wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ประกันวินาศภัย

Total questions: 25

Worksheet time: 56mins

Name
Class
Date
1.
อันคำว่า “วินาศภัย” ตาม ป.พ.พ.มาตรา 869 หมายถึง ? 
a)
ความเสียหายอย่างใด ๆ บรรดาซึ่งจะพึงประมาณเป็นเงินได้
b)
ความเสียหายอย่างใด ๆ บรรดาซึ่งจะพึงประมาณเป็นเงินได้ ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ตามธรรมชาติ
c)
เหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้เอาประกัน
d)
วงเงินที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
2.
กรณีใดไม่ใช่สัญญาประกันวินาศภัย ?
a)
กำหนดเงื่อนไขว่าหากถึงแก่ความตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์จะชดใช้ให้เป็นเงิน 1 ล้านบาท
b)
กำหนดเงื่อนไขว่าหากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จะชดใช้ค่าซ่อมรถให้เป็นเงิน 1 แสนบาท
c)
ทำข้อตกลงว่าหากเจ็บป่วยและต้องนอนพักรักษาในโรงพยาบาลจะชดใช้ค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่าวันละ 4 พันบาท
d)
ไม่มีข้อใดถูกต้อง เพราะทุกข้อมีลักษณะเป็นประกันวินาศภัย
3.
ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นพร้อมกันโดยกำหนดความวินาศภัยอันเดียวกัน และจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยรวมกันทั้งหมดนั้นเกินจำนวนความเสียหายที่แท้จริง จะมีผลอย่างไร ? 
a)
ผู้รับประโยชน์ตามสัญญา มีสิทธิที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ทุกฉบับ
b)
ผู้รับประโยชน์ มีสิทธิที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ฉบับแรกก่อน
c)
ผู้รับประโยชน์มีสิทธิที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนไม่เกินจำนวนวินาศจริงเท่านั้น
d)
ผู้รับประโยชน์ มีสิทธิที่เลือกที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์จากฉบับใดก็ได้
4.
ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นพร้อมกันโดยกำหนดความวินาศภัยอันเดียวกัน และจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยรวมกันทั้งหมดนั้นเกินจำนวนความเสียหายที่แท้จริง จะมีผลอย่างไร ? 
a)
ผู้รับประกันภัยแต่ละคนต้องใช้เงินจำนวนวินาศจริงแบ่งตามส่วนมากน้อยที่ตนได้รับประกันภัยไว้
b)
ผู้รับประกันภัยแต่ละคนต้องใช้เงินจำนวนวินาศจริงแบ่งตามส่วนมากน้อยตามจำนวนเบี้ยประกันที่ตนได้รับประกันภัยไว้
c)
ผู้รับประกันภัยแต่ละคนต้องใช้เงินเต็มจำนวนวินาศภัยตามกรมธรรม์
d)
ผู้รับประโยชน์ มีสิทธิที่เลือกที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์จากฉบับใดก็ได้
5.
นาย ก. นำบ้านของตนไปทำประกันไฟไหม้ไว้กับบริษัท ข. วงเงินประกัน 1 ล้านบาท และในวันเดียวกันนั้นเองยังได้นำบ้านหลังเดียวกันไปประกันการโจรกรรมวงเงินประกัน 5 แสนบาท ไว้กับบริษัท ค. ต่อมาบ้านหลังดังกล่าวถูกนาย ค. เข้ามาลักทรัพย์ได้ทรัพย์สินไป 3 แสนบาท และนาย ค. จุดไฟเผาบ้านเพื่ออำพรางคดี ทำให้บ้านได้รับความเสียหายจากไฟไหม้เป็นเงิน 8 แสนบาท ดังนี้ บริษัท ข. และบริษัท ค. ผู้รับประกันภัยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในจำนวนเท่าใด ?
a)
บริษัท ข. ต้องชดใช้ 1 ล้านบาท และบริษัท ค.ต้องชดใช้จำนวน 5 แสนบาท เต็มจำนวนตามสัญญา
b)
บริษัท ข. และบริษัท ค.ต้องร่วมกันชดใช้ในวงเงินไม่เกินจำนวน 1 ล้าน 5 แสนบาท
c)
บริษัท ข. และบริษัท ค.ต้องร่วมกันชดใช้ในวงเงินไม่เกินจำนวน 1 ล้าน 1 แสนบาท
d)
บริษัท ข. ต้องชดใช้ 8 แสนบาท และบริษัท ค.ต้องชดใช้จำนวน 3 แสนบาท ตามความเสียหายที่แท้จริง
6.
นายม่วงนำบ้านของตนไปทำประกันไฟไหม้ไว้กับบริษัท A. วงเงินประกัน 1 ล้านบาท และในวันเดียวกันนั้นเองยังได้นำบ้านหลังเดียวกันไปประกันไฟไหม้วงเงินประกัน 2 ล้านบาท ไว้กับบริษัท B. ต่อมาบ้านหลังดังกล่าวถูกไฟไหม้ บ้านได้รับความเสียหายจากไฟไหม้เป็นเงิน 1 ล้าน 5 แสนบาท ดังนี้ บริษัท A. และบริษัท B. ผู้รับประกันภัยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในจำนวนเท่าใด ?
a)
บริษัท A. และบริษัท B. ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนตามสัญญา
b)
บริษัท A. ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนตามสัญญาก่อนจำนวน 1 ล้านบาท ส่วนบริษัท B. ใช้เงินจำนวน 5 แสนบาท
c)
ถือว่าเป็นการประกันภัยพร้อมกัน บริษัท A. ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 5 แสนบาท ส่วนบริษัท B. ใช้เงินจำนวน 1 ล้านบาท
d)
ถือว่าเป็นการประกันภัยพร้อมกัน ทั้งบริษัท A. และบริษัท B. ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่าๆ กัน คือ รายละ 7 ล้าน 5 แสนบาท
7.
ข้อใดกล่าวถูกต้อง ?
a)
สัญญาประกันภัยทั้งหลาย ถ้าทำวันเดียวกัน ให้ถือว่าได้ทำพร้อมกัน
b)
ทรัพย์สินที่จะทำประกันวินาศภัยได้นั้นต้องเป็นทรัพย์ที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย
c)
วินาศภัย หมายถึง ภัยทางธรรมชาติที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัย
d)
ถูกทุกข้อ
8.
บริษัทพะเยา จำกัด นำโรงงานของบริษัทฯไปทำประกันไฟไหม้และน้ำท่วมไว้กับบริษัท A. วงเงินประกัน 7 ล้านบาท และในวันเดียวกันนั้นเองยังได้นำบ้านหลังเดียวกันไปประกันไฟไหม้วงเงินประกัน 4 ล้านบาท ไว้กับบริษัท B. โดยกำหนดลำดัลการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไว้ คือ บริษัท A. และบริษัท B. ตามลำดับ ต่อมาโรงงานถูกกล่าวถูกไฟไหม้ เสียหายเป็นเงิน 9 ล้านบาท ดังนี้ บริษัท A. และบริษัท B. ผู้รับประกันภัยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในจำนวนเท่าใด ?
a)
บริษัท A. และบริษัท B. ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนตามสัญญา
b)
บริษัท A. ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนตามสัญญาก่อนจำนวน 7 ล้านบาท ส่วนบริษัท B. ใช้เงินจำนวน 2 ล้านบาท
c)
ถือว่าเป็นการประกันภัยพร้อมกัน บริษัท A. ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 6 ล้านบาท ส่วนบริษัท B. ใช้เงินจำนวน 3 ล้านบาท
d)
ถือว่าเป็นการประกันภัยพร้อมกัน ทั้งบริษัท A. และบริษัท B. ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่าๆ กัน คือ รายละ 4 ล้าน 5 แสนบาท
9.
ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นพร้อมกันก็ดี หรือสืบเนื่องเป็นลำดับกันก็ดี หากปรากฏว่าผู้เอาประกันภัยยอมสละสิทธิอันมีต่อผู้รับประกันภัยรายหนึ่งนั้น จะมีผลอย่างไร ? 
a)
ไม่กระทบถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้รับประกันภัยรายอื่น ๆ
b)
สัญญาประกันภัยหลายอื่นๆ หลุดพ้นความรับผิดตามสัญญาสิ้นเชิง
c)
กระทบกระทั่งถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้รับประกันภัยรายอื่น ๆ เท่านที่ยอมสละสิทธิ
d)
เฉพาะกรณีประกันภัยพร้อมกันจะทำให้สัญญาประกันภัยหลายอื่นๆ หลุดพ้นความรับผิดตามสัญญาสิ้นเชิง
10.
ก่อนเริ่มเสี่ยงภัย ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิจะบอกเลิกสัญญาประกันภัยได้หรือไม่ อย่างไร ? 
a)
ไม่มีสิทธิเลิกสัญญาเพราะสัญญาเกิดขึ้นและมีผลตามกฎหมายแล้ว
b)
ไม่มีสิทธิเลิกสัญญา เว้นแต่จะยังไม่ชำระเบี้ยประกันภัยครบจำนวน
c)
ผู้เอาประกันภัยเลิกสัญญาได้ แต่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยเต็มจำนวนให้แก่ผู้รับประกันภัย
d)
ผู้เอาประกันภัยเลิกสัญญาได้ แต่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยครึ่งหนึ่งให้แก่ผู้รับประกันภัย
11.
ถ้าในระหว่างสัญญาประกันภัยนั้นมีผลใช้บังคับ ปรากฏว่ามูลประกันภัยได้ลดน้อยถอยลงไปหนัก จะมีผลอย่างไร ? 
a)
ผู้เอาประกันภัยชอบที่จะได้ลดจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยไว้ และลดจำนวนเงินเบี้ยประกันภัย
b)
ผู้รับประกันภัยมีสิทธิเลิกสัญญา
c)
ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเลิกสัญญา
d)
ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเลิกสัญญา แต่ต้องชำระเบี้ยประกันครึ่งหนึ่ง
12.
บริษัทเชียงคำ จำกัด นำโรงงานของตนไปทำประกันไฟไหม้ไว้กับบริษัท A. ประกันภัย จำกัด วงเงินประกัน 15 ล้านบาท โดยแจ้งว่าราคาโรงงานมีมูลค่า 22 ล้านบาท ทั้งที่โรงงานมีราคาเพีง 13 ล้านบาท ดังนี้ หากบริษัท A. ประกันภัยจำกัด ทราบความจริงว่าแจ้งราคามโรงงานสูงเกินไปมหา จะมีผลอย่างไร ? 
a)
สัญญาประกันวินาศภัยตกเป็นโมฆะ
b)
สัญญาประกันวินาศภัยตกเป็นโมฆียะ
c)
ผู้รับประกันภัยมีสิทธิที่จะลดจำนวนค่าสินไหมทดแทน และคืนจำนวนเบี้ยประกันภัยให้ตามส่วนกับทั้งดอกเบี้ยด้วย
d)
ผู้รับประกันภัยมีสิทธิที่จะลดจำนวนค่าสินไหมทดแทน และไม่ต้องคืนจำนวนเบี้ยประกันภัยให้
13.
ถ้าวัตถุอันได้เอาประกันภัยไว้นั้น โอนเปลี่ยนมือไปจากผู้เอาประกันภัยโดยพินัยกรรม หรือโดยบัญญัติกฎหมาย จะมีผลอย่างไรต่อสัญญาประกันวินาศภัย ?
a)
สิทธิอันมีอยู่ในสัญญาประกันภัยโอนตามไปด้วย
b)
สัญญาประกันภัยเป็นอันสิ้นผล
c)
สิทธิอันมีอยู่ในสัญญาประกันภัยโอนตามไปด้วย หากมีการบอกกล่าวการโอนให้ผู้รับประกันภัยทราบ
d)
สิทธิอันมีอยู่ในสัญญาประกันภัยโอนตามไปด้วย หากมีการบอกกล่าวการโอนให้ผู้รับประกันภัยทราบและผู้รับประกันภัยยินยอม
14.
นายทองทำประกันวินาศภัยรถยนต์ของตนเองไว้กับบริษัทประกันภัย แต่ระหว่างสัญญาประกันภัยมีผลใช้บังคับ นายทองขายรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่นายเพชร และแจ้งการโอนให้บริษัทประกันภัยทราบแล้ว ดังนี้ มีผลอย่างไรกับสัญญาประกันวินาศภัยภัยรถยนต์คันดังกล่าว ?
a)
สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆะ
b)
หากในสัญญามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การที่ผู้เอาประกันภัยได้บอกกล่าวการโอนไปยังผู้รับประกันภัยแล้ว สิทธิที่มีอยู่ในสัญญาประกันภัยนั้นย่อมโอนตามไปด้วย
c)
ทันทีที่มีการโอนรถยนต์สิทธิตามสัญญาประกันภัยย่อมโอนตามไปด้วยทันที โดยไม่จำต้องมีการบอกกล่าว
d)
การโอนรถยนต์ส่งผลให้สิทธิตามสัญญาประกันภัยโอนตามไปด้วยเฉพาะกรณีมีการชำระเบี้ยประกันภัยครบถ้วนแล้ว
15.
ข้อใดกล่าวถูกต้อง ?
a)
หากการโอนทรัพย์ที่เอาประกันภัยไปยังบุคคลอื่นส่งผลให้ช่องแห่งภัยเปลี่ยนแปลงไปหรือเพิ่มขึ้นมาก ย่อมทำให้สัญญาประกันภัยนั้นตกเป็นโมฆะ
b)
ถ้าผู้รับประกันภัยถูกพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย สัญญาประกันภัยย่อมตกเป็นโมฆะ
c)
ถ้าผู้เอาประกันภัยถูกพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย สัญญาประกันภัยย่อมตกเป็นโมฆะ
d)
ถ้าผู้รับประโยชน์ถูกพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย สัญญาประกันภัยย่อมตกเป็นโมฆะ
16.
"ค่าสินไหมทดแทน" ที่ผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ต้องชดใช้คือค่าสินไหมทดแทนค่าเสียหายตามข้อใด ?
a)
จำนวนวินาศภัยอันแท้จริง
b)
ความบุบสลายอันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่งได้เอาประกันภัยไว้เพราะได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องปัดความวินาศภัย
c)
ค่าใช้จ่ายอันสมควรซึ่งได้เสียไปเพื่อรักษาทรัพย์สินซึ่งเอาประกันภัยไว้นั้นมิให้วินาศ
d)
ถูกทุกข้อ
17.
ข้อใดกล่าวผิด ?
a)
ห้ามมิให้คิดค่าสินไหมทดแทนเกินไปกว่าจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยไว้
b)
จำนวนวินาศจริงนั้น ท่านให้ตีราคา ณ สถานที่และในเวลาซึ่งเหตุวินาศภัยนั้นได้เกิดขึ้น
c)
จำนวนวินาศจริงนั้น ให้ตีราคาโดยผู้เอาประกันภัยแต่ต้องไม่เกินวงเงินที่เอาประกันภัยไว้ตามสัญญา
d)
ค่าใช้จ่ายในการตีราคาวินาศภัยนั้น ผู้รับประกันภัยต้องเป็นผู้ออกใช้
18.
กรณีใดต่อไปนี้ที่ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกันวินาศภัย ?
a)
ความวินาศภัยนั้นเกิดขึ้นเพราะความทุจริต หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์
b)
ความวินาศภัยนั้นเกิดขึ้นเพราะความทุจริต หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้รับประกันภัย
c)
ความวินาศภัยนั้นเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย
d)
ถูกทุกข้อ
19.
มาตรา 880 วรรคแรก "ถ้าความวินาศภัยนั้นได้เกิดขึ้นเพราะการกระทำของบุคคลภายนอกไซร้ ผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปเป็นจำนวนเพียงใด ผู้รับประกันภัยย่อม_____?_____ของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกเพียงนั้น"
ข้อความที่หายไป คือข้อใด ?
a)
เข้าใช้สิทธิไล่เบี้ย
b)
ต้องร่วมรับผิดตามสัญญา
c)
มีสิทธิเรียกเงินคืนตามสิทธิ
d)
เข้ารับช่วงสิทธิ
20.
หากเกิดวินาศภัยขึ้นตามสัญญาและผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ทราบความวินาศนั้นแล้ว ต้องบอกกล่าวแก่ผู้รับประกันภัย ภายในเวลาตามข้อใด ?
a)
โดยไม่ชักช้า
b)
โดยทันที
c)
ภายใน 24 ชั่วโมง
d)
ภายใน 48 ชั่วโมง
21.
กรณีที่เกิดวินาศภัยขึ้นตามสัญญาและผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ทราบความวินาศนั้นแล้ว แต่ไม่ได้บอกกล่าวแก่ผู้รับประกันภัยให้ทราบโดยไม่ชัดช้า ทั้งที่สามารถจะบอกกล่าวได้ เช่นนี้ จะมีผลอย่างไร ?
a)
ผู้รับประกันภัยไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
b)
ผู้รับประกันภัยอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดเพราะการไม่บอกกล่าวนั้นได้
c)
ผู้รับประกันภัยไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะกรณีที่วินาศภัยนั้นเกิดในภูมิลำเนาของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์
d)
ผู้รับประกันภัยไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะกรณีที่วินาศภัยนั้นเกิดในภูมิลำเนาหรือสำนักงานแห่งใหญ่ของผู้รับประกันภัย
22.
การฟ้องร้องเรียกให้ใช้ "ค่าสินไหมทดแทน" ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามข้อใด ?
a)
ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 10 ปีนับแต่วันทำสัญญา
b)
ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 6 เดือนนับแต่วันวินาศภัย
c)
ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 1 ปีนับแต่วันวินาศภัย
d)
ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 2 ปีนับแต่วันวินาศภัย
23.
การฟ้องร้องเรียกให้ใช้ "ใช้หรือให้คืนเบี้ยประกันภัย" ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามข้อใด ?
a)
ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 10 ปีนับแต่วันทำสัญญา
b)
ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 6 เดือนนับแต่วันซึ่งสิทธิจะเรียกให้ใช้หรือคืนเบี้ยประกันภัยถึงกำหนด
c)
ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 1 ปีนับแต่วันซึ่งสิทธิจะเรียกให้ใช้หรือคืนเบี้ยประกันภัยถึงกำหนด
d)
ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 2 ปีนับแต่วันซึ่งสิทธิจะเรียกให้ใช้หรือคืนเบี้ยประกันภัยถึงกำหนด
24.
ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับสัญญาประกันภัยในการรับขน ?
a)
คุ้มถึงความวินาศภัยทุกอย่างซึ่งอาจเกิดแก่ของที่ขนส่งในระหว่างเวลาตั้งแต่ผู้ขนส่งได้รับของไป จนได้ส่งมอบของนั้นแก่ผู้รับตราส่ง
b)
จำนวนค่าสินไหมทดแทน ย่อมกำหนดตามที่ของซึ่งขนส่งนั้นจะได้มีราคาเมื่อถึงตำบลอันกำหนดให้ส่ง
c)
แม้ว่าการขนส่งจะต้องสะดุดหยุดลงชั่วขณะหรือจะต้องเปลี่ยนทางหรือเปลี่ยนวิธีขนส่งโดยจำเป็น ในระหว่างส่งเดินทาง สัญญาประกันภัยนั้นยังคงสมบูรณ์อยู่
d)
กำไรอันจะพึงได้ในเวลาเมื่อส่งมอบของนั้น ย่อมจะคิดรวมเข้าเป็นมูลประกันภัยด้วยเสมอ
25.
"สัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ" หมายถึง ?
a)
ประกันอุบัติเหตุ
b)
ประกันภัยค้ำจุน
c)
ประกันกลุ่ม
d)
ถูกทุกข้อ