Search Header Logo
Expanding Circle Englishes - Thai English

Expanding Circle Englishes - Thai English

Assessment

Presentation

English

University

Practice Problem

Hard

CCSS
6.NS.B.3

Standards-aligned

Created by

Phaisit Boriboon

Used 1+ times

FREE Resource

17 Slides • 0 Questions

1

Expanding Circle Englishes: Thai English

By Asst. Prof. Phaisit Boriboon, Ph.D.
Sakon Nakhon Rajabhat University

2

3

Thai English: An emerging variety? (Trakulkasemsuk, 2012)

  • From English as a Foreign Language (EFL) to English as an International Language (EIL), English as a Global Language (EGL), and English as a Lingua Franca (ELF)

  • EFL ยึดติดกับความเป็นเจ้าของภาษา (Native speakerness) หรืออุดมการณ์เจ้าของภาษา (Native speaker ideology)

  • ELF ไม่ยึดติดกับความเป็นเจ้าของภาษา ให้คุณค่าแก่อัตลักษณ์ของภาษาอังกฤษที่หลากหลาย









f

4

How can a new English variety emerge?

  • Nativisation (Kachru, 1986) การทำให้กลายเป็นภาษาที่หนึ่งหรือภาษาดั้งเดิม เช่น หากกล่าวถึง nativisation ของภาษาอังกฤษเข้ามาในภาษาไทย นั่นก็หมายถึง การใช้ภาษาอังกฤษปะปนเข้ามาในภาษาไทย หรือใช้แทนคำในภาษาไทย หรือใช้ภาษาอังกฤษเสมือนกำลังใช้ภาษาไทยนั่นเอง

  • Nativisation เป็นสิ่งที่จะทำให้เกิด a new English variety จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า การใช้ภาษาอังกฤษในประเทศไทยพัฒนาไปสู่ระดับที่จะเกิด nativisation ได้แล้วหรือไม่

5

English in Thailand (Cont.)

  • ครอบครัวที่มีกำลังหรือฐานะทางการเงินที่มั่นคงพยายามส่งเสริมให้บุตรหลาน

    ให้ได้เรียนต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่

  • ดังนั้น คนไทยจึงให้ความสำคัญต่อภาษาอังกฤษมาก และเป็นภาษาที่นำมาซึ่งสิทธิพิเศษในสังคม ภาษาอังกฤษจึงเป็นภาษาที่ได้รับการยอมรับ เป็นภาษาสากลที่คนไทยใช้เพื่อสื่อสารในระดับนานาชาติ จึงมีการใช้ภาษาอังกฤษกันแพร่หลายทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

  • ถึงกระนั้น ไม่ได้หมายความว่า คนไทยทุกคนจะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้ คาดการณ์ว่า ประมาณ 10% ของประชากรไทย หรือประมาณ 6.5 ล้านคน (ฺBolton, 2008)

6

English in Thailand (Cont.)

  • ครอบครัวที่มีกำลังหรือฐานะทางการเงินที่มั่นคงพยายามส่งเสริมให้บุตรหลาน

    ให้ได้เรียนต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่

  • ดังนั้น คนไทยจึงให้ความสำคัญต่อภาษาอังกฤษมาก และเป็นภาษาที่นำมาซึ่งสิทธิพิเศษในสังคม ภาษาอังกฤษจึงเป็นภาษาที่ได้รับการยอมรับ เป็นภาษาสากลที่คนไทยใช้เพื่อสื่อสารในระดับนานาชาติ จึงมีการใช้ภาษาอังกฤษกันแพร่หลายทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

  • ถึงกระนั้น ไม่ได้หมายความว่า คนไทยทุกคนจะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้ คาดการณ์ว่า ประมาณ 10% ของประชากรไทย หรือประมาณ 6.5 ล้านคน (ฺBolton, 2008)

7

English in Thailand (Cont.)

  • Post-creole สามระดับคือ basilect, mesolect และ acrolect หรือระดับมาตรฐานของภาษา ซึ่งนำมาใช้อธิบายภาษาอังกฤษแบบไทย โดยจะเน้นไปที่ acrolect เพราะมีความมาตรฐานมากที่สุด ภาษาอังกฤษแบบไทยในระดับ basilect และ mesolect อาจจะมองว่า ไม่ค่อยมีความเป็นเอกภาพ และเป็นความผิดพลาดในการใช้ภาษาอังกฤษ (errors)

  • ภาษาอังกฤษแบบไทยจึงได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมไทย เช่น ภาษาแม่ ลีลาหรือวาทศิลป์แบบไทย และแบบแผนในการสื่อสารแบบไทย

8

Thai English -- 1) Transfer

  • การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับภาษาอังกฤษแบบไทยมักจะปรากฏออกมาในรูปของภาษาเขียน การสรุปลักษณะของภาษาอังกฤษแบบไทยจึงใช้วรรณกรรม ข่าวหนังสือพิมพ์และนิตยสารมาใช้เป็นฐานในการอธิบาย

  • นอกจากนี้ยังจะอภิปรายลักษณะเด่นทางด้านการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบไทย

  • นักวิชาการคือ Chutisilp (1984) และ Watkhaolarm (2005)

    1) ลักษณะที่ 1 คือ Transfer เป็นการถ่ายโอนความคิดเชิงสังคมวัฒนธรรมจากไทยไปสู่ภาษาอังกฤษ เช่น การทักทายของเจ้าของภาษาคือ How are you? แต่คนไทยอาจจะถามไถ่ด้วยการถามแบบที่คนไทยชอบถามเวลาพบกัน คือ Where are you

9

Thai English

  • going? หรือ Have you eaten yet? ซึ่งอาจจะดูเป็นการถามที่เริ่มก้าวล่วงสู่ความเป็นส่วนตัวในธรรมเนียมของเจ้าของภาษาอังกฤษหรือชาติตะวันตกโดยส่วนใหญ่

  • พบการใช้คำที่แสดงถึงวัฒนธรรมแบบไทยที่เน้นความเป็นหมู่หรือเป็นกลุ่ม (collectivism) การลำดับญาติที่ให้ความสำคัญต่อความอาวุโส โดยการแสดงความเคารพหรือเป็นการรักษามารยาทที่ดี เช่น การใช้คำเหล่านี้นำหน้าชื่อ -- kinship term + name (Aunt Nipa, Grandfather Somsak) หรือคนไทยจะใช้คำที่แสดงถึงความอาวุโสในครอบครัวมากกว่าเจ้าของภาษา เช่น younger/older ในกรณีที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ในภาษาอังกฤษแบบไทยก็อาจจะ

10

Thai English -- 2) Translation

  • ใช้คำนำหน้าชื่อ คำที่แสดงสถานภาพทางสังคม ยศฐาบรรดาศักดิ์ต่าง ๆ เป็นต้น เช่น Acharn/Ajarn/Teacher + name

    2) ลักษณะที่ 2 คือ การแปล (Translation)

  • การแปลจะเกิดขึ้นเมื่อต้องการถ่ายทอดสิ่งของ กรอบแนวคิด (concepts) หรือสำนวนในภาษาไทย ซึ่งไม่สามารถหาคำในภาษาอังกฤษมาใช้แทนได้ ทำให้จำเป็นต้องแปลตามตัวอักษร เช่น

    So ends my biographical sketch from the early part of my life to the completion of the sixth cycle of age. อายุครบรอบที่ ุุ6

    (Chutisilp 1984: 131)

11

Thai English -- 3) Shift

  • 3) ลักษณะที่ 3 คือ Shift

  • เป็นการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้สไตล์การเขียนแบบไทย การเขียนภาษาอังกฤษแบบไทยเช่นนี้อาจจะพบในงานเขียนที่ไม่เป็นทางการในรูปของบทความนิตยสาร โฆษณา เป็นต้น

  • Father inclined to favor his third wife. The old saying, “New rice tastes better than the old one,” still held good.

    (Watkhaolarm 2005: 150)

12

Thai English -- 4) Lexical borrowing

  • 4) การยืมคำศัพท์ในภาษาไทยมาใช่ เช่น "กุฎิ" ไม่มีคำในภาษาอังกฤษที่เหมาะสม ในภาษาอังกฤษแบบไทย จึงใช้คำว่า "Kuti" และมีคุณสมบัติที่เหมือนคำในภาษาอังกฤษ เช่น สามารถทำให้เป็นพหูพจน์ได้โดยการเติม s ท้ายคำนั้นได้

  • การยืมคำในภาษาไทยมาใช้โดยตรง อาจจะพบบ่อยในการแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษด้วย

  • คำหลายคำที่ใช้ภาษาอังกฤษแบบไทย เป็นที่รู้จักกันดีโดยผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทย เช่น Acharn, farang, forest monk, khun, kreng jai เป็นต้น

13

Thai English -- 5) Hybridization 6) Reduplication

  • 5) ลักษณะของการผสมคำระหว่างไทยกับอังกฤษ เช่น a farang man, a big klong ทั้งนี้ผู้เขียนภาษาอังกฤษลักษณะนี้อาจจะมุ่งที่จะรักษะความรู้สึกหรือสัมผัสแบบไทย ๆ ไว้

  • 6) ลักษณะของการใช้คำซ้ำ เพราะได้รับอิทธิพลมาจากภาษาไทย มักจะเกิดขึ้นในระดับของคำ เช่น I started to dream about walking in the street with many, many buildings on both sides, seeing myself in a big, big school.

    (Chutisilp 1984: 144)

14

Thai English -- 7) Cohesive device (Pingkarawat, 2002)

  • 7) ลักษณะของการใช้คำสรรพนามชี้เฉพาะ (demonstratives) และการกล่าวซ้ำ (repetition) ของสิ่งหรือคำเดียวกัน เพื่อการร้อยเรียงข้อความ เช่น this, that, these, those เป็นต้น ยิ่งมีการใช้คำเหล่านี้บ่อยขึ้นก็ยิ่งจะมีการสื่อความหมายแบบกล่าวซ้ำมากขึ้น เช่น There is a boy in the garden. That boy is being naughty. นักวิชาการกล่าวว่า การกล่าวซ้ำเช่นนี้เป็นการถ่ายโอนมาจากการเขียนในภาษาไทย ที่คนไทยนิยมใช้ เพื่อทำให้เกิดการเชื่อมความที่ชัดเจน

15

Thai English -- 8) Noun modifiers (Trakulkasemsuk, 2007)

  • 8) ลักษณะของการใช้ส่วนขยายคำนาม ซึ่งนักวิชาการมองว่า เป็นการถ่ายโอนมาจากภาษาไทยเช่นกัน คนไทยต้องการใช้ส่วนขยายคำนามเพื่อทำให้การอธิบายชัดเจนและเกิดความสละสลวย ที่พบมากที่สุดเป็น post modifier เพราะสามารถใช้กลุ่มคำขยายที่ยาวและละเอียดกว่า เช่น It is a big market [where tourists [heading to Phu Soi Dao] usually stop [to stock up on some fresh food [to cook at the campsite [on the mountain]], [as there is no restaurant available up there]].

    (Trakulkasemsuk 2007: 136)

  • ลักษณะของภาษาอังกฤษแบบนี้เป็นสิ่งที่ Asian Englishes ในหลายประเทศมีอยู่เหมือนกัน เช่น การตอบในลักษณะ positive ต่อคำถาม yes/no ที่ปฏิเสธ

16

Thai English -- 9) Vowels

  • 9) ลักษณะของการออกเสียงสระ ถึงแม้เสียงสระในภาษาไทยจะมีจำนวนมากกว่าเสียงสระในภาษาอังกฤษอยู่มาก และคนไทยอาจจะไม่ค่อยมีปัญหาในการออกเสียงสระภาษาอังกฤษ แต่การออกเสียงสระที่ใกล้เคียงกันจะมีความแตกต่างด้าน laxness (ความคลาย) และ tenseness (ความเกร็ง) ที่แตกต่างกัน เช่น lax vowel /ɪ/ ใน Thai English จะออกเสียงสั้นกว่า tense vowel /i/

    ใน Australian English

17

Thai English -- 10) Consonants

  • 10) ลักษณะของการออกเสียงพยัญชนะ มีเสียงพยัญชนะในภาษาอังกฤษจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มีในระบบเสียงภาษาไทยที่ตรงกันที่สุด ในการออกเสียงภาษาอังกฤษของคนไทยจึงมีการใช้เสียงในภาษาไทยแทนเสียงเหล่านั้น เช่น ใช้เสียง /w/ แทนเสียง /v/ และใช้เสียง /s/ แทน /z/ เป็นต้น

Expanding Circle Englishes: Thai English

By Asst. Prof. Phaisit Boriboon, Ph.D.
Sakon Nakhon Rajabhat University

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 17

SLIDE