Search Header Logo
บทที่ 3 การจัดการขาย Sales Opportunity Management

บทที่ 3 การจัดการขาย Sales Opportunity Management

Assessment

Presentation

Business

3rd Grade

Hard

Created by

Suchanya SAICHANA

Used 2+ times

FREE Resource

36 Slides • 19 Questions

1

media

2

media

3

media

4

media

5

media

6

Multiple Choice

1. วิธีในการเพิ่มมูลค่าของฐานลูกค้าของบริษัทได้แก่ข้อใด

1

a. การหาลูกค้าใหม่

2

b. ลดการหมุนเวียนของลูกค้าเดิม

3

c. เรียกเก็บเงินในราคาที่สูงขึ้น

4

ถูกทั้งข้อ a และ b

5

ถูกทุกข้อ

7

media

8

media

9

media

10

Multiple Choice

2. ข้อมูลประชากรศาสตร์ของลูกค้าที่ใช้ในการสร้างลักษณะของลูกค้ามุ่งหวัง (Prospect) อาจรวมถึงข้อใด

1

a. ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

2

b. ขนาดของธุรกิจ

3

c. ความชอบในการซื้อของลูกค้า

4

ข้อ a และ b ถูก

5

ถูกทั้งข้อ a, b, และ c

11

Multiple Choice

3. ตัวอย่างของข้อมูลประชากรศาสตร์ที่ใช้ในการสร้างลักษณะลูกค้ามุ่งหวัง (Prospect) ยกเว้นข้อใด

1

ขนาดของธุรกิจ

2

ประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่เป็นพิเศษ

3

ระยะทางด้านภูมิศาสตร์จากจุดขนส่งสินค้า

4

ความชอบในการซื้อของลูกค้า

12

media

13

Multiple Choice

4. หากคุณยังใหม่ต่อพื้นที่เขตการขายและต้องการทราบว่าใครคือลูกค้ามุ่งหวัง (Prospect) ที่เป็นไปได้สำหรับกลุ่มเครื่องผลิตลาเต้ของคุณ แหล่งที่ดีที่สุดที่มีลูกค้าเป้าหมายมากที่สุดคือข้อใด

1

the Thomas Register of American Manufacturers

2

the Yellow Pages

3

the Survey of Industrial Purchasing Power

4

the local newspaper

5

ถูกทุกข้อ

14

media

15

Multiple Choice

5. เพื่อให้ลูกค้ามุ่งหวัง (Prospect) เป็นผู้นำที่มีคุณสมบัติเหมาะสม พนักงานขายต้องรวบรวมข้อมูลข้อใดที่แสดงว่าลูกค้ามุ่งหวัง (Prospect) มีคุณสมบัติดังกล่าว

1

a. ความต้องการสินค้าหรือบริการอย่างแท้จริง

2

b. ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ

3

c. ทรัพยากรทางการเงินในเกณฑ์ดีเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ

4

ข้อ a และ b ถูก

5

ข้อ a, b, และ c ถูกทุกข้อ

16

media

17

media

18

media

19

Multiple Choice

6. ขั้นตอนแรกในการกำหนดขนาดลูกค้าขั้นต่ำ (minimum customer size) ที่พนักงานขายควรโทรหาคือการคำนวณข้อใด

1

ต้นทุนต่อการโทรขาย (cost per sales call)

2

ศักยภาพการเติบโตของลูกค้าthe (growth potential of the customer)

3

งบประมาณส่งเสริมการขายที่จำเป็น (sales promotion budget needed)

4

ต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (cost of product development)

5

รวบรวมประวัติการขายที่ผ่านมาของลูกค้า (gather the customer’s past sales record)

20

media

21

media

22

media

23

media

24

media

25

media

26

media

27

media

28

Multiple Choice

7. ข้อใดไม่ต้องพิจารณาเมื่อคำนวณขนาดลูกค้าขั้นต่ำ (minimum sized customer) ที่จะโทรขาย

1

ค่าใช้จ่ายการขายทางตรง (direct selling costs)

2

จำนวนการโทรขายโดยเฉลี่ยที่ต้องใช้เพื่อปิดการขาย (the average number of sales calls required to close the sale)

3

โครงสร้างต้นทุนของบริษัทขาย (the cost structure of the selling company)

4

อัตราการเติบโตของลูกค้า (the growth rate of the customer)

29

Multiple Choice

8. การคำนวณต้นทุนต่อการโทรขาย (cost-per-call) เป็นขั้นตอนสำคัญในการแก้ไขปัญหาขนาดลูกค้าขั้นต่ำ ต้นทุนต่อการโทรขาย (Cost per call) มีความเกี่ยวข้องกับข้อใด

1

a. จำนวนการโทรต่อวัน (the number of calls made per day)

2

b. ค่าใช้จ่ายในการขายตรงของพนักงานขาย (a salesperson's direct selling expenses)

3

c. อัตรากำไรขั้นต้น (gross margin)

4

ถูกทั้งข้อ a และ b

5

ถูกทุกข้อ

30

Multiple Choice

9. แนวทางที่ได้ผลในการแก้ปัญหาของลูกค้าที่สั่งซื้อน้อยเกินไปในการสร้างยอดขายให้ได้มากพอจนเกินจุดคุ้มทุนคือข้อใด

1

a. เพิ่มราคาให้กับลูกค้านี้

2

b. ลดจำนวนการโทรขายจากลูกค้านี้

3

c. ให้นายหน้า (brokers) โทรหาลูกค้านี้

4

เฉพาะข้อ a และ b เป็นแนวทางที่ได้ผล

5

ทั้งข้อ a, b, และ c เป็นแนวทางที่ได้ผล

31

media

32

media

33

media

34

media

35

media

36

media

37

media

38

media

39

Multiple Choice

10. ข้อใดคือวิธีการกำหนดการจัดสรรเวลา (time allocation) ในกำหนดลำดับความสำคัญโอกาสขายลูกค้า

1

a. โมเดลปัจจัยเดี่ยว (single factor model)

2

b. วิธีการแบ่งลูกค้า ABC (ABC approach)

3

c. โมเดลพอร์ตโฟลิโอ (portfolio model)

4

d. วิธีการกระบวนการขาย (sales funnel)

5

ทุกข้อเป็นวิธีการกำหนดการจัดสรรเวลาในกำหนดลำดับความสำคัญโอกาสขายลูกค้า

40

Multiple Choice

11. ระบบการจัดประเภทบัญชีลูกค้า ABC ตรงกับข้อใด

1

a. ตัวอย่างของโมเดลปัจจัยเดี่ยว

2

b. วิธีการจัดสรรเวลาตามโมเดลพอร์ตโฟลิโอแบ่งตามตัวอักษร.

3

c. วิธีการจัดอันดับ rank ลูกค้าตามสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์.

4

ถูกทั้งข้อ a และ c

5

ถูกทั้งข้อ b และ c

41

Multiple Choice

12. โมเดลพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio models) มีประโยชน์หลายอย่างที่โมเดลปัจจัยเดี่ยว (single factor models) ไม่มี ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของโมเดลพอร์ตโฟลิโอ

1

a. การระบุปัญหาความสัมพันธ์กับลูกค้าที่สำคัญ

2

b. การแบ่งแยกช่องว่างของข้อมูล (information gaps)

3

c. วิธีการวิเคราะห์ที่มีต้นทุนต่ำกว่า

4

d. จัดลำดับความสำคัญของการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

5

ทั้งข้อ a และ b ไม่ใช่ประโยชน์

42

Multiple Choice

13. แม้ว่าโมเดลพอร์ตโฟลิโอ (portfolio models) จะมีประโยชน์หลายอย่างมากกว่าโมเดลปัจจัยเดี่ยว (single factor models) แต่มีปัญหาตรงกับข้อใด

1

ใช้เพียงคุณลักษณะเดียวในการจัดประเภทบัญชี

2

การขาดโซลูชันที่เหมาะสมที่สุดในการจัดสรรการโทรขาย

3

ขาดการจัดลำดับความสำคัญของการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

4

ไม่ได้ส่งเสริมการคิดที่มุ่งไปข้างหน้าโดยทีมขาย

5

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

43

Multiple Choice

14. ช่องทางการขาย (Sales Funnel) ในโมเดลกระบวนการขาย (Sales Process Model) ระบุโอกาสที่ดีที่สุดในเรื่องใด เมื่อผู้ซื้อทางการเงินหรือผู้อำนาจลงทุนได้อนุมัติโครงการ

1

ผู้มีอิทธิพลในการซื้อทั้งหมดได้รับการติดต่อเพื่อระบุความต้องการ (needs)

2

ฝ่ายจัดซื้อได้แนะนำข้อเสนอการขายของบริษัทให้กับผู้มีอิทธิพลในการซื้อรายอื่นๆ

3

ถูกทุกข้อ

44

media

45

Multiple Choice

15. เมื่อพูดดถึงเรื่องการตอบสนอต่อการขายจะแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนการโทรขายกับข้อใด

1

ปริมาณยอดขาย (sales volume)

2

การเปิดรับลูกค้า (customer receptiveness)

3

อัตรากำไรขั้นต้น (gross margin)

4

จำนวนการโทรขายเพิ่มเติมที่จำเป็นเพื่อปิดการขาย

5

ความสามารถในการทำกำไร (profitability)

46

Multiple Choice

16. ความแตกต่างอย่างมากในความสามารถในการทำกำไรของลูกค้าที่ซื้อในปริมาณที่ใกล้เคียงกันอาจเกิดจากข้อใด

1

a. การผสมผสานของผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาซื้อ

2

b. ส่วนลดราคาที่ได้รับ

3

c. “การซื้อล่วงหน้า” โดยลูกค้า

4

ถูกทั้ง a และ b

5

ถูกทุกข้อ

47

media

48

Multiple Choice

17. ข้อใดรวมอยู่ในการคำนวณ Customer Lifetime Value

1

a. อัตราส่วนลด (a discount rate)

2

b. การซื้อสินค้าในอนาคต (future product purchases)

3

c. กำไรส่วนเกินจากการซื้อ (average contribution margin from purchases)

4

ไม่มีข้อใดถูก

5

ถูกทุกข้อ

49

media

50

media

51

media

52

media

53

media

54

Multiple Choice

18. ข้อใดเป็นการเสียเวลา (time waste) มากที่สุดในมุมมองด้านพนักงานขาย

1

การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน (unclear communication)

2

การประชุม (meeting)

3

การต่อสายโทรศัพท์ไปหาลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าที่สำคัญ (telephone interruptions)

4

การผัดวันประกันพรุ่ง (procrastination)

55

Multiple Choice

19. สิ่งสำคัญที่สุดในการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิผล (effectively) คือข้อใด

1

เพื่อเพิ่มความพยายาม (effort) ในกิจกรรมประจำวัน

2

เพื่อสลับไปมาระหว่างงานต่างๆ บ่อยๆ.

3

ไม่จำกัดสิ่งที่คุณสามารถทำได้สำเร็จ ("ไม่เคยพูดว่าไม่")

4

เพื่อตระหนักรู้และควบคุมการเสียเวลา (time-waste)

5

ถูกทุกข้อ

media

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 55

SLIDE