
ความรู้พื้นฐานทางคอมพิวเตอร์สารสนเทศ
Presentation
•
Computers
•
University
•
Practice Problem
•
Hard
เมษาวดี สุขกรี
FREE Resource
148 Slides • 0 Questions
1
บทที่ 1
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
และเทคโนโลยีสารสนเทศ
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
53
54
55
56
57
58
59
60
61
62
63
64
65
66
67
68
69
70
71
72
73
74
75
76
ท าความรู้จักกับคอมพิวเตอร์
คุณลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ยุคใหม่
77
รู้จักกับคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ คือ เครื่องค านวณในรูปของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่
สามารถรับข้อมูลและค าสั่ง ผ่านอุปกรณ์รับข้อมูล แล้วน าข้อมูลและ
ค าสั่งนั้นไปประมวลผลด้วยหน่วยประมวลผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่
ต้องการและแสดงผลผ่านอุปกรณ์แสดงผล ตลอดจนสามารถบันทึก
รายการต่างๆไว้เพื่อใช้งานได้ด้วยอุปกรณ์บันทึกข้อมูลส ารอง
78
1. คุณลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์
4’s Special ของเครื่องคอมพิวเตอร์
ความจ า (Storage)
ความเร็ว (Speed)
การปฏิบัติงานอัตโนมัติ (Self Acting)
ความน่าเชื่อถือ (Sure)
79
1. คุณลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)
ความจ า (Storage)
เป็นความสามารถในการเก็บข้อมูลจ านวนมาก และเป็น
ระยะเวลานาน ซึ่งถือได้ว่าเป็น "หัวใจ" ของการท างานแบบ
อัตโนมัติของเครื่องคอมพิวเตอร์
แบ่งได้ 2 ระบบคือ
หน่วยความจ าหลัก (Primary Storage)
หน่วยความจ ารอง (Secondary Storage)
80
1. คุณลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)
ความเร็ว (Speed)
เป็นความสามารถในการประมวลผลข้อมูลภายในเวลาที่สั้น
ที่สุด โดยความเร็วของการประมวลผล พิจารณาจากความสามารถใน
การประมวลผลซ ้าๆ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ เรียกว่า "ความถี่
(Frequency)" โดยนับความถี่เป็น "จ านวนค าสั่ง" หรือ "จ านวน
ครั้ง" หรือ "จ านวนรอบ" ในหนึ่งนาที และเรียกหน่วยนี้ ว่า Hz
(Hertz = Cycle/Second)
81
1. คุณลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)
การปฏิบัติงานอัตโนมัติ (Self Acting)
เป็นความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ ในการประมวลผล
ข้อมูลตามล าดับค าสั่ง ได้อย่างถูกต้อง และต่อเนื่อง โดยอัตโนมัติ
ตามค าสั่งและขั้นตอนที่นักคอมพิวเตอร์ (มนุษย์) ได้ก าหนดไว้
82
1. คุณลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)
ความน่าเชื่อถือ (Sure)
เป็นความสามารถในการประมวลผลที่ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่
ถูกต้อง โดยนับได้ว่าเป็นสิ่งส าคัญที่สุดในการท างานของเครื่อง
คอมพิวเตอร์ โดยความสามารถนี้ เกี่ยวข้องกับโปรแกรมค าสั่ง และ
ข้อมูล ที่นักคอมพิวเตอร์ได้ก าหนดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
83
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบส าคัญ
5 ส่วนด้วยกัน คือ
84
85
2.1 ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
เป็นลักษณะทางกายภายของเครื่องคอมพิวเตอร์ หมายถึงตัวเครื่อง
คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รอบข้างที่เกี่ยวข้อง
มีส่วนประกอบที่ส าคัญคือ
หน่วยรับข้อมูล (Input Unit),
หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)
หน่วยความจ าหลัก (Main Memory Unit)
หน่วยแสดงผลลัพธ์ (Output Unit)
หน่วยเก็บข้อมูลส ารอง (Secondary Storage Unit)
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
86
ส่วนประกอบที่ส าคัญของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์
87
88
INPUT UNIT
OUTPUT UNIT
MEMORY
SECONDARY STORAGE
CENTRAL PROCESSING UNIT
ส่วนประกอบที่ส าคัญของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์
89
1. หน่วยรับข้อมูล
ท าหน้าที่รับข้อมูลและโปรแกรมเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆที่น าข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่เครื่อง
คอมพิวเตอร์ จึงเรียกว่า "อุปกรณ์น าเข้าข้อมูล" (Input
Device)
90
การน าข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์
การน าข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์แบ่งได้เป็น 2 วิธีด้วยกันคือ
1. ผ่านอุปกรณ์น าเข้า (input device) เป็ นวิธีที่ง่ายและ
สะดวกที่สุด เป็นการน าข้อมูลเข้าไปยังคอมพิวเตอร์โดยตรง ผ่ า น
อุปกรณ์น าเข้าข้อมูลหลายชนิด ขึ้นอยู่กับรูปแบบของข้อมูล เช่น
คีย์บอร์ด (keyboard) สแกนเนอร์ (scanner) ไมโครโฟน
(microphone)
2. ผ่านสื่อเก็บบันทึกข้อมูลส ารอง (secondary storage)
91
การน าข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์
2. ผ่านสื่อเก็บบันทึกข้อมูลส ารอง (secondary storage)
เป็นการดึงเอาข้อมูลที่ได้บันทึกหรือเก็บข้อมูลไว้ก่อนแล้วโดยใช้ สื่อ
เก็บบันทึกข้อมูลส ารอง เช่น ฮาร์ดดิสก์ ดิสเก็ตต์ หรือซีดี เครื่อง
คอมพิวเตอร์จะอ่านข้อมูลเหล่านี้ โดยอาศัยเครื่องอ่านสื่อโดยเฉพาะ
เช่น ฟล็อปปี้ ไดรว์ ซีดีรอมไดรว์
92
2.หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)
ส่วนประกอบที่ส าคัญภายในของซีพียู แบ่งออกได้ดังนี้
1.หน่วยควบคุม (Control Unit)
2.หน่วยค านวณและตรรกะ (ALU : Arithmetic
and Logic Unit)
3. รีจิสเตอร์ (Register)
93
1. หน่วยควบคุม (Control Unit)
ท าหน้าที่ควบคุมการท างานของทุกๆหน่วยในซีพียูรวมถึงอุปกรณ์
ต่อพ่วง
เริ่มตั้งแต่การแปลค าสั่งที่ป้อนเข้าไป โดยการไปดึงค าสั่งและข้อมูล
จากหน่วยความจ ามาแล้วแปลความหมายของค าสั่ง
จากนั้นส่งความหมายที่ได้ไปให้หน่วยค านวณและตรรกะเพื่อ
ค านวณและตัดสินใจว่าจะให้เก็บข้อมูลไว้ที่ใด
94
2. หน่วยค านวณและตรรกะ (ALU : Arithmetic and Logic Unit)
ท าหน้าที่ในการค านวณทางคณิตศาสตร์ (arithmetic) เช่น การ
คูณ ลบ บวก หาร
เปรียบเทียบข้อมูลทางตรรกศาสตร์ (logical) ว่าเป็นจริงหรือเท็จ
อาศัยตัวปฏิบัติการเปรียบเทียบพื้นฐาน 3 ค่า คือ มากกว่า น้อย
กว่าและ เท่ากับ
95
3. รีจิสเตอร์ (Register)
พื้นที่ส าหรับเก็บพักข้อมูลชุดค าสั่ง ผลลัพธ์ และข้อมูลที่เกิดขึ้น
ขณะที่ซีพียูประมวลผลเพียงชั่วคราวไม่ถือว่าเป็นหน่วยความจ า
รับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง และท างานภายใต้การควบคุมของ
หน่วยควบคุมเช่นเดียวกับหน่วยอื่นๆ
ประเภทของ Register
Instruction Register เก็บค าสั่งในโปรแกรม
Address Register เก็บ Address ของค าสั่งหรือข้อมูล
Storage Register เก็บข้อมูลที่ได้จากหน่วยความจ า หรือผลลัพธ์
จากการประมวลผลที่จะถูกส่งไปเก็บยังหน่วยความจ า
96
3. หน่วยความจ า (Memory Unit)
หน้าที่ของหน่วยความจ า
จัดเก็บข้อมูลก่อนการประมวลผล
จัดเก็บข้อมูลระหว่างการประมวลผล
จัดเก็บข้อมูลหลังจากการประมวลผล
แบ่งได้ 2 ประเภท คือ หน่วยความจ าหลัก และหน่วยความจ า
ส ารอง
97
1. หน่วยความจ าหลัก (Primary Storage)
เป็นหน่วยความจ าที่จ าเป็นต้องมีในคอมพิวเตอร์ ต่างจากรีจิสเตอร์
ตรงที่รีจิสเตอร์เป็นการเก็บมูลและค าสั่งเพื่อที่จะเรียกใช้ได้ใน
อนาคตอันใกล้ (ไม่เหมือนกับรีจิสเตอร์ที่เป็นเพียงแหล่งพักข้อมูล
ซึ่งเกิดขึ้นขณะที่ซีพียูประมวลผลเท่านั้น)ซึ่งสามารถจ าแนกได้ตาม
ความคงทนในการเก็บข้อมูล ได้ดังนี้ คือ
หน่วยความจ าแบบลบเลือนได้
หน่วยความจ าแบบไม่ลบเลือน (Firmware)
98
1. หน่วยความจ าหลัก (Primary Storage)
หน่วยความจ าแบบลบเลือนได้
หน่วยความจ าประเภทนี้ ข้อมูลทีจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจ านี้
สามารถลบเลือนได้ หรือสูญหายได้เมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้าในระบบ
ได้แก่ RAM
99
1. หน่วยความจ าหลัก (Primary Storage)
หน่วยความจ าแบบไม่ลบเลือน (Firmware)
เป็นหน่วยความจ าที่อ่านได้อย่างเดียว ไม่สามารถเขียนหรือบันทึก
เพิ่มเติมได้ใช้เก็บค าสั่งที่ใช้บ่อยและเป็นค าสั่งเฉพาะ ข้อมูลจะอยู่
กับเครื่องอย่างถาวร ถึงแม้ไฟจะดับหรือปิดเครื่องไปก็ไม่สามารถ
ท าให้ข้อมูลหรือค าสั่งในการท างานต่างๆหายไปได้ นิยมเรียกอีก
อย่างหนึ่งว่า nonvolatile
memory มีหลายชนิดเช่น
PROM, EPROM, EEPROM เป็นต้น
100
101
2. หน่วยความจ าส ารอง (Secondary Storage)
ใช้ส าหรับเก็บและบันทึกข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ เพื่อเรียกข้อมูลนั้นใช้ใน
ภายหลังได้ (เก็บไว้ใช้ได้ในอนาคต) มีหลายชนิดมาก เช่นฮาร์ดดิสก์ ฟล็
อปปี้ ดิสก์ Flash Drive CD etc. เป็นหน่วยความจ าประเภทที่อยู่
ภายนอกตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ การใช้งานจะต้องมีเครื่องมืออ่านและเขียน
(หัวอ่านและหัวเขียน) เพื่อใช้ในการอ่านและเขียนข้อมูล
องค์ประกอบ Medium หรือ Media และ Storage Devices
ประเภทของหน่วยความจ าส ารอง
Random Access
Sequential Access
102
2. หน่วยความจ าส ารอง (Secondary Storage)
องค์ประกอบ
Medium หรือ Media
Storage Devices
ประเภทของหน่วยความจ าส ารอง
Random Access
Sequential Access
103
Media
หมายถึง พื้นผิวที่ใช้เก็บข้อมูลจริงๆ เช่น
แผ่น Disk, แผ่น Platte
104
Storage Devices
อุปกรณ์ที่ใช้ในการอ่าน/เขียน หรือ Dive
105
106
การท างานของหน่วยความจ า
107
4.หน่วยแสดงผลลัพธ์ (Output Unit)
เป็ นอุปกรณ์ที่ใช้แสดงผลโดยสามารถแสดงผลทั้งในรูปแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ (เรียกว่า soft copy) เช่น จอภาพคอมพิวเตอร์
หรืออยู่ในรูปแบบของ hard copy เช่น พิมพ์ออกมาเป็น
กระดาษออกทางเครื่องพิมพ์ โดยอาจอาศัยอุปกรณ์อื่นๆ เช่น
ล าโพง ส าหรับการแสดงผลที่เป็นเสียงได้
108
5. ทางเดินระบบ (System Bus)
จ านวนเส้นทางที่ใช้วิ่งบนทางเดินระบบ เรียกว่า บิต (เปรียบเทียบได้
กับเลนบนถนน)
109
การท างานของ CPU
หน่วยน าข้อมูลเข้า
CPU
หน่วยน าข้อมูลออก
CU
(2) Decode
(1)Fetch
ALU
(3)
Execute
หน่วยความจ า
หน่วยเก็บข้อมูลส ารอง
ส่งข้อมูลและ
โปรแกรมเข้าสู่
หน่วยความจ า
110
111
เวลาค าสั่งงานและเวลาปฏิบัติการ
ช่วง I-Time (Instruction Time) หรือเวลาค าสั่งงาน อยู่ใน
ขั้นตอนที่ 1 และ 2 (Fetch และ Decode) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ
การดึงเอาค าสั่งและแปลความหมายเพื่อให้คอมพิวเตอร์ท างาน
ตามต้องการ
ช่วง E-Time (Execution Time) หรือเวลาปฏิบัติการ อยู่
ขั้นตอนที่ 3 และ 4 (Execute และ Store) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ
การค านวณและน าผลลัพธ์ไปเก็บเพื่อรอให้เรียกใช้
112
2.2 ซอฟต์แวร์ (Software)
เป็นชุดค าสั่งหรือโปรแกรม ที่สั่งให้ฮาร์ดแวร์ท างานต่างๆ ตาม
ต้องการ ซึ่งชุดค าสั่งหรือโปรแกรมนั้นจะเขียนมาจาก
ภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาใดภาษาหนึ่ง และมีโปรแกรมเมอร์ หรือ
นักเขียนโปรแกรม เป็ นผู้ใช้ภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านั้น เป็ น
ซอฟต์แวร์แบบต่างๆ ขึ้นมา
ซอฟต์แวร์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
113
ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)
เป็นโปรแกรมที่ท าหน้าที่ควบคุมการท างานของส่วนต่าง ๆ ของ
คอมพิวเตอร์ให้ท างานร่วมกัน อย่างราบรื่น มีส่วนประกอบย่อย ๆ
3 ส่วนคือ
Operating Software หรือ OS.
Command-Language Translators
Librarian
เช่น Windows, Linux
114
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)
ซอฟต์แวร์ที่สามารถติดตั้งได้ในภายหลังจากที่ติดตั้ง
ระบบปฏิบัติการแล้ว
ปกติมุ่งใช้กับงานเฉพาะอย่าง เช่น งานด้านบัญชี งานด้านเอกสาร
หรืองานควบคุมสินค้าคงเหลือ
อาจมีบริษัทผู้ผลิตท าขึ้นมาเพื่อจ าหน่ายโดยตรง มีทั้งที่ให้ใช้ฟรี ซื้อ
ท าเอง หรือจ้างเขียนโดยเฉพาะ
115
2.3 บุคคลากร หรือ ผู้ใช้ (Peopleware)
บุคลากรหรือผู้ใช้เป็นองค์ประกอบที่ส าคัญมาก ต้องมีความรู้
ความเข้าใจในการใช้งานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์แล้ว จะท าให้
การใช้งานไม่มีประสิทธิภาพ
โดยสามารถแบ่งกลุ่มบุคลากรออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
กลุ่มผู้บริหาร
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
116
2.3 บุคคลากร หรือ ผู้ใช้ (People ware)
กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป
ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ (User / End User)
ถือว่าเป็นผู้ใช้งานระดับต ่าสุด ไม่จ าเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญ
มากนักก็สามารถใช้งานได้ โดยศึกษาจากคู่มือการปฏิบัติงาน
หรือรับการอบรมเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถใช้งานได้
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
117
2.3 บุคคลากร หรือ ผู้ใช้ (People ware)
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
ช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ (Computer Operator/ Computer
Technician)
นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst)
นักเขียนโปรแกรม (Programmer)
วิศวกรซอฟต์แวร์ (Software Engineer)
ผู้ดูแลเน็ตเวิร์ก (Network Administrator)
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
118
2.3 บุคคลากร หรือ ผู้ใช้ (People ware)
กลุ่มผู้บริหาร
ผู้บริหารสูงสุดด้านสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ (CIO – Chief
Information Officer)
หัวหน้างานด้านคอมพิวเตอร์ (Computer Center Manager/
Information Manager)
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
119
2.4 ข้อมูลและสารสนเทศ(Data/Information)
การท างานของคอมพิวเตอร์จะเกี่ยวข้องตั้งแต่การน าข้อมูลเข้า
(data)จนกลายเป็นข้อมูลที่สามารถใช้ประโยชน์ต่อได้หรือที่เรียกว่า
สารสนเทศ (information)
ข้อมูลเหล่านี้ อาจเป็นได้ทั้งตัวเลข ตัวอักษร และข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ
เช่น ภาพ เสียง เป็นต้น
ข้อมูลที่จะน ามาใช้กับคอมพิวเตอร์ ต้องแปลงรูปแบบหรือสถานะให้
คอมพิวเตอร์เข้าใจเสียก่อนซึ่งเรียกว่า สถานะแบบดิจิตอล
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
120
สถานะแบบดิจิตอล
มีเพียง 2 สถานะเท่านั้นคือ เปิด (1) และ ปิด (0) เหมือนกับ
หลักการท างานของไฟฟ้า
อาศัยการประมวลผลโดยใช้ ระบบเลขฐานสอง หรือที่เรียกว่า
binary system เป็นหลัก ซึ่งประกอบด้วยตัวเลขเพียง 2 ตัว
เท่านั้น คือ 0 กับ 1
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
121
สถานะแบบดิจิตอล
ตัวเลข 0 กับ 1 เราเรียกว่าเป็ นตัวเลขฐานสองหรือไบนารีดิจิต
(binary digit) มักเรียกย่อๆว่า บิต (bit) นั่นเอง
เมื่อบิตหลายตัวรวมกันจ านวนหนึ่ง (ขึ้นอยู่กับรหัสการจัดเก็บ) เช่น 8
บิต เราจะเรียกหน่วยจัดเก็บข้อมูลนี้ ใหม่ว่าเป็น ไบต์ (byte) ซึ่ง
สามารถใช้แทน ตัวอักษร ตัวเลข อักขระพิเศษที่เราต้องการป้อนข้อมูล
เข้าไปในเครื่องแต่ละตัวได้
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
122
สถานะแบบดิจิตอล
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
123
2.4 ข้อมูลและสารสนเทศ(Data/Information)
ข้อมูล
หมายถึง ข้อมูลที่ได้จากการส ารวจจริง ซึ่งอาจเป็นข้อเท็จจริง หรือ
เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น บุคคล สิ่งของ สถานที่ ฯลฯ
สารสนเทศ
หมายถึง สิ่งที่ได้จากการน าข้อมูลไปผ่านกระบวนการหนึ่งก่อน จึงได้
สารสนเทศออกมา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผ่านการเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน
ให้ทันเวลา
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
124
การซื้อของในร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต
ข้อมูล (Data)
สารสนเทศ (Information) ใน
รูปของรายงานสรุปและกราฟ
ส าหรับผู้บริหาร
การประมวลผลด้วย
เครื่องคอมพิวเตอร์
125
2.4 ข้อมูลและสารสนเทศ(Data/Information)
สารสนเทศที่มีประโยชน์นั้นจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
มีความสัมพันธ์กัน
(Relevant)
สามารถน ามาประยุกต์ใช้ได้อย่าง
เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
มีความทันสมัย
(Timely)
ต้องมีความทันสมัยและพร้อมที่จะใช้งาน
ได้เมื่อต้องการ
มีความถูกต้อง
แม่นย า(Accurate)
เมื่อป้อนข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์แล้ว
ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องถูกต้องในทุกๆส่วน
มีความกระชับรัดกุม
(Concise)
ข้อมูลจะต้องถูกย่อให้มีความกระชับและ
ความยาวที่พอเหมาะ
มีความสมบูรณ์ใน
ตัวเอง(Complete)
ต้องรวบรวมข้อมูลที่ส าคัญไว้อย่าง
ครบถ้วน
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
126
2.5 กระบวนการท างาน (Procedure)
หมายถึง ขั้นตอนที่ผู้ใช้จะต้องท าตาม เพื่อให้ได้งานเฉพาะ
บางอย่างจากคอมพิวเตอร์
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนจะต้องรู้กระบวนการท างาน พื้นฐานของ
เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง เช่น
การใช้เครื่อง ฝาก – ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ถ้าต้องการ
ถอนเงินจะต้องผ่านกระบวนการต่างๆ
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
127
2.5 กระบวนการท างาน (Procedure)
1. จอภาพแสดงข้อความเตรียมพร้อมที่จะท างาน
2. สอดบัตร และพิมพ์รหัสผู้ใช้
3. เลือกรายการ
4. ใส่จ านวนเงินที่ต้องการ
5. รับเงิน
6. รับใบบันทึกรายการ และบัตรคืน
2. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
128
กิจกรรมและความสัมพันธ์ของแต่ละองค์ประกอบ
129
ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร ์
จ าแนกตามขนาดและความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ดังนี้
ซูเปอร ์คอมพิวเตอร ์ (Super Computer)
เมนเฟรมคอมพิวเตอร ์ (Mainframe Computer)
มินิคอมพิวเตอร ์ (Minicomputer)
ไมโครคอมพิวเตอร ์ (Microcomputer)
คอมพิวเตอร์มือถือ (Handheld Computer)
130
ซูเปอร ์คอมพิวเตอร ์ (Super
Computer)
เป็ นเครื่องคอมพิวเตอร ์ที่มีขนาดใหญ่และมีราคาสูง มี
ความเร็วในการประมวลผลถึง 1,000 ล้านค าสั่งต่อ 1 วินาที
ภายในเครื่องมีหน่วยประมวลผลเป็ นจ านวนมากท าให้
สามารถประมวลผลค าสั่งหลายค าสั่งพร ้อมกันได้ เหมาะ
ส าหรับงานที่ต้องค านวณผลซับซ ้อน และเป็ นงานที่มี
ลักษณะเฉพาะด้าน เช่น การส ารวจแหล่งน ้ามัน การ
ควบคุมสถานีอวกาศ
131
เมนเฟรมคอมพิวเตอร ์ (Mainframe
Computer)
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะการท างานโดยมีผู้ใช้หลายๆ คน
ในเวลาเดียวกันได้ สามารถประมวลผล 10 ล้านค าสั่งต่อ 1 วินาที
เหมาะส าหรับงานที่มีการเก็บข้อมูลปริมาณมาก เช่น ธนาคาร
โรงพยาบาล การใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ต้องค านึงถึง อุณหภูมิและ
ความชื้นโดยมีระบบควบคุมและผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล
132
มินิคอมพิวเตอร ์ (Minicomputer)
มี ลั ก ษ ณ ะ เ ดี ย ว กั น กั บ เ ค รื่ อ ง
เมนเฟรมคอมพิวเตอร ์ แต่มีขนาดเล็กกว่า และมี
ประสิทธิภาพต ่ากว่า ทั้งในด้านความเร็วในการ
ประมวลผล และความจุของหน่วยความจ า ปัจจุบัน
องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก จะนิ ยมใช ้
มินิคอมพิวเตอร ์เป็ นเครื่องแม่ข่าย(Server)
เพื่อ
ควบคุมระบบเครือข่ายในองค์กร
133
ไมโครคอมพิวเตอร ์
(Microcomputer)
หรือที่เรียกว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal
Computer :PC) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะส าหรับ
การใช้งาน 1 คนต่อ 1 เครื่อง หรือ ใช้เชื่อมต่อกับเครื่องใน
เครือข่าย ไมโครคอมพิวเตอร์มีลักษณะการใช้งานง่าย
เคลื่อนย้ายสะดวก ราคาถูก ตัวอย่างของไมโครคอมพิวเตอร์ เช่น
โน๊ตบุ๊ค เดสก์โน๊ต และแท็บเล็ตพีซี
134
คอมพิวเตอร์มือถือ (Handheld Computer)
เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์
ประเภทอื่นๆ อีกทั้งยังสามารถพกพาไปในที่ต่างๆได้ง่าย ประโยชน์การ
ใช้คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ อาจน าไปใช้ในการจัดการข้อมูลประจ าวัน
การสร้างปฏิทินนัดหมาย การดูหนังฟังเพลง รวมถึงการรับส่งอีเมล์
บางรุ่นอาจมีความสามารถเทียบเคียงได้กับไมโครคอมพิวเตอร์ เช่น
ปาล์ม, พ๊อกเก็ตพีซี เป็นต้น
135
4. คอมพิวเตอร์ยุคใหม่
เดสก์ท็อป (Desktop)
โน๊ตบุ๊ค (Notebook)
เดสก์โน๊ต (Desknote)
แท็บเล็ตพีซี (Tablet PC)
พีดีเอ (PDA-Personal Digital
Assistants)
สมาร์ทโฟน (Smart Phone)
136
เดสก์ท็อป (Desktop)
เป็นคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะที่ใช้ในส านักงานหรือตามบ้าน
ทั่วไป นิยมใช้ส าหรับการประมวลผล ตัวเครื่องและจอภาพ
สามารถจัดวางเพื่อท างานบนโต๊ะได้อย่างสบาย ปัจจุบันมีการ
ผลิตที่เน้นความสวยงามและราคาถูก
137
โน๊ตบุ๊ค (Notebook)
คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับพีซี แต่จะ
มีขนาดเล็กและบางลง มีน ้าหนักเบาสามารถพกพาได้สะดวก
มากยิ่งขึ้ น และข้อแตกต่างอีกประการหนึ่งคือ โน๊ตบุ๊คจะมี
แบตเตอรี่ไว้ส าหรับการท างานด้วย ที่ส าคัญราคาถูกลงกว่า
เมื่อก่อนมาก แต่ยังถือว่ามีราคาแพงกว่าพีซีธรรมดา
138
เดสก์โน๊ต (Desknote)
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาอีกแบบหนึ่งคล้ายๆกับ
โน๊ตบุ๊ค ต่างกันตรงที่เดสก์โน๊ตไม่มีแบตเตอรี่ที่คอยจ่ายไฟให้
จึงต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลาที่ใช้ อีกทั้งราคาถูกกว่าโน๊ตบุ๊ค
เหมาะกับผู้ที่มีส านักงานหลายๆที่ และเดินทางไปมาบ่อยๆ
139
แท็บเล็ตพีซี (Tablet PC)
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลเข้าไป
ได้โดยการเขียนบนจอภาพเหมือนกับการเขียนข้อความลง
ไปในสมุดโน๊ต และเครื่องสามารถที่จะแปลงข้อมูลต่างๆ
เหล่านั้นเก็บไว้ได้ และบางเครื่องยังสามารถพลิกหน้าจอได้
2 แบบ คือ เหมือนกับการใช้งานแบบโน๊ตบุ๊คหรือเหมือน
กับกระดานรองเขียนก็ได้
140
พีดีเอ (PDA-Personal Digital Assistants)
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ
ปาล์ม (Palm)
พ็อกเก็ตพีซี (Pocket PC)
141
ปาล์ม (Palm)
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่เปิดตลาดมาก่อน แต่เดิมนั้นเน้น
เพื่อการใช้งานส าหรับเป็นเครื่องบันทึกช่วยจ าต่างๆ(organizer) เช่น
การนัดหมาย ปฏิทิน สมุดโทรศัพท์ แต่ปัจจุบันได้พัฒนาให้มีขีด
ความสามารถต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยจะใช้ระบบปฏิบัติการที่เป็นของ
ตัวเองเรียกว่า Palm OS
142
พ็อกเก็ตพีซี (Pocket PC)
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อ านวยความสะดวกในการใช้งาน
ได้ดีเช่นเดียวกับเครื่องปาล์ม แต่จะแตกต่างจากเครื่องปาล์มใน
เรื่องของระบบปฏิบัติการที่ใช้จะอิงกับค่ายไมโครซอฟท์เป็นหลัก
ผู้ใช้งานพ็อกเก็ตพีซีที่ชินกับระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์มา
ก่อน สามารถใช้งานได้ง่ายมาก แต่จะกินก าลังของเครื่อง
มากกว่าเครื่องปาล์ม
143
สมาร์ทโฟน (Smart Phone)
เป็นกลุ่มของโทรศัพท์มือถือที่พัฒนาขีดความสามารถให้มี
การท างานได้ใกล้เคียงกับพีดีเอเป็นอย่างมาก โดยสมาร์ทโฟน
สามารถที่จะใช้เป็นเครื่องโทรศัพท์ได้ในตัว รวมถึงความสามารถ
อื่นๆ เช่น กล้องถ่ายรูป การใช้งานอินเตอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่ง
คุณสมบัติต่างๆเหล่านี้ ขึ้ นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ใช้ด้วย
เช่นเดียวกัน
144
5. คอมพิวเตอร์ในอนาคต
ศาสตร์ทางด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)
ได้เข้ามามีบทบาทในการสร้างปัญญาเทียมเลียนแบบการคิดหรือสมอง
ของมนุษย์ ซึ่งในงานหลายๆด้านก็มีการประยุกต์เอาคอมพิวเตอร์เข้า
ไปใช้เพื่อคิดและตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น
ระบบผู้เชี่ยวชาญ (expert system)
ระบบหุ่นยนต์ (robotics)
ภาธรรมชาติ (natural language)
145
ระบบผู้เชี่ยวชาญ (expert system)
เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ที่น าเอาคอมพิวเตอร์มา
ประยุกต์ใช้งาน เพื่อเก็บรวบรวมความรู้ต่างๆ ที่จ าเป็นต้องใช้ส าหรับ
งานใดงานหนึ่งให้อยู่ตลอดไปในหน่วยงานโดยไม่ขึ้นกับบุคคล
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ วินิจฉัย ตัดสินใจต่างๆ ได้อย่าง
แม่นย า เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค
146
ระบบหุ่นยนต์ (robotics)
น าเอาคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้เพื่อให้ท างานร่วมกับเครื่องจักรและ
อุปกรณ์บังคับบางชนิด เกิดเป็น “หุ่นยนต์” (robot)
สามารถท างานทดแทนแรงงานคนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ
ลักษณะงานที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายมากๆ
อาจพบเห็นการออกแบบหุ่นยนต์โดยอาศัยการท างานของโปรแกรม
คอมพิวเตอร์เพื่อเลียนแบบพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต และสามารถน ามาใช้
งานได้จริง เช่น หุ่นยนต์สุนัข เป็นต้น
147
5. คอมพิวเตอร์ในอนาคต
การเข้าใจภาษาธรรมชาติของมนุษย์เป็นการน าเอาความสามารถของ
ของคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการสื่อสารกับมนุษย์ให้สะดวกขึ้น
ตัวอย่างที่พบเห็นมากที่สุด เช่น การใช้ระบบรับรู้และจ าเสียงพูดของ
มนุษย์หรือที่เรียกว่า speech recognition ที่คอมพิวเตอร์สามารถแยกแยะ
เสียงได้
ท าให้ลดระยะเวลาในการท างานของผู้ใช้ลงได้มากทีเดียว
148
แบบฝึกหัด
จงวิเคราะห์ว่าคอมพิวเตอร์ในอนาคตจะ
สามารถท าอะไรได้บ้าง
บทที่ 1
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
และเทคโนโลยีสารสนเทศ
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 148
SLIDE
Similar Resources on Wayground
85 questions
1. เปรียบเทียบเศษส่วน ที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน
Presentation
•
6th Grade
114 questions
4 เรียงร้อยข้อมูลสื่อสารเป็นรูปธรรม
Presentation
•
9th - 12th Grade
103 questions
ประเทศเมียนมาร์
Presentation
•
University
112 questions
1. การบวก การลบเศษส่วน
Presentation
•
6th Grade
97 questions
บทเรียน สิ่งแวดล้อมทางกายภาพกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ(อุตฯ+ท่องเทียว
Presentation
•
12th Grade
97 questions
ทบทวนความรู้ปรัชญาการศึกษาและการพัฒนาหลักสูตร
Presentation
•
University
102 questions
Part 3 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
Presentation
•
5th - 8th Grade
86 questions
ทบทวนประวัติศาสตร์ปลายภาคเรียนที่1
Presentation
•
6th Grade
Popular Resources on Wayground
24 questions
PBIS-HGMS Day 10
Quiz
•
6th - 8th Grade
10 questions
HCS SCI 03 Summer School Review 3
Quiz
•
3rd Grade
11 questions
Home Scope
Quiz
•
7th - 8th Grade
15 questions
HCS SCI 05 Summer School Assessment 3 Review
Quiz
•
5th Grade
35 questions
Lufkin Road Middle School Student Handbook & Policies Assessment
Quiz
•
7th Grade
18 questions
Geo 11.3 Area of Circles and Sectors
Quiz
•
9th - 11th Grade