wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Test

Total questions: 62

Worksheet time: 47mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นหัวใจสำคัญของการวิจัย

a)

ก.ใช้วิธีการน่าเชื่อถือและข้อเท็จจริงใหม่มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ

b)

ข.ใช้วิธีการที่รวดเร็วและข้อเท็จจริงใหม่เป็นไปตามที่ผู้วิจัยต้องการ

c)

ค.ใช้วิธีการที่นิยมและข้อเท็จจริงใหม่มีความถูกต้อง และน่าเชื่อถือ

d)

ง.ใช้วิธีการใดก็ได้และข้อเท็จจริงใหม่เป็นไปตามที่ผู้วิจัยต้องการ

2.

ข้อใด ไม่ใช่ ประเภทการวิจัยที่แบ่งประเภทตามระเบียบวิธีการวิจัย

a)

การวิจัยประยุกต์

b)

การวิจัยเชิงบรรยาย

c)

การวิจัยเชิงทดลอง

d)

การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์

3.

"การสอนไปพร้อมกับแก้ปัญหาในห้องเรียนไป" เป็นลักษณะเด่นของการวิจัยประเภทใด

a)

ก. วิจัยเชิงสำรวจ

b)

ข. วิจัยเชิงทดลอง

c)

ค. วิจัยและพัฒนานวัตกรรม

d)

ง. วิจัยและพัฒนาการเรียนรู้

4.

ข้อใดเป็นจรรยาบรรณที่สำคัญที่สุดของนักวิจัย

a)

ก.ซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการ

b)

ข.มีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัย

c)

ค.มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำการวิจัย

d)

ง.เคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น

5.

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ได้ถูกต้อง

(1) สำรวจและวิเคราะห์ปัญหา

(2) นำวิธีการไปใช้ในชั้นเรียนและเก็บรวบรวมข้อมูล

(3) ศึกษาค้นคว้าวิธีการการแก้ปัญหา

(4) พัฒนาวิธีการที่เลือกใช้สำหรับการแก้ปัญหา

(5) วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลการแก้ไขปัญหา

a)

ก. 1-2-3-4-5

b)

ข. 1-3-4-3-5

c)

ค. 5-1-3-2-4

d)

ง. 5-1-2-4-3

6.

“การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การบวก ลบจำนวนเต็มโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก ลบ โรงเรียนบ้านนาดี จังหวัดสุรินทร์” ข้อใดเป็นตัวแปรต้นและตัวแปรตาม

a)

ก. ตัวแปรต้น คือ เพศ ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

b)

ข. ตัวแปรต้น คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ตัวแปรตาม คือ วิธีสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก ลบ

c)

ค. ตัวแปรต้น คือ นักเรียน ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

d)

ง. ตัวแปรต้น คือ การสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก ลบ ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

7.

ปัญหาที่นำมาทำการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ของครูเกิดมาจากข้อใดมากที่สุด

a)

ก. ครู

b)

ข. นักเรียน

c)

ค. ผู้บริหารโรงเรียน

d)

ง. ผู้ปกครองนักเรียน

8.

จากชื่อเรื่อง การตั้งวัตถุประสงค์ในข้อใดสมบูรณ์ที่สุด

"การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยใช้การสอนแบบโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6"

a)

ก.เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยใช้การสอนแบบโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

b)

ข.เพื่อศึกษาผลเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้การสอนแบบโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

c)

ค.เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้การสอนแบบโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

d)

ง.เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์กระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยใช้การสอนแบบโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

9.

ตัวแปรที่อาจมีผลกระทบต่อการสรุปผลการวิจัย แต่ผู้วิจัยไม่สนใจจะศึกษา เรียกว่าอะไร

a)

ก. Independent variable

b)

ข. Dependent variable

c)

ค. Confounding variable

d)

ง. Constant variable

10.

" H0 : µ1 = µ2 ; H1 : µ1 ≠ µ2" จากสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ดังกล่าวเรียกว่าอะไร

a)

ก. สมมติฐานทางการวิจัย

b)

ข. สมมติฐานทางสถิติ

c)

ค. สมมติฐานบอกทิศทาง

d)

ง. สมมติฐานไม่บอกทิศทาง

11.

การเขียนความคาดหมายของผลการวิจัย ว่า "นักเรียนในกรุงเทพฯ มีทัศนคติทางวิทยาศาสตร์สูงกว่า นักเรียนในชนบท" เรียกว่าอะไร

a)

ก. สมมติฐานทางการวิจัย แบบมีทิศทาง

b)

ข. สมมติฐานทางสถิติ แบบมีทิศทาง

c)

ค. สมมติฐานไม่มีทิศทาง

d)

ง. สมมติฐานแบบมีทิศทาง

12.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ก. ครูต้องทำวิจัยเก่งโดยไม่ต้องสอน

b)

ข. ครูต้องแยกการสอนออกจากการวิจัย

c)

ค. ครูต้องสอนเก่งอย่างเดียวไม่ต้องวิจัย

d)

ง. ครูต้องสอนควบคู่กับการทำวิจัยไม่แยกส่วน

13.

"การนำเอาเหตุผล ประสบการณ์ หรือความรู้เท่าที่ตนมี หรือรวบรวมมาได้ เพื่อกำหนดสิ่งที่เป็นคำตอบของปัญหา" มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ก. การกำหนดปัญหา

b)

ข. การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยว

c)

ค. การกำหนดสมมติฐาน

d)

ง. การกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหา

14.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ก. กลุ่มตัวอย่างคือประชากรในการวิจัย

b)

ข. การวิจัยต้องศึกษาจากประชากรเท่านั้น

c)

ค. กลุ่มตัวอย่างเป็นส่วนหนึ่งของประชากร

d)

ง. การศึกษาจากประชากรต้องทดสอบสมมติฐาน

15.

ข้อใดเป็นวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบไม่อาศัยความ

น่าจะเป็น

a)

ก. Simple random sampling

b)

ข. Cluster random sampling

c)

ค. Systematic random sampling

d)

ง. Purposive sampling

16.

ข้อใดตั้งชื่อเรื่องได้สมบูรณ์ที่สุด

a)

ก. การพัฒนากระบวนการคิดแก้ปัญหาด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบเปิด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านห้วยวิทยาคม

b)

ข. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยวิทยาคม

c)

ค. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนบ้านห้วยวิทยาคม

d)

ง. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

17.

การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากการนำผลการเรียน มาแก้ปัญหาผลการเรียนรู้ของนักเรียน หมายถึงข้อใด

a)

ก. ผลการสอบก่อนเรียน

b)

ข. การใช้คำถามเพื่อชี้นำปัญหา

c)

ค. ข้อมูลที่ได้จากความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง

d)

ง. ผลการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน

18.

การออกแบบการวิจัยไม่กล่าวถึงข้อใด

a)

ก. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

b)

ข. สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล

c)

ค. วิธีการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่าง

d)

ง. ผลการวิจัยที่คาดว่าจะได้รับ

19.

ข้อใดคือจุดมุ่งหมายสำคัญของการออกแบบการวิจัย

a)


ก. ช่วยให้เก็บข้อมูลได้สะดวก ง่ายขึ้น

b)


ข. ขจัดอิทธิพลของตัวแปรในการวิจัย

c)

ค. เพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างของการวิจัย

d)

ง. ทำให้ผลการวิจัยมีความถูกต้อง

20.

ข้อใดถูกต้องสำหรับการออกแบบการวิจัย

a)

ก. ช่วยในการกำหนดและสร้างเครื่องมือวิจัย

b)

ข. ทำให้สามารถควบคุมตัวแปรตามได้

c)

ค. ช่วยให้ในการกำหนดปัญหาการวิจัย

d)

ง. นำมาเขียนในบทที่ 4

21.

ข้อใดไม่ใช่เป็นการออกแบบการวิจัย

a)

ก. การออกแบบผลลัพธ์การวิจัย

b)

ข. การออกแบบการวิเคราะห์ข้อมูล

c)

ค. การออกแบบกลุ่มตัวอย่าง

d)

ง. การออกแบบการเก็บข้อมูล

22.

ข้อใดไม่ใช่หลักการเขียนรายงานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย

a)

ก. เขียนผสมกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน

b)

ข. วางเค้าโครงเป็นหัวข้อๆแล้วเขียนรายงาน

c)

ค. กรณีพบผลการวิจัยขัดแย้งกันไม่ต้องนำมาเขียนรายงาน

d)

ง. กรณีผลการวิจัยเหมือนกันจะต้องเขียนข้อค้นพบสนับสนุนกัน

23.

ข้อใดไม่อยู่ในขอบข่ายของการศึกษาค้นคว้า


a)

ก. เอกสารตำราต่าง ๆ

b)

ข. บทความวารสารที่เกี่ยวกับงานวิจัย

c)

ค. บทความวิชาการในการโฆษณาผลิตภัณฑ์

d)

ง. รายงานการวิจัย และปริญญานิพนธ์ต่าง ๆ

24.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะปัญหาที่ต้องนำมาพิจารณาทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

a)

ก. ส่งผลกระทบต่อการเรียนวิชาอื่น ๆ

b)

ข. ครูผู้สอนแก้ไขได้โดยการบริหารจัดการ

c)

ค. ไม่ซับซ้อนหรือยากจนเกินไป ต้องใช้เวลานาน

d)

ง. มีความสำคัญ คุ้มค่ากับเวลา

25.

การสำรวจและวิเคราะห์ปัญหาการจัดการเรียนรู้ จะนำไปสู่กระบวนการในข้อใด

a)

ก. การหาทางเลือกในการแก้ปัญหา

b)

ข. การกำหนดปัญหาการจัดการเรียนรู้ที่จะทำวิจัย

c)

ค. การสร้างและพัฒนาวิธีการหรือนวัตกรรมที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหา

d)

ง. การตัดสินใจกำหนดวิธีการหรือนวัตกรรมที่จะนำมาใช้แก้ปัญหา

26.

ข้อใดไม่ใช่ หลักการเบื้องต้นในการประเมินเอกสารและรายงานการวิจัยเกี่ยวข้อง

a)

ก. ผู้แต่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ

b)

ข. ความรู้ในเนื้อหาถูกต้องและเชื่อถือได้

c)

ค. บรรณานุกรมสามารถตรวจสอบต้นฉบับเดิมได้

d)

ง. พ.ศ.ที่แต่งไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อความน่าเชื่อถือ

27.

ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัย

a)

ก. แบบประเมินความพึงพอใจ

b)

ข. แบบสัมภาษณ์ผู้ปกครองนักเรียน

c)

ค. แผนการจัดการเรียนรู้

d)

ง. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

28.

โครงร่างการวิจัย คืออะไร

a)

ก. แผนการวิเคราะห์ข้อมูล

b)

ข. แผนการเก็บรวบรวมข้อมูล

c)

ค. แผนการเขียนรายงานการวิจัย

d)

ง. แผนการทำงานวิจัยอย่างละเอียด

29.

ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของโครงร่างการวิจัย

a)


ก. ชื่องานวิจัย

b)

ข. กลุ่มตัวอย่าง

c)

ค. วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

d)

ง. ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย

30.

รายได้ครอบครัว จัดอยู่ในสเกลการวัดระดับใด

a)

ก.มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)

b)

ข.มาตราจัดอันดับ (Ordinal Scale)

c)

ค.มาตราอันตรภาค (Interval Scale)

d)

ง.มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)

31.

ระดับการศึกษาของบิดามารดานักเรียน จัดอยู่ในสเกลการวัดระดับใด

a)

ก.มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)

b)

ข.มาตราจัดอันดับ (Ordinal Scale)

c)

ค.มาตราอันตรภาค (Interval Scale)

d)

ง.มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)

32.

คะแนนจากการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนจากแบบสอบถามชนิดมาตรประมาณค่า จัดอยู่ในสเกลการวัดระดับใด

a)

ก.มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)

b)

ข.มาตราจัดอันดับ (Ordinal Scale)

c)

ค.มาตราอันตรภาค (Interval Scale)

d)

ง.มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)

33.

คะแนนสอบของนักเรียน จัดอยู่ในสเกลการวัดระดับใด

a)

ก.มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)

b)

ข.มาตราจัดอันดับ (Ordinal Scale)

c)

ค.มาตราอันตรภาค (Interval Scale)

d)

ง.มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)

34.

ข้อใดคือสถิติที่หาประสิทธิภาพของเครื่องมือในการทดลอง

a)

ก. IOC

b)

ข. E.I.

c)

ค. KR – 20

d)

ง. E1/E2

35.

ข้อใดคือสถิติที่หาประสิทธิผลของนวัตกรรมที่สร้างขึ้น

a)

ก. IOC

b)

ข. E.I.

c)

ค. KR – 20

d)

ง. E1/E2

36.

ข้อใดคือค่าพารามิเตอร์ของกลุ่มประชากร

a)

ก. percentage

b)

ข. ANOVA

c)

ค t-test

d)

ง. µ

37.

การเลือกกลุ่มตัวอย่างในข้อใดไม่สามารถใช้สถิติ t-test

a)

ก. Simple random sampling

b)

ข. Cluster random sampling

c)

ค. Systematic random sampling

d)

ง. Purposive sampling

38.

สถิติ t-test dependent ใช้ในกรณีในข้อใด

a)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้

b)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนก่อน-หลังเรียน

c)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนสองกลุ่มหลังเรียน

d)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนสามกลุ่ม

39.

สถิติ t-test Independent ใช้ในกรณีในข้อใด

a)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้

b)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนก่อน-หลังเรียน

c)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนสองกลุ่มหลังเรียน

d)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนสามกลุ่ม

40.

สถิติ One sample t-test ใช้ในกรณีในข้อใด

a)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้

b)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนก่อน-หลังเรียน

c)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนสองกลุ่มหลังเรียน

d)

ต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนสามกลุ่ม

41.

การที่ผลการวิจัยสามารถที่ได้จะอ้างอิงไปสู่ลักษณะของประชากร เรียกว่าอะไร


a)

ก. ความเที่ยง

b)

ข. ความตรงภายใน

c)

ค. ความตรงภายนอก

d)

ง. ความตรงเชิงสภาพ

42.

ผลของการเปลี่ยนแปลงหรือผลความแตกต่างของตัวแปรตาม เป็นผลมาจากการกระทำของตัวแปรอิสระของการทดลองอย่างแท้จริง เรียกว่าอะไร

a)

ก. ความเที่ยง

b)

ข. ความตรงภายใน

c)

ค. ความตรงภายนอก

d)

ง. ความตรงเชิงสภาพ

43.

สถิติข้อใดที่ไม่ใช่ในการคำนวณหาค่าความเที่ยงของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

a)

ก. KR - 20

b)

ข. KR - 21

c)

ค. IOC

d)

ง. Cronbach alpha coefficient

44.

ข้อใดไม่ใช่คุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

a)

ก. ความตรง

b)

ข. ความเที่ยง

c)

ค. ความชัดเจน

d)

ง. อำนาจจำแนก

45.

ความคงเส้นคงวาของผลการวัดจากเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ข้อใด

a)

ก. ความตรง

b)

ข. ความเที่ยง

c)

ค. ความยากง่าย

d)

ง. ความเป็นปรนัย

46.

ข้อใดเป็นคุณสมบัติของเครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัยที่ทุกคนเข้าใจตรงกันเมื่ออ่านข้อคำถาม

a)

ก. ความตรง

b)

ข. ความเที่ยง

c)

ค. ความยากง่าย

d)

ง. ความเป็นปรนัย

47.

"ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่อง เซลล์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โดยใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ” ตัวแปรตามคือข้อใด

a)

ก. บรรยากาศในชั้นเรียน

b)

ข. นิสัยรักการเรียน

c)

ค. วิธีสอนโดยใช้ชุดกิจกรรม

d)

ง. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง เซลล์

48.

ข้อใดเป็นปัญหาสำคัญเมื่อใช้เทคนิคการสุ่มอย่างง่ายในโรงเรียนที่มีหลายห้องเรียน

a)

ก. ทำไม่ได้

b)

ข. ทำยาก

c)

ค. จัดห้องใหม่

d)

ง. เสียเวลา

49.

ข้อใดเป็นลักษณะของประชากรที่สามารถใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบกลุ่มได้ ( Cluster Random Sampling)

a)

ก. คละความสามารถระหว่างกลุ่ม เหมือนกันในกลุ่ม

b)

ข. คละความสามารถในกลุ่ม เหมือนกันระหว่างกลุ่ม

c)

ค. เหมือนกันในกลุ่ม เหมือนกันระหว่างกลุ่ม

d)

ง. คละความสามารถในกลุ่ม คละความสามารถระหว่างกลุ่ม

50.

ข้อใดคือหัวใจสำคัญของการนำเครื่องมือการวิจัยไปใช้

a)

ก. คุณภาพด้านความตรงและความเที่ยง

b)

ข. จำนวนข้อคำถามต้องมีจำนวนมากพอ

c)

ค. สะดวกในการนำไปใช้ในการเก็บข้อมูล

d)

ง. มีรูปแบบน่าสนใจในการดึงดูดผู้ตอบคำถาม

51.

การวิจัยทางการศึกษา นิยมกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับใด

a)

ก. .001

b)

ข. .05

c)

ค. .005

d)

ง. .0001

52.

การออกแบบวิจัยที่มีการทดสอบเพื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังเรียนของกลุ่มทดลองกลุ่มเดียวเรียกว่า


a)

ก. The Single Group, Posttest - Only Design

b)

ข. The Single Group, Pretest - Posttest Design

c)

ค. The Single Group, Only test Design

d)

ง. The Single Group, Pretest - Posttest Time Series Design

53.

“ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการหารเศษส่วนโดยการใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 “ จากชื่อเรื่อง ตัวแปรต้นในการวิจัย คือ ข้อใด


a)

ก. ไม่มีตัวแปร

b)

ข. แบบฝึกทักษะ

c)

ค. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการหารเศษส่วน

d)

ง. การจัดการเรียนรู้เรื่องการหารเศษส่วนโดยการใช้

54.

“ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการหารเศษส่วนโดยการใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 “ จากชื่อเรื่อง ประชากรเป้าหมายในการวิจัย คือ ข้อใด

a)

ก. นักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนนี้

b)

ข. ครูและนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนนี้

c)

ค. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาทั้งหมดในโรงเรียนนี้

d)

ง. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในโรงเรียนนี้

55.

“ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการหารเศษส่วนโดยการใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 “ จากชื่อเรื่อง การวิจัยเรื่องนี้ควรใช้วิธีวิจัยประเภทใด

a)

ก. เชิงสำรวจ

b)

ข. เชิงทดลอง

c)

ค เชิงคุณภาพ

d)

ง. เชิงประวัติศาสตร์

56.

“ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการหารเศษส่วนโดยการใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 “ จากชื่อเรื่องนี้มีเครื่องมือสำคัญในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คืออะไร

a)

ก. แบบทดสอบ

b)

ข. แบบสอบถาม

c)

ค แบบฝึกทักษะ

d)

ง. แผนการจัดการเรียนรู้

57.

ข้อใดไม่มีเนื้อหาในบทนำ

a)

ก. ขอบเขตการวิจัย

b)

ข. นิยามศัพท์เฉพาะ

c)

ค. คุณภาพเครื่องมือ

d)

ง. วัตถุประสงค์

58.

ข้อใดคือเป้าหมายหลักในการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

a)

ก. การพัฒนาสอนของครู

b)

ข. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

c)

ค. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้

d)

ง. การพัฒนาการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา

59.

รายงานการวิจัยที่เป็นส่วนอ้างอิงประกอบ ด้วยอะไรบ้าง

a)

ก. บรรณานุกรม ภาคผนวก

b)

ข. วัตถุประสงค์ กลุ่มตัวอย่าง

c)

ค. สารบัญตาราง สารบัญแผนงาน

d)

ง. ผลการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ ภาพถ่าย

60.

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผลการวิจัยอยู่ในส่วนใดของการเขียนรายงานการวิจัย

a)

ก. ส่วนนำ

b)

ข. ส่วนเนื้อเรื่อง

c)

ค. ส่วนอ้างอิง

d)

ง. ภาคผนวก

61.

ข้อใดคือความหมายของ Type I error หรือความคาดเคลื่อนประเภทที่ 1

a)

ปฏิเสธสมมุติฐานหลัก เมื่อสมมติฐานหลักเป็นจริง

b)

ยอมรับสมมุติฐานหลัก เมื่อสมมติฐานหลักเป็นจริง

c)

ปฏิเสธสมมุติฐานทางเลือก เมื่อสมมติฐานหลักเป็นจริง

d)

ปฏิเสธสมมุติฐานหลัก เมื่อสมมติฐานทางเลือกเป็นจริง

62.

ข้อใดคือความหมายของ Type II error หรือความคาดเคลื่อนประเภทที่ 2

a)

ปฏิเสธสมมุติฐานหลัก เมื่อสมมติฐานหลักเป็นจริง

b)

ยอมรับสมมุติฐานหลัก เมื่อสมมติฐานหลักเป็นเท็จ

c)

ปฏิเสธสมมุติฐานทางเลือก เมื่อสมมติฐานหลักเป็นจริง

d)

ปฏิเสธสมมุติฐานหลัก เมื่อสมมติฐานทางเลือกเป็นจริง