
พลังงานความร้อน
Presentation
•
Science
•
7th Grade
•
Hard
คณิตตา โสภา
Used 1+ times
FREE Resource
37 Slides • 130 Questions
1
พลังงานความร้อนกับชีวิตประจ าวัน
เทอร์มอมิเตอร์และหน่วยวัดอุณหภูมิ
ผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง
ของสารและสมดุลความร้อน
การถ่ายโอนพลังงานความร้อนและการใช้
ประโยชน์
พลังงาน
ความร้อน
2
พลังงานความร้อนซึ่งเป็นพลังงานรูปหนึ่ง ไม่สามารถมองเห็นได้
แต่รับรู้ได้จากการสัมผัส
1. พลังงานความร้อนกับชีวิตประจ าวัน
สิ่งมีชีวิตได้รับพลังงานความร้อนจากหลายแหล่ง เช่น พลังงาน
ความร้อนจากดวงอาทิตย์ พลังงานความร้อนจากปฏิกิริยาเคมี
พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ
พลังงานความร้อนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจ าวัน
3
เชื้อเพลิงแต่ละชนิดจะให้พลังงานความร้อนไม่เท่ากัน
แก๊สหุงต้ม 11,158 (kcal/kg)
น ้ามันเบนซิน 10,444 (kcal/kg)
น ้ามันก๊าด 10,313 (kcal/kg)
น ้ามันดีเซล 10,235 (kcal/kg)
น ้ามันดิบ 10,093 (kcal/kg)
ถ่าน 6,900 (kcal/kg)
แอลกอฮอล์ 6,460 (kcal/kg)
ฟืน 3,820 (kcal/kg)
แก๊สหุงต้ม
น ้ามันเบนซิน
น ้ามันก๊าด
น ้ามันดีเซล
น ้ามันดิบ
ถ่าน
แอลกอฮอล์
ฟืน
4
บอมบ์แคลอริมิเตอร์ (bomb calorimeter)
คือ เครื่องมือวัดค่าความร้อนในเชื้อเพลิง
1 แคลอรี (cal) มีค่าประมาณ 4.2 จูล (J)
ปริมาณความร้อนของสารวัดเป็นหน่วยแคลอรี
โดยก าหนดให้ 1 แคลอรี หมายถึง
ปริมาณความร้อนที่ท าให้น ้ามวล 1 กรัม (g) มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1ºC
5
เครื่องมือที่ใช้วัดระดับความร้อน เย็น คือ เทอร์มอมิเตอร์ และระดับ
ความร้อน เย็น ในวัตถุเรียกว่า อุณหภูมิ
2. เทอร์มอมิเตอร์และหน่วยวัดอุณหภูมิ
เทอร์มอมิเตอร์มีลักษณะเป็นแท่งแก้วใส มีรูเล็ก ๆ เป็นหลอด
ตรงกลาง ส่วนปลายล่างของเทอร์มอมิเตอร์ท าเป็นกระเปาะ
ส่วนใหญ่จะบรรจุปรอทหรือแอลกอฮอล์ผสมสี
เมื่อปลายกระเปาะของเทอร์มอมิเตอร์ไปสัมผัสกับสิ่งใด
ของเหลวที่บรรจุอยู่ภายในจะได้รับการถ่ายโอนความร้อน แล้วเกิด
การขยายตัวขึ้นไปตามหลอดตรงกลางของเทอร์มอมิเตอร์
6
1. เนื่องจากกระเปาะของเทอร์มอมิเตอร์บางและแตกง่าย เวลาใช้จึงควรระมัดระวัง
ไม่ให้กระเปาะไปกระทบกับของแข็ง ๆ แรง ๆ
2. ไม่ควรใช้เทอร์มอมิเตอร์วัดสิ่งที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันมาก ๆ ในเวลาต่อเนื่องกัน
เพราะกระเปาะจะขยายตัวและหดตัวอย่างรวดเร็วท าให้เสียหายได้
3. เมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย
1. ใช้กระเปาะเทอร์มอมิเตอร์จุ่มหรือสัมผัสกับสิ่งที่ต้องการจะวัดอุณหภูมิเสมอ และ
ระมัดระวังไม่ให้กระเปาะแตะด้านข้างหรือก้นภาชนะ
2. ให้ก้านเทอร์มอมิเตอร์ตั้งตรงในแนวดิ่ง
3. อ่านค่าอุณหภูมิเมื่อระดับของเหลวขึ้นไปจนหยุดนิ่งแล้ว
4. ขณะอ่านค่าอุณหภูมิ ต้องให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับระดับของเหลวใน
เทอร์มอมิเตอร์ เพื่อให้อ่านค่าได้ถูกต้อง ไม่คลาดเคลื่อน
5. อ่านอุณหภูมิขณะที่กระเปาะเทอร์มอมิเตอร์ยังสัมผัสสิ่งที่วัดอยู่
หลักปฏิบัติในการใช้เทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิ
ข้อควรระวังในการใช้เทอร์มอมิเตอร์
7
1. หน่วยองศาเซลเซียส (ºC) ที่แบ่งมาตราส่วนโดย
นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนชื่ออันเดอร์ส เซลซิอัส (Anders
Celsius)
หน่วยที่ใช้ในการวัดอุณหภูมิ
4. หน่วยองศาโรเมอร์ (ºR) คิดแบ่งมาตราส่วนโดย
นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ เรอเน่ อังตวน เฟโชต์ เดอ
โรเมอร์ (René Antoine Ferchault de Réaumur)
2. หน่วยองศาฟาเรนไฮต์ (ºF) คิดแบ่งมาตราส่วนโดย
นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ กาบริเอล ดานิเอล
ฟาเรนไฮต์ (Gabriel Daniel Fahrenheit)
3. หน่วยเคลวิน (K) เป็นหน่วยในระบบเอสไอ
คิดแบ่งมาตราส่วนโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ
ลอร์ด เคลวิน (Lord Kelvin)
ºC
ºF
K
ºR
8
จุดเยือกแข็ง จุดเดือดของน ้า และจ านวนช่องของการแบ่งมาตราส่วน
ของหน่วยวัดอุณหภูมิของเทอร์มอมิเตอร์ในหน่วยºC ºF K และ ºR
เราสามารถเปลี่ยนหน่วยวัดอุณหภูมิของระบบหนึ่งไปเป็นหน่วยวัดอุณหภูมิของ
อีกระบบหนึ่งได้ โดยใช้วิธีการเทียบบัญญัติไตรยางศ์ ดังตัวอย่าง ดังนี้
หน่วย
จุดเยือกแข็ง
ของน ้า
จุดเดือด
ของน ้า
จ านวนช่องของการแบ่งมาตราส่วน
(ช่อง)
องศาเซลเซียส
0
100
100
องศาฟาเรนไฮต์
32
212
180
เคลวิน
273
373
100
องศาโรเมอร์
0
80
80
9
10
เมื่อวัดอุณหภูมิ จากระบบองศาเซลเซียสได้ 50C และจากระบบ
องศาฟาเรนไฮต์ได้ 122F พบว่า อัตราส่วนระหว่าง อุณหภูมิที่อ่านได้
ลบด้วยจุดเยือกแข็งต่อจุดเดือดลบด้วยจุดเยือกแข็งของทั้งสองระบบ
จะมีค่าเท่ากัน
คือ
=122 - 32
212 - 32
50 - 0
100 - 0
ของ C =
อุณหภูมิที่อ่านได้ - จุดเยือกแข็ง
จุดเดือด - จุดเยือกแข็ง
ของ F =
อุณหภูมิที่อ่านได้ - จุดเยือกแข็ง
จุดเดือด - จุดเยือกแข็ง
ของ K =
อุณหภูมิที่อ่านได้ - จุดเยือกแข็ง
จุดเดือด - จุดเยือกแข็ง
ของ R
อุณหภูมิที่อ่านได้ - จุดเยือกแข็ง
จุดเดือด - จุดเยือกแข็ง
11
12
สารเมื่อได้รับความร้อนหรือคายความร้อน ปริมาตรจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
หากได้รับความร้อนเกิดการขยายตัวก็จะมีปริมาตรเพิ่มขึ้น
เมื่อคายความร้อนเกิดการหดตัวก็จะมีปริมาตรลดลง
ดังนั้น เมื่อน าฝาขวดที่ปิดแน่นไปแช่ในน ้าร้อน จะเกิดการขยายตัวท าให้ฝาเปิดได้ดังภาพ
3. ผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของสารและสมดุลความร้อน
3.1
ผลของความร้อนที่มีต่อการหดตัวและขยายตัวของสาร
ลักษณะของฝาขวดก่อนและหลังแช่น ้าร้อน
13
การที่สารได้รับความร้อน (ดูดความร้อน) หรือสูญเสียความร้อน (คายความร้อน)
ส่งผลให้สารเปลี่ยนสถานะได้
3.2
ปริมาณความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงของสาร
น ้าแข็ง น ้า
ถ้าต้องการท าให้น ้าแข็งมวล 1 กรัม เกิดการหลอมเหลวกลายเป็น
ของเหลวได้หมด โดยที่อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง จะต้องให้ปริมาณ
ความร้อน 80 แคลอรี เรียกค่าปริมาณความร้อนนี้ว่า ความร้อนแฝง
จ าเพาะของการหลอมเหลวของน ้า
การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน ้าเมื่อได้รับความร้อนและคายความร้อน
14
ปริมาณความร้อนแฝงของการหลอมเหลวสามารถค านวณได้จากผลคูณระหว่างมวลของสาร
กับความร้อนแฝงจ าเพาะของการหลอมเหลว สรุปเป็นสมการได้ ดังนี้
15
น ้ากลายเป็นไอ
ความร้อนแฝงจ าเพาะของการกลายเป็นไอน ้า ปริมาณความร้อนที่ท าให้น ้ามวล 1 กรัม
กลายเป็นไอได้หมด โดยที่อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง มีค่า 540 แคลอรีต่อกรัม
ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว หมายถึง ปริมาณพลังงานความร้อนที่ใช้ในการ
เปลี่ยนสถานะของของแข็งเป็นของเหลว โดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง
ความร้อนแฝงจ าเพาะของการหลอมเหลว หมายถึง ปริมาณพลังงานความร้อน
ที่ท าให้สารที่เป็นของแข็งมวล 1 หน่วย เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว 1 หน่วย โดยอุณหภูมิ
ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งความร้อนแฝงจ าเพาะของน ้าแข็งมีค่าประมาณ 80 แคลอรีต่อกรัม
ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ หมายถึง ปริมาณพลังงานความร้อนที่ใช้ในการ
เปลี่ยนสถานะของของเหลวกลายเป็นไอ โดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง
ความร้อนแฝงจ าเพาะของการกลายเป็นไอ หมายถึง ปริมาณพลังงานความร้อน
ที่ท าให้สารที่เป็นของเหลวมวล 1 หน่วย เปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส โดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง
ซึ่งความร้อนแฝงจ าเพาะของการกลายเป็นไอของน ้าเดือด มีค่าประมาณ 540 แคลอรีต่อกรัม
16
ปริมาณความร้อนที่ใช้ในการลดหรือเพิ่มอุณหภูมิของสาร สามารถค านวณได้จาก
ผลคูณระหว่างมวลของสารกับความจุความร้อนจ าเพาะของสารกับอุณหภูมิที่
เปลี่ยนแปลงไป สรุปเป็นสมการได้ ดังนี้
เมื่อ
Q
= ปริมาณความร้อนใช้ในการลดหรือเพิ่มอุณหภูมิของสารนั้น (แคลอรี)
m
= มวลของสาร (กรัม)
c
= ความจุความร้อนจ าเพาะของสาร (แคลอรี/กรัม-องศาเซลเซียส)
t = อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
Q = mct
สรุปปริมาณความร้อนที่ใช้ในการท าให้
น ้าแข็งที่ 0 ºC กลายเป็นไอได้ทั้งหมด
17
เมื่อน าสสารที่มีอุณหภูมิต่างกันมาผสมเข้าด้วยกันหรือน ามาสัมผัสกันจะมีการ
ถ่ายโอนความร้อนเกิดขึ้น จากสสารที่มีอุณหภูมิสูงกว่าไปสู่ที่มีอุณหภูมิต ่ากว่าจนกระทั่ง
มีอุณหภูมิเท่ากัน เรียกว่า การเกิดสมดุลความร้อน ส่วนอุณหภูมิของวัตถุขณะที่เกิด
สมดุลความร้อน เรียกว่า อุณหภูมิผสม
3.3
สมดุลความร้อน
วัตถุที่มีอุณหภูมิสูงจะคายความร้อนออกมาแล้วมีปริมาณความร้อนลดลง
วัตถุที่มีอุณหภูมิต ่าจะรับความร้อนแล้วมีปริมาณความร้อนเพิ่มขึ้น
สมดุลความร้อน
สรุปเป็นสมการได้ ดังนี้
ปริมาณความร้อนที่สูญเสีย = ปริมาณความร้อนที่ได้รับ
Q สูญเสีย = Q ได้รับ
อุณหภูมิผสม
18
19
การพาความร้อน
การถ่ายโอนพลังงานความร้อนและการใช้ประโยชน์
การถ่ายโอนพลังงานความร้อนนี้สามารถแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ
การพาความร้อน การน าความร้อน และ การแผ่รังสี
การแผ่รังสี
การน าความร้อน
20
เมื่อต้มน ้า ในส่วนล่างจะได้รับ
ความร้อนก่อน เกิดการขยายตัวแล้ว
เคลื่อนที่ขึ้นไปด้านบน น ้าส่วนที่เย็นกว่า
ความหนาแน่นมากกว่าก็จะจมลงมา
แทนที่ ท าให้เกิดการเคลื่อนที่ของน ้า
ไปทั่วทั้งภาชนะที่ใช้ต้มน ้าและมีการพา
ความร้อนเคลื่อนที่ไปด้วย เรียกว่า
การพาความร้อน ซึ่งต้องอาศัยตัวกลาง
ที่ได้รับความร้อนแล้วเคลื่อนที่มาเอา
ความร้อนนั้นไปด้วยเรียกว่า ตัวพา
ความร้อน
การพาความร้อน
21
เมื่ออนุภาคของของเหลวและแก๊สได้รับความร้อน มีพลังงานจลน์สูงขึ้น
เคลื่อนที่เร็ว เรียกว่า ตัวพาความร้อน และอนุภาคห่างจากกันมากขึ้นท าให้มี
ความหนาแน่นลดลงจะลอยตัวขึ้นไปด้านบนโดยพาความร้อนไปด้วย อนุภาคที่
อยู่ข้างเคียงจะเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ เกิดการพาความร้อน หลักการนี้สามารถ
น าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้
การสร้างปล่องควันจากเตาไฟ
อากาศเย็นเข้า
อากาศร้อนออก
พัดลมระบายอากาศติดตั้งใน
โรงงานอุตสาหกรรม
การออกแบบบ้านให้ระบายความร้อนได้ดี
การพาความร้อน
22
การถ่ายโอนพลังงานความร้อน จากที่ที่มีอุณหภูมิสูงไปยังที่
ที่มีอุณหภูมิต ่ากว่า โดยอาศัยวัตถุตัวกลางซึ่งไม่ได้เคลื่อนที่ไปด้วย
เรียกว่า การน าความร้อน วัตถุตัวกลางที่ยอมให้พลังงานความร้อน
ผ่านได้ดีเรียกว่า ตัวน าความร้อน ได้แก่ โลหะต่าง ๆ ส่วนวัตถุ
ตัวกลางที่ไม่ยอมให้พลังงานความร้อนผ่านได้ดีเรียกว่า
ฉนวนความร้อน ได้แก่ อโลหะต่าง ๆ
การท าอาหารที่หุ้มด้วยกระดาษฟอยล์
อุปกรณ์ในครัวที่เป็นโลหะน าความร้อน
และที่มือจับเป็นฉนวนความร้อน
การน าความร้อน
23
การถ่ายโอนพลังงานความร้อนออกไปโดยรอบ โดยไม่ต้อง
อาศัยตัวกลางใดๆ ทั้งสิ้นเรียกว่า การแผ่รังสี
วัตถุที่มีสีมืดคล ้าจะดูดกลืนรังสีความร้อนได้มากกว่าวัตถุสีขาว
วัตถุที่มีผิวเรียบหรือเป็นมันเงา และมีสีสว่าง เช่น กระจก จะสะท้อน
รังสีความร้อนได้ดี ส่วนวัตถุที่มีผิวขรุขระและสีมืด ๆ คล ้า ๆ จะดูดกลืน
รังสีความร้อนได้ดี
การแผ่รังสี
24
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5
พลังงานความร้อน
แบบสอบปรนัยเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
25
2
82
2
82
32
1
ก าหนดให้เทอร์มอมิเตอร์ระบบหนึ่ง มีจุดเยือกแข็งเท่ากับ 50 และจุดเดือดเท่ากับ 130
ถ้าวัดอุณหภูมิของน ้าในระบบองศาเซลเซียส (C) ได้ 40 C จะอ่านค่าอุณหภูมิ
จากเทอร์มอมิเตอร์ในระบบที่ก าหนดนี้ได้เท่าไร
3
4
104
313
1.
เหตุผล ระบบองศาเซลเซียสแบ่งมาตราส่วนได้ 100 ช่อง
นับจ านวนช่องที่ปรอทสูงขึ้นมาได้ 40 ช่อง
ระบบที่ก าหนด แบ่งมาตราส่วนได้ 80 ช่อง จะนับจ านวนช่องที่ปรอทสูงขึ้นมาได้
=
x 80 = 32 ช่อง
ดังนั้น จะอ่านค่าอุณหภูมิจากเทอร์มอมิเตอร์ในระบบที่ก าหนดนี้ได้
= 50 + 32
= 82
40
100
26
ชนิดของโลหะตัวน า
1
2
ระยะเวลาที่ใช้น าความร้อน
นักเรียนคนหนึ่งออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาว่า ขนาดของโลหะตัวน า
มีผลต่อความสามารถในการน าความร้อนหรือไม่ อย่างไร
ตัวแปรต้นของการทดลองนี้คืออะไร
3
4
พื้นที่หน้าตัดของโลหะตัวน า
ระดับอุณหภูมิของโลหะตัวน า
2.
เหตุผล ตัวแปรต้น คือ พื้นที่หน้าตัดของโลหะตัวน า
เพราะแสดงถึงขนาดได้
3
พื้นที่หน้าตัดของโลหะตัวน า
27
สาร ก
1
3
สาร ค
จากตาราง ใช้ตอบค าถามข้อ 3-7
2
4
สาร ข
สาร ง
3.
มวลและปริมาณความร้อนที่สารบางชนิดใช้ในการเปลี่ยนสถานะ
สาร
มวล (กรัม)
จุดหลอมเหลว (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้ในการหลอมเหลว
จุดเดือด (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้กลายเป็นไอ
ก
2
0
80
100
540
ข
6
5
80
80
450
ค
10
5
600
90
3,200
ง
14
12
600
85
2,800
ความร้อนแฝงจ าเพาะของการหลอมเหลวของสารชนิดใดมีค่ามากที่สุด
3
สาร ค
เหตุผล จากสูตร Q = mL
สาร ก 80 = 2 x L ดังนั้น
L = 40 แคลอรีต่อกรัม
สาร ข 80 = 6 x L ดังนั้น
L =
= 13.33 แคลอรีต่อกรัม
สาร ค 600 = 10 x L ดังนั้น
L = 60 แคลอรีต่อกรัม
สาร ง 600 = 14 x L ดังนั้น
L =
= 42.85 แคลอรีต่อกรัม
80
6
600
14
28
4
สาร ก ข ค และ ง
สาร ข เท่านั้น
1
3
สาร ก และ ง
จากตาราง ใช้ตอบค าถามข้อ 3-7
2
4
สาร ก และ ข
สาร ก ข ค และ ง
4.
ความร้อนแฝงจ าเพาะของการกลายเป็นไอของสารชนิดใดมีค่าน้อยกว่า
ความร้อนแฝงจ าเพาะของการกลายเป็นไอของน ้า
เหตุผล ความร้อนแฝงจ าเพาะของการ
กลายเป็นไอของน ้า = 540 แคลอรีต่อกรัม จากสูตร Q = mL
สาร ก
540 = 2 x L
ดังนั้น L = 270 แคลอรีต่อกรัม
สาร ข
450 = 6 x L
ดังนั้น L = 75 แคลอรีต่อกรัม
สาร ค
3,200 = 10 x L
ดังนั้น L = 320 แคลอรีต่อกรัม
สาร ง
2,800 = 14 x L
ดังนั้น L = 200 แคลอรีต่อกรัม
มวลและปริมาณความร้อนที่สารบางชนิดใช้ในการเปลี่ยนสถานะ
สาร
มวล (กรัม)
จุดหลอมเหลว (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้ในการหลอมเหลว
จุดเดือด (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้กลายเป็นไอ
ก
2
0
80
100
540
ข
6
5
80
80
450
ค
10
5
600
90
3,200
ง
14
12
600
85
2,800
29
จากตาราง ใช้ตอบค าถามข้อ 3-7
5.
ที่อุณหภูมิ 10 C สารชนิดใดบ้างที่อยู่ในสถานะของแข็ง
4
สาร ก ข ค และ ง
สาร ง
1
3
สาร ก ข และ ค
2
สาร ข และ ค
เหตุผล จุดหลอมเหลวของสาร ง คือ 12 C
ดังนั้น อุณหภูมิ 10 C จึงยังไม่หลอมเหลว
สาร ง
1
มวลและปริมาณความร้อนที่สารบางชนิดใช้ในการเปลี่ยนสถานะ
สาร
มวล (กรัม)
จุดหลอมเหลว (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้ในการหลอมเหลว
จุดเดือด (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้กลายเป็นไอ
ก
2
0
80
100
540
ข
6
5
80
80
450
ค
10
5
600
90
3,200
ง
14
12
600
85
2,800
30
จากตาราง ใช้ตอบค าถามข้อ 3-7
6.
ปริมาณความร้อนที่ท าให้สาร ก มวล 20 กรัม หลอมเหลวหมดพอดีมีค่ากี่แคลอรี
4
1,600 แคลอรี
200 แคลอรี
1
3
800 แคลอรี
2
400 แคลอรี
3
800 แคลอรี
เหตุผล จากสูตร
Q = mL
Q = 20 x 80 .
Q = 800 แคลอรี
2
มวลและปริมาณความร้อนที่สารบางชนิดใช้ในการเปลี่ยนสถานะ
สาร
มวล (กรัม)
จุดหลอมเหลว (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้ในการหลอมเหลว
จุดเดือด (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้กลายเป็นไอ
ก
2
0
80
100
540
ข
6
5
80
80
450
ค
10
5
600
90
3,200
ง
14
12
600
85
2,800
31
จากตาราง ใช้ตอบค าถามข้อ 3-7
7.
ถ้าต้องการให้สาร ง มวล 1 กรัม ในสถานะของเหลวที่อุณหภูมิ 85 C กลายเป็นไอหมดพอดี
จะต้องใช้ปริมาณความร้อนกี่แคลอรี
4
2,800 แคลอรี
200 แคลอรี
1
3
1,400 แคลอรี
2
600 แคลอรี
เหตุผล ความร้อนแฝงจ าเพาะของการกลายเป็นไอของ
สาร ง คือ 200 แคลอรีต่อกรัม (จากเฉลยในข้อ 4)
ดังนั้น จึงต้องใช้ปริมาณความร้อน 200 แคลอรี จึงจะกลายเป็นไอ
200 แคลอรี
1
มวลและปริมาณความร้อนที่สารบางชนิดใช้ในการเปลี่ยนสถานะ
สาร
มวล (กรัม)
จุดหลอมเหลว (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้ในการหลอมเหลว
จุดเดือด (C)
ปริมาณความร้อน (cal)
ที่ใช้กลายเป็นไอ
ก
2
0
80
100
540
ข
6
5
80
80
450
ค
10
5
600
90
3,200
ง
14
12
600
85
2,800
32
เมื่อพิจารณาตามหลักการถ่ายโอนพลังงานความร้อน ข้อใดถูกต้อง
8.
โลหะบางชนิดไม่สามารถน าความร้อนได้
แต่น าไฟฟ้าได้
1
2
น ้าเป็นตัวน าความร้อนที่ดี
แต่ไม่สามารถพาความร้อนได้
3
4
ตัวกลางในการพาความร้อน
ไม่จ าเป็นต้องอยู่ในสภาวะของเหลว
การแผ่รังสีความร้อนต้องอาศัยตัวพา
ที่มีสถานะเป็นของเหลวหรือแก๊สเท่านั้น
เหตุผล เพราะตัวกลางในการพาความร้อน
อยู่ในสถานะแก๊สได้
ผิด เพราะโลหะมีสมบัติในการน าความร้อนได้
ผิด เพราะน ้าถ่ายโอนพลังงานความร้อนได้
โดยการพาความร้อน
ผิด เพราะการแผ่รังสีความร้อน
ไม่ต้องอาศัยตัวกลางใดๆ
3
ตัวกลางในการพาความร้อน
ไม่จ าเป็นต้องอยู่ในสถานะของเหลว
33
คายความร้อน
1
2
จากการท าให้น ้ามวล 10 กรัม ที่อุณหภูมิ 40C เปลี่ยนเป็นน ้าแข็งมวล 10 กรัม
ที่อุณหภูมิ 0 C จะต้องมีการรับและคายความร้อนเท่าใด
3
4
9.
คายความร้อน
รับความร้อน
รับความร้อน
1
เหตุผล แนวคิด
<----------
<----------
จากสูตร
Q1 = mL
Q1 = 10 x 80 = 800 cal
Q2 = mct
Q2 = 10 x 1 x (40 – 0) = 400 cal
ดังนั้น ต้องคายพลังงานความร้อนทั้งหมด
Q1 + Q2
= 800 + 400 = 1,200 cal
Q1
Q2
10 g, 0C 10 g, 0C 10 g, 40C
1,200 cal
800 cal
1,200 cal
800 cal
คายความร้อน 1,200 cal
34
65 องศาเซลเซียส
1
2
เมื่อใช้น ้ามวล 1,000 กรัม มาผสมกับน ้าเย็น มวล 2,000 กรัม ที่อุณหภูมิ 15C
แล้วได้น ้าอุ่นที่อุณหภูมิ 40 C อุณหภูมิของน ้าร้อนมีค่ากี่องศาเซลเซียส
3
4
10.
80 องศาเซลเซียส
90 องศาเซลเซียส
100 องศาเซลเซียส
เหตุผล แนวคิด
+
ปริมาณความร้อนที่สูญเสีย
ปริมาณความร้อนที่ได้รับ
สูตร ปริมาณความร้อนที่สูญเสีย = ปริมาณความร้อนที่ได้รับ
m1ct = m2ct
1,000 x 1 x (t – 40) = 2,000 x 1 x (40 – 15)
t – 40 = 80 – 30
t = 50 + 40
t = 90C
m1 1,000 g m2 2,000 g, 15 C
40 C
3
90 องศาเซลเซียส
35
พลังงานความร้อน
By Pawarisa Huangsuwan
36
Multiple Choice
วัตถุที่อยู่ในรูป มีสถานะใด
ของแข็ง
ของเหลว
แก๊ส
ไม้
37
Multiple Choice
น้ำตาลทราย คือ สสาร สถานะใด
ของแข็ง
ของเหลว
แก๊ส
พลาสมา
38
39
Multiple Choice
การจัดเรียงอนุภาคของ ของเหลว เป็นแบบใด
40
Multiple Choice
สิ่งที่อยู่ในรูป มีสถานะใด
ของแข็ง
ของเหลว
แก๊ส
น้ำ
41
Multiple Choice
ความร้อนจำเพาะที่ทำให้
น้ำแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำ มีค่าเท่าใด
60
70
80
90
42
Known as the cell’s “command center,” the nucleus is a large organelle that stores the cell’s DNA (deoxyribonucleic acid). The nucleus controls all of the cell’s activities, such as growth and metabolism, using the DNA’s genetic information. Within the nucleus is a smaller structure called the nucleolus, which houses the RNA (ribonucleic acid). RNA helps convey the DNA’s orders to the rest of the cell and serves as a template for protein synthesis.
Nucleus
The “powerhouses” of the cell, mitochondria are oval-shaped organelles found in most eukaryotic cells. As the site of cellular respiration, mitochondria serve to transform molecules such as glucose into an energy molecule known as ATP (adenosine triphosphate). ATP fuels cellular processes by breaking its high-energy chemical bonds. Mitochondria are most plentiful in cells that require significant amounts of energy to function, such as liver and muscle cells.
Mitochondria
In plants and some algae, organelles known as chloroplasts serve as the site of photosynthesis. Chloroplasts contain a pigment known as chlorophyll, which captures the sun’s energy to transform water and carbon dioxide into glucose for food. Chloroplasts allow autotrophic organisms to meet their energy needs without consuming other organisms.
Chloroplasts
Organelles
43
Multiple Choice
ความร้อนจำเพาะที่ทำให้
น้ำเปลี่ยนสถานะเป็นไอ (แก๊ส) มีค่าเท่าใด
80
340
440
540
44
Multiple Choice
ควันในรูป มีสถานะใด
ของแข็ง
ของเหลว
แก๊ส
หมอก
45
Multiple Choice
อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส คือ ?
จุดเดือด
จุดหลอมเหลว
จุดกลับตัว
จุดสตาร์ท
46
Multiple Choice
เซลล์ในข้อใดต่อไปนี้มีโอกาสพบ gap junction น้อยที่สุด
เซลล์เยื่อบุผิวหนัง
เซลล์ประสาทสั่งการ
เซลล์กล้ามเนื้อโครงร่าง
เซลล์กระดูกอ่อน
47
Multiple Choice
อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส คือ ?
จุดกลับใจ
จุดจุดจุด
จุดหลอมเหลว
จุดเดือด
48
Multiple Choice
สสารที่มีอนุภาคเรียงชิดติดกัน มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากที่สุด รูปร่างและปริมาตรคงที่ คือสสารในสถานะใด
ของแข็ง
ของเหลว
แก๊ส
49
Multiple Choice
ความร้อนแฝงคืออะไร
ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ โดยที่อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง
ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ โดยที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
50
Multiple Choice
การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด neutrophil ที่มีการสร้างเท้าเทียม (pseudopodium) เกิดจากการทำงานของ cytoskeleton ชนิดใด
Microtubule
Microfilament
Intermediate filament
Microtubule และ Microfilament
51
Multiple Choice
ความร้อนที่ทำให้ของเหลว กลายเป็นแก๊ส โดยที่อุณหภูมิไม่แปลงแปลง
ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว
ความร้อนแฝงของนักวิทยาศาสตร์
ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ
ความร้อนแฝงของการกลั้นตด
52
Multiple Choice
สสารที่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อย เคลื่อนที่ได้ รูปร่างไม่คงที่ เปลี่ยนไปตามภาชนะที่บรรจุ คือสสารในสถานะใด
ของแข็ง
ของเหลว
แก๊ส
53
Multiple Choice
เราจะใช้สูตร Q=mL ตอนไหน ?
เมื่อมีการเปลี่ยนสถานะ
เมื่อไม่มี การเปลี่ยนสถานะ
เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
54
Multiple Choice
การเคลื่อนที่ของโครโมโซมในระยะ anaphase เกิดจากการทำงานของ cytoskeleton ชนิดใด
Microtubule
Microfilament
Intermediate filament
Intermediate filament และ Microtubule
55
Multiple Choice
ข้อใดถูกต้อง
โมเลกุลของของแข็งมีแรงยึดเหนี่ยวน้อยกว่าของเหลว
โมเลกุลของก๊าซมีแรงยึดเหนี่ยวมากกว่าของเหลว
โมเลกุลของก๊าซมีแรงยึดเหนี่ยวน้อยกว่าของแข็ง
56
Multiple Choice
สสารที่มีอนุภาคห่างกันมาก แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อย มีรูปร่างและปริมาตรไม่คงที่ คือสสารในสถานะใด
ของแข็ง
ของเหลว
แก๊ส
57
Multiple Choice
เพราะเหตุใด ด้ามทัพพีโลหะจึงร้อนเมื่อเราใช้คนหม้อแกง
การนำความร้อน
การพาความร้อน
การแผ่รังสีความร้อน
58
Multiple Choice
"พลังงานความร้อนคือพลังงานที่สามารถเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและสถานะของสสารได้"
ถูก
ผิด
59
Multiple Choice
อุณหภูมิ หมายถึงข้อใด
ปริมาณความร้อนในวัตถุ
ความจุความร้อนในวัตถุ
ระดับความร้อนในวัตถุ
ขนาดของความร้อนในวัตถุ
60
Multiple Choice
"พลังงานความร้อนสามารถทำให้กระบวนการทางเคมีเกิดการเปลี่ยนแปลงได้"
ผิด
ถูก
61
Multiple Choice
จากการทดสอบสาร A, B, C ได้ผลดังแสดงตาราง
ข้อใดคือสถานะของสาร A, B และ C ตามลำดับ
ของแข็ง ของเหลว แก๊ส
ของแข็ง แก๊ส ของเหลว
ของเหลว ของแข็ง แก๊ส
แก๊ส ของเหลว ของแข็ง
62
Multiple Choice
หน่วยของพลังงานความร้อนคือหน่วยใด
แคลอรี่ (Cal)
องศาเซลเซียส ( oC)
เคลวิน (K )
องศาฟาเรนไฮต์ ( oF)
63
Multiple Choice
จากแผนภาพ ข้อใดคือการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร ในตำแหน่ง A
การระเหิด
การหลอมเหลว
การควบแน่น
การกลั่นตัว
64
Multiple Choice
หน่วยของอุณหภูมิที่ใช้ในประเทศไทย คือหน่วยใด
แคลอรี่ (Cal)
องศาเซลเซียส ( oC)
เคลวิน (K )
องศาฟาเรนไฮต์ ( oF)
65
Multiple Choice
เมื่อของแข็งได้รับความร้อนการเปลี่ยนแปลงในข้อใดเป็นไปไม่ได้
ความหนาแน่นลดลง
การหลอมเหลว
ปริมาตรลดลง
อุณหภูมิสูงขึ้น
66
Multiple Choice
1 แคลอรี่ (Cal) เท่ากับกี่จูล (J)
4.17
4.28
4.27
4.18
67
Multiple Choice
ข้อใดกล่าวถึง ความจุความร้อนจำเพาะ (Specific heat ) ได้ถูกต้อง
มีค่า เท่ากับ 80 cal/g
ความร้อนที่ทำให้สาร มวลหนึ่งหน่วยมีอุณหภูมิเปลี่ยนไปหนึ่งองศาเซลเซียส
น้ำมีค่า 1 cal
ลังงานความร้อนที่ทำให้วัตถุเปลี่ยนสถานะโดยอุณหภูมิคงที่
68
Multiple Choice
อุปกรณ์ในรูป เอาไว้ใช้ทำอะไร
วัดไข้
วัดอุณหภูมิ
วัดความชื้น
วัดความกดอากาศ
69
Multiple Choice
ขั้นตอนใดเกิดกระบวนการดูดความร้อน
น้ำอุณหภูมิลดต่ำลง
น้ำเดือดมีอุณหภูมิลดลงเรื่อยๆ
ไอน้ำควบแน่นกลายเป็นน้ำ
น้ำกลายเป็นน้ำเดือด
70
Multiple Choice
แหล่งพลังงานความร้อนมาจากแหล่งใด
แสงอาทิตย์
ลม
น้ำ
ดิน
71
Multiple Choice
จากข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูก
1.เมื่อแก๊สได้รับความร้อน จะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น แก๊สเกิดการขยายตัว
2. เมื่อของเหลวสูญเสียความร้อน อนุภาคมีพลังงานลดลง ของเหลวเกิดการหดตัว
3. เมื่อของเหลวได้รับความร้อน อนุภาคมีพลังงานเพิ่มขึ้น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคเพิ่มขึ้น
1 และ 2
1 และ 3
2 และ 3
ถูกทุกข้อ
72
Multiple Choice
จากรูปภาพ ใช่แหล่งพลังงานความร้อนหรือไม่
ใช่
ไม่ใช่
73
Multiple Choice
ข้อความต่อไปนี้ข้อใด กล่าวผิด
ของแข็งโมเลกุลอยู่ใกล้กัน มีแรงดึงดูดระหว่าง
โมเลกุลมาก จึงมีปริมาตรและรูปร่างแน่นอน
ของเหลวมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้อยกว่า
ของแข็ง โมเลกุลของเหลวจึงเคลื่อนที่ตลอดเวลา
แก๊สเป็นสถานะที่มีเเรงดึงดูดระหว่างโมเลกุล
น้อยที่สุด
ของแข็งเป็นสถานะที่โมเลกุลไม่มีการสั่นจึงไม่มีความร้อนอยู่เลย
74
Multiple Choice
จากรูปภาพ ใช่แหล่งพลังงานความร้อนหรือไม่
ไม่ใช่
ใช่
75
Multiple Choice
อุณหภูมิของร่างกายคนปกติเท่ากับ 37 องศาเซลเซียส มีค่าเท่ากับกี่องศาฟาเรนไฮต์
3 ๐F
86.6 0F
98.6 0F
108.0 0F
76
Multiple Choice
จากรูปภาพ ใช่แหล่งพลังงานความร้อนหรือไม่
ใช่
ไม่ใช่
77
Multiple Choice
ข้อใดถูกต้อง
เคลวิน – ระบบเอสไอ
องศาฟาเรนไฮต์ – ระบบเมตริก
องศาเซลเซียส – ระบบอังกฤษ
องศาเซลเซียส – ระบบเอสไอ
78
Multiple Choice
ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่ออุณหภูมิของความร้อน
ปริมาณความร้อน
ปริมาณความเย็น
แสงไฟ
อากาศ
79
Multiple Choice
วัตถุ 3 ชนิด มีอุณหภูมิต่างๆกัน ดังนี้
A 30 องศาเซลเซียส
B 68 องศาฟาเรนไฮต์
C 300 เคลวิน
ถ้าเรียงลำดับวัตถุจากอุณหภูมิต่ำสุดไปหาอุณหภูมิสูงสุด ข้อใดถูกต้อง
A B C
A C B
B C A
C B A
80
Multiple Choice
มวลของน้ำมีผลต่ออุณหภูมิของความร้อนหรือไม่
มี
ไม่มี
81
Multiple Choice
รถยนต์วิ่งบนถนนที่ร้อนจัด ยางมักจะระเบิดเนื่องมาจากสาเหตุใด
การแข็งตัวของเนื้อยาง
การขยายตัวของเนื้อยาง
การหลอมเหลวของเนื้อยาง
การขยายตัวของอากาศในยาง
82
Multiple Choice
ชนิดของสสาร ส่งผลต่ออุณหภูมิของสสารอย่างไร
ทำให้อุณหภูมิต่างกัน
ทำให้อุณหภูมิเท่ากัน
83
Multiple Choice
ถ้าหากใช้พลังงานความร้อน 800 แคลอรี ในการเปลี่ยนน้ำแข็งอุณหภูมิ 0⁰C ไปเป็นน้ำอุณหภูมิ 0⁰C จงหาน้ำหนักของน้ำแข็งนี้ (กำหนดค่าความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำแข็งมีค่าเท่ากับ 80 แคลอรี/กรัม)
1 กรัม
5 กรัม
10 กรัม
12 กรัม
84
Multiple Choice
จงสังเกตรูปภาพ อุปกรณ์ชิ้นใดทำให้เกิดพลังงานความร้อนได้
เครื่องตัดหญ้า
ตู้เย็น
เครื่องทำน้ำอุ่น
85
Multiple Choice
น้ำ 20 กรัม ที่ 2 ºC กลายเป็นน้ำแข็งที่ 0 ºC จะมีการดูดหรือคายความร้อนเท่าใด
คายความร้อน 40 cal
ดูดความร้อน 1,600 cal
คายความร้อน 1,640 cal
ดูดความร้อน 1,640 cal
86
Multiple Choice
เมื่อนักเรียนยืนอยู่หน้าเตาแก๊สที่ติดไฟ ในห้องที่ปิดและไม่มีลมพัด แล้วรู้สึกร้อน ความร้อนจากเปลวไฟมาถึงตัวนักเรียนได้โดยวิธีใด
การแผ่รังสีความร้อน
การพาความร้อนและการนำความร้อน
การพาความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน
การนำความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน
87
Multiple Choice
น้ำแข็ง 10 กรัม อุณหภูมิ 0 ๐C จะต้องใช้น้ำร้อนกี่กรัมจึงทำให้เปลี่ยนเป็นน้ำที่อุณหภูมิ 40 ๐C
100 g
120 g
400 g
800 g
88
Multiple Choice
น้ำแข็งมวล 100 กรัม ที่ 0๐C กลายเป็นไอ ที่ 100๐C
จะใช้ปริมาณความร้อนเท่าใด
8,000 cal
54,000 cal
72,000 cal
100,000 cal
89
Multiple Choice
ผสมน้ำร้อน 90 องศาเซลเซียสกับน้ำอุณหภูมิ 25 ๐C มวล 250 กรัมจะต้องใช้น้ำร้อนกี่กรัมจึงทำให้น้ำมีอุณหภูมิ 40 ๐C
250 g
75 g
25 g
10 g
90
Multiple Choice
ผสมน้ำเย็น 10 องศาเซลเซียส มวล 25 กรัม กับน้ำอุณหภูมิ 25 ๐C มวล 20 กรัม อุณหภูมิผสมมีค่าเท่าใด
11.5 องศาเซลเซียส
17.5 องศาเซลเซียส
35 องศาเซลเซียส
40 องศาเซลเซียส
91
Multiple Choice
อนุภาคของสสารในข้อใดที่มีช่องว่างระหว่างอนุภาคน้อยที่สุด
ก. น้ำตาลทราย, เกลือ
ข. น้ำหวาน,น้ำตาลทราย
ค. น้ำ, น้ำหวาน
ง. แก๊สออกซิเจน, แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
92
Multiple Choice
เพราะเหตุใดของเหลวยังคงมีปริมาตรเท่าเดิมทั้งที่รูปร่างเปลี่ยนแปลงไปตามภาชชนะที่บรรจุ
ก. เพราะอนุภาคของของเหลวเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและมีพลังงานจลน์
ข. เพราะอนุภาคของของเหลวเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระแต่ไม่มีพลังงานจลน์
ค.เพราะอนุภาคของของเหลวเคลื่อนที่ไปได้รอบๆอนุภาคใกล้เคียงอย่างอิสระ
ง. เพราะอนุภาคของของเหลวเคลื่อนที่ไปได้รอบๆอนุภาคใกล้เคียงแต่ไม่เป็นอิสระ
93
Multiple Choice
•ความร้อนจำเพาะของสารหมายถึง อะไร
ก. •ปริมาณความร้อนที่ทำให้สารมวล 1 หน่วย มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจากเดิม 1 องศา
ข• ปริมาณความร้อนที่ทำให้สารมวล 1 หน่วย มีอุณหภูมิลดลงจากเดิม 1 องศา.
ค. •ปริมาณความร้อนที่ทำให้สารมวล 10 หน่วย มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากเดิม 1 องศา
ง.•ปริมาณความร้อนที่ทำให้สารมวล 1 หน่วย มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากเดิม 1 องศา
94
Multiple Choice
น้ำมีค่าความร้อนจำเพาะ เท่าใด
ก. 1.48 จูลต่อกรัม องศาเซลเซียส
ข. 2.10 จูลต่อกรัม องศาเซลเซียส
ค. 2.43 จูลต่อกรัม องศาเซลเซียส
ง. 2.46 จูลต่อกรัม องศาเซลเซียส
95
Multiple Choice
ข้อความใดแสดงลักษณะของสารได้ถูกต้อง
ก. อากาศจะเปลี่ยนแปลงรูปร่าง เมื่อถูกปล่อยออกจากลูกโป่ง
ข. น้ำจะเปลี่ยนปริมาตร เมื่อเทจากแก้วใส่กระติก
ค. แก้วจะเปลี่ยนรูปร่าง เมื่อใส่น้ำลงไป
ง. หินจะมีรูปร่างเปลี่ยนไป เมื่อหยิบจากพื้นใส่กล่อง
96
Multiple Choice
เทอร์มอมิเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัดระดับความร้อนในวัตถุ ดังนั้นควรเลือกของเหลวที่บรรจุในหลอดแก้วของเทอร์มอมิเตอร์ที่มีคุณสมบัติใด และนิยมใช้ของเหลวชนิดใด
ก. หดตัวเร็ว แต่ขยายตัวช้า นิยมใช้ปรอทและตะกั่ว
ข. หดตัวช้า แต่ขยายตัวได้ดี นิยมใช้ปรอทและตะกั่ว
ค. ขยายตัวและหดตัวได้ดี นิยมใช้ปรอทและน้ำใส่สี
ง. ขยายตัวและหดตัวได้ดี นิยมใช้ ปรอทและแอลกอฮอล์ใส่สี
97
Multiple Choice
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. หน่วยองศาเซลเซียสเป็นระบบสากลที่นิยมใช้ทั่วโลก
ข. เทอร์มอมิเตอร์ในหน่วยองศาเซลเซียสมีจุดเยือกแข็งต่ำกว่า 0 oC
ค. เทอร์มอมิเตอร์หน่วยเคลวิน มีจุดเยือกแข็งและจุดเดือดห่างกัน 100 ช่อง
ง. เทอร์มอมิเตอร์แบบธรรมดามีขีดบอกอุณหภูมิจุดเยือกแข็งและจุดเดือดที่ 0 – 212 oF
98
Multiple Choice
อุณหภูมิ 40 องศาเซลเียส มีค่าเท่ากับกี่เคลวิน
ก. 233 เคลวิน
ข. 313 เคลวิน
ค. 280 เคลวิน
ง. 300 เคลวิน
99
Multiple Choice
จุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์ มีค่าเท่าใด
ก. 100 องศาเซลเซียส
ข. 80 องศาเซลเซียส
ค. 212 องศาเซลเซียส
ง. 373 องศาเซลเซียส
100
Multiple Choice
จุดหลอมเหลวของน้ำแข็งมีค่าเท่าใด
ก. 100 องศาเซลเซียส
ข. 32 องศาเซลเซียส
ค. 4 องศาเซลเซียส
ง. 0 องศาเซลเซียส
101
Multiple Choice
50 ํC มีค่าเท่ากับกี่ ํF
87
92
105
122
102
Multiple Choice
323 ํF มีค่าเท่ากับกี่ ํC
42
50
66
73
103
Multiple Choice
วัตถุข้อใดที่ดูดกลืนและคายพลังงานความร้อนได้ดี
ทัพพีไม้
แก้วดื่มน้ำ
ขวดพลาสติก
ชามสแตนเลส
104
Multiple Choice
ถ้า A สวมเสื้อสีดำเข้มแล้วยืนกลางแดดจะรู้สึกร้อนกว่าเสื้อสีอื่น เป็นเพราะเหตุใด
สีดำดูดความร้อนได้ดี
สีดำคายความร้อนได้ดี
สีดำส่งผ่านความร้อนได้ดี
สีดำสะท้อนความร้อนได้ดี
105
Multiple Choice
การนำแผ่นอะลูมิเนียมมาห่อปลาเพื่อทำให้ปลาสุกได้ทั่วตัว เป็นการถ่ายโอนพลังงานความร้อนแบบใด
การดูดความร้อน
การนำความร้อน
การแผ่รังสีความร้อน
การพาความร้อน
106
Multiple Choice
เพราะเหตุใดน้ำแข็งแห้งจึงมีขนาดเล็กลง เมื่อทิ้งไว้ในห้องที่อุณภูมิปกติ
เพราะเกิดการระเหย
เพราะเกิดการแข็งตัว
เพราะเกิดการควบแน่น
เพราะเกิดการระเหิด
107
Multiple Choice
ถ้าต้องการให้น้ำ 10 กรัมกลายเป็นไอจะต้องใช้ความร้อนเท่าใด
525
800
2500
5400
108
Multiple Choice
ถ้าต้องการให้น้ำแข็ง 20 กรัม กลายเป็นน้ำจะต้องใช้ความร้อนเท่าใด
720
920
1600
1820
109
Multiple Choice
ถ้าต้องการให่้น้ำ 1000 กรัม มีอุณหภูมิเปลี่ยนจาก25 ํC เป็น 75 ํF จะต้องใช้ำลังงานความเท่าใด
25000
50000
75000
100000
110
Multiple Choice
ข้อใดไม่ใช่ผลของการขยายตัวและหดตัวของความร้อน
การใส่เสื้อสีดำตากแดด
รอยต่อของสะพาน
การร้อนของเตารีด
ช่องว่างของรางรถไฟ
111
Multiple Choice
112
Multiple Choice
113
Multiple Choice
114
Multiple Choice
115
Multiple Choice
116
Multiple Choice
117
Multiple Choice
118
Multiple Choice
เป็นฉนวนความร้อน
119
Multiple Choice
120
Multiple Choice
121
Multiple Choice
เช่น กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า ลมบก ลมทะเล เครื่องปรับอากาศ
122
Multiple Choice
123
Multiple Choice
124
Multiple Choice
125
Multiple Choice
126
Multiple Choice
สีของวัตถุ และพื้นผิวของวัตถุ
127
Multiple Choice
เช่น เครื่องทำความร้อนด้วยระบบไหลเวียนของน้ำที่ใช้พลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ (Solar water heaters)
128
Multiple Choice
.
“สารชนิดหนึ่ง มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคเรียงชิดกันและสั่นอยู่กับที่” เป็นคุณสมบัติของสารในสถานะใด
แก๊ส
อนุภาค
ของเหลว
ของแข็ง
129
Multiple Choice
“สารชนิดหนึ่ง มีรูปร่างไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงไปตามภาชนะ” เป็นคุณสมบัติของสารในสถานะใด
ของแข็ง
ของเหลวและแก๊ส
แก๊ส
ของเหลว
130
Multiple Choice
จากรูป การจัดเรียงอนุภาคและการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสสารในสถานะใด
พลาสมา
ของเหลว
แก๊ส
ของแข็ง
131
Multiple Choice
จากรูป การจัดเรียงอนุภาคและการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสสารในสถานะใด
พลาสมา
ของเหลว
แก๊ส
ของแข็ง
132
Multiple Choice
จากรูป การจัดเรียงอนุภาคและการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสสารในสถานะใด
พลาสมา
ของเหลว
แก๊ส
ของแข็ง
133
Multiple Choice
ข้อใดกล่าวถึงความร้อนไม่ถูกต้อง
ความร้อนเป็นพลังงานรูปหนึ่ง
ความร้อนเคลื่อนที่จากบริเวณที่ร้อนกว่าไปสู่บริเวณที่เย็นกว่า
ปริมาณความร้อนในวัตถุวัดได้โดยใช้เทอร์มอมิเตอร์
ความร้อนที่ให้แก่วัตถุ ทำให้อนุภาคในวัตถุมีขนาดใหญ่ขึ้น
134
Multiple Choice
จูลเป็นหน่วยที่ใช้วัดอะไร
พลังงาน
อุณหภูมิ
ความร้อน
กำลัง
135
Multiple Choice
เมื่อนักเรียนยืนหน้าเตาแก๊สที่ติดไฟจะรู้สึกร้อน ความร้อนจากเตาแก๊สมาถึงตัวเราโดยวิธีใด (ไม่มีลมพัด)
นำความร้อน
พาความร้อน
แผ่รังสีความร้อน
นำแลพาความร้อน
136
Multiple Choice
บ้านพักที่อยู่อาศัยของประเทศที่อยู่ในเขตร้อนนิยมทาสีตัวบ้านด้วยสีขาวเพราะเหตุใด
สีขาวดูดซับความร้อนน้อยกว่าสีอื่นๆ
สีขาวคายความร้อนได้เร็วกว่าสีอื่นๆ
ทำให้สว่าง สดใส ดูสะอาดตา
เป็นฉนวนความร้อนทำให้บ้านรู้สึกเย็น
137
Multiple Choice
อุณหภูมิของร่างกายคปกติเท่ากับ
กี่องศาเซลเซียส
340C
350C
360C
370C
138
Multiple Choice
ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปสสาร
ปริมาณความร้อน
มวล
ความร้อนจำเพาะของสาร
ความหนาแน่นของสสาร
139
Multiple Choice
ข้อใดทำให้เกิดความร้อน
การเสียดสี
หลอดไฟฟ้า
ลากกระสอบไปตามพื้น
ถูกทุกข้อ
140
Multiple Choice
ถ้าต้องทำงานอยู่กลางแดด การสวมเสื้อสีใดจะทำให้รู้สึกร้อนที่สุด
แดง
ขาว
น้ำเงิน
เหลือง
141
Multiple Choice
เพราะเหตุใดเมื่อเทน้ำเดือดลงในแก้วหนาๆแล้ว แก้วจึงเกิดการแตกร้าวขึ้น
ด้านในของแก้วหดตัว ขณะที่ด้านนอกของแก้วพยายามขยายตัว
ด้านในของแก้วพยายามขยายตัว ขณะที่ด้านนอกไม่เปลี่ยนแปลง
ด้านในและด้านนอกของแก้วหดตัวพร้อมกัน
ก้านในและด้านนอกของแก้วขยายตัวพร้อมกัน
142
Multiple Choice
การถ่ายโอนความร้อนแบบใดต้องอาศัยตัวกลาง
1. นำความร้อน 2. พาความร้อน 3. การแผ่รังสี
1
1,2
2,3
1,3
143
Multiple Choice
อุณหภูมิของวัตถุจะเพิ่มขึ้นได้จากสาเหตุใด
ลดความดัน
เพิ่มความดัน
การดูดความร้อน
การคายความร้อน
144
Multiple Choice
เหตุการณ์ในข้อใดที่อุณหภูมิลดลง
น้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำ
ไอน้ำระเหยไปในอากาศ
น้ำจับตัวกลายเป็นน้ำแข็ง
ลูกเหม็นระเหิดกลายเป็นไอ
145
Multiple Choice
การถ่ายโอนความร้อนแบบใดต้องอาศัยตัวกลาง
การดูดความร้อน
การพาความร้อน
การนำความร้อน
การคายความร้อน
146
Multiple Choice
การถ่ายโอนความร้อนโดยการสั่นของโมเลกุลเป็นการถ่ายโอนแบบใด
การแผ่ความร้อน
การพาความร้อน
การนำความร้อน
การดูดความร้อน
147
Multiple Choice
การกำหนดมาตราอุณหภูมิมีจุดอ้างอิงที่เรียกว่าอะไร
จุดคงที่
จุดเดือด
จุดเยือกแข็ง
จุดหลอมเหลว
148
Multiple Choice
การถ่ายโอนความร้อนวิธีใดที่ไม่ต้อง อาศัยตัวกลาง
การนำความร้อน
การพาความร้อน
การแผ่รังสีความร้อน
ถูกทุกข้อ
149
Multiple Choice
ข้อความใดกล่าวถึงการนำความร้อนได้ถูกต้อง
การถ่ายโอนความร้อนผ่านสุญญากาศ
การส่งผ่านความร้อนให้กับวัตถุจากที่เย็นไปยังวัตถุที่ร้อน
การถ่ายโอนความร้อนโดยที่อนุภาคของวัตถุไม่ได้เคลื่อนที่
การถ่ายโอนความร้อนโดยที่อนุภาคของวัตถุเคลื่อนที่ตามไปด้วย
150
Multiple Choice
กลุ่มที่ 1 เงิน ทอง ทองแดง
กลุ่มที่ 2 ไม้ พลาสติก ยาง
การจัดกลุ่มดังกล่าวยึดหลักการใด
การนำความร้อน
การพาความร้อน
การแผ่รังสีความร้อน
การนำความร้อนและการพาความร้อน
151
Multiple Choice
การพาความร้อนเกิดขึ้นในบริเวณที่เป็นสุญญากาศหรือไม่ เพราะเหตุใด
เกิด เพราะความร้อนสามารถเคลื่อนที่ไปได้ทุกหนทุกแห่ง
เกิด เพราะบริเวณสุญญากาศเป็นบริเวณที่พาความร้อนได้ดีที่สุด
ไม่เกิด เพราะบริเวณสุญญากาศไม่มีสารใด ๆ เป็นพาหะที่จะพาความร้อนไปด้วย
ไม่เกิด เพราะบริเวณสุญญากาศมีความกดอากาศน้อย ทำให้ความร้อนเคลื่อนที่ไม่ได้
152
Multiple Choice
สิ่งใดเป็นการใช้ประโยชน์จากการพาความร้อน
การรีดผ้า
การห่มผ้า
การทำซาลาเปา
การผสมน้ำร้อนกับน้ำเย็น
153
Multiple Choice
รังสีอินฟราเรดในแสงแดดเป็นรังสีที่ทำให้เกิดสิ่งใด
ความร้อน
รอยร้าวในสิ่งก่อสร้าง
อำนาจทะลุทะลวงในแสงอาทิตย์
ประจุอิสระและไอออนในบรรยากาศ
154
Multiple Choice
วัตถุที่มีสีดำเมื่อทิ้งไว้กลางแจ้งจะร้อนเร็วกว่าวัตถุสีอื่น เพราะอะไร
สีดำดูดความร้อนได้ดี
สีดำคายความร้อนได้ดี
สีดำส่งผ่านความร้อนได้ดี
สีดำสะท้อนความร้อนได้ดี
155
Multiple Choice
กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้าควรมีลักษณะแบบใดเพื่อให้เก็บความร้อนไว้ได้นาน
สีดำ ผิวมันเรียบ
สีอ่อน ผิวมันเรียบ
สีดำ ผิวขรุขระสม่ำเสมอ
สีอ่อน ผิวขรุขระสม่ำเสมอ
156
Multiple Choice
ข้อความใดกล่าวถึงสมดุลความร้อนได้ถูกต้อง
วัตถุที่ร้อนจะเย็นลง วัตถุที่เย็นจะร้อนขึ้น
การสูญเสียพลังงานในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
วัตถุที่ถ่ายโอนพลังงานจากอุณหภูมิต่ำไปยังอุณหภูมิสูง
วัตถุ 2 ชนิดที่มีอุณหภูมิเท่ากันเกิดการถ่ายโอนพลังงาน
157
Multiple Choice
158
Multiple Choice
159
Multiple Choice
160
Multiple Choice
161
Multiple Choice
162
Multiple Choice
163
Multiple Choice
164
Multiple Choice
165
Multiple Choice
166
Multiple Choice
167
Multiple Choice
พลังงานความร้อนกับชีวิตประจ าวัน
เทอร์มอมิเตอร์และหน่วยวัดอุณหภูมิ
ผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง
ของสารและสมดุลความร้อน
การถ่ายโอนพลังงานความร้อนและการใช้
ประโยชน์
พลังงาน
ความร้อน
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 167
SLIDE
Similar Resources on Wayground
16 questions
Akulah Sahabat Terbaikmu
Presentation
•
1st Grade
19 questions
บทที่ 1 ระบบฐานข้อมูล (Database System) ม.4/2 ส.5-1-12-64
Presentation
•
6th Grade
20 questions
หลักการของระบบฐานข้อมูล
Presentation
•
KG - University
11 questions
บทเรียนที่ไม่มีชื่อ
Presentation
•
11th Grade
2 questions
Untitled lesson
Presentation
•
University
13 questions
เศษส่วนแท้ เศษเกิน
Presentation
•
4th Grade
18 questions
บทเรียนที่ไม่มีชื่อ
Presentation
•
5th Grade
Popular Resources on Wayground
10 questions
GPA Lesson
Presentation
•
9th - 12th Grade
7 questions
Albert Einstein
Quiz
•
3rd Grade
31 questions
Bridge A Review
Quiz
•
3rd Grade
6 questions
Blue Sue and Red Ruth
Quiz
•
3rd Grade
8 questions
(Day12 HW) Inverse Trig Ratios
Quiz
•
9th Grade
20 questions
Summer Geometry QUIZ (Week3)
Quiz
•
9th Grade
16 questions
Theme Practice
Quiz
•
7th Grade
20 questions
Taxes
Quiz
•
9th - 12th Grade