NEW
Font size
WorksheetsMeasurement & Assessment for Learning
Total questions: 62
Worksheet time: 46mins
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่มี การประเมินผล
ก. ครูคำนึง จัดกลุ่มรายงานนักศึกษาตามคุณภาพ
ข. ครูสุดใจ ให้เกรดผลการปฏิบัติงานของนักศึกษา
ค. ครูสมศักดิ์ ให้เกรดนักเรียนจากคะแนนทดสอบ
ง. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบปลายภาควิชาภาษาไทย
ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการกำหนดแนวทางของการจัดการเรียนรู้
ก. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ข. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ค. การกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้
ง. การกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้
จุดมุ่งหมายสำคัญของการวัดผลและประเมินผลระหว่างการเรียนการสอน
ก. การประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้
ข. การประเมินเพื่อพัฒนาความรอบรู้ของผู้เรียน
ค. การประเมินเพื่อทราบความแตกต่างของนักเรียน
ง. การประเมินเพื่อทราบความพร้อมของผู้เรียน
สถานการณ์ใดที่เป็นการประเมินผลที่เรียกว่า "Summative Evaluation"
ก. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดท้ายบท
ข. ครูให้ใบงานนักเรียนในการทำรายงานส่ง
ค. ครูทำการทดสอบย่อยในคาบเรียน
ง. ครูทำการทดสอบปลายภาคเรียน
ปัญหาสำคัญที่สุดเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลด้านจิตพิสัย ตรงกับข้อใด
ก.การตอบไม่ตรงตามความเป็นจริง
ข. การความเมื่อยล้าในการตอบ
ค. การลอกกันในขณะสอบ
ง. การไม่อ่านคำชี้แจงการตอบ
"จากเรื่องขุนช้างขุนแผน ขุนแผนเป็นคนดีหรือไม่ ?"
จากคำถาม วัดพฤติกรรมพุทธิพิสัยระดับใด
ก. การนำไปใช้ (application)
ข. การวิเคราะห์ (analysis)
ค. การสังเคราะห์ (synthesis)
ง.การประเมินค่า (Evaluation)
แบบทดสอบรูปแบบใดสามารถพัฒนาและนำไปใช้วัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัยได้หลายระดับ
ก. แบบจับคู่
ข. แบบถูก-ผิด
ค. แบบเติมคำ
ง. แบบเลือกตอบ
ข้อใดเป็นวิธีการกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนการประเมินตามสภาพจริง
ก. วิธีแบบองค์รวม วิธีแบบวิเคราะห์
ข. วิธีแบบองค์รวม วิธีแบบสัมพันธ์
ค. วิธีแบบวิเคราะห์ วิธีแบบแยกส่วน
ง. วิธีแบบองค์รวม วิธีแบบวัดทางอ้อม
แบบวัดด้านจิตพิสัยให้ความสำคัญกับความตรงในด้านใดมากที่สุด
ก. ความตรงตามเนื้อหา
ข. ความตรงตามสภาพ
ค. ความตรงเชิงทำนาย
ง. ความตรงตามสถานการณ์
ข้อสอบอัตนัยมีข้อควรระวังในข้อใดมากที่สุด
ก. เวลาที่สอบ
ข. จำนวนข้อสอบ
ค. เนื้อหาที่วัด
ง. การให้คะแนน
ข้อใด ไม่ใช่ หลักการสำคัญในการออกแบบการประเมินตามสภาพจริง
ก. กำหนดชนิดแบบทดสอบที่ครอบคลุมในการประเมิน
ข. ออกแบบการจัดการเรียนรู้และการประเมินผลไปด้วยกัน
ค. กำหนดเกณฑ์การประเมินให้สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับชีวิตจริง
ง. กำหนดภาระงาน สะท้อนสภาพความเป็นจริงมากกว่าเป็นการปฏิบัติกิจกรรมทั่ว ๆ ไป
วิธีการหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบที่มีการให้คะแนน 2 ค่า (0,1) มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบทดสอบคู่ขนาน
ข. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้การแบ่งครึ่งแบบทดสอบ
ค. วิธีแบบคูเดอร์ – ริชาร์ดสัน
ง. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟา
ข้อใดเป็นข้อสอบที่สามารถจำแนกคนเก่งและคนไม่เก่งได้ดีที่สุด
ก. ข้อสอบข้อ A วิเคราะห์ได้ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.20
ข. ข้อสอบข้อ B วิเคราะห์ได้ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.50
ค. ข้อสอบข้อ E วิเคราะห์ได้ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.80
ง. ข้อสอบข้อ D วิเคราะห์ได้ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.70
ข้อใดเป็นข้อสอบมีคุณภาพเหมาะสมในการนำไปใช้มากที่สุด
ก. ข้อสอบข้อ A วิเคราะห์ได้ค่าความยากเท่ากับ 0.78 ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.50
ข. ข้อสอบข้อ B วิเคราะห์ได้ค่าความยากเท่ากับ 0.26 ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.20
ค. ข้อสอบข้อ C วิเคราะห์ได้ค่าความยากเท่ากับ 0.52 ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.19
ง. ข้อสอบข้อ D วิเคราะห์ได้ค่าความยากเท่ากับ 0.45 ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.54
ข้อใดเป็นแบบทดสอบที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากที่สุด
ก. แบบสอบฉบับ A มีข้อสอบจำนวน 10 ข้อ ค่าความยากและอำนาจจำแนกผ่านเกณฑ์ทุกข้อ มีค่าความเที่ยง เท่ากับ 0.74
ข. แบบสอบฉบับ B มีข้อสอบจำนวน 20 ข้อ ค่าความยากและอำนาจจำแนกผ่านเกณฑ์ทุกข้อ มีค่าความเที่ยง เท่ากับ 0.74
ค. แบบสอบฉบับ C มีข้อสอบจำนวน 30 ข้อ ค่าความยากและอำนาจจำแนกผ่านเกณฑ์ทุกข้อ มีค่าความเที่ยง เท่ากับ 0.74
ง. แบบสอบฉบับ D มีข้อสอบจำนวน 40 ข้อ ค่าความยากและอำนาจจำแนกผ่านเกณฑ์ทุกข้อ มีค่าความเที่ยง เท่ากับ 0.75
ข้อใดกล่าวถึง Index of item Objective Congruence ได้ถูกต้องที่สุด
ก. ข้อสอบต้องวัดได้ตรงตามวัยของผู้สอบ
ข. ข้อสอบต้องวัดได้ตรงตามเนื้อหาที่มุ่งวัด
ค. ข้อสอบต้องวัดได้ตรงตามตามระดับชั้นที่มุ่งวัด
ง. ข้อสอบต้องวัดได้ตรงตามความยากที่มุ่งวัด
ปรัชญาของการวัดผล หมายถึงข้อใด
ก. สอบเพื่อให้รู้ผลว่าสอบได้หรือสอบตก
ข. สอบเพื่อประเมินความสามารถของผู้เรียน
ค. สอบเพื่อประเมินความสามารถของผู้สอน
ง. สอบเพื่อค้นหาและพัฒนาสมรรถภาพของมนุษย์
วิธีการหาค่าความเที่ยงของแบบสอบถามฉบับเดียว จากการสอบ 2 ครั้ง มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบทดสอบคู่ขนาน
ข. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้การแบ่งครึ่งแบบทดสอบ
ค. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบสอบซ้ำ
ง. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟา
ข้อใดไม่ใช่สถิติเชิงบรรยาย (Descriptive Statistics)
ก. percentage
ข. mean
ค. median
ง. t-test
จงหาค่าเฉลี่ยของคะแนนผลการสอบ 18 12 15 16 12 15 ของนักเรียนจำนวน 6 คน
ก. 13.00
ข. 13.67
ค. 14.67
ง. 15.00
จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลการสอบได้ค่าความเบ้ (Skewness) เท่ากับ -0.418 มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. โค้งปกติ
ข. โค้งเบ้ขวา
ค. โค้งเบ้ซ้าย
ง. โค้งแบนราบ
วัตถุประสงค์สำคัญของการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนแบบอิงกลุ่ม ตรงกับข้อใด
ก. วัดสมรรถภาพการจัดระบบของผู้เรียนเทียบกับกลุ่ม
ข. วัดสมรรถภาพความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนเทียบกับกลุ่ม
ค. วัดสมรรถภาพด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนเทียบกับกลุ่ม
ง. วัดสมรรถภาพความสามารถผู้เรียนเพื่อบ่งชี้ความแตกต่างเมื่อเทียบกับกลุ่ม
การปฏิบัติในข้อใด เป็นการนำสารสนเทศที่ได้จากการวัดแลประเมินผลการเรียนรู้ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้
ก. ครูสมเจตให้นักเรียนแข่งวาดรูปเพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งระดับเขต
ข. ครูสมหมายประเมินทักษะการเดาะลูกวอลเล่ย์บอลเพื่อคัดตัวนักกีฬา
ค. ครูสมชายนำคะแนนสอบย่อยและคะแนนสอบปลายภาคไปรวมกันเพื่อตัดเกรด
ง. ครูสมศรีนำผลสอบเรื่องการคูณหารเลขจำนวนเต็มไปวางแผนการสอนซ่อมเสริม
ข้อใดมีความหมายตรงกับคำว่าการวัดทางอ้อม
ก. ครูใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวของกระดาษเพื่อตัดรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
ข. สมปองใช้ตลับเมตรวัดความยาวของเตียงนอนเพื่อไปซื้อที่นอนที่พอดีกับเตียง
ค. ครูใช้แบบทดสอบนักเรียนจำนวน 40 ข้อ เพื่อให้ทราบว่านักเรียนมีความรู้เรื่องเศษส่วน
ง. สมหมายสายวัด วัดรอบเอวของสมชายเพื่อทราบขนาดเอวกางเกง
ข้อใดไม่ใช่ระดับพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ตามแนวคิดของ Bloomและคณะ (1956)
ก. ความรู้ (knowledge)
ข. การตอบสนอง (Respond)
ค. การนำไปใช้ (application)
ง. การวิเคราะห์ (analysis)
ข้อใดไม่ใช่ระดับพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านจิตพิสัย ตามแนวคิดของ Bloomและคณะ (1956)
ง. คิดสร้างสรรค์ (Creating)
ข. คุณค่า/ค่านิยม (Value)
ค. การจัดระบบ(Organize)
ง. ลักษณะนิสัย(Characterize)
วัตถุประสงค์สำคัญของการวัดสมรรถภาพของนักเรียนแบบอิงเกณฑ์ ตรงกับข้อใด
ก. วัดสมรรถภาพทั่วไปเพื่อบ่งชี้ความแตกต่างระหว่างผู้เรียน
ข. วัดสมรรถภาพเฉพาะเพื่อบ่งชี้ว่าผู้เรียนมีความสามารถหรือความรอบรู้อะไรบ้าง
ค. วัดสมรรถภาพด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ง. วัดสมรรถภาพการจัดระบบ
พฤติกรรมที่สมศักดิ์หยุดฟังคำสั่งครูเกี่ยวกับการให้อ่านหนังสือเพิ่มเติม ตรงกับระดับพฤติกรรมข้อใด
ก. การรับรู้(Receive)
ข. คุณค่า/ค่านิยม (Value)
ค. การจัดระบบ(Organize)
ง. ลักษณะนิสัย((Characterize)
พฤติกรรมที่สมศักดิ์ไปหาหนังสือที่ครูสั่งให้อ่านในห้องสมุด
ก. การรับรู้(Receive)
ข. คุณค่า/ค่านิยม (Value)
ค. การจัดระบบ(Organize)
ง. ตอบสนอง (Response)
เมื่อสมศักดิ์มีเวลาว่าง จะอ่านหนังสือที่ตนสนใจ
ก. การรับรู้(Receive)
ข. คุณค่า/ค่านิยม (Value)
ค. การจัดระบบ(Organize)
ง. ตอบสนอง (Response)
สมศักดิ์มักจะเลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์กับตัวเขาเอง
ก. การรับรู้(Receive)
ข. คุณค่า/ค่านิยม (Value)
ค. การจัดระบบ(Organize)
ง. ตอบสนอง (Response)
สมศักดิ์มักจะเลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์กับตัวเขาเอง
ก. การรับรู้(Receive)
ข. ลักษณะนิสัย((Characterize)
ค. การจัดระบบ(Organize)
ง. ตอบสนอง (Response)
สมศรีปฏิบัติตามหลักการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ก. กระทำตามแบบ (Manipulation)
ข. การคิดสร้างสรรค์ (Creating)
ค. การหาความถูกต้อง(Precision)
ง. การกระทำอย่างต่อเนื่อง(Articulation)
. สมศรีสามารถปฏิบัติงานต่างๆได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเปิดหนังสือ
ก. กระทำตามแบบ (Manipulation)
ข. การคิดสร้างสรรค์ (Creating)
ค. การหาความถูกต้อง(Precision)
ง. การกระทำอย่างต่อเนื่อง(Articulation)
สมศรีสามารถปฏิบัติงานที่ยุ่งยากซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง คล่องแคล่ว โดยการฝึกอย่างสม่ำเสมอ
ก. กระทำตามแบบ (Manipulation)
ข. การคิดสร้างสรรค์ (Creating)
ค. การหาความถูกต้อง(Precision)
ง. การกระทำอย่างต่อเนื่อง(Articulation)
สมศรีสามารถปฏิบัติงานได้คล่องแคล่วว่องไว และปฏิบัติจนเกิดความเก่ง
ก. กระทำตามแบบ (Manipulation)
ข. การกระทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ(Naturalization)
ค. การหาความถูกต้อง(Precision)
ง. การกระทำอย่างต่อเนื่อง(Articulation)
ขั้นตอนที่สำคัญหลังจากการวิเคราะห์เนื้อหารายวิชาและกำหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม ต้องดำเนินการ ในข้อใดต่อไปนี้
ก. การหาความตรงเชิงเนื้อหา
ข. การสร้างแผนผังการออกข้อสอบ
ค. การกำหนดรูปแบบของข้อสอบ
ง. การกำหนดจำนวนข้อสอบ
ข้อใดเป็นลักษณะข้อคำถามที่ต้องปรับปรุง
ก. "นักเรียนมีหน้าที่?"
ข. "การเสียสละ ก่อให้เกิดผลดีด้านใดแก่สังคม"
ค. "นักเรียนที่ดีควรมีหน้าที่อย่างไร?"
ง. "อาหารชนิดใดให้คุณค่าต่างจากชนิดอื่น"
"การรับประทานอาหารส้มตำเป็นประจำจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินชนิดใด?" เป็นคำถามที่ยังไม่ดี เนื่องจาก
ก. ใช้คำถามที่ไม่มีการใช้ความคิด
ข. ใช้ภาษาไม่เหมาะสมกับผู้เรียน
ค. ใช้คำฟุ่มเฟือย ถามคำถามยืดยาว
ง. ใช้คำถามยาก ไม่เหมาะสมกับการนำไปใช้
ลักษณะของข้อสอบจำแนกออกตามลักษณะการตอบคำถาม ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
ก. ข้อสอบปรนัย และข้อสอบเลือกตอบ
ข. ข้อสอบปรนัย และข้อสอบอัตนัย
ค. ข้อสอบแบบเลือกตอบ และข้อสอบเติมคำ
ง. ข้อสอบแบบเลือกตอบ และข้อสอบจับคู่
ครูทำการทดสอบนักเรียนโดยใช้แบบสอบ จำนวน 3 ครั้ง ทั้ง 3 ครั้งสมปองได้คะแนนเท่ากันทั้งสามครั้ง มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. ความเที่ยง
ข. ความตรงเชิงเนื้อหา
ค. ความตรงเชิงสภาพ
ง. ความตรงเชิงโครงสร้าง
ค่า IOC คืออะไร
ก. ค่าดัชนีความสัมพันธ์ระหว่างข้อสอบกับอำนาจจำแนก
ข. ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบข้อคู่ และข้อคี่
ค. ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับวัตถุประสงค์
ง. ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับความยากง่าย
อำนาจจำแนก(Discrimination) เป็นดัชนีบ่งชี้คุณภาพข้อสอบ นำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องใด
ก. จำแนกข้อถูกและข้อผิดออกจากกัน
ข. จำแนกคนเก่งและคนไม่เก่งออกจากกัน
ค. จำแนกข้อง่ายและข้อยากออกจากกัน
ง. จำแนกความเป็นปรนัยของข้อสอบ
การหาค่าความเที่ยงโดยใช้แบบทดสอบ 2 ชุดที่มีเนื้อหาเดียวกัน ความยากง่ายระดับเดียวกัน มีโครงสร้างเดียวกัน จำนวนข้อ เท่ากันๆแล้วนำคะแนนที่ได้ไปคำนวณหาค่าสหสัมพันธ์กัน มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบทดสอบคู่ขนาน
ข. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้การแบ่งครึ่งแบบทดสอบ
ค. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบสอบซ้ำ
ง. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟา
การหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบที่มีการให้คะแนนมากกว่า 1 มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบทดสอบคู่ขนาน
ข. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้การแบ่งครึ่งแบบทดสอบ
ค. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบสอบซ้ำ
ง. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟา
การหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบ โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างข้อสอบในฉบับเดียวกัน มีการให้คะแนน 2 ค่า (0,1) มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบทดสอบคู่ขนาน
ข. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้การแบ่งครึ่งแบบทดสอบ
ค. วิธีแบบคูเดอร์ - ริชาร์ดสัน
ง. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟา
การหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบ โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างข้อสอบในฉบับเดียวกัน มีการให้คะแนน 2 ค่า (0,1) มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบทดสอบคู่ขนาน
ข. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้การแบ่งครึ่งแบบทดสอบ
ค. วิธีแบบคูเดอร์ - ริชาร์ดสัน
ง. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟา
การนำแบบทดสอบที่สร้างขึ้นโดยจัดแบ่งเป็น 2 ฉบับ จัดแบ่งตามข้อคู่และข้อคี่ เท่าๆกันแล้วนำคะแนนที่ได้ไปคำนวณหาค่าสหสัมพันธ์กัน มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบทดสอบคู่ขนาน
ข. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้การแบ่งครึ่งแบบทดสอบ
ค. วิธีแบบคูเดอร์ - ริชาร์ดสัน
ง. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟา
วิธีการหาค่าความเที่ยงของแบบสอบถามฉบับเดียว จากการสอบ 2 ครั้ง มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบทดสอบคู่ขนาน
ข. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้การแบ่งครึ่งแบบทดสอบ
ค. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีใช้แบบสอบซ้ำ
ง. วิธีการหาความเที่ยงโดยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟา
การปฏิบัติในข้อใดสำคัญที่สุด เพื่อทำให้เกิดความตรงของแบบสอบ
ก. การสร้างเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน
ข. การจัดทำตารางบันทึกการให้คะแนน
ค. การสร้างตารางวิเคราะห์ข้อสอบหรือแผนผังข้อสอบ
ง. การจัดทำแนวทางการบริหารการสอบ
ค่าต่ำที่สุดของค่าอำนาจจำแนก ที่ยอมรับได้ว่าว่าข้อสอบมีคุณภาพ ตรงกับข้อใด
ก. 0.20
ข. 0.25
ค. 0.30
ง. 0.50
โดยทางทฤษฎี ค่าอำนาจจำแนก มีค่าต่ำสุดเท่าใด
ก. -1.00
ข. -0.50
ง. 0.50
จ. 1.00
ข้อสอบข้อใด มีความยากมากที่สุด
ก. ข้อสอบข้อ D วิเคราะห์ได้ค่าความยากเท่ากับ 0.40
ข. ข้อสอบข้อ B วิเคราะห์ได้ค่าความยากเท่ากับ 0.60
ค. ข้อสอบข้อ C วิเคราะห์ได้ค่าความยากเท่ากับ 0.50
ง. ข้อสอบข้อ A วิเคราะห์ได้ค่าความยากเท่ากับ 0.70
อายุ จัดอยู่ในสเกลการวัดระดับใด
ก.มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)
ข.มาตราจัดอันดับ (Ordinal Scale)
ค.มาตราอันตรภาค (Interval Scale)
ง.มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)
เพศ จัดอยู่ในสเกลการวัดระดับใด
ก.มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)
ข.มาตราจัดอันดับ (Ordinal Scale)
ค.มาตราอันตรภาค (Interval Scale)
ง.มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)
ระยะทาง(กม.) จัดอยู่ในสเกลการวัดระดับใด
ก.มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)
ข.มาตราจัดอันดับ (Ordinal Scale)
ค.มาตราอันตรภาค (Interval Scale)
ง.มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)
คะแนนสอบ จัดอยู่ในสเกลการวัดระดับใด
ก.มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)
ข.มาตราจัดอันดับ (Ordinal Scale)
ค.มาตราอันตรภาค (Interval Scale)
ง.มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)
ค่า T = 50 แปลความหมายของคะแนนตรงกับข้อใด
ก. มีความสามารถสูงกว่าคนอื่น 50 คน ใน 100 คน
ข. มีความสามารถต่ำกว่าคนอื่น 50 คน ใน 100 คน
ค. มีความสามารถในระดับเก่ง
ง. มีคะแนนครึ่งหนึ่งของคะแนนทั้งหมด
การสอนซ่อมเสริมในแต่ละรายวิชา จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการประเมินแบบใด
ก. Formative assessment
ข. Summative assessment
ค. Portfolio assessment
ง. Performance assessment
รูบริค (rubric) สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อใด
ก. เพื่อบอกขั้นตอนการทำงาน
ข. เพื่อบอกวัตถุประสงค์การทำงาน
ค. เพื่อบอกวิธีการทำงาน
ง. เพื่อเป็นเกณฑ์การบอกระดับคุณภาพผลงาน
ข้อใด ไม่ใช่ ความสำคัญของการประเมินทางการศึกษา
ก. ช่วยให้ทราบว่าศักยภาพของเด็กว่าคนไหนเก่งที่สุด
ข. ทำให้ทราบว่าการดำเนินงานบรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่
ค. ช่วยกระตุ้นให้มีการเร่งรัด ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน
ง. ช่วยชี้ให้เห็นว่าการจัดการเรียนการสอนเหมาะสมเพียงใด
ข้อใด ไม่ใช่ หลักของการประเมินผลทางการศึกษา
ก. กำหนดสิ่งที่จะประเมินให้ชัดเจนและวัดได้
ข. วางแผนการประเมินให้รัดกุม มีการวางแผนเก็บข้อมูล
ค. การใช้แบบทดสอบครบทุกตัวชี้วัดเพื่อจะได้ข้อมูลที่แท้จริง
ง. เลือกใช้เครื่องมือในการประเมินที่มีคุณภาพให้เหมาะสมกับสิ่งที่ประเมิน
