Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ห้างหุ้นส่วนสามัญ(ม.1025-1048)

Total questions: 20

Worksheet time: 29mins

Name
Class
Date
1.
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น 
a)
ต้องมีจำนวนผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
b)
หุ้นส่วนตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น
c)
ผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด
d)
ถูกทุกข้อ
2.
ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาลงหุ้นด้วยในห้างหุ้นส่วน 
สิ่งที่นำมาลงด้วยนั้น คือข้อใด ?
a)
เงิน
b)
ทรัพย์สิน
c)
แรงงาน
d)
ถูกทุกข้อ
3.
ก. ข. และ ค. ตกลงเข้าหุ้นร่วมลงทุนกันโดยนำทรัพย์สินของตนมาร่วมหุ้น แต่ไม่ตกลงอย่างชัดเจนว่าทรัพย์สินนั้นมีราคาหรือคิดเป็นส่วนลงทุนเท่าใด เช่นนี้ ถือว่าสิ่งซึ่งนำมาลงหุ้นด้วยกันนั้นมีค่าหรือมูลค่าหุ้นเท่าใด
a)
ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสิ่งซึ่งนำมาลงหุ้นด้วยกันนั้นมีค่าเท่ากัน
b)
ให้คำนวณตามราคาที่แท้จริงในขณะส่งมอบ
c)
ให้คำนวณตามราคาที่แท้จริงในขณะตีราคาทรัยพ์
d)
ให้คำนวณตามราคาที่แท้จริงตามราคาท้องตลาด
4.
ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดได้ลงแต่แรงงานของตนเข้าเป็นหุ้นและในสัญญาเข้าหุ้นส่วนไม่ได้ตีราคาค่าแรงไว้ จะต้องคำนวณส่วนกำไรของผู้ที่เป็นหุ้นส่วนด้วยลงแรงงานนั้นอย่างไร 
a)
คำนวณตามราคาท้องตลาด
b)
คำนวณโดยถือว่ามีส่วนกำไรเท่ากับส่วนถัวเฉลี่ยของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งได้ลงเงินหรือลงทรัพย์สินที่ได้เข้าหุ้นในห้างหุ้นส่วนนั้น
c)
ไม่มีสิทธิได้กำไรและขาดทุน
d)
ได้กำไรตามเท่าๆ กันกับผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ
5.
การนำทรัพย์สินมาลงหุ้นสามารถทำได้โดยวิธีใด
a)
โอนเป็นกรรมสิทธิ์
b)
อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์นั้นโดยไม่โอนกรรมสิทธิ์
c)
ให้เช่า
d)
โอนเป็นกรรมสิทธิ์และ/หรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์นั้นโดยไม่โอนกรรมสิทธิ์
6.
กรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดละเลยไม่ส่งมอบส่วนลงหุ้น จะสามารถเอาผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นออกจากห้างได้หรือไม่ มิฉะนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ จะลงเนื้อเห็นพร้อมกัน หรือโดยเสียงข้างมากด้วยกันสุดแต่ข้อสัญญา ให้เอาผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นออกเสียได้
a)
สามารถขับออกจากห้างหุ้นส่วนได้ทันที
b)
ต้องส่งคำบอกกล่าวเป็นจดหมายจดทะเบียนไปรษณีย์ไปยังผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้น ให้ส่งมอบส่วนลงหุ้นของตนมาภายในเวลาอันสมควรก่อน
c)
ต้องฟ้องเป็นคดีต่อศาลและให้ศาลใช้อำนาจให้ขับออกจากห้างหุ้นส่วน
d)
ไม่มีสิทธิขับออกจากห้างฯ เว้นแต่จะขอให้เลิกห้างฯ
7.
ก. ข. และ ค. ตกลงเข้าหุ้นร่วมลงทุนกันโดย ก. ลงหุ้น 1 แสนบาท ข. ลงหุ้น 2 แสนบาท ค.ลงหุ้นด้วยแรงงาน แต่ไม่ตกลงอย่างชัดเจนว่าให้ใครเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เช่นนี้ ถือว่าใครเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
a)
ข. เพราะลงหุ้นสูงสุด
b)
ก. และ ข. ร่วมกันเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เพราะลงหุ้นด้วยเงิน
c)
ก. ข. และ ค. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการทุกคน
d)
ก. และ ข. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ แต่ให้สิทธิ ค. ในการทักท้วงการทำงานได้
8.
ข้อใดกล่าวผิด
a)
ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนมิได้ตกลงกันไว้ในกระบวนจัดการห้างหุ้นส่วนไซร้ ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมจัดการห้างหุ้นส่วนนั้นได้ทุกคน แต่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งคนใดจะเข้าทำสัญญาอันใดซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งทักท้วงนั้นไม่ได้
b)
ถ้าได้ตกลงกันไว้ว่าการงานของห้างหุ้นส่วนนั้นจักให้เป็นไปตามเสียงข้างมากแห่งผู้เป็นหุ้นส่วนไซร้ ท่านให้ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งมีเสียงเป็นคะแนนหนึ่ง โดยพิจารณาสัดส่วนจำนวนที่ลงหุ้นด้วยว่าแต่ละคนลงมากหรือน้อย
c)
ถ้าได้ตกลงกันไว้ว่าจะให้ผู้เป็นหุ้นส่วนหลายคนจัดการห้างหุ้นส่วนไซร้ หุ้นส่วนผู้จัดการแต่ละคนจะจัดการห้างหุ้นส่วนนั้นก็ได้ แต่หุ้นส่วนผู้จัดการคนหนึ่งคนใดจะทำการอันใดซึ่งหุ้นส่วนผู้จัดการอีกคนหนึ่งทักท้วงนั้นไม่ได้
d)
อันหุ้นส่วนผู้จัดการนั้น จะเอาออกจากตำแหน่งได้ต่อเมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายอื่นยินยอมพร้อมกัน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
9.
หากมีผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วน โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ เช่นนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ มีสิทธิอย่างไร 
a)
เรียกเอาผลกำไรซึ่งผู้นั้นหาได้ทั้งหมด หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่ห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหายเพราะเหตุนั้น 
b)
เรียกเอาผลกำไรซึ่งผู้นั้นหาได้ทั้งหมด
c)
เรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่ห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหายเพราะเหตุนั้น 
d)
งดจ่ายผลกำไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนที่ฝ่าฝืนนั้น
10.
กรณีผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วน โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ ต้องฟ้องภายในอายุความเท่าใด 
a)
ต้องฟ้องภายในเวลา 6 เดือนนับแต่วันทำการฝ่าฝืน
b)
ต้องฟ้องภายในเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่หุ้นส่วนรู้ว่ามีการฝ่าฝืน
c)
ต้องฟ้องภายในเวลา 1 ปีนับแต่วันทำการฝ่าฝืน
d)
ต้องฟ้องภายในเวลา 10 ปีนับแต่วันที่หุ้นส่วนรู้ว่ามีการฝ่าฝืน
11.
ผู้เป็นหุ้นส่วนจำต้องจัดการงานของห้างหุ้นส่วนด้วยความระมัดระวังให้มากเสมือนกับ....................?
a)
วิญญูชน
b)
วิญญูชนผู้มีวิชาชีพ
c)
ผู้มีวิชาชีพ
d)
จัดการงานของตนเอง
12.
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
a)
ห้ามมิให้ชักนำเอาบุคคลผู้อื่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนหมดด้วยกันทุกคน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
b)
ความเกี่ยวพันระหว่างหุ้นส่วนผู้จัดการกับผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายอื่นนั้น ท่านให้บังคับด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยจัดการงานนอกสั่ง
c)
ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนอันมิได้เป็นผู้จัดการเอื้อมเข้ามาจัดการงานของห้างหุ้นส่วนก็ดีหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นผู้จัดการกระทำล่วงขอบอำนาจของตนก็ดี ท่านให้บังคับด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่าด้วยตัวแทน
d)
ถูกทุกข้อ
13.
กรณีไม่มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งส่วนกำไรและส่วนขาดทุนไว้ จะต้องแบ่งกำไรและขาดทุนตามข้อใด 
a)
ทุกคนได้เท่าๆ กัน
b)
แบ่งให้หุ้นส่วนผู้จัดการก่อน ส่วนที่เหลือแบ่งให้หุ้นส่วนคนอื่นๆ เท่าๆ กัน
c)
แบ่งตามส่วนที่ลงหุ้น
d)
ต้องฟ้องร้องเป็นคดีเพื่อให้ศาลเป็นผู้แบ่ง
14.
ก. ข. และ ค. ตกลงเข้าหุ้นร่วมลงทุนกันโดย ก. ลงหุ้น 1 แสนบาท ข. ลงหุ้น 2 แสนบาท และ ค. ลงหุ้น 3 แสนบาท ตกลงแบ่งกำไรคนละเท่าๆ กัน และให้ ก. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ดังนี้ หากได้กำไร 6 แสนบาท เช่นนี้  ก. จะได้ส่วนแบ่งกำไรกี่บาท
a)
1 แสนบาท
b)
1.5 แสนบาท
c)
2 แสนบาท
d)
6 แสนบาท
15.
ก. ข. และ ค. ตกลงเข้าหุ้นร่วมลงทุนกันโดย ก. ลงหุ้น 1 แสนบาท ข. ลงหุ้น 2 แสนบาท และ ค. ลงหุ้น 3 แสนบาท ตกลงแบ่งกำไรคนละเท่าๆ กัน ดังนี้ หากขาดทุน 6 แสนบาท เช่นนี้  ค. ต้องร่วมรับผิดในส่วนที่ขาดทุนกี่บาท
a)
3 แสนบาท
b)
2 แสนบาท
c)
1.5 แสนบาท
d)
1 แสนบาท
16.
ก. ข. และ ค. ตกลงเข้าหุ้นร่วมลงทุนกันโดย ก. ลงหุ้น 1 แสนบาท ข. ลงหุ้น 2 แสนบาท และ ค. ลงหุ้น 3 แสนบาท ไม่ได้ตกลงแบ่งกำไรไว้อย่างชัดเจนว่าจะแบ่งคนละเท่าใด ดังนี้ หากได้กำไร 6 แสนบาท เช่นนี้  ก. จะได้รับส่วนแบ่งกำไรกี่บาท
a)
3 แสนบาท
b)
2 แสนบาท
c)
1.5 แสนบาท
d)
1 แสนบาท
17.
ก. ข. และ ค. ตกลงเข้าหุ้นร่วมลงทุนกันโดย ก. ลงหุ้น 1 แสนบาท ข. ลงหุ้น 2 แสนบาท และ ค. ลงหุ้น 3 แสนบาท ไม่ได้ตกลงแบ่งกำไรไว้อย่างชัดเจนว่าจะแบ่งคนละเท่าใด ดังนี้ หากได้กำไร 6 แสนบาท เช่นนี้  ค. จะได้รับส่วนแบ่งกำไรกี่บาท
a)
3 แสนบาท
b)
2 แสนบาท
c)
1.5 แสนบาท
d)
1 แสนบาท
18.
A. B. และ C. ตกลงเข้าหุ้นร่วมลงทุนกันโดย A. ลงหุ้น 1 แสนบาท B. ลงหุ้น 2 แสนบาท และ C. ลงหุ้นด้วยแรงงานโดยไม่ได้ตีค่าแรงงานไว้ และทั้งสามคนไม่ได้ตกลงแบ่งกำไรไว้อย่างชัดเจนว่าจะแบ่งคนละเท่าใด ดังนี้ หากได้กำไร 4.5 แสนบาท เช่นนี้  C. จะได้รับส่วนแบ่งกำไรกี่บาท
a)
3 แสนบาท
b)
2 แสนบาท
c)
1.5 แสนบาท
d)
1 แสนบาท
19.
A. B. และ C. ตกลงเข้าหุ้นร่วมลงทุนกันโดย A. ลงหุ้น 1 แสนบาท B. ลงหุ้น 2 แสนบาท และ C. ลงหุ้นด้วยแรงงานโดยไม่ได้ตีค่าแรงงานไว้ และทั้งสามคนตกลงแบ่งกำไรไว้อย่างชัดเจนว่าจะแบ่งคนละเท่ากัน ดังนี้ หากได้กำไร 3 แสนบาท เช่นนี้  C. จะได้รับส่วนแบ่งกำไรกี่บาท
a)
3 แสนบาท
b)
2 แสนบาท
c)
1.5 แสนบาท
d)
1 แสนบาท
20.
ข้อใดกล่าวผิด
a)
ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ว่าคนหนึ่งคนใดหามีสิทธิจะได้รับบำเหน็จเพื่อที่ได้จัดการงานของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ เว้นแต่จะได้มีความตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
b)
ถ้าชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งออกจากหุ้นส่วนไปแล้วยังคงใช้เรียกขานติดเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนอยู่ ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นชอบที่จะเรียกให้งดใช้ชื่อของตนเสียได้
c)
ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งจะเรียกเอาส่วนของตนจากหุ้นส่วนอื่นๆ แม้ในกิจการค้าขายอันใดซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนก็ได้
d)
ไม่มีข้อมดกล่าวผิด