wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ภาษาไทย ชั้น ป. 6 มาตรฐาน ท ๑.๑ ชุดที่ - 001

Total questions: 50

Worksheet time: 3hrs 25mins

Name
Class
Date
1.
คำในข้อใดเป็นคำควบกล้ำไม่แท้ทั้งหมด
a)
เจริญ  จรวด  จรัส  จริง
b)
ปรอท  ปรัก  ปรุง  เปรี้ยว
c)
สร้อย  สล้าง  สนุก  สตางค์
d)
สร้าง  เศร้า  ไซร้  ศรี
2.
ข้อใด ไม่ต้อง อ่านออกเสียงควบกล้ำทุกคำ
a)
หมากพลู  ขวักไขว่
b)
ควาญ  ขวนขวาย
c)
หรูหรา  ปลากราย
d)
ควันไฟ  ศีรษะ
3.
ข้อใดมีคำควบไม่แท้
a)
ความเจริญ
b)
ความจริง
c)
ความทุกข์
d)
ความหลง
4.
คำใดใช้การันต์ไม่ถูกต้อง
a)
อารัมภ์
b)
อารมณ์
c)
รื่นรมณ์
d)
ครองราชย์
5.
ข้อใดอ่านแบบอักษรนำทั้งหมด
a)
สร้าง  สล้าง  สลด
b)
ถนน  ถวาย  เถลิง
c)
ขย้ำ  ขยาย  ขโมย
d)
ตลาด  ตะแลง  ตลิ่ง
6.
สำนวนเปรียบเทียบในข้อใดมีความหมายตรงกับ “ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม เสียเปรียบกัน”
a)
ขมิ้นกับปูน
b)
วัดรอยเท้า
c)
เกลือจิ้มเกลือ
d)
คมในฝัก
7.
ข้อใดใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิด
a)
เร็ว  ๆ  เข้าเดี๋ยวไปโรงเรียนสาย
b)
“สวัสดีค่ะ คุณแม่”
c)
พุทธศักราช  เขียนย่อว่า  พ.ศ.
d)
ทูลเกล้า  ฯลฯ  อ่านว่า  ทูลเกล้าทูลกระหม่อม   
8.
ข้อใดใช้เครื่องหมายมหัพภาคถูกต้อง
a)
ข.ส.ม.ก.
b)
พรบ.
c)
อ.ส.ม.ท.
d)
ตค.
9.
เครื่องหมายที่ใช้คั่นคำหรือข้อความ
a)
นขลิขิต           
b)
ยัติภังค์
c)
จุลภาค
d)
มหัพภาค
10.
คำว่า “ คอมพิวเตอร์”  ภาษาไทยเราได้บัญญัติศัพท์คำใดมาใช้แทน
a)
หุ่นวิเศษ
b)
เครื่องสมองกล
c)
คณิตกร
d)
เครื่องคำนวณ
11.
“ทำลายสิ่งที่มีค่า  เพื่อหวังผลเพียงเล็กน้อย” คือความหมายของข้อใด  ?
a)
จับปลาสองมือ
b)
ฆ่าช้างเอางา
c)
ขี่ช้างจับตั๊กแตน
d)
งมเข็มในมหาสมุทร
12.
พรในหลวง” ปีใหม่ทรงให้แคล้วคลาดมีกำลังใจกาย – ใจกล้าแข็งพร้อมมูล
กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องด้วยโอกาสวันปีใหม่  ให้คนไทยมีความพร้อมเพียงอันเข้มแข็งรับความเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัยทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  แม้จะต้องมีความขัดแย้งกันบ้าง ก็ขอให้ปรับความผิดเข้าหากันโดยอาศัยหลักวิชาเหตุผล  ความชอบธรรม  และความเมตตาสามัคคีได้เข้ารูปเข้ารอยเนื่องในวโรกาสขึ้นปีใหม่  2553  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส  พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย  ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย   ความว่า   ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย  บัดนี้ถึงวาระที่จะขึ้นปีใหม่  ข้าพเจ้าขออวยพรแก่ท่านทุกคนด้วยความปรารถนาดี  ทั้งขอบใจท่านเป็นอันมากที่มีไมตรีจิตสนับสนุนข้าพเจ้าในภาระทั้งปวงเสมอมา   บ้านเมืองไทยเราดำรงมั่นคงมาช้านาน  เพราะคนไทยมีความพร้อมเพียงเข้มแข็งถึงจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างตามกาลตามสมัย  ก็เป็นไปตามความปรารถนาของพวกเราเองที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  การทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้นเป็นงานส่วนรวมของคนทั้งชาติ  จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง  จำทำให้ทุกคนทุกฝ่ายมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันตลอดต่อทุกเรื่องไป  ย้อมเป็นการผิดวิสัย  เพราะฉะนั้นแค่ละฝ่ายแต่ละคนจึงควรคำนึงถึงจุดประสงค์ร่วมกัน  คือ  ความเจริญไพบูรณ์ของชาติเป็นข้อใหญ่  ความคิดเห็นในเรื่องระเบียบแบบแผนและวิธีการปฏิบัตินั้น  ควรจะต้องถือเป็นเรื่องปลีกย่อยที่มีความสำคัญรองลงมา  ทุกฝ่ายชอบที่จะทำใจให้เที่ยงตรงเป็นกลาง  ทำความคิดเห็นให้กระจ่างแจ่มใสทำความเข้าใจอันดีให้กันและกัน  ความชอบธรรมและความเมตตาสามัคคีให้เห็นแจ้งจริง  ทุกฝ่ายก็จะสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติให้สอดคล้องเข้ากับรูปเรียงร้อยกันได้ทุกเรื่อง   ในปีใหม่นี้  ขอให้ท่านทั้งกลายพยายามรักษาสุขภาพกาย  สุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรง  เพื่อให้สามารถประกอบกิจการงานในหน้าที่ได้เต็มกำลัง  ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงโดยไม่ชักช้าจะปฏิบัติพัฒนากิจการงานใด ๆ ก็ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยไว้เสมอ  อย่าประมาท  งานของตนและของชาติจักได้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยถูกต้อง  เที่ยงตรง  ไม่ติดขัด  และบรรลุถึงประโยชน์พร้อมทั้งความสุขความเจริญที่ปรารถนาถ้วนทุกสิ่ง     ขออานุภาพแห่งพระคุณรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงอภิบาลรักษาท่านทั้งหลายให้แคล้วจากภัยอันตราย  และสิ่งชั่วร้ายทุก ๆ ประการ  บันดาลให้มีกำลังกายกำลังใจ  กำลังปัญญา  และกำลังสามัคคีอันกล้าแข็ง  พร้อมมูลที่จะประกอบกรณียกิจน้อยใหญ่บรรลุผลเลิศทึก ๆ ด้าน  ทั้งสามารถธำรงอิสรภาพและความเป็นไทย  พร้อมทั้งความผาสุกร่มเย็นในแผ่นดินไว้ให้ดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์กาล“ขอทุกท่านจงมีความสุข  ความเจริญก้าวหน้า  ความปราศจากทุกข์  ปราศจากภัย  และความสมประสงค์ในสิ่งที่พึ่งปรารถนาจงทุกทั่วกัน”จากขนาดตัวอักษรในการ  “พาดหัวข่าว”  แสดงว่าข่าวนี้มีความสำคัญมากพอสมควร  จงพิจารณาลักษณะของข่าวว่าเป็นเพราะเหตุใด
a)
เป็นข่าวพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับ  “ในหลวง”
b)
เป็นเรื่องเกี่ยวกับปีใหม่
c)
เป็นพรปีใหม่ให้แคล้วคลาด
d)
เป็นเรื่องที่มีผลกระทบเกี่ยวข้องกับคนไทยทุกคน
13.
พรในหลวง” ปีใหม่ทรงให้แคล้วคลาดมีกำลังใจกาย – ใจกล้าแข็งพร้อมมูล
กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องด้วยโอกาสวันปีใหม่  ให้คนไทยมีความพร้อมเพียงอันเข้มแข็งรับความเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัยทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  แม้จะต้องมีความขัดแย้งกันบ้าง ก็ขอให้ปรับความผิดเข้าหากันโดยอาศัยหลักวิชาเหตุผล  ความชอบธรรม  และความเมตตาสามัคคีได้เข้ารูปเข้ารอยเนื่องในวโรกาสขึ้นปีใหม่  2553  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส  พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย  ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย   ความว่า   ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย  บัดนี้ถึงวาระที่จะขึ้นปีใหม่  ข้าพเจ้าขออวยพรแก่ท่านทุกคนด้วยความปรารถนาดี  ทั้งขอบใจท่านเป็นอันมากที่มีไมตรีจิตสนับสนุนข้าพเจ้าในภาระทั้งปวงเสมอมา   บ้านเมืองไทยเราดำรงมั่นคงมาช้านาน  เพราะคนไทยมีความพร้อมเพียงเข้มแข็งถึงจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างตามกาลตามสมัย  ก็เป็นไปตามความปรารถนาของพวกเราเองที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  การทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้นเป็นงานส่วนรวมของคนทั้งชาติ  จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง  จำทำให้ทุกคนทุกฝ่ายมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันตลอดต่อทุกเรื่องไป  ย้อมเป็นการผิดวิสัย  เพราะฉะนั้นแค่ละฝ่ายแต่ละคนจึงควรคำนึงถึงจุดประสงค์ร่วมกัน  คือ  ความเจริญไพบูรณ์ของชาติเป็นข้อใหญ่  ความคิดเห็นในเรื่องระเบียบแบบแผนและวิธีการปฏิบัตินั้น  ควรจะต้องถือเป็นเรื่องปลีกย่อยที่มีความสำคัญรองลงมา  ทุกฝ่ายชอบที่จะทำใจให้เที่ยงตรงเป็นกลาง  ทำความคิดเห็นให้กระจ่างแจ่มใสทำความเข้าใจอันดีให้กันและกัน  ความชอบธรรมและความเมตตาสามัคคีให้เห็นแจ้งจริง  ทุกฝ่ายก็จะสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติให้สอดคล้องเข้ากับรูปเรียงร้อยกันได้ทุกเรื่อง   ในปีใหม่นี้  ขอให้ท่านทั้งกลายพยายามรักษาสุขภาพกาย  สุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรง  เพื่อให้สามารถประกอบกิจการงานในหน้าที่ได้เต็มกำลัง  ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงโดยไม่ชักช้าจะปฏิบัติพัฒนากิจการงานใด ๆ ก็ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยไว้เสมอ  อย่าประมาท  งานของตนและของชาติจักได้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยถูกต้อง  เที่ยงตรง  ไม่ติดขัด  และบรรลุถึงประโยชน์พร้อมทั้งความสุขความเจริญที่ปรารถนาถ้วนทุกสิ่ง     ขออานุภาพแห่งพระคุณรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงอภิบาลรักษาท่านทั้งหลายให้แคล้วจากภัยอันตราย  และสิ่งชั่วร้ายทุก ๆ ประการ  บันดาลให้มีกำลังกายกำลังใจ  กำลังปัญญา  และกำลังสามัคคีอันกล้าแข็ง  พร้อมมูลที่จะประกอบกรณียกิจน้อยใหญ่บรรลุผลเลิศทึก ๆ ด้าน  ทั้งสามารถธำรงอิสรภาพและความเป็นไทย  พร้อมทั้งความผาสุกร่มเย็นในแผ่นดินไว้ให้ดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์กาล“ขอทุกท่านจงมีความสุข  ความเจริญก้าวหน้า  ความปราศจากทุกข์  ปราศจากภัย  และความสมประสงค์ในสิ่งที่พึ่งปรารถนาจงทุกทั่วกัน”
ข้อความในตอนที่  เป็นโครงสร้างส่วนใดของข่าว
a)
พาดหัวข่าวรอง
b)
ส่วนเชื่อม
c)
ความนำหรือวรรคนำ
d)
เนื้อข่าว
14.
พรในหลวง” ปีใหม่ทรงให้แคล้วคลาดมีกำลังใจกาย – ใจกล้าแข็งพร้อมมูล
กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องด้วยโอกาสวันปีใหม่  ให้คนไทยมีความพร้อมเพียงอันเข้มแข็งรับความเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัยทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  แม้จะต้องมีความขัดแย้งกันบ้าง ก็ขอให้ปรับความผิดเข้าหากันโดยอาศัยหลักวิชาเหตุผล  ความชอบธรรม  และความเมตตาสามัคคีได้เข้ารูปเข้ารอยเนื่องในวโรกาสขึ้นปีใหม่  2553  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส  พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย  ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย   ความว่า   ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย  บัดนี้ถึงวาระที่จะขึ้นปีใหม่  ข้าพเจ้าขออวยพรแก่ท่านทุกคนด้วยความปรารถนาดี  ทั้งขอบใจท่านเป็นอันมากที่มีไมตรีจิตสนับสนุนข้าพเจ้าในภาระทั้งปวงเสมอมา   บ้านเมืองไทยเราดำรงมั่นคงมาช้านาน  เพราะคนไทยมีความพร้อมเพียงเข้มแข็งถึงจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างตามกาลตามสมัย  ก็เป็นไปตามความปรารถนาของพวกเราเองที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  การทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้นเป็นงานส่วนรวมของคนทั้งชาติ  จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง  จำทำให้ทุกคนทุกฝ่ายมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันตลอดต่อทุกเรื่องไป  ย้อมเป็นการผิดวิสัย  เพราะฉะนั้นแค่ละฝ่ายแต่ละคนจึงควรคำนึงถึงจุดประสงค์ร่วมกัน  คือ  ความเจริญไพบูรณ์ของชาติเป็นข้อใหญ่  ความคิดเห็นในเรื่องระเบียบแบบแผนและวิธีการปฏิบัตินั้น  ควรจะต้องถือเป็นเรื่องปลีกย่อยที่มีความสำคัญรองลงมา  ทุกฝ่ายชอบที่จะทำใจให้เที่ยงตรงเป็นกลาง  ทำความคิดเห็นให้กระจ่างแจ่มใสทำความเข้าใจอันดีให้กันและกัน  ความชอบธรรมและความเมตตาสามัคคีให้เห็นแจ้งจริง  ทุกฝ่ายก็จะสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติให้สอดคล้องเข้ากับรูปเรียงร้อยกันได้ทุกเรื่อง   ในปีใหม่นี้  ขอให้ท่านทั้งกลายพยายามรักษาสุขภาพกาย  สุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรง  เพื่อให้สามารถประกอบกิจการงานในหน้าที่ได้เต็มกำลัง  ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงโดยไม่ชักช้าจะปฏิบัติพัฒนากิจการงานใด ๆ ก็ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยไว้เสมอ  อย่าประมาท  งานของตนและของชาติจักได้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยถูกต้อง  เที่ยงตรง  ไม่ติดขัด  และบรรลุถึงประโยชน์พร้อมทั้งความสุขความเจริญที่ปรารถนาถ้วนทุกสิ่ง     ขออานุภาพแห่งพระคุณรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงอภิบาลรักษาท่านทั้งหลายให้แคล้วจากภัยอันตราย  และสิ่งชั่วร้ายทุก ๆ ประการ  บันดาลให้มีกำลังกายกำลังใจ  กำลังปัญญา  และกำลังสามัคคีอันกล้าแข็ง  พร้อมมูลที่จะประกอบกรณียกิจน้อยใหญ่บรรลุผลเลิศทึก ๆ ด้าน  ทั้งสามารถธำรงอิสรภาพและความเป็นไทย  พร้อมทั้งความผาสุกร่มเย็นในแผ่นดินไว้ให้ดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์กาล“ขอทุกท่านจงมีความสุข  ความเจริญก้าวหน้า  ความปราศจากทุกข์  ปราศจากภัย  และความสมประสงค์ในสิ่งที่พึ่งปรารถนาจงทุกทั่วกัน”
การรายงานข่าวนี้เป็นรูปแบบใด
a)
ปิรามิดหัวกลับ
b)
ปิรามิดหัวตั้ง
c)
ปิรามิดผสม
d)
ถูกทั้ง  กและ  ข.
15.
พรในหลวง” ปีใหม่ทรงให้แคล้วคลาดมีกำลังใจกาย – ใจกล้าแข็งพร้อมมูล
กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องด้วยโอกาสวันปีใหม่  ให้คนไทยมีความพร้อมเพียงอันเข้มแข็งรับความเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัยทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  แม้จะต้องมีความขัดแย้งกันบ้าง ก็ขอให้ปรับความผิดเข้าหากันโดยอาศัยหลักวิชาเหตุผล  ความชอบธรรม  และความเมตตาสามัคคีได้เข้ารูปเข้ารอยเนื่องในวโรกาสขึ้นปีใหม่  2553  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส  พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย  ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย   ความว่า   ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย  บัดนี้ถึงวาระที่จะขึ้นปีใหม่  ข้าพเจ้าขออวยพรแก่ท่านทุกคนด้วยความปรารถนาดี  ทั้งขอบใจท่านเป็นอันมากที่มีไมตรีจิตสนับสนุนข้าพเจ้าในภาระทั้งปวงเสมอมา   บ้านเมืองไทยเราดำรงมั่นคงมาช้านาน  เพราะคนไทยมีความพร้อมเพียงเข้มแข็งถึงจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างตามกาลตามสมัย  ก็เป็นไปตามความปรารถนาของพวกเราเองที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  การทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้นเป็นงานส่วนรวมของคนทั้งชาติ  จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง  จำทำให้ทุกคนทุกฝ่ายมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันตลอดต่อทุกเรื่องไป  ย้อมเป็นการผิดวิสัย  เพราะฉะนั้นแค่ละฝ่ายแต่ละคนจึงควรคำนึงถึงจุดประสงค์ร่วมกัน  คือ  ความเจริญไพบูรณ์ของชาติเป็นข้อใหญ่  ความคิดเห็นในเรื่องระเบียบแบบแผนและวิธีการปฏิบัตินั้น  ควรจะต้องถือเป็นเรื่องปลีกย่อยที่มีความสำคัญรองลงมา  ทุกฝ่ายชอบที่จะทำใจให้เที่ยงตรงเป็นกลาง  ทำความคิดเห็นให้กระจ่างแจ่มใสทำความเข้าใจอันดีให้กันและกัน  ความชอบธรรมและความเมตตาสามัคคีให้เห็นแจ้งจริง  ทุกฝ่ายก็จะสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติให้สอดคล้องเข้ากับรูปเรียงร้อยกันได้ทุกเรื่อง   ในปีใหม่นี้  ขอให้ท่านทั้งกลายพยายามรักษาสุขภาพกาย  สุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรง  เพื่อให้สามารถประกอบกิจการงานในหน้าที่ได้เต็มกำลัง  ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงโดยไม่ชักช้าจะปฏิบัติพัฒนากิจการงานใด ๆ ก็ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยไว้เสมอ  อย่าประมาท  งานของตนและของชาติจักได้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยถูกต้อง  เที่ยงตรง  ไม่ติดขัด  และบรรลุถึงประโยชน์พร้อมทั้งความสุขความเจริญที่ปรารถนาถ้วนทุกสิ่ง     ขออานุภาพแห่งพระคุณรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงอภิบาลรักษาท่านทั้งหลายให้แคล้วจากภัยอันตราย  และสิ่งชั่วร้ายทุก ๆ ประการ  บันดาลให้มีกำลังกายกำลังใจ  กำลังปัญญา  และกำลังสามัคคีอันกล้าแข็ง  พร้อมมูลที่จะประกอบกรณียกิจน้อยใหญ่บรรลุผลเลิศทึก ๆ ด้าน  ทั้งสามารถธำรงอิสรภาพและความเป็นไทย  พร้อมทั้งความผาสุกร่มเย็นในแผ่นดินไว้ให้ดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์กาล“ขอทุกท่านจงมีความสุข  ความเจริญก้าวหน้า  ความปราศจากทุกข์  ปราศจากภัย  และความสมประสงค์ในสิ่งที่พึ่งปรารถนาจงทุกทั่วกัน”
เหตุใดจึงรายงานข่าวนี้โดยนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาพิมพ์เผยแพร่โดยละเอียด
a)
เป็นรูปแบบการรายงานข่าวในพระราชสำนัก
b)
เป็นข่าวพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
c)
เป็นข่าวที่มีรายลเอียดสำคัญและเกี่ยวข้องกับคนอ่านจำนวนมาก
d)
เป็นการรายงานข่าวพิเศษเนื่องในโอกาสสำคัญโดยเฉพาะ
16.
พรในหลวง” ปีใหม่ทรงให้แคล้วคลาดมีกำลังใจกาย – ใจกล้าแข็งพร้อมมูล
กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องด้วยโอกาสวันปีใหม่  ให้คนไทยมีความพร้อมเพียงอันเข้มแข็งรับความเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัยทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  แม้จะต้องมีความขัดแย้งกันบ้าง ก็ขอให้ปรับความผิดเข้าหากันโดยอาศัยหลักวิชาเหตุผล  ความชอบธรรม  และความเมตตาสามัคคีได้เข้ารูปเข้ารอยเนื่องในวโรกาสขึ้นปีใหม่  2553  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส  พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย  ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย   ความว่า   ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย  บัดนี้ถึงวาระที่จะขึ้นปีใหม่  ข้าพเจ้าขออวยพรแก่ท่านทุกคนด้วยความปรารถนาดี  ทั้งขอบใจท่านเป็นอันมากที่มีไมตรีจิตสนับสนุนข้าพเจ้าในภาระทั้งปวงเสมอมา   บ้านเมืองไทยเราดำรงมั่นคงมาช้านาน  เพราะคนไทยมีความพร้อมเพียงเข้มแข็งถึงจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างตามกาลตามสมัย  ก็เป็นไปตามความปรารถนาของพวกเราเองที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  การทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้นเป็นงานส่วนรวมของคนทั้งชาติ  จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง  จำทำให้ทุกคนทุกฝ่ายมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันตลอดต่อทุกเรื่องไป  ย้อมเป็นการผิดวิสัย  เพราะฉะนั้นแค่ละฝ่ายแต่ละคนจึงควรคำนึงถึงจุดประสงค์ร่วมกัน  คือ  ความเจริญไพบูรณ์ของชาติเป็นข้อใหญ่  ความคิดเห็นในเรื่องระเบียบแบบแผนและวิธีการปฏิบัตินั้น  ควรจะต้องถือเป็นเรื่องปลีกย่อยที่มีความสำคัญรองลงมา  ทุกฝ่ายชอบที่จะทำใจให้เที่ยงตรงเป็นกลาง  ทำความคิดเห็นให้กระจ่างแจ่มใสทำความเข้าใจอันดีให้กันและกัน  ความชอบธรรมและความเมตตาสามัคคีให้เห็นแจ้งจริง  ทุกฝ่ายก็จะสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติให้สอดคล้องเข้ากับรูปเรียงร้อยกันได้ทุกเรื่อง   ในปีใหม่นี้  ขอให้ท่านทั้งกลายพยายามรักษาสุขภาพกาย  สุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรง  เพื่อให้สามารถประกอบกิจการงานในหน้าที่ได้เต็มกำลัง  ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงโดยไม่ชักช้าจะปฏิบัติพัฒนากิจการงานใด ๆ ก็ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยไว้เสมอ  อย่าประมาท  งานของตนและของชาติจักได้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยถูกต้อง  เที่ยงตรง  ไม่ติดขัด  และบรรลุถึงประโยชน์พร้อมทั้งความสุขความเจริญที่ปรารถนาถ้วนทุกสิ่ง     ขออานุภาพแห่งพระคุณรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงอภิบาลรักษาท่านทั้งหลายให้แคล้วจากภัยอันตราย  และสิ่งชั่วร้ายทุก ๆ ประการ  บันดาลให้มีกำลังกายกำลังใจ  กำลังปัญญา  และกำลังสามัคคีอันกล้าแข็ง  พร้อมมูลที่จะประกอบกรณียกิจน้อยใหญ่บรรลุผลเลิศทึก ๆ ด้าน  ทั้งสามารถธำรงอิสรภาพและความเป็นไทย  พร้อมทั้งความผาสุกร่มเย็นในแผ่นดินไว้ให้ดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์กาล“ขอทุกท่านจงมีความสุข  ความเจริญก้าวหน้า  ความปราศจากทุกข์  ปราศจากภัย  และความสมประสงค์ในสิ่งที่พึ่งปรารถนาจงทุกทั่วกัน”
การเขียนข่าวในหนังสือพิมพ์รายวันโดยทั่วไปจะไม่ระบุชื่อรายงานข่าวหรือผู้เขียนข่าว  ท่านเข้าใจว่าเป็นเพราะเหตุใด
a)
ปกปิดแหล่งข่าว
b)
เป็นจรรยาบรรณหนังสือพิมพ์
c)
เป็นการปิดทองหลังพระ
d)
ถือว่าใครก็รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ข้อเท็จจริงเหมือนกัน
17.
เปิบข้าว  6-10  
เปิดข้าวทุกคราวคำ  จงสูจำเป็นอาจิณ
 
เหงื่อกูที่สูกิน  จึงก่อเกิดมาเป็นคน
 
ข้าวนี้นะมีรส  ให้ชนชิมทุกชั้นชน
 
เบื้องหลังสิทุกข์ทน  ทั้งขมขื่นจนเขียวคาว
 
จากแรงมาเป็นรวง  ระยะทางนั้นเหยียดยาว
 
จากรวงเป็นเม็ดพราว  ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็น
เหงื่อหยดสักกี่หยาด  ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
 ปูดโปนกี่เส้นเอ็น  จึงแปรรวงมาเปิบกิน  
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง  และน้ำแรงอันหลั่งริน
 
สายเลือดกูทั้งสิ้น  ที่สูซดกำซาบฟัน
 
ประพันธ์โดย  ....จิตร  ภูมิศักดิ์
 
คำว่า “ กู ”  ในบทร้อยกรองนี้หมายถึงใคร
a)
ชาวนา
b)
จิตร  ภูมิศักดิ์
c)
ผู้ใช้แรงงาน
d)
พ่อค้าข้าว
18.
เปิบข้าว  6-10  
เปิดข้าวทุกคราวคำ  จงสูจำเป็นอาจิณ
 
เหงื่อกูที่สูกิน  จึงก่อเกิดมาเป็นคน
 
ข้าวนี้นะมีรส  ให้ชนชิมทุกชั้นชน
 
เบื้องหลังสิทุกข์ทน  ทั้งขมขื่นจนเขียวคาว
 
จากแรงมาเป็นรวง  ระยะทางนั้นเหยียดยาว
 
จากรวงเป็นเม็ดพราว  ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็น
เหงื่อหยดสักกี่หยาด  ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
 ปูดโปนกี่เส้นเอ็น  จึงแปรรวงมาเปิบกิน  
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง  และน้ำแรงอันหลั่งริน
 
สายเลือดกูทั้งสิ้น  ที่สูซดกำซาบฟัน
 
ประพันธ์โดย  ....จิตร  ภูมิศักดิ์
 
สถานภาพทางสังคมใดที่ชาวนายังไม่ได้เป็น
a)
เกษตรกร
b)
ลูกหนี้
c)
นายทุน
d)
กรรมกร
19.
เปิบข้าว  6-10  
เปิดข้าวทุกคราวคำ  จงสูจำเป็นอาจิณ
 
เหงื่อกูที่สูกิน  จึงก่อเกิดมาเป็นคน
 
ข้าวนี้นะมีรส  ให้ชนชิมทุกชั้นชน
 
เบื้องหลังสิทุกข์ทน  ทั้งขมขื่นจนเขียวคาว
 
จากแรงมาเป็นรวง  ระยะทางนั้นเหยียดยาว
 
จากรวงเป็นเม็ดพราว  ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็น
เหงื่อหยดสักกี่หยาด  ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
 ปูดโปนกี่เส้นเอ็น  จึงแปรรวงมาเปิบกิน  
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง  และน้ำแรงอันหลั่งริน
 
สายเลือดกูทั้งสิ้น  ที่สูซดกำซาบฟัน
 
ประพันธ์โดย  ....จิตร  ภูมิศักดิ์
 
บทกวีวรรคใดที่บอกถึงความเหนื่อยยาก
a)
เหงื่อหยดสักกี่หยาด  ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
b)
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น  จึ่งแปรรวงมาเปิบกิน
c)
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง  และน้ำแรงอันหลั่งริน
d)
สายเลือดกูทั้งสิ้น  ที่สูซดกำซาบฟัน
20.
เปิบข้าว  6-10  
เปิดข้าวทุกคราวคำ  จงสูจำเป็นอาจิณ
 
เหงื่อกูที่สูกิน  จึงก่อเกิดมาเป็นคน
 
ข้าวนี้นะมีรส  ให้ชนชิมทุกชั้นชน
 
เบื้องหลังสิทุกข์ทน  ทั้งขมขื่นจนเขียวคาว
 
จากแรงมาเป็นรวง  ระยะทางนั้นเหยียดยาว
 
จากรวงเป็นเม็ดพราว  ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็น
เหงื่อหยดสักกี่หยาด  ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
 ปูดโปนกี่เส้นเอ็น  จึงแปรรวงมาเปิบกิน  
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง  และน้ำแรงอันหลั่งริน
 
สายเลือดกูทั้งสิ้น  ที่สูซดกำซาบฟัน
 
ประพันธ์โดย  ....จิตร  ภูมิศักดิ์
 
บทกวี  เปิบข้าวทุกคราวคำ  จงสูจำเป็นอาจิณ    เหงื่อกูที่สูกิน  จึงก่อเกิดมาเป็นรวง    เป็นโวหารภาพพจน์ในลักษณะใด
a)
โวหารบุคคลวัต
b)
โวหารนามนัย
c)
โวหารสัญลักษณ์
d)
โวหารสัทพจน์
21.
งานเขียนที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับข้อเท็จจริง  เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลที่มีตัวตนจริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
a)
บทความ
b)
สารคดี
c)
นวนิยาย
d)
เรียงความ
22.
งานเขียนที่เขียนจากจินตนาการของผู้เขียนผสมข้อเท็จจริงบ้าง เป็นเรื่องราวการดำเนินชีวิตของบุคคล  สัตว์ ทีเกี่ยวข้องกันตลอดเรื่อง คืองานเขียนใด
a)
บทความ
b)
สารคดี
c)
นวนิยาย
d)
เรียงความ
23.
งานเขียนที่เป็นเรื่องที่ให้ความรู้วิชาการแขนงต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ภาษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เป็นงานเขียนประเภทใด
a)
สารคดีทั่วไป
b)
สารคดีวิชาการ
c)
สารคดีชีวประวัติ
d)
สารคดีท่องเที่ยว
24.
สัญลักษณ์นี้หมายความว่าอย่างไร   
a)
อย่าเปิดน้ำทิ้งไว้
b)
เปิดน้ำตรงนี้
c)
ห้ามดื่มน้ำ
d)
ทิ้งน้ำตรงนี้
25.
ป้ายประกาศเตือนภัยให้ระวังน้ำท่วมจากกรมอุตุฯ เป็นสารประเภทใด
a)
สารที่เป็นข้อท้วงติง
b)
สารที่เป็นข้อสนับสนุน
c)
สารที่เป็นข้อเสนอแนะ
d)
สารที่เป็นคำประกาศ
26.
คำในข้อใดเรียงลำดับตามพจนานุกรม  ถูกต้อง
a)
เขมร  กันแสง  โขลง
b)
กะรัต  ดอกบัว  มัจฉา
c)
กรุงเทพฯ  ลิขิต  กระทรวง
d)
ปล่อย  สร้อย  คว่ำ
27.
ตัว  ฤ  ฤๅ  จัดเรียงลำดับตามพจนานุกรมอย่างไร
a)
อยู่หลังตัว  ร
b)
อยู่หน้าตัว  ร
c)
อยู่หลังตัว  ล
d)
อยู่หลังตัว  ฬ
28.
คำว่า  (กฎ)  ในพจนานุกรม หมายความว่าอย่างไร
a)
กฎหมาย
b)
คำที่ต้องใช้ตามกฎ
c)
กฎเกณฑ์
d)
คำที่ต้องใช้อย่างมีกฎเกณฑ์
29.
คำต่อไปนี้เรียงคำใดไว้หลังสุด
a)
กานท์
b)
กำยาน
c)
กันแสง
d)
กะรัต
30.
สำนวนภาษาใดที่ใช้เป็นคติเตือนใจในการร่วมกันในสังคม
a)
ขวานผ่าซาก
b)
น้ำขุ่นไว้ใน  น้ำใสไว้นอก
c)
พูดไปสองไพเบี้ย  นิ่งเสียตำลึงทอง
d)
ฟังไม่ศัพท์  จับไปกระเดียด
31.
ครูผู้สอนควรสอนซ่อมเสริมในวิชาใดเป็นอันดับแรก
a)
ภาษาไทย
b)
คณิตศาสตร์
c)
วิทยาศาสตร์
d)
สังคมศึกษา ฯ
32.
วิชาใดที่นักเรียนทำคะแนนได้เท่ากัน
a)
คณิตศาสตร์และสังคม
b)
สังคมและวิทยาศาสตร์
c)
สังคมและคอมพิวเตอร์
d)
วิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์
33.
วิชาใดที่นักเรียนทำคะแนนได้ดีที่สุด
a)
ภาษาไทย
b)
ศิลปะ
c)
การงาน ฯ
d)
สังคม
34.
วิชาใดที่นักเรียนทำคะแนนได้น้อยที่สุด
a)
คอมฯ
b)
สังคม
c)
คณิต
d)
การงาน
35.
โรงพยาบาลสวนดอกอยู่ทางทิศใดของสถานีรถไฟ
a)
ตะวันออกเฉียงเหนือ
b)
ตะวันตกเฉียงเหนือ
c)
ตะวันออกเฉียงใต้
d)
ตะวันตกเฉียงใต้
36.
เส้นทึบสีดำในแผนผังนี้น่าจะหมายถึงสิ่งใด
a)
ทางรถไฟ
b)
ทางหลวงแผ่นดิน
c)
แม่น้ำยม
d)
แม่น้ำปิง
37.
สถานที่ใดอยู่ไกลจากแม่น้ำมากที่สุด
a)
ห้างสรรพสินค้า
b)
ศาลากลาง
c)
ศูนย์วัฒนธรรม
d)
สนามกีฬาเชียงใหม่
38.
งานเขียนที่เป็นเรื่องที่ให้ความรู้วิชาการแขนงต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เป็นงานเขียนประเภทใด
a)
สารคดีทั่วไป
b)
สารคดีวิชาการ
c)
สารคดีชีวประวัติ
d)
สารคดีท่องเที่ยว
39.
จุดมุ่งหมายในการแต่งหนังสือประเภทบันเทิงคดีคืออะไร
a)
ให้ผู้อ่านสนุกสนาน
b)
เพื่อกระทบอารมณ์ของผู้อ่าน
c)
ดึงดูดใจของผู้อ่าน
d)
เพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติผู้อ่าน
40.
งานเขียนประเภทใดที่สามารถใช้ภาษาพูดได้มากที่สุด
a)
บทความ
b)
สารคดี
c)
จดหมายธุรกิจ
d)
จดหมายส่วนตัว
41.
วิธีการใดที่ช่วยเตือนความจำที่เหมาะสมในเรื่องที่เราไปพบเห็นมา
a)
การถ่ายรูป
b)
การวาดภาพ
c)
การเขียนแผนผังมโนทัศน์
d)
การบันทึกข้อมูล
42.
ข้อใดคือเจตนาแสดงความคิดเห็น
a)
อย่าเดินข้ามถนนเร็ว
b)
ข้าวหมูแดงร้านนี้อร่อย
c)
เธอทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
d)
นับถือศาสนาใดไม่สำคัญ ขอให้รักและเห็นในกัน  ก็เป็นคนไทยด้วยกัน
43.
ส่วนสำคัญของการแสดงความคิดเห็นคือข้อใด
a)
เหตุผลและข้อสรุป
b)
สมมุติฐานและข้อสรุป
c)
เหตุและผล     
d)
ผลและข้อสรุป
44.
การอ่านหนังสือให้สามารถจดจำเนื้อหาได้ต้องอ่านอย่างไร
a)
อ่านออกเสียง
b)
อ่านในใจ
c)
อ่านเสียงดังชัดเจน
d)
อ่านในใจอย่างมีสมาธิ
45.
นักเรียนคิดว่าทักษะในการเรียนรู้ภาษาไทยทักษะใดทำให้เกิดความรู้กว้างไกลมากที่สุด
a)
การฟัง
b)
การพูด
c)
การอ่าน
d)
การเขียน
46.
ข้อใดบอกความหมายของการอ่านออกเสียง ไม่ถูกต้อง
a)
การออกเสียงให้ผู้อื่นได้ยิน     
b)
การออกเสียงตามหัวหนังสือ
c)
การเปล่งเสียงถ้อยคำหรือเครื่องหมายต่าง ๆ
d)
การแปลความหมายของตัวอักษรเป็นความคิด
47.
การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง  อ่านอย่างไรจึงจะเกิดอรรถรสในการอ่าน
a)
อ่านเสียงดัง
b)
อ่านเป็นทำนองเสนาะ
c)
อ่านในใจ
d)
อ่านใส่อารมณ์มากๆ
48.
อ่านหนังสือในที่ใดต้องสำรวมมากที่สุด
a)
ในห้องนอน
b)
บนรถโดยสารประจำทาง
c)
ในห้องสมุด
d)
ใต้ร่มไม้
49.
การอ่านในใจควรปฏิบัติอย่างไร
a)
กวาดสายตาไปทีละบรรทัด
b)
ทำปากขมุบขมิบ
c)
ผิวปากไปด้วยขณะอ่าน
d)
ให้มีเสียงเบาที่สุด
50.
การอ่านรายงานที่หน้าชั้นเรียน ถ้านักเรียนอ่านผิดควรทำอย่างไร
a)
ข้ามไปเลย       
b)
กล่าวขออภัยผู้ฟังแล้วอ่านใหม่
c)
อ่านใหม่อีกครั้ง
d)
เฉยเสีย