
การเป็นพลเมืองดิจิทัล
Presentation
•
Education
•
9th - 12th Grade
•
Practice Problem
•
Easy
นายจักริน วิวัตรชัย
Used 32+ times
FREE Resource
44 Slides • 17 Questions
1
การเป็นพลเมืองดิจิทัล
2
Open Ended
ให้นักเรียนยกตัวอย่างเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน
3
การเป็นพลเมืองดิจิทัล
เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน จึงต้องเรียนรู้ เข้าใจ และ ตระหนักถึงแนวทางในการปฏิบัติตนบนโลกออนไลน์อย่างไร ถึงจะใช้ประโยชน์ จากเทคโนโลยีได้อย่างคุ้มค่า ปลอดภัย ตลอดจนเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ป้องกันและปกป้องข้อมูลส่วนตัวของตนเองและผู้อื่น เพื่อใช้ชีวิตในโลกจริงและโลก ออนไลน์ได้อย่างสมดุล
4
5
ในการเป็นพลเมืองดิจิทัล
กรอบแนวคิด
Savvy
safe
social
MIKE
RIBBLE
6
Multiple Choice
ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะเบื้องต้นของพลเมืองดิจิทัล
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ
มีทักษะและความรู้ที่หลากหลายในการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์และช่องทางการสื่อสารประเภทต่าง ๆ
มีทักษะการใช้อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน
มีทักษะการใช้ชีวิตอย่างมีแบบแผน ตามจารีต ประเพณี
7
Multiple Choice
ในปี พ.ศ. 2562 ไมค์ ริบเบิล ได้ปรับปรุงกรอบแนวคิดในการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดี โดยแบ่งออกเป็นกี่ด้าน
3 ด้าน
4 ด้าน
5 ด้าน
6 ด้าน
8
Multiple Choice
ภาพใดคือ ไมค์ ริบเบิล
( Mike Ribble )
9
Fill in the Blanks
Type answer...
10
Fill in the Blanks
Type answer...
11
Match
จับคู่สิ่งต่อไปนี้
SAVVY
SAFE
SOCIAL
การมีความรู้ทางเทคโนโลยี
การป้องกันตนเองและผู้อื่น
การเคารพตนเองและผู้อื่น
การมีความรู้ทางเทคโนโลยี
การป้องกันตนเองและผู้อื่น
การเคารพตนเองและผู้อื่น
12
3.1.1 การรู้ดิจิทัล
การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน
เราสามารถเรียนรู้ได้จากเพื่อน ผู้ปกครอง บุคคลในชุมชน นอกจากแหล่งข้อมูลที่เป็นบุคคลแล้ว ยังสามารถเรียนรู้ได้จากแหล่งข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ
แต่ข้อมูลที่ได้รับมาไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม เราจะต้องวิเคราะห์ได้ว่าข้อมูลใดถูกต้องและสามารถนำไปใช้เพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ของเราเองได้
13
3.1.2 การมีทักษะทางการสื่อสาร
เทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก
เราต้องคำนึงถึงรูปแบบของสาร และสื่อกลางที่จะใช้ในการติดต่อสื่อสารและแบ่งปันความรู้ให้กับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งระมัดระวังในการทิ้งร่องรอยดิจิทัลที่เกิดจากการสื่อสารในสื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย การเขียนแสดงความคิดเห็น หรือการแชร์ที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ เนื่องจากอาจจะส่งผลเสียต่อตัวนักเรียนต่อไปในอนาคตในการเข้าศึกษาต่อ หรือการทำงาน
14
ชวนคิด
เพื่อนแสดงความเห็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่นักเรียนนำเสนอ
นักเรียนปิดบล็อกและไม่เขียนบล็อคอีกต่อ
15
Open Ended
วิธีการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดความเหมาะสม
16
3.13 การซื้อสินค้าออนไลน์
ได้สินค้าในราคาที่ถูกกว่า
เลือกของได้หลากหลาย
มีความเป็นส่วนตัวในการเลือกซื้อสินค้า
เปรียบเทียบราคาได้ง่ายกว่า
หาของที่ต้องการได้ง่ายๆโดยไม่ต้องรู้แหล่งขาย
สามารถซื้อของเวลาไหนก็ได้
สามารถตรวจสอบสินค้าจากร้านออนไลน์ได้ด้วยรีวิวสินค้า
จัดส่งได้ทุกที่ แม้ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน
17
การหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต
(scam)
3.13 การซื้อสินค้าออนไลน์
การโจรกรรมข้อมูลเอกลักษณ์
บุคคล (Identity theft)
18
สแกม (Scam) คือ ลักษณะการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แบ่งได้หลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น
1.Scam บัตรเครดิต
เป็นลักษณะการหลอกลวงไม่ว่าจะส่งผ่านทางอีเมลเพื่อให้ยืนยันข้อมูลบัตรเครดิตจากธนาคารและจะสามารถนำไปใช้ในการซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ได้
2.Scam ถูกรางวัล
เป็นลักษณะการส่งอีเมลมายังผู้รับโดยมีเนื้อความเกี่ยวกับการที่ผู้รับอีเมลนั้นได้รับการจับฉลากและถูกรางวัลโดยมีจำนวนเงินมหาศาล แต่จะต้องมีการจัดส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น หน้าพาสปอร์ต หรือหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวบุคคลหรือแม้แต่การโอนค่าธรรมเนียมในการรับรางวัลดังกล่าว
3.Scam ค่าธรรมเนียมศุลกากร
เป็นลักษณะการติดต่อสื่อสารหลายช่องทางกับเหยื่อ โดยเมื่อผู้ไม่หวังดีทำความคุ้นเคยกับเหยื่อได้แล้ว ก็จะมีการเสนอว่าจะส่งของมาให้เช่น เงิน หรือของมีค่า แต่พัสดุติดกระบวนการทางศุลกากร ซึ่งต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับต่างๆ
4.โรแมนซ์สแกม (Romance Scam)
โรแมนซ์สแกม มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับ Scam ค่าธรรมเนียมศุลกากร ซึ่งจะมีผู้ที่เข้ามาติดต่อทำความรู้จักกันไม่ว่าจะเป็นสื่อสังคมออนไลน์ หรือเว็บไซต์หาคู่ ซึ่งการหลอกลวงนั้นจะใช้ความเชื่อใจระหว่างชายหญิง โดยจะมีการสัญญาว่าจะส่งเงิน หรือสิ่งของมาให้ แต่ติดปัญหาเรื่องศุลกากร ซึ่งจะให้เหยื่อทำการโอนเงินให้เป็นค่าธรรมเนียม
19
Identity Theft หรือการ ขโมยตัวตน เป็นหนึ่งในการจารกรรมข้อมูลส่วนตัวที่เกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ สาเหตุ โดยเมื่อถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปแล้ว มิจฉาชีพก็จะนำข้อมูลส่วนตัวที่ได้ มาแอบอ้าง หรือปลอมแปลงเป็นเจ้าของข้อมูล เพื่อไปหลอกลวงบุคคลใกล้ชิด หรือบุคคลอื่น ๆ เพื่อให้โอนเงิน หรือมอบข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่มิจฉาชีพ ทั้งนี้ Identity Theft จะทำการขโมยข้อมูลโดยใช้ 2 เทคนิคหลัก ๆ ได้แก่
1. การฟิชชิ่ง (Phishing)
เป็นการใช้อีเมล หรือ หน้าเว็บปลอม เพื่อหลอกขอข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ถูกขโมยไปสามารถเป็นข้อมูลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นประวัติส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลบัตรเครดิต ไม่เว้นแม้แต่รหัสผ่านที่จะทำให้มิจฉาชีพแฮ็กเข้าไปยังโซเชียลมีเดีย และนำตัวตนของคุณไปหลอกลวงผู้อื่นต่อได้
2. การปลอมแปลงเว็บไซต์ (Spoof Site)
การใช้เว็บไซต์ปลอมโดยจะทำการเชื่อมโยงกับอีเมลปลอม โดยส่วนใหญ่มักจะปลอมเป็นเว็บไซต์ของหน่วยงานต่าง ๆ หรือสถาบันการเงินโดยมักจะหวังขโมยข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น เลขประจำตัวประชาชน เป็นต้น
20
Open Ended
scam และ Identity theft แตกต่างอย่างไร
21
ชวนคิด
เรื่องของนายแดน
22
Open Ended
นายแดนได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ซื้อสินค้าเพื่อนำมาตกแต่งห้องเรียน นายแดนจึงซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ และพบว่ามีหลายร้านที่ราคาใกล้เคียงกัน แต่มีเว็บไซต์หนึ่งที่ถูกกว่าเว็บไซต์อื่นประมาณครึ่งหนึ่ง นายแดนจึงซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ดังกล่าวทันที
นักเรียนคิดว่านายแดนตัดสินใจถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องควรแก้ไขอย่างไร และมีข้อระวังอะไรบ้าง
23
นโยบายการใช้ COOKIES
24
25
Cookie Consent คืออะไร?
ถ้าจะให้ตอบแบบรวดเร็วและเข้าใจได้ง่ายๆ Cookie คือหนึ่งไฟล์ที่เว็บไซต์ต่างๆ สร้างขึ้น ช่วยให้คุณทำกิจกรรมได้สะดวกขึ้น เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราจะยกตัวอย่างเหตุการณ์
ตัวอย่างเหตุการณ์ : ถ้าคุณใช้งานบนเว็บไซต์หนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น คุณกดเข้า Website A คุณกดยอมรับให้ Cookies ใช้ Consent และสิ่งที่คุณทำบนหน้าเว็บไซต์นั้นคือ การกดเปลี่ยนภาษาไทยเป็น -> ภาษาลาวไว้ ตอนนี้ไฟล์ Cookie ของคุณจะกำเนิดขึ้นในคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว เมื่อคุณปิดคอมพิวเตอร์และถ้าวันถัดมาคุณเข้า Website A ภาษาบนหน้าเว็บไซต์จะเป็นภาษาลาว
26
Cookie สามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง
Cookie ไม่ได้ทำหน้าที่แค่การเปลี่ยนภาษาบนเว็บไซต์เพียงแค่นั้น อยากให้นักเรียนลองนึกถึงเว็บไซต์ที่คุณเข้าใช้งานบ่อยๆ อย่าง E-commerce บางแห่ง เมื่อคุณเข้าไปแล้วและได้ทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกดดูสินค้าที่คล้ายกันตามที่คุณสนใจ การเก็บสินค้าใส่ตะกร้า แค่นั้นก็ทำให้ Cookie เริ่มทำงานแล้ว นั่นไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเมื่อคุณเข้าใช้งานอีกทีแม้ไม่ Login มันก็จำได้ว่าคุณเอาสินค้าใส่ตะกร้าไว้
27
ข้อดีและข้อเสียของ Cookie Consent
ข้อดีของ Cookie : อย่างที่คุณเห็นจากตัวอย่าง การเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อตัวคุณเอาไว้ทำให้คุณไม่รู้สึกรำคาญและเสียเวลา เมื่อย้อนกลับมาที่หน้าเว็บไซต์เดิม ช่วยอำนวยความสะดวก และช่วยคัดสรรสิ่งที่ตรงกับคุณ อย่างปุ่ม “Remember me” ที่อยู่ด้านล่างเมื่อคุณกรอก username และ password ก็คือหนึ่งใน Cookie เช่นเดียวกัน
ข้อเสียของ Cookie : เพราะการติดตามทุกกิจกรรมที่คุณทำบนหน้าเว็บไซต์หนึ่งๆ นี่เองที่ทำให้คุณอาจรู้สึกว่าโดนละเมิดความเป็นส่วนตัว และบางครั้งก็สร้างความรำคาญได้ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นและควรต้องระวังให้ดีคือ “ไวรัสที่ปลอมตัวเป็น Cookie” ไวรัสที่ปลอมตัวเป็น Cookie อาจทำตัวเป็นปุ่ม “ยอมรับให้ใช้ Cookie” ตรงส่วนนี้คุณจะต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง และต้องระวังการเข้าเว็บไซต์ที่ไม่พึงประสงค์ เพราะเว็บไซต์เหล่านั้นอาจพาไวรัสตัวอื่นตามเข้ามาด้วย
28
COPYRIGHT
29
30
Reorder
จงเรียงลำดับระดับของสิทธิ์ในการใช้งาน
โดยเรียงลำดับจากการเปิดกว้างการใช้งาน ถึงการปิดกั้นการใช้งาน
เผยแพร่/ทำซ้ำ
ดัดแปลงแก้ไขได้
ใช้เพื่อการค้าได้
เผยแพร่/ทำซ้ำได้
ดัดแปลงแก้ไขได้
เผยแพร่หรือทำซ้ำได้
สงวนลิขสิทธ์
31
32
Match
ให้นักเรียนจับคู่สัญลักษณ์ให้ตรงกับความหมาย
ให้เครดิตที่มาของเจ้าของผลงาน
ไม่ใช่เพื่อการค้า
ห้ามดัดแปลงงาน
สามารถนำผลงานไปใช้ ทำซ้ำ แจกจ่าย
ให้เครดิตที่มาของเจ้าของผลงาน
ไม่ใช่เพื่อการค้า
ห้ามดัดแปลงงาน
สามารถนำผลงานไปใช้ ทำซ้ำ แจกจ่าย
33
สุขภาพกับการใช้งานเทคโนโลยี
34
คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม
35
Computer Vision Syndrome (CVS) ตาไม่สบายเมื่อติดจอคอม
Computer Vision Syndrome (CVS)
คือ กลุ่มอาการทางตาที่เกิดจากการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาในการใช้งานและจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง มีการศึกษาพบว่าประมาณ 90% ของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน จะมีอาการ Computer Vision Syndrome อย่างใดอย่างหนึ่งหรืออาจเป็นร่วมกันจนส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน
อาการ CVS
ปวดเมื่อยตา
ตาแห้ง
แสบตา
เคืองตา
ตาพร่ามัว
โฟกัสได้ช้าลง
ตาสู้แสงไม่ได้
ปวดกระบอกตา
ปวดศีรษะ
บางครั้งอาจมีอาการปวดหลัง ไหล่ หรือต้นคอร่วมด้วย
36
ปัจจัยเสี่ยง CVS
นอกจากอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดอาการนี้ ได้แก่
ขณะจดจ่อกับการอ่านหนังสือหรือจ้องจอคอมพิวเตอร์จะมีการกระพริบตาน้อยลง ทำให้เกิดอาการตาแห้งง่ายขึ้น
แสงสว่างภายในห้องไม่เหมาะสม
มีแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์
การที่ตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์ไม่เรียบคมชัดเท่าตัวพิมพ์บนหน้าหนังสือ หรือมีความไม่นิ่งของสัญญาณในจอคอมพิวเตอร์ ทำให้ต้องพยายามโฟกัสมากขึ้นจึงก่อให้เกิดอาการตาเมื่อยล้าได้ง่ายขึ้น
ระยะห่างจากหน้าจอ
ระดับสายตาในการมองจอคอมพิวเตอร์
ท่าทางในการในการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม
37
การป้องกัน Computer Vision Syndrome (CVS) สามารถทำได้โดย
1) ปรับระดับการมองเห็นและปรับท่านั่งการทำงานให้
เหมาะสม
2) ปรับแสงสว่างจากภายนอกและจากจอคอมพิวเตอร์
3) พักสายตาระหว่างการทำงาน
4) กระพริบตาบ่อยขึ้นหรือหยอดน้ำตาเทียม เพื่อช่วยลดอาการตาแห้งและช่วยให้สบายตาขึ้น
5) พบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวัดสายตา
38
คําพูดเกลียดชัง หรือประทุษวาจา
Hate speech
39
Hate Speech คืออะไร?
ในทางจิตวิทยา ได้จำกัดความของ “Hate Speech” ไว้ว่า คือ การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทั้งในรูปแบบการด่าทอด้วยคำหยาบคายก็ตาม การใช้คำรุนแรงแบบไม่หยาบคายก็ตาม รวมไปถึงการยุให้คนอื่นตีกัน ผิดใจกัน การนินทา การใส่ร้ายป้ายสี การให้ข้อมูลเท็จในทางลบ การแสดงอคติโจมตีผู้อื่น โดยการสื่อสารทั้งหมดที่ว่ามา มุ่งสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้รับสาร พังทลายความเชื่อมั่นในตนเอง และสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตให้กับผู้รับสาร เช่น “ดูลูกข้างบ้านสิ เขาได้ดีขนาดไหนแล้ว” หรือ “งานง่าย ๆ แค่นี้ยังทำพลาดได้” หรือ “พี่คิดว่าน้องจะมีความสามารถมากกว่านี้ เสียอีก”
40
Open Ended
นักเรียนจะมีวิธีการรับมือกับ “Hate Speech” อย่างไร
41
วิธีรับมือกับ “Hate Speech” ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา
1. สร้าง Safe Zone ของตนเอง
2. อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง
3. หา Buffer ในการพูดคุยกับต้นเรื่อง
4. มองในมุมของผู้สร้าง “Hate Speech”
5.. หาวิธีระบายความในใจ
6. คิดก่อนพูด
42
กฏหมายดิจิทัล
43
จําคุก ไม่เกิน 6 เดือน
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
44
จําคุก ไม่เกิน 2 ปี
เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท
45
จําคุก ไม่เกิน 1 ปี
เปิดเผยมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ
ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
46
จําคุก ไม่เกิน 5 ปี
แก้ไข ดัดแปลงหรือทําให้ข้อมูลผู้อื่นเสียหาย
ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
47
จําคุก ไม่เกิน 2 ปี
ส่งข้อมูลหรืออีเมลก่อกวนผู้อื่น หรือส่งอีเมลสแปม
ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
48
จําคุก ไม่เกิน 20 ปี
เข้าถึงระบบหรือข้อมูลทางด้านความมั่นคงโดยมิชอบ
ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
49
จําคุก ไม่เกิน 5 ปี
นําข้อมูลที�ผิด พ.ร.บ. เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
50
จําคุก ไม่เกิน 3 ปี
ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงภาพ
ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
51
Drag and Drop
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
52
Drag and Drop
เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
53
Drag and Drop
เข้าถึงระบบหรือข้อมูลทางด้านความมั่นคงโดยมิชอบ
54
Categorize
การเรียกดูและฟังซ้ำ ภาพยนตร์/ เพลง ผ่านหน่วยความจำคอมพิวเตอร์
ลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลลิขสิทธิ์ ชื่อผู้สร้างสรรค์ ชื่อนักแสดง บุคคล
ดัดแปลงรูปภาพหรือผลงานที่นำมาใช้แล้วให้เครดิตเจ้าของภาพหรือผลงาน
การจำหน่ายต้นฉบับหรือสำเนางานที่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นของมือสอง เช่น ภาพเขียนหรือหนังสือ
นำคลิปวิดีโอจากยูทูป มาเก็บไว้ที่บล็อกของตนเอง
นำรูปภาพจากอินเทอร์เน็ตมาโพสต์ว่าเป็นภาพที่ตนเองถ่าย
โพสต์วิดีโอลงในสังคมออนไลน์
จัดระเบียบตัวเลือกเหล่านี้เป็นหมวดหมู่ที่เหมาะสม
55
ความฉลาดทางดิจิทัล
56
57
58
Deepfake คือ เทคโนโลยีที่ใช้สร้างสื่อสังเคราะห์เพื่อปลอมแปลงลักษณะบุคคลต่าง ๆ ผ่านสื่อวิดีโอ รวมถึงภาพถ่าย และการบันทึกเสียง โดยใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการเรียนรู้แบบ "การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)" หรือโปรแกรมฝึกสอนของ AI ที่เลียนแบบการทำงานของโครงข่ายประสาทของมนุษย์
ซึ่งทำให้ Deepfake มีความสามารถในการปลอมบุคคลต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติ และ แนบเนียนสุด จากการที่มันได้เรียนรู้ใบหน้าและเสียงของคนเหล่านั้นนั่นเอง
DeepFake เป็นชื่อเทคโนโลยี มาจากคำว่า Deep แปลว่า ลึก Fake แปลว่า ปลอม คือ ปลอมอย่างลึกซึ้ง แปลไทยเป็นไทยคือ มองไม่ออกว่าของปลอม
Deepfake คืออะไร ?
59
ถูกใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ บิดเบือนสังคมด้วยการสร้างสถานการณ์ลวง และเผยแพร่ออนไลน์ จะส่งผลให้ผู้ที่ได้ดูวิดีโอเข้าใจผิดคิดว่าบุคคลในวิดีโอเป็นผู้พูด หรือกระทำตามที่เห็นในวิดีโอนั้นจริง
หาก Deepfake
60
สรุป
61
ความเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) เป็นพลเมืองที่มีความสามารถในการใช้อินเทอร์เน็ตในการบริหารจัดการ ควบคุม กำกับตน รู้ผิดรู้ถูก และรู้เท่าทัน เป็นบรรทัดฐานในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสม มีความรับผิดชอบ เรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด และปลอดภัย พลเมืองดิจิทัลจึงต้องตระหนักถึงโอกาสและความเสี่ยงในโลกดิจิทัล เข้าใจถึงสิทธิและความรับผิดชอบในโลกออนไลน์ ความเป็นพลเมืองดิจิทัล นับเป็นมาตรฐานหนึ่งด้านเทคโนโลยีการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนสามารถแสดงความเข้าใจประเด็นทางสังคม วัฒนธรรม และความเป็นมนุษย์ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และปฏิบัติตนอย่างมีจริยธรรมและตามครรลองกฎหมายให้ใช้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างปลอดภัย ถูกกฎหมาย ซึ่งมีความสำคัญในทักษะแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
การเป็นพลเมืองดิจิทัล
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 61
SLIDE
Similar Resources on Wayground
50 questions
หน่วยที่ 5 การท่องเที่ยวร่วมสมัย
Presentation
•
10th Grade
55 questions
การรับฟังความคิดเห็นการไว้ทรงผมของนักเรียน
Presentation
•
9th - 12th Grade
49 questions
เรื่องอากาศ
Presentation
•
9th - 12th Grade
52 questions
การหาค่า ลอก จากตาราง
Presentation
•
11th Grade
54 questions
การขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร
Presentation
•
9th - 12th Grade
50 questions
Unit 3 Ocean Wonders Lesson A
Presentation
•
10th Grade
52 questions
คอม ป.3
Presentation
•
KG
Popular Resources on Wayground
11 questions
Hallway & Bathroom Expectations
Quiz
•
6th - 8th Grade
10 questions
HCS SCI 03 Summer School Assessment 2
Quiz
•
3rd Grade
11 questions
Home Scope
Quiz
•
7th - 8th Grade
12 questions
2026 TAP Technology in the Classroom
Presentation
•
Professional Development
15 questions
HCS SCI 05 Summer School Assessment 2 Review
Quiz
•
5th Grade
15 questions
HCS SCI 04 Summer School Review 2
Quiz
•
4th Grade
59 questions
Geometry Unit 3 Review
Quiz
•
9th - 12th Grade
14 questions
FAST ELA READING SMAPLE TEST MATERIALS
Passage
•
3rd Grade