาษวาดสตอรี่บอร์ดสื่อสำหรับการทำกราฟิก โปรแกรมประมวลผลคำ เป็นต้น
                   - สื่อในการนำเสนอบทเรียน (Instructional Development System) ได้แก่ การนำเอาคอมพิวเตอร์สื่อต่างๆ มาใช้งาน
                   - เรียนรู้เนื้อหา (Learn Content) เช่น การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ การอ่านหนังสือหรือ
เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเนื้อหาบทเรียน ถ้าไม่มีการเรียนรู้เนื้อหาเสียก่อนก็ไม่สามารถออกแบบบทเรียนที่มีประสิทธิภาพได้
                    - สร้างความคิด (Generate Ideas) คือ การระดมสมองนั่นเอง การระดมสมองหมายถึง 
การกระตุ้นให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้ได้ข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นจำนวนมาก 

39

ขั้นตอนการสร้างสื่อมัลติมีเดีย

2. ขั้นตอนการออกแบบบทเรียน (Design Instruction) ขั้นตอนการออกแบบบทเรียน
เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นหนึ่งในการกำหนดว่าบทเรียนจะออกมามีลักษณะใด
                    - ทอนความคิด (Elimination of Ideas) 
                    - วิเคราะห์งานและแนวความคิด (Task and Concept Analysis)
                    - ออกแบบบทเรียนขั้นแรก (Preliminary Lesson Description)
                    - ประเมินและแก้ไขการออกแบบ (Evaluation and Revision of the Design)

40

ขั้นตอนการสร้างสื่อมัลติมีเดีย

 3. ขั้นตอนการเขียนผังงาน (Flowchart Lesson) เป็นการนำเสนอลำดับขั้นโครงสร้างของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผังงานทำหน้าที่เสนอข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรม เช่น อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนตอบคำถามผิด หรือเมื่อไหร่จะมีการจบบทเรียน และการเขียนผังงานขึ้นอยู่กับประเภทของบทเรียนด้วย
4. ขั้นตอนการสร้างสตอรี่บอร์ด (Create Storyboard) เป็นขั้นตอนการเตรียมการนำเสนอข้อความ ภาพ รวมทั้งสื่อในรูปแบบมัลติมีเดียต่างๆ ลงบนกระดาษเพื่อให้การนำเสนอข้อความและรูปแบบต่างๆ เหล่านี้เป็นไปอย่างเหมาะสมบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อไป 

41

ขั้นตอนการสร้างสื่อมัลติมีเดีย

5. ขั้นตอนการสร้างและการเขียนโปรแกรม (Program Lesson) เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงสตอรี่บอร์ดให้กลายเป็น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ส่วนนี้จะต้องคำนึงถึงฮาร์ดแวร์ ลักษณะและประเภทของบทเรียนที่ต้องการสร้าง โปรแกรมเมอร์และงบประมาณ 
6. ขั้นตอนการประกอบเอกสารประกอบบทเรียน (Produce Supporting Materials) เอกสารประกอบบทเรียนอาจแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ คู่มือการใช้ของผู้เรียน คู่มือการใช้ของผู้สอน คู่มือสำหรับแก้ปัญหาเทคนิคต่างๆ และเอกสารประกอบเพิ่มเติมทั่วๆ ไป ผู้เรียนและผู้สอนย่อมมีความต้องการแตกต่างกัน คู่มือจึงไม่เหมือนกัน คู่มือการแก้ปัญหาก็จำเป็นหากการติดตั้งมีความสลับซับซ้อนมาก 

42

ขั้นตอนการสร้างสื่อมัลติมีเดีย

7. ขั้นตอนการประเมินผลและแก้ไขบทเรียน (Evaluate and Revise) บทเรียนและเอกสารประกอบทั้งหมดควรที่จะได้รับการประเมิน โดยเฉพาะการประเมินการทำงานของบทเรียน ในส่วนของการนำเสนอนั้นควรจะทำการประเมินก็คือ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบมาก่อนในการประเมินการทำงานของบทเรียนนั้น ผู้ออกแบบควรที่จะสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนหลังจากที่ได้ทำการเรียนจากคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนั้นๆ แล้ว โดยผู้ที่เรียนจะต้องมาจากผู้เรียนในกลุ่มเป้าหมาย ขั้นตอนนี้อาจจะครอบคลุมถึงการทดสอบนำร่องการประเมินผลจากผู้เชี่ยวชาญได้ ในการประเมินการทำงานของบทเรียนนั้นผู้ออกแบบควรที่จะสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนหลังจากที่ได้ทำการเรียน จากคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนั้นๆ แล้ว โดยผู้ที่เรียนจะต้องมาจากผู้เรียนในกลุ่มเป้าหมาย ขั้นตอนนี้อาจจะครอบคลุมถึงการทดสอบนำร่องการประเมินผลจากผู้เชี่ยวชาญได้

43

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

1. การเลือกใช้สี ในการออกแบบจะเลือกใช้สีวรรณะเย็น (cool tone)
ประกอบด้วย สีเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหล่านี้ดู เย็นตา ให้ความรู้สึก สงบ สดชื่น ซึ่งในที่นี้จะเลือกใช้สีเขียว และการใช้สีแต่ละครั้งควรใช้สีวรรณะเดียวในภาพทั้งหมด เพราะจะทำให้ภาพความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (เอกภาพ) กลมกลืน
มีแรงจูงใจให้คล้อยตามได้มาก แนวทางปฏิบัติในการใช้พื้นหลัง และสีตัวอักษรมีดังนี้
- ถ้าเลือกใช้พื้นหลังสีเข้ม ให้เลือกสีตัวหนังสือสีอ่อน
หรือถ้าเลือกพื้นหลังสีอ่อนให้เลือกสีตัวหนังสือสีเข้ม
- ให้ระมัดระวังเมื่อใช้พื้นหลังที่มีลาย ข้อความหรือกราฟิกบนพื้นลวดลายมักจะทำให้อ่านได้ลำบาก

44

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

1. การเลือกใช้ในการออกแบบจะเลือกใช้สีวรรณะเย็น (cool tone) ประกอบด้วย สีเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหล่านี้ดู เย็นตา ให้ความรู้สึก สงบ สดชื่น ซึ่งในที่นี้จะเลือกใช้สีเขียว และการใช้สีแต่ละครั้งควรใช้สีวรรณะเดียวในภาพทั้งหมด เพราะจะทำให้ภาพความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (เอกภาพ) กลมกลืน
มีแรงจูงใจให้คล้อยตามได้มาก แนวทางปฏิบัติในการใช้พื้นหลัง และสีตัวอักษรมีดังนี้
- ถ้าเลือกใช้พื้นหลังสีเข้ม ให้เลือกสีตัวหนังสือสีอ่อน
หรือถ้าเลือกพื้นหลังสีอ่อนให้เลือกสีตัวหนังสือสีเข้ม
- ให้ระมัดระวังเมื่อใช้พื้นหลังที่มีลาย ข้อความหรือกราฟิกบนพื้นลวดลายมักจะทำให้อ่านได้ลำบาก
ถ้าต้องใช้พื้นหลังที่มีลาย ให้ใช้สีพื้นเรียบเป็นพื้นรองรับส่วนที่เป็นข้อความและกราฟิกนั้นอีกครั้

45

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

2. รูปภาพ (Graphic or Photo) การใช้รูปภาพมีอยู่ 2 จุดประสงค์ คือ เพื่อเพิ่มความสวยงามและดึงดูดความสนใจในการเข้าชมเพื่อแสดงข้อมูล และรายละเอียดเรื่องของสื่อต่างๆ ทั้งนี้รูปภาพดังกล่าวจะมีทั้งรูปที่เป็นภาพจริง (Photo) และภาพที่วาดขึ้นโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ (Graphic) โดยรูปภาพดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นจุดเชื่อมโยงได้อีกด้วย
โดยที่สามารถทำการสร้างจุดเชื่อมโยงได้หลายจุดในภาพ 1 ภาพ
(เรียกว่า Image map) หรือการแม็ปภาพ

46

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

3. ภาพยนตร์และเสียงประกอบ (Movie and Sound) การเพิ่มภาพยนตร์และเสียงประกอบจะทำให้สื่ออิเล็กทรอนิกส์
มีความน่าสนใจและดึงดูดใจผู้เข้าชมมากขึ้น นอกจากเพิ่มความสวยงาม
และความสมจริงของข้อมูลแล้ว ยังเป็นการง่ายต่อผู้ใช้ที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ด้วยหรืออาจจะทำการแสดงเฉพาะเสียงประกอบเพียงอย่างเดียวก็ได้ เช่น เสียงเพลงประกอบตลอดเวลาที่ผู้ใช้เปิดเข้าชม

47

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

4. กรอบ (Frame) เพื่อความสวยงามและความสะดวกในการใช้งาน สามารถทำการแบ่งจอภาพออกเป็นหลายๆส่วน ในกรณีที่มี Link หลายๆชุดต่อกันออกไปทำให้การที่จะกลับมาที่จุเริ่มต้นสามารถทำได้โดยง่าย หรือการที่ต้องการข้อมูลบางอย่างแสดงผลภาพบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
การทำเฟรม (Frame) การจัดทำเฟรมเป็นการคำนึงถึงผู้ใช้ จึงออกแบบ
ให้เกิดการใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นคือ
- สร้างการคลิกเลื่อนจอภาพ (Scrolling) เพื่ออ่านข้อมูลยาวๆ ในหน้าจอได้
- จัดแบ่งพื้นที่บนจอให้เกิดระเบียบสวยงามน่าใช้และเป็นสัดส่วนอิสระจากกัน

48

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

5. การใช้ข้อความ
5.1 ไม่ควรบรรจุข้อความเต็มหน้าจอ เพราะทำให้ยากต่อการอ่าน
ทำให้รู้สึกน่าเบื่ออาจลดการเรียนรู้ลงได้ ควรใช้การเขียนเป็นแบบโครงร่างรายการแทน อาจใช้วิธีวางรูปประกอบไว้ด้านข้างของข้อความ หรือแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อย สิ่งสำคัญของการออกแบบหน้าจอให้มีประสิทธิผล คือ การทำให้หน้าจอนั้นดูธรรมดา และใช้ลักษณะตัวอักษ

49

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

5. การใช้ข้อความ
5.1 ไม่ควรบรรจุข้อความเต็มหน้าจอ เพราะทำให้ยากต่อการอ่าน
ทำให้รู้สึกน่าเบื่ออาจลดการเรียนรู้ลงได้ ควรใช้การเขียนเป็นแบบโครงร่างรายการแทน อาจใช้วิธีวางรูปประกอบไว้ด้านข้างของข้อความ หรือแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อย สิ่งสำคัญของการออกแบบหน้าจอให้มีประสิทธิผล คือ การทำให้หน้าจอนั้นดูธรรมดา และใช้ลักษณะตัวอักษร หัวข้อหลักและหัวข้อย่อยในแต่ละหน้าอย่างคงเส้นคงวาแสดงการจัดข้อความให้อ่านง่าย

50

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

5.2 การใช้ข้อความ เกี่ยวข้องกับการจัดรูปแบบการพิมพ์ที่เหมาะสม กล่าวคือ
เลือกลักษณะของตัวอักษร และจัดแถววางแนวของอักษรในแต่ละหน้า
โดยมีข้อควรพิจารณาดังนี้ คือ ขนาดของตัวอักษรมีความคงเส้นคงวา
ไม่ควรใช้ตัวอักษรเกินกว่า 2 รูปแบบในภาวะปกติ ไม่เจตนาเน้นคำจนเกินควร จัดข้อความให้อยู่ในรูปแบบที่อ่านง่าย และกำหนดช่องว่าง หรือช่องไฟให้เหมาะสม

51

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

5.3 ใช้ข้อความเป็นส่วนเชื่อมโยงเพื่อกำหนดทิศทาง การใช้ในลักษณะนี้ เป็นการใช้ที่คุ้นเคยกัน ข้อความที่เป็นไฮเปอร์ลิงค์ อาจจะมีเส้นขีดใต้ข้อความควบคู่กับการใช้ภาพกราฟิกเป็นส่วนกำหนดทิศทาง ข้อดีของการใช้ข้อความเป็นส่วนเชื่อมโยงคือ ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลเร็ว

52

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

6. โครงสร้างหน้าจอ ใช้แบบพอดีกับหน้าจอหรืออยู่ตรงกลางหน้าจอ แบบนี้เหมาะกับการนำเสนอข้อมูลที่มีไม่มาก ข้อดีคือการนำเสนอที่ไม่ซับซ้อนและสะดวกต่อการใช้งานเพราะผู้ใช้จะมองเห็นข้อมูลทุกส่วนของหน้าได้พร้อมกันตลอดเวลา

53

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

  1. เสียง

    เสียงบรรยายหรือเสียงพูด (Narration/Speech)

    จะต้องเลือกใช้เสียงที่สอดคล้องกับเนื้อหา สอดคล้องกับระดับผู้ฟัง มีความชัดเจน มีการเน้นถ้อยคำที่น่าสนใจชวนติดตาม

54

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

เสียงเอฟเฟกต์ (Sound Effect)

เป็นเสียงประกอบที่ทำให้ผู้ชมเกิดจินตนาการและรู้สึกอินกับเนื้อหา ทำให้การนำเสนอน่าสนใจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1. เสียงเอฟเฟกต์ธรรมชาติ (Natural Sound Effect)

เป็นเสียงที่เกิดจากแหล่งกำเนิดธรรมชาติ เช่น เสียงน้ำตก เสียงนกร้อง เสียงคลื่นในทะเล เสียงฟ้าร้อง เสียงฝนตก

55

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

2. เสียงเอฟเฟกต์พิเศษ (Special Sound) เป็นเสียงที่ช่วยความสมจริงของการเล่าเรื่อง ช่วยสร้างความสมจริงในการนำเสนอ เช่น เสียงโทรศัพท์ เสียงเปิด/ปิดประตู เสียงเคาะประตู เป็นต้น

เสียงดนตรีประกอบ (Background Music)

เป็นเสียงเพลงหรือดนตรีบรรเลงเพื่อสื่อสารอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่นำเสนอ นิยมนำมาจากเสียงดนตรีโดยเฉพาะ หรือเสียงในรูปแบบ MIDI (Music Instrument Digital Interface)

56

แนวคิดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

เสียงดนตรีประกอบ (Background Music)

เป็นเสียงเพลงหรือดนตรีบรรเลงเพื่อสื่อสารอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่นำเสนอ นิยมนำมาจากเสียงดนตรีโดยเฉพาะ หรือเสียงในรูปแบบ MIDI (Music Instrument Digital Interface)

57

Multiple Choice

ในการออกแบบสื่อมัลติมีเดียเราควรจะเลือกใช้สีวรรณะใด

1

ร้อน

2

เย็น

3

ได้ทั้ง2 แบบ

4

58

Multiple Choice

ถ้าเลือกใช้พื้นหลังสีเข้ม เราควรเลือกใช้สีตัวหนังสือสีใด

1

สีเข้ม

2

สีอ่อน

3

ได้ทั้ง2สี

59

Multiple Select

เราใช้รูปภาพประกอบสื่อเพื่ออะไร

1

เพิ่มความสวยงาม

2

ดึงดูดความสนใจในการเข้าชม

3

แสดงข้อมูล และรายละเอียดเรื่องของสื่อต่างๆ

4

เพื่อสร้างรายได้

60

Open Ended

ข้อดีของการใช้ภาพยนตร์และเสียงประกอบ (Movie and Sound) คืออะไร

61

Multiple Select

ข้อใดคือประโยชน์ของการทำการทำเฟรม (Frame)

1

เกิดการใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

2

สร้างการคลิกเลื่อนจอภาพ (Scrolling) เพื่ออ่านข้อมูลยาวๆ ในหน้าจอได้

3

จัดแบ่งพื้นที่บนจอให้เกิดระเบียบสวยงามน่าใช้และเป็นสัดส่วนอิสระจากกัน

4

ไม่จำเป็นต้องใช้เฟรมเพราะไม่เกิดประโยชน์

62

Multiple Select

ข้อใดเป็นการใช้ข้อความในสื่อมัลติมีเดียที่ไม่เหมาะสม

1

ใส่ข้อความให้เยอะที่สุด

2

ใช้ข้อความที่สั้น กระชับ ได้ใจความ

3

ไม่ควรใช้ตัวอักษรเกินกว่า 2 รูปแบบ

63

Multiple Select

เราควรออกแบบโครงสร้างหน้าจออย่างไร

1

จัดให้อยู่ตรงกลาง

2

จัดให้พอดีใน 1 หน้าจอ

64

Multiple Select

ข้อใดไม่ใช่เสียงในสื่อมัลติมีเดีย

1

เสียงรบกวน

2

เสียงบรรยาย

3

Background Sound

65

media

66

media

67

media

68

media

69

media

70

media

71

media

72

media

73

media

74

media

75

media

76

media

77

จงออกแบบสื่อมัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอตามใบงานดังต่อไปนี้

การออกแบบสื่อมัลติมีเดีย

อาจารย์ ดร.ประพรรธน์ พละชีวะ

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 77

SLIDE