Search Header Logo
บทเรียนที่ไม่มีชื่อ

บทเรียนที่ไม่มีชื่อ

Assessment

Presentation

Mathematics

1st - 5th Grade

Practice Problem

Hard

Created by

นฤพร จันทอด

FREE Resource

28 Slides • 0 Questions

1

media

1

แผนบริหารการสอนประจำบทที่ 1


เนื้อหา
บทที่ 1 พื้นฐานภาษาไพทอน

1.1 พื้นฐานภาษาไพทอน

1.2 ชนิดข4อมูลในไพทอน

1.3 หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต4น

1.4 ตัวดำเนินการในภาษาไพทอน

1.5 แนะนำเครื่องมือ

1.6 สรุป


จุดประสงค2เชิงพฤติกรรม
1. นักศึกษาสามารถอธิบายหลักการพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมภาษาไพทอนได4

2. นักศึกษาสามารถบอกชนิดข4อมูลในไพทอนได4

3. นักศึกษาสามารถบอกหลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต4นได4

4. นักศึกษาสามารถบอกตัวดำเนินการในภาษาไพทอนได4

5. นักศึกษาสามารถใช4โปรแกรมทอนนีเขียนโปรแกรมไพทอนได4


กิจกรรมการเรียนการสอนประจำบท
1. ผู4สอนอธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานภาษาไพทอน ตอบข4อซักถามพร4อมกับยกตัวอยWางประกอบ

2. ให4นักศึกษาฝYกเขียนโปรแกรมภาษาไพทอนด4วยโปรแกรมทอนนี

3. ให4นักศึกษาอWานเอกสารประกอบการสอนบทที่ 1 เรื่อง พื้นฐานภาษาไพทอนและสืบค4นจาก

เว็บไซต\\u0e17ี่เกี่ยวข4องแล4วให4นักศึกษาชWวยกันตอบคำถาม
4. ให4นักศึกษานำเสนอโปรแกรมที่ตนเองได4รับมอบหมาย

5. ผู4สอนมอบหมายให4นักศึกษาทำแบบฝYกหัดบทที่ 1

6. ผู4สอนมอบหมายให4นักศึกษาทำใบงานที่ 1 พื้นฐานภาษาไพทอน


สื่อการเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาไมโครคอนโทรลเลอร\\u0e40บื้องต4น

2. สื่อการสอนนำเสนอผWานโปรแกรมไมโครซอฟเพาว\\u0e40วอร\\u0e1eอยต\

2

media

2

3. ชุดฝYกปฏิบัติการไมโครคอนโทรลเลอร\\u0e40บื้องต4น

4. โปรแกรมทอนนี

5. แบบฝYกหัดบทที่ 1

6. ใบงานที่ 1 เรื่อง พื้นฐานภาษาไพทอน

7. เว็บไซต\ http://docs.micropython.org/en/latest/esp8266/quickref.html


การวัดผลและการประเมินผล
1. สังเกตจากการตอบข4อซักถามของนักศึกษา

2. สังเกตจากความสนใจรWวมกิจกรรมของนักศึกษา

3. สังเกตการทำงานตามภารกิจตWาง ๆ ที่ได4รับมอบหมาย

4. ความถูกต4องของการเขียนโปรแกรมและสามารถทำงานได4

5. ประเมินผลจากการทำแบบฝYกหัดบทที่ 1

6. ประเมินผลจากการทำใบงานที่ 1 เรื่อง พื้นฐานภาษาไพทอน

7. ประเมินผลจากการทดสอบยWอยและจากการทดสอบปลายภาค

3

media

3

บทที% &

พื)นฐานภาษาไพทอน


ก่อนเริ)มเขียนโปรแกรมเพื)อควบคุมการทํางานของไมโครคอนโทรลเลอร์ นักศึกษาควร

ศึกษาเรียนรู้เกี)ยวกับพืDนฐานในการเขียนโปรแกรมภาษาไพทอน หน้าที)ในแต่ละส่วนประกอบ
ของโปรแกรม ขอบเขตคําสั)งของการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพทอน ชนิดข้อมูลหลักการเขียน
โปรแกรมเบืDองต้น การสร้างตัวแปร การตรวจสอบชนิดข้อมูลได้ด้วยฟังก์ชัน type() ลําดับการ
ควบคุม Statement หรือคําสั)ง print () ความยาวของโปรแกรม การหมายเหตุ รหัสโปรแกรม
ตัวดําเนินการในภาษาไพทอนและการติดตัDงและใช้งานโปรแกรมทอนนี เพื)อเป็นพืDนฐานในการ
นําไปใช้ในการเขียนโปรแกรมควบคุมไมโครคอนโทรลเลอร์ในบทต่อ ๆ ไป

1.1 พื&นฐานภาษาไพทอน
ส่วนประกอบของโปรแกรมภาษาไพทอน

1.from machine import Pin,SPI
2.import time
3.
4.#74HC959-GPIO Pin
5.STCP=Pin(10,Pin.OUT) #Lacth
6.DS=Pin(11) #MOSI
7.SHCP=Pin(12) #SCK
8.
9.hspi=SPI(1,10000000,sck=SHCP,mosi=DS)
10.
11.def spi_write(data):
12. hspi=write(data)
13. STCP.on()
14. time.sleep_us(1)
15.
16.STCP.off()
17.
18.spi_write(b'\xFF')
19.time.sleep(1)

20.while True:
21. spi_write("b'\x00") #write 0x00 byte on MOSI
22. time.sleep_ms(250)
23. spi_write("b'\xFF") #write 0xFF byte on MOSI
24. time.sleep_ms(250)

ส่วนที) 1 คือ ส่วนของการเรียกใช้ไลบรารีและการอธิบายการทํางานของโปรแกรม
ส่วนที) 2 คือ ส่วนของการประกาศฟังก์ชัน หน้าที)ของฟังก์ชันคือเป็นโปรแกรมที)มีการเรียกใช้
งานได้บ่อย ๆ หรือเป็นงานที)ต้องทําเป็นประจํา (routine)

1

2

3

4

media

4

ส่วนที) 3 คือ ส่วนของโปรแกรมหลักที)ทําหน้าที)ควบคุมการทํางานของโปรแกรมที)เขียนขึDนเป็น
ส่วนสําคัญที)สุดของโปรแกรม เพราะเป็นส่วนที)กําหนดคําสั)งต่าง ๆ เพื)อให้โปรแกรมทํางานได้
หากขาดส่วนนีDไปจะทําให้โปรแกรมไม่สามารถทํางานได้
ขอบเขตคําสั)งของการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพทอน จะเป็นการเว้นระยะจํานวน 4

ตัวอักษร หรือการกดปุ่ม Tab () และไม่ใช้เครื)องหมายในการบอกจุดสิDนสุดของแต่ละบรรทัด
หากเขียนโปรแกรมแล้วย่อหน้าไม่ถูกต้องโปรแกรมจะไม่สามารถคอมไพล์ได้และได้รับข้อความ
แจ้งข้อผิดพลาดว่า “Syntax Error”

1.2 ชนิดข้อมูลในไพทอน
สุชาติ คุ้มมะณี (opqo) ชนิดข้อมูลพืDนฐานที)มีอยู่ในไพทอนมีจํานวน 6 ชนิด คือ ตัวเลข

(Numbers) สายอักขระ (String) ลิสต์ (List) ทูเพิล (Tuple) ดิกชันนารี (Dictionary) และเซต
(Set) ในส่วนของการเปลี)ยนค่าของตัวแปรในไพทอนมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ ตัวแปรที)สามารถ
เปลี)ยนแปลงค่าได้ (mutable) และตัวแปรที)เปลี)ยนแปลงค่าไม่ได้ (Immutable)

1.2.1 ข้อมูลชนิด Numbers

ตัวแปรที)สามารถเก็บข้อมูลตัวเลขได้ 4 รูปแบบ คือ

1) ข้อมูลตรรกะ (Boolean)

2) จํานวนเต็ม (Interger)

3) จํานวนจริง (Floating Point :float)

4) จํานวนจินตภาพหรือจํานวนเชิงซ้อน (Complex Number)

ข้อมูลตรรกะ คือ ตัวแปรที)เก็บค่าข้อมูลเพียง 2 สถานะ คือ จริง (True หรือ 1) และ

เท็จ (False หรือ 0) ใช้สําหรับการนําไปประมวลผลทางตรรกศาสตร์ ตัวอย่างเช่น
a=True

กําหนดให้ a มีค่าเป็น True

b=False

กําหนดให้ b มีค่าเป็น False

จํานวนเต็ม คือ ตัวแปรที)เก็บค่าเป็นเลขจํานวนเต็มประกอบด้วย 3 ลักษณะ ได้แก่

จํานวนเต็มบวก จํานวนเต็มศูนย์ (0) และจํานวนเต็มลบ ตัวอย่างเช่น
c=5

กําหนดให้ c มีค่าเป็น 5

d=0

กําหนดให้ d มีค่าเป็น 0

e=-6

กําหนดให้ e มีค่าเป็น -6

นอกจากจํานวนเต็มในรูปแบบของเลขฐานสิบซึ)งเป็นตัวเลขซึ)งพบเห็นได้ทั)วไป ยัง

สามารถกําหนดเป็นเลขฐานต่าง ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น
f=0o26

กําหนดให้ f เป็นเลขฐานแปดมีค่าเท่ากับ 26

g=0x35

กําหนดให้ g เป็นเลขฐานสิบหกมีค่าเท่ากับ 35

จํานวนจริง คือ ค่าข้อมูลที)เป็นเลขทศนิยม เป็นได้ทัDงค่าบวกและติดลบ ตัวอย่างเช่น

h=45.00

กําหนดให้ h เป็นจํานวนจริงและค่าเป็นบวก มีค่าเป็น 45.00

k=-12.33

กําหนดให้ k เป็นจํานวนจริงและค่าเป็นลบ มีค่าเป็น -12.33

5

media

5

จํานวนจินตภาพหรือจํานวนเชิงซ้อน คือ จํานวนที)ประกอบด้วยส่วนจริง (real) และ

ส่วนจินตภาพ (Imaginary) โดยจะเขียนคู่กับตัว i เสมอ แต่ในภาษาไพทอนใช้ตัว j แทน i
ตัวอย่างเช่น
x=3+8j

กําหนดให้ x เป็นจํานวนจินตภาพ มีค่าเป็น 3+8i

y=2-5j

กําหนดให้ y เป็นจํานวนจินตภาพ มีค่าเป็น 2-5i

1.2.2 ข้อมูลชนิด String หรือสายอักขระ

แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1) อักขระที)มีตัวเดียว (Character :char) นิยมเขียนให้อยู่ในเครื)องหมาย ‘’ (Single

Quote) ตัวอย่างเช่น
A= ‘a’

กําหนดให้ A เป็นตัวแปรแบบ char มีค่าเป็น a

B= ‘b’

กําหนดให้ B เป็นตัวแปรแบบ char มีค่าเป็น b

2) อักขระที)เขียนเรียงติดกันมากกว่าหนึ)งตัว จะเรียกว่า สายอักขระ (String) นิยม

เขียนให้อยู่ในเครื)องหมาย “” (Double Quote) ตัวอย่างเช่น
C=“Computer”

กําหนดให้ C เป็นตัวแปรแบบ String มีค่าเป็น Computer

D=“Education”

กําหนดให้ D เป็นตัวแปรแบบ String มีค่าเป็น Education

การแสดงผลข้อมูลของตัวแปรแบบสตริงเฉพาะตําแหน่งสามารถทําได้โดยการ

กําหนดตําแหน่งที)จัดเก็บข้อมูลอยู่ของตัวแปรนัDน ตัวอย่างเช่น
print(C)

ผลลัพธ์ Computer

print(C[0])

ผลลัพธ์ C (เป็นการแสดงตัวอักษรตําแหน่งที) 0 ได้แก่ C )

print(D[8])

ผลลัพธ์ n (เป็นการแสดงตัวอักษรตําแหน่งที) 8 ได้แก่ n )

6

media

6

1.2.3 ข้อมูลชนิดลิสต์

ลิสต์ (List) คือ ข้อมูลที)มีรูปแบบการจัดเก็บแบบชุดและลําดับ เก็บข้อมูลที)มีลักษณะ

แตกต่างกันได้ในตัวแปรเดียว สามารถอ้างอิงด้วยการระบุไปยังตัวชีDข้อมูล (Index) ข้อมูลแบบ
ลิสต์จะเขียนอยู่ในเครื)องหมาย […] ตัวอย่างเช่น
x = []

กําหนดให้ x เป็นลิสต์ว่าง

y = [1.5,2,"OK"]

กําหนดให้ y เป็นลิสต์ที)มีสมาชิก 3 ตัว คือ 1.5,2 และ "OK"

z = ['C','E','D']

กําหนดให้ z เป็นลิสต์ที)มีสมาชิก 3 ตัว คือ 'C','E' และ 'D'

ตัวอย่างการแสดงค่าผลลัพธ์เมื)อใช้คําสั)ง print() จะได้ดังนีD

print(x)

ผลลัพธ์

[]

print(y)

ผลลัพธ์

[1.5, 2, 'OK']

print(z)

ผลลัพธ์

['C', 'E', 'D']

print(y[1]) ผลลัพธ์

2

print(z[0]) ผลลัพธ์

C

1.2.4 ข้อมูลชนิดทูเพิล

ทูเพิล (Tuple) คือ ข้อมูลที)มีลักษณะคล้ายกับลิสต์แต่มีจุดที)แตกต่างที)สําคัญคือ ทู

เพิลเป็นตัวแปรที)ไม่สามารถเปลี)ยนแปลงค่าได้ (immutable) แต่ลิสต์สามารถเปลี)ยนค่าได้
(mutable) ส่วนคุณสมบัติอื)น ๆ จะเหมือนกัน ข้อมูลแบบทูเพิลจะเขียนอยู่ในเครื)องหมายวงเล็บ
(…) ตัวอย่างเช่น
x = ()

กําหนดให้ x เป็นตัวแปรแบบทูเพิลว่าง

y = (1024,"Nathee","CED") กําหนดให้ y เป็นตัวแปรแบบทูเพิลมีสมาชิก คือ

1024,"Nathee" และ "CED")

z = (3,[5,6],'Y')

กําหนดให้ z เป็นตัวแปรแบบทูเพิลมีสมาชิก ได้แก่

สมาชิกตัวที) 1 หรือ z[0]

คือ 3

สมาชิกตัวที) 2 หรือ z[1]

คือ ลิสต์ที)มีสมาชิก 2 ตัว คือ 5 และ 6

สมาชิกตัวที) 3 หรือ z[2]

คือ 'Y'

ตัวอย่างการแสดงค่าผลลัพธ์เมื)อใช้คําสั)ง print() ได้ดังนีD

print(x) = ()

print(y) = (1024, 'Nathee', 'CED')

print(z) = (3, [5, 6], 'Y')

print(z[0]) = 3

print(z[1]) = [5, 6]

print(z[2]) = Y

1.2.5 ข้อมูลชนิดเซ็ต

เซ็ต (Set) คือ กลุ่มของข้อมูลที)สามารถกําหนดสมาชิก (Element) ได้ชัดเจน ข้อมูล

สมาชิกไม่จําเป็นต้องเรียงลําดับแต่สมาชิกแต่ละตัวต้องไม่ซํDากัน (No duplicate) และข้อมูลจะ

7

media

7

ถูกจัดเก็บถาวร ไม่สามารถเปลี)ยนแปลงภายหลังได้ (Immutable) แต่สามารถลดหรือเพิ)มได้
การเขียนตัวแปรแบบเซตนิยมเขียนอยู่ในเครื)องหมาย {…} ดังตัวอย่าง
x = set()

กําหนดให้ x เป็นตัวแปรแบบเซตว่าง

y = {1,2,2,3,4,4,5,3,2}

กําหนดให้ y เป็นตัวแปรแบบเซตมีสมาชิกจํานวน 5

ตัว

คือ 1,2,3,4 และ 5 โดยจะสังเกตเห็นได้ว่าสมาชิก

ตัวที)ซํDากันจะถูกตัดออก

ตัวอย่างการแสดงค่าผลลัพธ์เมื)อใช้คําสั)ง print() ได้ดังนีD

print(x)

ผลลัพธ์

set()

print(y)

ผลลัพธ์

{1, 2, 3, 4, 5}

1.2.6 ดิกชันนารี

ดิกชันนารี (Dictionary) คือ รูปแบบการเก็บข้อมูลที)ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ คีย์

(Key) และข้อมูล (Value)
รูปแบบการเขียน

คีย์ : ข้อมูล

สังเกตได้ว่าใช้เครื)องหมายโคลอน ‘:’ คั)นกลางระหว่างทัDงสองส่วนโดย คีย์ จะทํา

หน้าที)เป็นตัวชีD (Index) ข้อมูลที)เก็บเอาไว้ในตัวแปรตําแหน่งนัDน คีย์กับข้อมูลจะมีความสัมพันธ์
กันและต้องไม่กําหนดคีย์ที)ซํDาซ้อน (Unique) ตัวอย่างเช่น
x = {}

กําหนดให้ x เป็นตัวแปรดิกชันนารีว่าง

y = {1:"Computer",2:"microPython","One":"Controller"}

กําหนดให้ y เป็นตัวแปรดิกชันนารีที)มีสมาชิก 3 ตัว ได้แก่

สมาชิกตัวที) 1 หรือ y[1] คือ Computer

สมาชิกตัวที) 2 หรือ y[2] คือ microPython

สมาชิกตัวที) 3 หรือ y["One"] คือ Controller

ตัวอย่างการแสดงค่าผลลัพธ์เมื)อใช้คําสั)ง print() ได้ดังนีD

print(x)

= {}

print(y)

= {1: 'Computer', 2: 'microPython', 'One': 'Controller'}

print(y[1]) = Computer

print(y[2]) = microPython

print(y["One"])

= Controller

โครงสร้างข้อมูลของดิกชันนารี ใช้เทคนิคการ (hash) คีย์ เป็นฟังก์ชันทาง

ณิ

ร์

ที)มีประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลจึงทําได้อย่างรวดเร็ว ดังนัDนข้อมูลที)เก็บในหน่วยความจํา จึง
ไม่จําเป็นต้องเรียงลําดับกัน การกําหนดคีย์ให้กับตัวแปรแบบดิกชันนารี สามารถเป็นได้ทัDงเลข
จํานวนเต็มบวก (1,2…n) จํานวนเต็มลบ (-1,-2 ...-n) จํานวนจริง (0.1, 0.2…) หรือเป็นข้อมูล
สตริง('a','A',"One","Two"…) แบบใดแบบหนึ)งหรือมีรวมกันอยู่หลายแบบก็ได้

8

media

8


1.3 หลักการเขียนโปรแกรมเบื&องต้น
การเขียนโปรแกรมมีสิ)งที)ต้องคํานึงถึง ดังต่อไปนีD

1.3.1 การสร้างตัวแปร

การสร้างตัวแปรมีข้อกําหนด เช่น การตัDงชื)อตัวแปรต้องไม่ใช้คําที)เป็นคําสงวน

อักษรตัวแรกขึDนต้นได้ด้วยตัวอักษรและเครื)องหมาย “_”underscore เป็นต้น
1.3.2 การตรวจสอบชนิดข้อมูลได้ด้วยฟังก์ชัน type()

ประจิน พลังสันติกุล (2564) การเขียนคําสั)งเพื)อตรวจสอบชนิดตัวแปรโดยการใช้

คําสั)ง type() ร่วมกับคําสั)ง print() กับตัวแปรที)ต้องการทราบชนิด ตัวอย่างเช่น
กําหนดค่าตัวแปร ดังนีD

x = 5

y = set()

z = {1:"Computer",2:"microPython","One":"Controller"}

ผลของการใช้คําสั)ง type() ตรวจสอบค่าตัวแปร

print(type(x))

ผลลัพธ์

<class 'int'>

print(type(y))

ผลลัพธ์

<class 'set'>

print(type(z))

ผลลัพธ์

<class 'dict'>

1.3.3 ลําดับการควบคุม Statement หรือคําสั`ง

ในโปรแกรมภาษาไพทอน แบ่งระดับการควบคุมคําสั)งด้วยคีย์ tab หรือ การกดปุ่ม

space 4 ครัDง เพื)อเป็นการแบ่งระดับของชุดคําสั)ง ดังภาพที) 1.1


ภาพที` 1.1 ลําดับการควบคุมคําสั)ง
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

1.3.4 ความยาวของโปรแกรม

ในกรณีที)ต้องการเขียนคําสั)งที)มีความยาวเกินกว่า ¥ บรรทัด สามารถทําได้โดยการ

ใช้เครื)องหมาย “\\u201d เป็นตัวคั)นระหว่างแต่ละบรรทัด ดังภาพที) 1.2

9

media

9


ภาพที` 1.2 แสดงตัวอย่างโปรแกรมที)มีความยาวเกิน 1 บรรทัด
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

1.3.5 ฟังก์ชัน print ()

โชติพันธุ์ หล่อเลิศสุนทร และฐิตะพันธุ์ หล่อเลิศสุนทร (opqo) ฟังก์ชัน print() คือ

คําสั)งกําหนดให้แสดงผลข้อมูลออกทางหน้าจอเป็นฟังก์ชันที)มีมาให้พร้อมกับโปรแกรมไพทอน
สามารถเรียกใช้งานได้เลยมีรูปแบบการใช้งานดังนีD
การพิมพ์ข้อมูลเป็นแบบตัวอักษร (string) ตัวอย่างเช่น

print("microPython for ESP")

ผลลัพธ์

microPython for

ESP
print('C')

ผลลัพธ์

C

การพิมพ์ข้อมูลเป็นค่าของตัวแปร ตัวอย่างเช่น

x=234

y=-57

print(x)

ผลลัพธ์

234

print(y)

ผลลัพธ์

-57

การแสดงทัDงตัวอักษรและค่าตัวแปรออกมาจะใช้เครื)องหมายคอมม่า “,” เพื)อแบ่ง

ระหว่างส่วนของตัวอักษรกับส่วนค่าตัวแปร หรือตัวเลขที)กําหนดลงไปในโปรแกรม
print("Value of x is : ",x)

ผลลัพธ์

Value of x is : 234

print("Value of z is : ",15) ผลลัพธ์

Value of z is : 15

1.3.6 การหมายเหตุรหัสโปรแกรม

การเขียนคําอธิบายทําได้ 2 วิธีด้วยกัน คือ (ณัฐวัตร คําภักดี, 2562)

1) ใช้เครื)องหมาย # เพื)อเขียนคําอธิบายเพียงบรรทัดเดียว (หมายเลข 1)

2) ใช้เครื)องหมาย triple-quotes ("""…""") หรือ ('''…''') เพื)อเขียนคําอธิบายแบบ

หลายบรรทัด โดยใส่ที)ก่อนบรรทัดแรกของคําอธิบาย (หมายเลข 2) และใส่หลังบรรทัดสุดท้าย
ของคําอธิบาย (หมายเลข 3) ตัวอย่างการเขียนดังภาพที) 1.3 และ 1.4

1

2

10

media

10


ภาพที` 1.3 การหมายเหตุแบบบรรทัดเดียว
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)


ภาพที` 1.4 การหมายเหตุแบบหลายบรรทัด
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

1

2

3

11

media

11

ตัวอย่างการเขียนรหัสโปรแกรมส่วนที) 2
1.def pulse(l, t):
2.... for i in range(20):
3.... l.duty(int(math.sin(i / 10 * math.pi) * 500 + 500))
4.time.sleep_ms(t)

1.4 ตัวดำเนินการในภาษาไพทอน
ตัวดำเนินการในภาษาไพทอนมีตัวดำเนินการดังตWอไปนี้

1.4.1 ตัวดําเนินการกําหนดค่าหรือให้ค่า

บัญชา ปะสีละเตสัง (opqo) ตัวดําเนินการกําหนดค่าหรือให้ค่า คือ การกําหนดค่า

ให้กับตัวแปร โดยใช้เครื)องหมายเท่ากับ (Assignment Operator) (=) มีรายละเอียดดังตารางที)
1.1

ตารางที` 1.1 สัญลักษณ์ตัวดําเนินการกําหนดค่า

ตัวดําเนินการ

ความหมาย

รูปแบบการใช้งาน

=

กําหนดค่า

x = 2

+=

บวกก่อนแล้วกําหนดค่า

x += 5

-=

ลบก่อนแล้วกําหนดค่า

x -= 5

*=

คูณก่อนแล้วกําหนดค่า

x *= 5

/=

หารก่อนแล้วกําหนดค่า

x /= 5

%=

หารเอาเศษก่อนแล้วกําหนดค่า

x %= 5

//=

หารเอาส่วนก่อนแล้วกําหนดค่า

x //= 5

**=

ยกกําลังก่อนแล้วกําหนดค่า

x **= 5


ตัวอย่างการใช้งานดังต่อไปนีD


1.>>> x=32

2.>>> print(x)

3.32

4.>>> x+=5

5.>>> print(x)

6.37

7.>>> x-=7

8.>>> print(x)

9.30

10.>>> x*=2
11.>>> print(x)
12.60

12

media

12

13.>>> x/=5
14.>>> print(x)
15.12.0
16.>>> x%=7
17.>>> print(x)
18.5
19.>>> x//=2
20.>>> print(x)
21.2
22.>>> x**=3
23.>>> print(x)
24.8

1.4.2 ตัวดําเนินการทางด้านคณิตศาสตร์

บัญชา ปะสีละเตสัง (opqo) ตัวดําเนินการทางด้านคณิตศาสตร์ คือ ตัวดําเนินการที)

ใช้สําหรับคํานวณด้านคณิตศาสตร์พืDนฐาน ได้แก่ การบวก (+) การลบ (-) การคูณ (*) การหาร
(/)
การหารแบบเอาเศษ (%) การหารแบบเอาส่วน (//) การยกกําลัง (**) ดังตารางที) 1.2

ตารางที` 1.2 ตัวดําเนินการทางด้านคณิตศาสตร์

ตัวดําเนินการ

ความหมาย

รูปแบบการใช้งาน

+

บวกตัวเลข

x + y

-

ลบตัวเลข

x - y

x

คูณตัวเลข

x * y

/

หารตัวเลข

x / y

%

หารแบบเอาเศษ

x % y

//

หารแบบเอาส่วน

x // y

**

การยกกําลัง

x ** y


ตัวอย่างการใช้งาน

>>> x = 5
>>> print(x)
5
>>> y = 3
>>> print (y)
3
>>> print (x+y)
8
>>> print (x-y)

13

media

13

2
>>> print (x*y)
15
>>> print (x/y)
1.6666666666666667
>>> print (x%y)

2
>>> print(x//y)
1
>>> print(x**y)
125


1.4.3 ตัวดําเนินการเปรียบเทียบข้อมูล

บัญชา ปะสีละเตสัง (opqo) ตัวดําเนินการเปรียบเทียบข้อมูล คือ ตัวดําเนินการที)ใช้

สําหรับเปรียบเทียบข้อมูล ผลที)ได้จากการเปรียบเทียบข้อมูลเป็นจริง (True หรือ 1) เมื)อเงื)อนไข
เป็นจริงและเป็นเท็จ (False หรือ 0) เมื)อเงื)อนไขเป็นเท็จ นิยมใช้ร่วมกับคําสั)งที)ต้องตรวจสอบ
เงื)อนไขก่อนการทํางาน เช่น if ,while หรือ for เป็นต้น ตัวดําเนินการแบบเปรียบเทียบในภาษา
ไพทอนมีอยู่ 6 ตัว ดังตารางที) 1.3

ตารางที` 1.3 ตัวตัวดําเนินการเปรียบเทียบข้อมูล
ตัว
ดําเนินการ

ความหมาย

รูปแบบการใช้งาน

>

ให้ผลลัพธ์เป็นจริง เมื)อค่า x มากกว่า ค่า y

x > y

<

ให้ผลลัพธ์เป็นจริง เมื)อค่า x น้อยกว่า ค่า y

x < y

==

ให้ผลลัพธ์เป็นจริง เมื)อค่า x เท่ากับ ค่า y

x == y

!=

ให้ผลลัพธ์เป็นจริง เมื)อค่า x ไม่เท่ากับ ค่า y

x != y

>=

ให้ผลลัพธ์เป็นจริง เมื)อค่า x มากกว่าหรือเท่ากับ ค่า
y

x >= y

<=

ให้ผลลัพธ์เป็นจริง เมื)อค่า x น้อยกว่าหรือเท่ากับ ค่า
y

x <= y


ตัวอย่างการใช้งาน

>>> x=5
>>> y=2
>>> print(x>y)
True
>>> print(x<y)
False
>>> print(x==y)

14

media

14

False
>>> print(x!=y)
True
>>> print(x>=y)
True
>>> print(x<=y)
False


1.4.4 ตัวดําเนินการทางด้านลอจิก

สุพจน์ สง่ากอง และปิยะ นากสงค์ (2562) ตัวดําเนินการทางด้านลอจิก คือ ตัว

ดําเนินการที)ใช้สําหรับประเมินค่าทางตรรกศาสตร์ ผลลัพธ์ที)ได้จะเป็นจริง (True) หรือเท็จ
(False) ได้เพียงอย่างเดียวเท่านัDน ดังตารางที) 1.4

ตารางที` 1.4 ตัวดําเนินการทางด้านลอจิก

ตัวดําเนินการ

ความหมาย

รูปแบบการใช้งาน

and

ผลลัพธ์เป็นจริงเมื)อ ค่า x และ y เป็นจริงทัDงคู่
และเป็นเท็จเมื)อค่าใดค่าหนึ)งเป็นเท็จ

x and y

or

ผลลัพธ์เป็นจริงเมื)อ ค่า x และ y เป็นจริง
และเป็นเท็จเมื)อทัDง ค่า x และ y เป็นเท็จ

x or y

not

เป็นการกลับสถานะ เช่น เป็นจริง เมื)อ ค่า x เป็น
เท็จ

not x

เพื)อให้เกิดความเข้าใจที)ชัดเจนขึDน จึงควรศึกษาค่าตารางความจริงของตัวดําเนินการ

ดังกล่าวว่าในแต่ละกรณีนัDนจะให้ค่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร ดังตารางที) 1.5

ตารางที` 1.5 ตารางความจริง (True table)

ตัวแปรอินพุต

เอาต์พุต (ค่าผลลัพธ์)

x

y

x and y

x or y

not x

not y

False

False

False

False

True

True

False

True

False

True

True

False

True

False

False

True

False

True

True

True

True

True

False

False

15

media

15

ตัวอย่างการใช้งาน

>>> x= True
>>> y= False
>>> x and y
False

>>> x or y
True
>>> not x
False
>>> not y
True


1.4.5 ตัวดําเนินการเอกลักษณ์

ประจิน พลังสันติกุล (2564) ตัวดําเนินการเอกลักษณ์ (Identity Operator) คือ

ตัวดําเนินการที)ใช้เพื)อเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างตัวแปร 2 ตัวแปร ได้แก่ is จะให้ผลลัพธ์เป็น
จริง ถ้าตัวแปรมีค่าเท่ากัน หรือ x == y และ is not จะให้ผลลัพธ์เป็นจริง ถ้าตัวแปรมีค่าไม่
เท่ากัน หรือ x != y ดังตารางที) 1.6

ตารางที` 1.6 ตัวดําเนินการเอกลักษณ์

ตัวดําเนินการ

ความหมาย

รูปแบบการใช้งาน

is

เป็น อยู่

x is y

is not

ไม่เป็น ไม่อยู่

x is not y


ตัวอย่างเช่น

>>> x=4

>>> y=5

>>> x is y

False

>>> x is not y

True


1.4.6 ตัวดําเนินการเป็นหรือไม่เป็นสมาชิก

ประจิน พลังสันติกุล (2564) ตัวดําเนินการเป็นหรือไม่เป็นสมาชิก คือ ตัวดําเนินการ

ที)ใช้เปรียบเทียบค้นหาค่าที)กําหนดในตัวแปรที)สนใจว่าเป็นสมาชิกในตัวแปรที)จะทําการ
เปรียบเทียบหรือไม่ ใช้กับชนิดข้อมูลแบบสตริง ลิสต์ หรือทูเพิล ดังตารางที) 1.7

16

media

16

ตารางที` 1.7 ตัวดําเนินการตรวจสอบสมาชิก

ตัวดําเนินการ

ความหมาย

รูปแบบการใช้งาน

in

อยู่ใน

x in y

not in

ไม่อยู่ใน

x not in y


ตัวอย่างเช่น

>>> x=[1,2,3,4,5]

>>> print(x)

[1, 2, 3, 4, 5]

>>> 4 in x

True

>>> 6 not in x

True

1.4.7 ตัวดําเนินการระดับบิต
ประจิน พลังสันติกุล (opq-) ตัวดําเนินการระดับบิต คือ ตัวดําเนินการที)กระทํากันใน

ระดับบิตข้อมูล ดังตารางที) 1.8

ตารางที` 1.8 ตัวดําเนินการระดับบิต

ชื`อตัวดําเนินการ

สัญลักษณ์

การกระทําทางตรรกะ

and

&

a & b

or

|

a | b

exclusive or

^

a ^ b

shifted left

<<

a << b

shifted right

>>

a >> b

invert

~

~a


1.5 แนะนําเครืKองมือ
ทอนนี (Thonny) คือ เครื)องมือสําหรับการเขียนรหัสโปรแกรมภาษาไพทอน เหมาะสําหรับ

ผู้เริ)มต้นเรียนรู้การใช้ภาษาไพทอน เพราะว่าในโปรแกรมจะมีส่วนช่วยเหลือในการพัฒนา

มีหน้าต่างใช้งานที)สะอาดตา มีเมนูให้ใช้งานที)ไม่มากจนเกินไป และสามารถอัปโหลดเฟิร์มแวร์
สําหรับ บอร์ดอีเอสพี 8266 หรือ อีเอสพี 32 ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านสายยูเอสบี (USB)
สามารถอัปโหลดโปรแกรมที)เขียนด้วยไมโครไพทอนเข้าสู่บอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ดังกล่าว
ได้

17

media

17

ภาพที` 1.5 หน้าต่างของเว็บไซต์ทอนนี
ที`มา : (Aivar Annamaa, 2015)
สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมทอนนีได้จากเว็บไซต์ https://thonny.org ดังภาพที) 1.5กด

ปุ่มดาวน์โหลดโปรแกรมตามระบบปฏิบัติการที)ต้องการจากนัDนให้ทําการติดตัDงโปรแกรม


ภาพที` 1.6 หน้าต่างโปรแกรมทอนนี
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

จากภาพที) 1.6ส่วนที) 1 คือ ปุ่มสั)งงานโดยแต่ละปุ่มมีการทํางานดังนีD

1

2

4

3

18

media

18

ปุ่มสร้างเอกสารใหม่

ปุ่มเปิดโปรแกรม

ปุ่มบันทึกข้อมูล

ปุ่มสั)งให้โปรแกรมทํางาน

ปุ่มเปิดโหมดการทํางานแบบทีละลําดับ

เป็นการสั)งให้โปรแกรมเข้าไปทํางานกับคําสั)งในวงนัDน

สั)งให้โปรแกรมทํางานที)ละขัDน หรือกดปุ่ม F7

สั)งให้โปรแกรมออกจากการทํางานกับคําสั)งในวงนัDน

สั)งให้โปรแกรมกลับไปทํางานทัDงหมด

จากภาพที) 1.6 ส่วนที) 2 คือ หน้าต่างการเขียนโปรแกรม

จากภาพที) 1.6 ส่วนที) 3 คือ หน้าต่างการเขียนโปรแกรมแบบ shell

จากภาพที) 1.6 ส่วนที) 4 คือ หน้าต่างตัวเสริมให้การเขียนโปรแกรมสะดวกขึDนหรือช่วยใน

การบอกค่าของตัวแปรในขณะที)กําลังทํางานอยู่ได้

1.5.1 การใช้งานโปรแกรมทอนนี

การใช้งานโปรแกรมทอนนี สําหรับการโปรแกรมภาษาไพทอนเบืDองต้น มีวิธีการดังนีD

1) ทําการตัDงค่าการทํางานเบืDองต้น โดยเลือกเมนู Tools >> Options ดังภาพที) 1.7

ภาพที` 1.7 ตัDงค่าการทํางานโปรแกรมทอนนีเบืDองต้น
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

2) ตัDงค่าการเขียนโปรแกรมไพทอนที)หน้าต่าง Options ดังภาพที) 1.8

2.1) เลือกตัวแปลภาษาที)ต้องการ

2.2) เลือกรุ่นของไพทอน

2.3) กด OK

19

media

19

ภาพที` 1.8 ตัDงค่าการทํางานโปรแกรมทอนนีส่วนของหน้าต่าง option
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

การสร้างไฟล์งานไพทอนขึDนมาใหม่ ทําได้ดังนีD

1. เลือกเมนู File>>New หรือ กดปุ่ม

เพื)อสร้างไฟล์งานใหม่ขึDนมาดังภาพที) 1.9












ภาพที` 1.9 การสร้างไฟล์งาน
ที่มา : (นที ยงยุทธ, 2564)
หมายเลข 1 แสดงการกดไอคอนเพื)อสร้างไฟล์ขึDนมาใหม่

หมายเลข 2 แสดงหน้าต่างของพืDนที)สําหรับการเขียนโปรแกรม

หมายเลข 3 แสดงหน้าต่างสําหรับการเขียนโปรแกรมในโหมดทํางานที)ละบรรทัด


2. ในกรณีที)ต้องการเปิดไฟล์ที)มีอยู่ในเครื)องคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ให้กดปุ่มเปิดโปรแกรม

และเมื)อต้องการบันทึกการเขียนโปรแกรมให้กดปุ่มบันทึกข้อมูล

1

2

3

1

2

20

media

20

3. การสั)งให้โปรแกรมรันหรือประมวลผลทําได้ 2 รูปแบบ คือ

รูปแบบที) 1 การสั)งให้ประมวลผลทัDงโปรแกรมทําได้ด้วยการกดปุ่ม

(หมายเลข 1)

แล้วโปรแกรมจะแสดงหน้าต่างให้บันทึกไฟล์ในกรณีที)เป็นการสั)งให้รันเป็นครัDงแรก ให้ใส่ชื)อของ
ไฟล์และระบุตําแหน่งที)ต้องการเก็บข้อมูล จากนัDนกด Save (หมายเลข 2, 3) แล้วผลการ
ประมวลผลโปรแกรมจะแสดงที)หน้าต่าง Shell (หมายเลข 4) ดังภาพที) 1.10















ภาพที` 1.10 การสั)งให้โปรแกรมรันหรือประมวลผล
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

1

2

3

4

21

media

21

รูปแบบที) 2 การสั)งให้ประมวลผลที)ละลําดับ

กรณีที)ต้องการตรวจสอบการทํางานของโปรแกรมทีละขัDน ทําโดยกดปุ่ม Debug

จากนัDนจะเห็นไอคอนของการควบคุมการทํางานแบบทีละขัDนแอคทีพ ให้ทดสอบการทํางานของ
โปรแกรมได้ กดปุ่ม

(Step into) หรือปุ่ม F7 เพื)อให้โปรแกรมแสดงการทํางานทีละขัDนว่ามี

การเปลี)ยนแปลงค่าของส่วนต่าง ๆ อย่างไรบ้าง เช่น ค่าตัวแปร ตําแหน่งที)โปรแกรมกําลัง
ทํางานอยู่และผลการทํางานที)ได้รับจากการประมวลผลนัDนเป็นการตรวจสอบการทํางานของ
โปรแกรมแบบละเอียด








ภาพที` 1.11 หน้าต่างค่าของตัวแปร
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

สําหรับปุ่มในกลุ่มคําสั)งสําหรับการสั)งให้โปรแกรมทํางานทีละลําดับที)เหลือทําหน้าที)ดังนีD

การสั)งให้โปรแกรมเข้าไปทํางานกับคําสั)งในวงรอบนัDนวงเดียว ทําโดยการกดปุ่ม

หรือกด F6 ผลที)ได้คือโปรแกรมจะถูกประมวลผลทีละวงรอบ ซึ)งจะทําให้ผู้เขียนโปรแกรม
สามารถเห็นผลลัพธ์การทํางานเฉพาะในส่วนที)ต้องการเท่านัDน เป็นการประมวลผลทีละส่วนเป็น
ลําดับต่อกันไป ดังภาพที) 1.11

ภาพที` 1.12 หน้าต่างการทํางานทีละวงรอบ
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

2

1

1

2

22

media

22

ออกจากการประมวลทีละวงรอบสามารถทําได้โดยการกดปุ่ม (Step out) และสั)งให้

โปรแกรมกลับมาประมวลผลชุดคําสั)งทัDงหมดทําโดยการกดปุ่ม (Resume หรือ F8) ผลลัพธ์
ได้คือจะทําให้เห็นการทํางานทัDงหมดของโปรแกรม ดังภาพที) 1.12
โปรแกรมทอนนีสามารถที)จะทําการเขียนคําสั)งทีละบรรทัดเพื)อดูผลการทํางานในโหมด

shell ได้ด้วยการเข้าไปพิมพ์คําสั)งที)หน้าต่าง shell (หมายเลข 1) แล้วกดปุ่ม Enter ก็จะได้
ผลลัพธ์การทํางานของคําสั)งดังกล่าวได้ดังภาพที) 1.13 (หมายเลข 2)

ภาพที` 1.13 หน้าต่างแสดงผลการทํางาน
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

การให้คําแนะนําในการเขียนโปรแกรมจะอยู่ที)หน้าต่าง Assistant ซึ)งจะทําการวิเคราะห์

การเขียนโปรแกรมว่าควรมีการปรับแก้ไขอย่างไรบ้างเพื)อให้มีความถูกต้องเหมาะสม ดังภาพที)
1.14 จะเห็นว่าโปรแกรมทอนนีตรวจพบว่าคําสั)งที)เขียนลงไปนัDนมีการเว้นระยะหรือย่อหน้าเพียง
กดเว้นวรรค 2 ตัว (หรือกดปุ่ม space เพียง 2 ครัDง) ดังนัDนจึงมีคําแนะนําให้เขียนโปรแกรมโดย
เว้นวรรคจํานวน 4 ตัว ดังภาพที) 1.14 (หมายเลข 1 และ 2) เพื)อให้มีการประมวลผลที)ถูกต้องและ

ตามรูปแบบการเขียนโปรแกรมภาษาไพทอน

ภาพที` 1.14 หน้าต่างแสดงข้อความแจ้งเตือน
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)
การปรับตัDงค่าใช้งานโปรแกรมทอนนีเพิ)มเติม สามารถทําได้ดังนีD

1

2

1

2

23

media

23

การปรับค่าฟอนต์และขนาดตัวอักษร ให้เข้าไปที)เมนู Tool>>Option ดังภาพที) 1.15


ภาพที` 1.15 หน้าต่างการเลือกเมนู option
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

ผลที)ได้จะแสดงหน้าต่าง Option ให้เข้าไปเลือกหน้าต่าง Theme & Font แล้วทําการ

ปรับตัDงค่าฟอนต์และขนาดตามความต้องการ กดปุ่ม OK เพื)อยืนยันการตัDงค่าดังกล่าว ดังภาพที)
1.16


ภาพที` 1.16 หน้าต่างการปรับแต่งฟอนต์
ที`มา : (นที ยงยุทธ, 2564)

24

media

24

1.6 สรุป
ความรู4พื้นฐานในการเขียนโปรแกรมภาษาไพทอนประกอบด4วยการเรียกใช4ไลบรารี การประกาศ

ฟ†งก\\u0e0aัน และสWวนของโปรแกรมหลักที่ทำหน4าที่ควบคุมการทำงานของโปรแกรม ผู4พัฒนาโปรแกรม
ต4องเข4าใจชนิดข4อมูลพื้นฐานที่มีอยูWในไพทอนมีจำนวน 6 ชนิด คือ ตัวเลข (Numbers) สายอักขระ
(String) ลิสต\ (List) ทูเพิล (Tuple) ดิกชันนารี (Dictionary) และเซต (Set) รวมถึงหลักการเขียน
โปรแกรมต4องทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการสร4างตัวแปร การตรวจสอบชนิดข4อมูล ลำดับการควบคุม
ความยาวของโปรแกรม การหมายเหตุรหัสโปรแกรมโปรแกรม อีกสWวนหนึ่งที่สำคัญ คือ ตัวดำเนินการ
ในภาษาไพทอนซึ่งประกอบด4วยตัวดำเนินการกำหนดคWาหรือให4คWา ตัวดำเนินการทางด4านคณิตศาสตร\
ตัวดำเนินการเปรียบเทียบข4อมูล ตัวดำเนินการทางด4านลอจิก ตัวดำเนินการเอกลักษณ\ ตัวดำเนินการ
เป•นหรือไมWเป•นสมาชิก ตัวดำเนินทางทางด4านบิตข4อมูล และสWวนท4ายของบทนี้เป•นการเรียนรู4
เครื่องมือในการพัฒนาโปรแกรมด4วยไมโครไพทอนด4วยโปรแกรมทอนนีที่ใช4เป•นเครื่องมือสำหรับเขียน
รหัสโปรแกรมภาษาไพทอนเหมาะสำหรับผู4เริ่มต4นเรียนรู4การใช4ภาษาไพทอนเพราะในโปรแกรมจะมี
สWวนชWวยเหลือในการพัฒนาโปรแกรม มีหน4าตWางการใช4งานที่สะอาดตา มีเมนูการใช4งานที่ไมWมาก
จนเกินไป


25

media

25

แบบฝMกหัดบทที่ 1

1. จงอWานและทำเครื่องหมายถูก Pหน4าข4อที่เป•นจริงและทำเครื่องหมายผิด O หน4าข4อที่เป•นเท็จ
5 1.1 สWวนของการประกาศฟ†งก\\u0e0aัน หน4าที่ของฟ†งก\\u0e0aันคือเป•นโปรแกรมที่เรียกใช4งานบWอย
5 1.2 การเว4นระยะจำนวน 4 ตัวอักษร หรือการกดปุ•ม Tab ()
5 1.3 ไพทอนจะไมWใช4เครื่องหมายในการบอกจุดสิ้นสุดของแตWละบรรทัด
5 1.4 จำนวนจินตภาพหรือจำนวนเชิงซ4อนเป•นข4อมูลตัวเลข
5 1.5 ข4อมูลตรรกะ คือ ตัวแปรที่เก็บคWาข4อมูลเพียง 2 สถานะ คือ จริงและเท็จ
5 1.6 อักขระที่เขียนเรียงติดกันมากกวWาหนึ่งตัว จะเรียกวWา สายอักขระ
5 1.7 ลิสต\ (List) คือ ข4อมูลที่มีรูปแบบการจัดเก็บแบบชุดและลำดับ
5 1.8 ทูเพิล คือ ข4อมูลที่มีลักษณะคล4ายกับลิสต\\u0e41ตWไมWสามารถเปลี่ยนแปลงคWาได4
5 1.9 เซ็ต คือ กลุWมของข4อมูลที่สามารถกำหนดสมาชิกได4ชัดเจน ข4อมูลสมาชิกไมWจำเป•นต4อง
เรียงลำดับ แตWสมาชิกแตWละตัวต4องไมWซ้ำกัน
5 1.10 ดิกชันนารี คือ รูปแบบการเก็บข4อมูลที่ประกอบด4วย 2 สWวน ได4แกW คีย\\u0e41ละข4อมูล

2. จงตอบคําถามต่อไปนีD
2.1 จงอธิบายส่วนประกอบของโปรแกรมภาษาไพทอน ว่ามีอะไรบ้างและมีหน้าที)อย่างไร

2.2 จงอธิบายชนิดข้อมูลในไพทอน

2.3 จงบอกหลักการเขียนโปรแกรมเบืDองต้น

2.4 จงบอกตัวดําเนินการในภาษาไพทอน

2.5 จงอธิบายขัDนตอนการติดตัDงและการใช้งานโปรแกรมทอนนี

26

media

26

27

media

27

เอกสารอ6างอิง


โชติพันธุ\ หลWอเลิศสุนทร และ ฐิตะพันธุ\ หลWอเลิศสุนทร. (2562). คู4มือเรียน เขียนโปรแกรม Python

(ภาคปฏิบัติ). นนทบุรี : คอร\\u0e1f†งก\\u0e0aั่น.

ณัฐวัตร คำภักดี. (2562). คู4มือเขียนโปรแกรมภาษา Python ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพฯ : โปรวิชัน.
นที ยงยุทธ. (2564). เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ไมโครคอนโทรลเลอรQเบื้องตRน.

คณะครุศาสตร\, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

บัญชา ปะสีละเตสัง. (2562). การเขียนโปรแกรมดRวย Python สำหรับผูRเริ่มตRน. กรุงเทพฯ :
ซีเอ็ดยูเคชัน.

ประจิน พลังสันติกุล. (2564). คู4มือการเขียนโปรแกรมภาษา Python ใชRงาน MicroPython
สำหรับบอรQด ESP32. กรุงเทพฯ : แอพซอฟต\\u0e40ทค.

สุชาติ คุ4มมะณี. (2562). Basic python coding เรียนงWายเป•นเร็ว. กรุงเทพฯ : ไอดีซี พรีเมียร\.
สุพจน\ สงWากอง และป“ยะ นากสงค\. (2562). การเขียนโปรแกรมภาษา python.กรุงเทพฯ : รีไววWา.
Aivar Annamaa. (2015). Thonny Python IDE for beginners. (online). Available:
https://thonny.org.

28

media

28

media

1

แผนบริหารการสอนประจำบทที่ 1


เนื้อหา
บทที่ 1 พื้นฐานภาษาไพทอน

1.1 พื้นฐานภาษาไพทอน

1.2 ชนิดข4อมูลในไพทอน

1.3 หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต4น

1.4 ตัวดำเนินการในภาษาไพทอน

1.5 แนะนำเครื่องมือ

1.6 สรุป


จุดประสงค2เชิงพฤติกรรม
1. นักศึกษาสามารถอธิบายหลักการพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมภาษาไพทอนได4

2. นักศึกษาสามารถบอกชนิดข4อมูลในไพทอนได4

3. นักศึกษาสามารถบอกหลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต4นได4

4. นักศึกษาสามารถบอกตัวดำเนินการในภาษาไพทอนได4

5. นักศึกษาสามารถใช4โปรแกรมทอนนีเขียนโปรแกรมไพทอนได4


กิจกรรมการเรียนการสอนประจำบท
1. ผู4สอนอธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานภาษาไพทอน ตอบข4อซักถามพร4อมกับยกตัวอยWางประกอบ

2. ให4นักศึกษาฝYกเขียนโปรแกรมภาษาไพทอนด4วยโปรแกรมทอนนี

3. ให4นักศึกษาอWานเอกสารประกอบการสอนบทที่ 1 เรื่อง พื้นฐานภาษาไพทอนและสืบค4นจาก

เว็บไซต\\u0e17ี่เกี่ยวข4องแล4วให4นักศึกษาชWวยกันตอบคำถาม
4. ให4นักศึกษานำเสนอโปรแกรมที่ตนเองได4รับมอบหมาย

5. ผู4สอนมอบหมายให4นักศึกษาทำแบบฝYกหัดบทที่ 1

6. ผู4สอนมอบหมายให4นักศึกษาทำใบงานที่ 1 พื้นฐานภาษาไพทอน


สื่อการเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาไมโครคอนโทรลเลอร\\u0e40บื้องต4น

2. สื่อการสอนนำเสนอผWานโปรแกรมไมโครซอฟเพาว\\u0e40วอร\\u0e1eอยต\

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 28

SLIDE