Search Header Logo
บทที่ 10 การจัดการขาย Motivating Salespeople

บทที่ 10 การจัดการขาย Motivating Salespeople

Assessment

Presentation

Business

3rd Grade

Practice Problem

Medium

Created by

Suchanya SAICHANA

Used 3+ times

FREE Resource

45 Slides • 15 Questions

1

media

2

media

3

media

4

media

5

media

6

media

7

Multiple Choice

1. ในการจัดการการขายนั้นข้อกังวลคือพนักงานขายมีแรงจูงใจหรือสามารถมีแรงจูงใจเพียงพอที่จะบรรลุวัตถุประสงค์การขายของบริษัท ข้อใดคือเหตุผลที่พนักงานขายต้องการการกระตุ้นหรือแรงจูงใจในการทำงาน

1

a. พนักงานขายภาคสนามกำลังเปลี่ยนจากความตื่นเต้นในการขายไปสู่ความหดหู่ที่เกี่ยวข้องกับการถูกปฏิเสธจากการขาย

2

b. พนักงานขายมักจะใช้เวลานานหลายชั่วโมงเกินไปบนท้องถนนโดยไม่ได้รับการแนะนำและการสนับสนุนโดยตรง

3

c. เพื่อรักษาความกระตือรือร้นและความเชื่อมั่นในระดับสูงของพนักงานขายว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นดีที่สุดสำหรับลูกค้า

4

ถูกทุกข้อ

5

ไม่มีช้อใดถูกต้อง

8

Multiple Choice

2. แรงจูงใจ (Motivation) คือ ความเต็มใจของแต่ละบุคคลที่จะใช้ความพยายาม (effort) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร (organizational goals) ในขณะที่ตอบสนองความต้องการของแต่ละบุคคล (individual needs) คำจำกัดความนี้มี 3 องค์ประกอบ ตรงกับข้อใด

1

persistence, intensity, organizational goals

2

effort, individual needs and organizational goals

3

direction, individual needs and effort

4

individual needs, effort and direction

5

effort, intensity and organizational goals

9

media

10

media

11

media

12

media

13

media

14

media

15

media

16

Multiple Choice

3. ทฤษฎีแรงจูงใจของ Herzberg (Herzberg's Motivation Theory) อ้างถึงความปรารถนาสำหรับความต้องการที่ไม่ได้ผลเรื่องใด

1

ปัจจัยด้านการขาดแคลน (deficiency factors)

2

ปัจจัยด้านแรงจูงใจ (motivation factors)

3

ปัจจัยด้านความสำเร็จ (achievement factors)

4

ปัจจัยด้านสุขอนามัย (hygiene factors)

5

ปัจจัยด้านตัวตน (ego factors)

17

media

18

media

19

media

20

media

21

media

22

media

23

media

24

media

25

media

26

media

27

media

28

Multiple Choice

4. ข้อใดคือลำดับที่ถูกต้องของ 4 ขั้นตอนอาชีพ (career stages) ที่บุคคลในอาชีพพนักงานการขายจะได้รับประสบการณ์

1

exploration, establishment, maintenance, disengagement

2

exploration, establishment, disengagement, maintenance

3

exploration, maintenance, establishment, disengagement

4

disengagement, exploration, maintenance, establishment

29

Multiple Choice

5. A เคยเป็นตัวแทนขายที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับคุณ อย่างไรก็ตาม เขาทำผลงานได้ไม่ดีนักในช่วงหลังมานี้ คุณได้ตัดสินใจแล้วว่าถึงเวลาคุยกับ A แล้ว รายการต่างๆ ที่คุณต้องการให้เกิดขึ้นในการประชุมครั้งนี้คือการให้ A ตระหนักว่าเขาต้องทำอะไรเพื่อเพิ่มแรงจูงใจของเขา คุณวางแผนที่จะอธิบายทฤษฎีความคาดหวัง (expectancy theory) ซึ่งขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างข้อใด

1

effort, performance, and rewards.

2

ability, desire, and goals.

3

performance and rewards only.

4

effort, motivation and sales volume.

5

ability, effort, and sales volume

30

media

31

media

32

media

33

media

34

media

35

media

36

media

37

media

38

media

39

media

40

media

41

Multiple Choice

6. การจัดการพฤติกรรมตนเอง (Behavioral Self-Management :BSM) เป็นกระบวนการเกี่ยวข้องกับข้อใด

1

พนักงานขายดำเนินการตามวัตถุประสงค์การปฏิบัติงานของตนเอง

2

ผู้จัดการฝ่ายขายกำหนดวัตถุประสงค์ของพนักงานขายแต่ละคน

3

ไม่จำเป็นต้องมีผู้จัดการฝ่ายขายอีกต่อไป

4

บุคคลมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมไม่ใช่ผลลัพธ์

42

media

43

media

44

media

45

Multiple Choice

7. โปรแกรมที่ส่วนใหญ่มักใช้เพื่อจูงใจพนักงานขาย, ชี้นำความพยายามของพนักงานขาย และใช้กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานของพนักงานขายตรงกับข้อใด

1

โควตา (Quota)

2

เงินเดือน (Salary)

3

รางวัลจากผลงานหรือการทำความดี (Recognition)

4

ที่ไม่ใช่ทางการเงิน (Non-financial)

5

เกียรติยศ (Esteem)

46

Multiple Choice

8.  ข้อต่อไปนี้คือเหตุผลในการใช้โควตา (quotas) ยกเว้นข้อใด

1

โควตา (quotas) รับประกันผลการดำเนินงานขั้นต่ำ (minimum performance)

2

โควตา (quotas) ให้แรงจูงใจ (motivation)

3

โควตา (quotas) กระตุ้นการให้ค่าตอบแทนจูงใจ (incentive compensation)

4

โควตา (quotas) จัดให้มีมาตรฐานการประเมินผลการปฏิบัติงาน (performance evaluation)

5

โควตา (quotas) แจ้งเตือนสำหรับผู้จัดการในกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไข (corrective action)

47

Multiple Choice

9. ประเภทของโควตา (quota) ที่ใช้บ่อยที่สุดโดยองค์กรหน่วยงานขาย (sales organizations) คือข้อใด

1

ตามจำนวนการโทรขาย (number of sales calls)

2

ตามค่าใช้จ่ายการขายทางตรงรวม (total direct selling expense)

3

ตามกำไรสุทธิก่อนภาษี (net profits before taxes)

4

ตามยอดขาย (sales volume)

5

ตามสื่อโฆษณา ณ จุดขาย (point-of-purchase display)

48

Multiple Choice

10. โควตาตามผลกำไร (Profit-based quotas) มักจะใช้เมื่อใด

1

a. ราคาขายถูกกำหนดที่สำนักงานใหญ่และราคาขายไม่สามารถต่อรองได้

2

b. การขายผลิตภัณฑ์เดียวหรือสายผลิตภัณฑ์เดียว

3

c. พนักงานขายมีความยืดหยุ่นในการกำหนดราคา

4

d. พนักงานขายถูกจำกัดให้ขายภายในอาณาเขตพื้นที่ขายทางภูมิศาสตร์ที่กำหนด

5

ถูกทุกข้อ

49

Multiple Choice

11.  ข้อใดเป็นตัวอย่างโควตาตามกิจกรรม (activity quotas)

Which of the following are examples of activity quotas?

1

การโทรหาลูกค้าใหม่ (calls on new account)

2

การสาธิตผลิตภัณฑ์ (product demonstrations)

3

จำนวนการโทรขายต่อวัน (number of calls per day)

4

การส่งข้อเสนอการขาย (proposals submitted)

5

ถูกทุกข้อ

50

media

51

media

52

media

53

media

54

media

55

media

56

media

57

Multiple Choice

12. ทฤษฎีเป้าหมาย (Goal Theory) เกี่ยวข้องกับแต่ละองค์ประกอบต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

1

ข้อเสนอแนะ – แจ้งให้พนักงานขายทราบถึงผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา

2

ความมุ่งมั่นในเป้าหมาย – การยอมรับของแต่ละคนในวัตถุประสงค์การขาย

3

ความรุนแรง – ความปรารถนาของรางวัลที่มอบให้สำหรับการบรรลุเป้าหมายเฉพาะ

4

การรับรู้ความสามารถของตนเอง – บุคคลรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับความสามารถของตนในการดำเนินงาน

5

ผลการปฏิบัติงาน – แรงจูงใจของแต่ละคนในการดำเนินงาน

58

Multiple Choice

13.  โปรแกรมสร้างแรงจูงใจ (Incentive programs) สามารถอธิบายได้ดีที่สุดตามข้อใด

1

กิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่ค่อนข้างยาวนาน

2

เรื่องการคุ้มทุน – ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่ากับค่าใช้จ่ายในการแข่งขัน

3

สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานขายมีระดับผลการปฏิบัติงานที่สูงกว่าปกติและให้รางวัลแก่พนักงานขายเหล่านั้น

4

เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก อาจปีละครั้ง เพื่อกระตุ้นให้เกิดผลการปฏิบัติงานระดับสูง

5

เครื่องมือการสร้างแรงจูงใจที่ไม่ดีสำหรับพนักงานขายส่วนใหญ่

59

Multiple Choice

14. รางวัลจูงใจ (incentive award) ประเภทใดถูกใช้มากที่สุด เนื่องจากมีการรับรู้ถึงประสิทธิผลมากที่สุด

1

เงินสด (cash)

2

สินค้า (merchandise)

3

การท่องเที่ยว (trips)

4

การโปรโมทเลื่อนตำแหน่ง (promotion)

5

เงินสวัสดิการนอกจากค่าจ้าง (fringe benefits)

60

Multiple Choice

15.  ข้อใดถูกต้องสำหรับโปรแกรมการรับรู้ผลงานหรือทำคุณความดี (recognition programs)

1

a.       มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะความพยายาม (effort characteristics)

2

b.      มุ่งเน้นไปที่ผลการปฏิบัติงานโดยรวม (overall performance)

3

c.       มีคุณค่าที่ยั่งยืน (value)

4

ถูกทุกข้อ

5

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

media

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 60

SLIDE