wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบช่างชั้นกลาง 2 / 2561

Total questions: 35

Worksheet time: 18mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของระบบบังคับเลี้ยว ?

a)

เปลี่ยนทิศทางได้ง่ายและรวดเร็ว

b)

พวงมาลัยเบา,ไม่สั่นและแรงสะท้านที่ส่งมาที่วงพวงมาลัยน้อย

c)

อัตราทดเกียร์พวงมาลัยมาก

d)

รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดหรือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

2.

เพราะเหตุใดอัตราทดเกียร์พวงมาลัยจึงมีผลต่อระบบบังคับเลี้ยว ?

a)

อัตราทดมาก ทำให้เลี้ยวได้ง่ายและพวงมาลัยเบา

b)

อัตราทดน้อย ทำให้เลี้ยวได้ง่ายและพวงมาลัยเบา

c)

อัตราทดมาก ทำให้เลี้ยวได้รวดเร็ว

d)

อัตราทดน้อย ทำให้มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด

3.

รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด ทำให้มีผลเช่นใด ต่อระบบบังคับเลี้ยว ?

a)

ทำให้เลี้ยวมุมแคบๆได้ง่าย

b)

ทำให้พวงมาลัยเบา

c)

ทำให้เลี้ยวได้รวดเร็ว

d)

ทำให้พวงมาลัยไม่สั่น

4.

ข้อเสียของรัศมีวงเลี้ยวแคบหรือน้อยมากๆคือข้อใด ?

a)

ทำให้พวงมาลัยคืนช้า

b)

ทำให้พวงมาลัยเบามากเกินไป

c)

ทำให้รถวิ่งร่อน,หน้าไว

d)

ทำให้พวงมาลัยหนัก,เลี้ยวยาก

5.

ในขั้นตอนการถอดแยกชิ้นส่วนกระปุกพวงมาลัยเพาเวอร์ ถ้าแขนช่วยเลี้ยว(ขาไก่) แน่นมากๆ ควรใช้วิธีการถอดอย่างไรที่จะทำให้ออกได้ง่ายขึ้น ?

a)

ใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น ตัวดูด 2 ขาพร้อมกับใช้คัอนตีที่แขนช่วยเลี้ยว(ขาไก่)

b)

ใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น ตัวดูด 2 ขาพร้อมกับใช้ ไฟเป่า ที่แขนช่วยเลี้ยว(ขาไก่)

c)

ใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น ตัวดูด 2 ขาพร้อมกับใช้แท่นไฮดรอลิกอัดที่แขนช่วยเลี้ยว(ขาไก่)

d)

ใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น ตัวดูด 2 ขาพร้อมกับใช้เหล็กสกัดที่แขนช่วยเลี้ยว(ขาไก่)

6.

ในขั้นตอนการถอดแยกชิ้นส่วนกระปุกพวงมาลัยเพาเวอร์ เหตุใดต้องถอดสกรูปรับตั้งระยะฟรีพวงมาลัยออกก่อน แทนที่จะถอดทั้งชุดฝาครอบและแกนเฟืองเสี้ยวออกมาพร้อมๆกัน ?

a)

เป็นรูปแบบมาตรฐานการถอดแยกชิ้นส่วนกระปุกพวงมาลัย

b)

ถ้านอตเบอร์ 17 ที่สกรูปรับตั้งระยะฟรี เกิดการสึกหรอจะทำให้ถอดยาก

c)

การติดตั้งแกนเฟืองเสี้ยวทำได้ยาก อาจมีข้อผิดพลาดได้

d)

สามารถเปลี่ยนซีลชุดฝาครอบได้ง่าย

7.

จากข้อแนะนำการถอดสกรูปรับตั้งระยะฟรีพวงมาลัย ควรเลือกขนาดของไขควงแบนให้เหมาะสมเพราะเหตุใด ?

a)

เป็นรูปแบบมาตรฐานการถอดแยกชิ้นส่วนกระปุกพวงมาลัย

b)

จะไม่ทำให้เกลียวที่ชุดฝาครอบเกิดการเสียหาย

c)

จะทำให้แกนเฟืองเสี้ยวเกิดการเสียหาย

d)

จะทำให้ร่องบาก ที่สกรูปรับตั้งระยะฟรีเกิดการเสียหาย

8.

ในขั้นตอนการถอดแยกชิ้นส่วนกระปุกพวงมาลัยเพาเวอร์ ขณะถอดแกนเฟืองเสี้ยว ไม่ควรใช้ค้อนเหล็กเคาะ ที่ส่วนปลายของแกนเฟืองเสี้ยว เพราะเหตุใด ?

a)

จะทำให้เกลียวนอตยึดแขนช่วยเลี้ยว(ขาไก่) เกิดการเสียหายได้

b)

ใส่แขนช่วยเลี้ยว(ขาไก่) ไม่เข้าเพราะร่องสไปร์ไม่ตรง

c)

ใส่แกนเฟืองเสี้ยวเข้ากับเสื้อกระปุกพวงมาลัยไม่เข้า

d)

ติดตั้งชุดลูกสูบกำลังกับแกนเฟืองเสี้ยวไม่ได้

9.

ในขั้นตอนการถอดแยกชิ้นส่วนกระปุกพวงมาลัยเพาเวอร์ เหตุใดจึงควรดึงชุดลูกสูบกำลัง ออกมาในแนวขนานกับเสื้อของกระปุกพวงมาลัยฯ ?

a)

ป้องกันลูกสูบกำลังหมุนกระแทกชุดตัวหนอน

b)

ป้องกันซีลที่ชุดลูกสูบกำลังขาด

c)

ป้องกันเสื้อกระปุกพวงมาลัยเป็นรอยและออกได้ง่าย

d)

ป้องกันเสื้อกระปุกพวงมาลัยเป็นรอยและออกได้ง่าย

10.

ในขั้นตอนการถอดแยกชิ้นส่วนกระปุกพวงมาลัยเพาเวอร์ เหตุใดขณะดึงชุดลูกสูบกำลังออกจากเสื้อกระปุกพวงมาลัย ต้องระมัดระวังอย่าให้ลูกสูบกำลังหมุน ?

a)

จะทำให้เม็ดลูกปืนไปกระแทกกับเพลาตัวหนอนได้รับความเสียหายได้

b)

จะทำให้เม็ดลูกปืนหลุดออกจากลูกสูบกำลัง

c)

จะทำให้เม็ดลูกปืนไปกระแทกกับเพลาแกนเฟืองเสี้ยวได้รับความเสียหายได้

d)

จะทำให้เม็ดลูกปืนไปกระแทกกับเพลาแกนเฟืองเสี้ยวได้รับความเสียหายได้

11.

ในขั้นตอนการถอด สกรูยึดฝาครอบชุดลูกปืนหมุนวน ควรใช้เครื่องมือชนิดใดถอด ?

a)

ประแจแหวนเบอร์ 6

b)

ด้ามขันฟรีและประแจหกเหลี่ยมเบอร์ 5

c)

ด้ามขันฟรีและประแจหกเหลี่ยมเบอร์ 6

d)

ไขควงปากแบน และ ประแจเลื่อน

12.

เพราะเหตุใดจึงต้องหมุนแกนพวงมาลัยขึ้น – ลง ในขณะถอดเม็ดลูกปืนชุดลูกสูบกำลัง ?

a)

ป้องกันแกนตัวหนอนเสียหาย

b)

ป้องกันลูกสูบกำลังเสียหาย

c)

ป้องกันเม็ดลูกปืนติด

d)

ป้องกันเม็ดลูกปืนหล่นหาย

13.

เพราะเหตุใด ควรใช้เหล็กส่งปลายแหลมแบน ตอกตัวย้ำล็อกชุดน็อตปรับฟรีโหลดแกนพวงมาลัย ก่อนทำการถอด ?

a)

จะทำให้ถอดง่าย

b)

จะทำให้ถอดง่ายและเวลาประกอบจะได้ขันล็อกที่ตำแหน่งเดิม

c)

จะทำให้ถอดง่ายและป้องกันเกลียวนอตปรับฟรีโหลดเสียหาย

d)

จะทำให้ถอดง่ายและป้องกันเกลียวเสื้อนอตปรับฟรีโหลดเสียหาย

14.

ในการตรวจสอบการหมุนของชุดลูกปืนหมุนวนโดยจับชุดลูกปืนหมุนวนให้อยู่ในแนวนอน เพราะอะไร ?

a)

จับให้อยู่ในแนวตั้งไม่ได้

b)

ป้องกันลูกปืนหลุดออกจากชุดลูกสูบกำลัง

c)

ป้องกันการกระแทกของเม็ดลูกปืนกับเพลาตัวหนอน

d)

ป้องกันการกระแทกของเม็ดลูกปืนกับลูกสูบกำลัง

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง ?

a)

ความโตมาตรฐานเพลาตัวหนอน เท่ากับ 32.00 มิลลิเมตร ค่าหมดอายุการใช้งาน 31.97 มิลลิเมตร

b)

ความโตมาตรฐานเพลาแกนเฟืองเสี้ยว เท่ากับ 32.00 มิลลิเมตร ค่าหมดอายุการใช้งาน 31.97 มิลลิเมตร

c)

ความโตมาตรฐานเพลาแกนพวงมาลัย เท่ากับ 32.00 มิลลิเมตร ค่าหมดอายุการใช้งาน 31.97 มิลลิเมตร

d)

ความโตมาตรฐานเพลาแกนทอร์ชั่นบาร์ เท่ากับ 32.00 มิลลิเมตร ค่าหมดอายุการใช้งาน 31.97 มิลลิเมตร

16.

เพราะเหตุใดต้องพันเทปใสที่ปลายเพลาแกนเฟืองเสี้ยวก่อนการติดตั้งเข้าไป ?

a)

ป้องกันการกระแทกของปลายเพลากับลูกปืนเสื้อกระปุกพวงมาลัย

b)

ป้องกันการกระแทกของปลายเพลากับเสื้อกระปุกพวงมาลัย

c)

ป้องกันการกระแทกของปลายเพลากับซีล

d)

ต้องการตรวจสอบการใส่แกนเฟืองเสี้ยวได้ตรงกึ่งกลางลูกสูบกำลัง

17.

" เมื่อต่อท่อทางเดินน้ำมันเพาเวอร์จากTank.น้ำมันจะใหลมาเข้าที่ท่อทางเข้าของเสื้อปั๊ม.น้ำมันใหลเข้าเสื้อปั๊ม.เข้าฝาหลังออกฝาหลังทั้งสองด้าน.น้ำมันรออยู่ภายในห้องชุดปั่นหรือชุดโรเตอร์.เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์.ปั๊มจะถูกขับเคลื่อนด้วยสายพาน.ทำให้แกนเพลาหมุน.โรเตอร์หมุน.ใบพัดกางออกกวาดน้ำมันผ่านแผ่นควบคุมความดันลงสู่ด้านล่างเสื้อปั๊ม.น้ำมันจะใหลออกไปสองช่องทาง.ส่วนหนึ่งรอที่หน้าห้องชุดวาล์วหรือรูใหญ่.อีกส่วนหนึ่งไหลผ่านคอคอด.ออกรูตรง.ออกรูเฉียง.ออกรูด้านข้าง.เข้าข้อต่อทางเดินน้้ำมันรูใน.ออกข้อต่อทางเดินน้ำมันรูนอก.เข้าสายอ่อนหรือสายแรงดันสูง.ส่งไปที่กระปุกพวงมาลัย.เมื่อไม่เลี้ยวเกิดสภาวะสมดุลย์น้ำมันจะถูกดันไหลกลับสู่ Tank. "


จากข้อมูลที่กล่าวมาคือหลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์หรือกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ในสถาวะใด ?

a)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะ สมดุลย์

b)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะ ปกติ

c)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ สมดุลย์

d)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ ปกติ

18.

" เมื่อเร่งรอบความเร็วเครื่องยนต์สูงขึ้น.ปั๊มก็จะดูดน้ำมันมากขึ้น.ทำให้ปริมาณน้ำมันมีมากขึ้นจึงไม่สามารถเข้าช่องคอคอดได้ทัน.ดังนั้นปริมาณน้ำมันที่เหลือจึงไปสะสมที่หน้าห้องชุดวาล์วหรือรูใหญ่มากขึ้น.จึงเกิดแรงดันประมาณ 10 - 30 กก-ซม2 หน้าห้องชุดวาล์วหรือรูใหญ่. ดัน......ชนะแรงดันสปริงตัวใหญ่ให้เปิด.จึงเกิดการระบายแรงดันออกสู่ รูด้านหลังของเสื้อปั๊ม.เข้ารูฝาหลังแล้วกลับไปปั่นสร้างแรงดันใหม่."


จากข้อมูลที่กล่าวมาคือหลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์หรือกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ในสถาวะใด ?

a)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะ สมดุลย์

b)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะ ปกติ

c)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะการทำงานของ FLOW VALVE

d)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะการทำงานของ FLOW VALVE

19.

" ขณะที่เลี้ยวขวาหรือซ้ายสุดล็อกแล้วค้างไว้ แรงดันน้ำมันจะเพิ่มมากขึ้น.เพราะแรงดันที่ส่งไปนั้นจะอั้นที่หน้าลูกสูบกำลังหรือหลังลูกสูบกำลัง.จึงทำให้ปั้มที่สร้างแรงดันน้ำมันอยู่นั้นไม่สามารถส่งน้ำมันไปที่รูเฉียงได้.น้ำมันจึงออกที่รูระบายที่ชุดวาล์วแล้วมาสะสมแรงดันภายในห้องสปริงจนถึง 85 - 95 กก-ซม2 ดันให้ ชุด ...... เปิดระบายแรงดันออกสู่ทางด้านหลังเสื้อปั๊ม.เข้าฝาหลังแล้วกลับไปปั่นสร้างแรงดันใหม่."


จากข้อมูลที่กล่าวมาคือหลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์หรือกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ในสถาวะใด ?

a)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ สมดุลย์

b)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะการทำงานของ FLOW VALVE

c)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ เลี้ยวซ้าย - ขวา

d)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะการทำงานของ RELIEF VALVE

20.

" น้ำมันจากปั้มเพาเวอร์ส่งผ่านสายแรงดันสูงเข้ารูที่ 3 ของเสื่้อคอนโทรล วาล์วที่กระปุกพวงมาลัย. น้ำมันไปวงนอกสลีฟ.เข้ารูสลีฟ.ชนผนังโรเตอร์.น้ำมันไปได้ทุกทิศทาง.ส่วนหนึ่งไปหน้าลูกสูบกำลัง.อีกส่วนหนึ่งไปหลังลูกสูบกำลัง.เมื่อเต็มหน้าและหลังลูกสูบกำลังเกิดสภาวะสมดุลย์.น้ำมันส่วนที่เหลือจึงดันผ่านขอบแกนโรเตอร์.เข้าช่องทางน้ำมันออกที่แกนโรเตอร์.แล้วใหลกลับสู่ Tank."


จากข้อมูลที่กล่าวมาคือหลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์หรือกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ในสถาวะใด ?

a)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ สมดุลย์

b)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะ ปกติ

c)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ เลี้ยวซ้าย

d)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ เลี้ยวขวา

21.

" ขณะเลี้ยวขวาแกนพวงมาลัยบิดไปทางด้านขวาทำให้ช่องทางน้ำมันรู 3 กับรู 4 ต่อถึงกัน(เพื่อดัน)และรู 2 กับรู 1 ต่อถึงกัน(เพื่อระบาย).น้ำมันจากปั๊มเพาเวอร์จะเข้ารูที่ 3 ของเสื้อคอนโทรล ไปวงนอกสลีฟเข้ารูสลีฟ,ชนผนังโรเตอร์.ออกรูที่ 4 ไปรอทางด้านหน้าลูกสูบกำลัง.ขณะเลี้ยวขวาลูกสูบกำลังเลื่อนลง น้ำมันจะดันด้านหน้าลูกสูบกำลัง.ขณะเดียวกันน้ำมันที่อยู่หลังลูกสูบกำลังจะระบายออกรูที่ 2. รูที่ 2 ซึ่งตรงกับช่องทางน้ามันออกที่แกนโรเตอร์ น้ามันก็จะระบายออกที่แกนโรเตอร์.ออกรูที่ 1 ของเสื้อคอนโทรลไหลกลับสู่Tank. "


จากข้อมูลที่กล่าวมา คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์หรือกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ในสถาวะใด ?

a)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ สมดุลย์

b)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะการทำงานของ RELIEF VALVE

c)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ เลี้ยวซ้าย

d)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ เลี้ยวขวา

22.

" ขณะเลี้ยวซ้ายแกนพวงมาลัยบิดไปทางด้านซ้ายทำให้ช่องทางน้ำมันรู 3 กับรู 2 ต่อถึงกัน(เพื่อดัน)และรู 4 กับรู 1 ต่อถึงกัน(เพื่อระบาย).น้ำมันจากปั๊มเพาเวอร์จะเข้ารูที่ 3 ของเสื้อคอนโทรล ไปวงนอกสลีฟเข้ารูสลีฟ,ชนผนังโรเตอร์.ออกรูที่ 2 ไปรอทางด้านหลังลูกสูบกำลัง.ขณะเลี้ยวซ้ายลูกสูบกำลังเลื่อนขึ้น น้ำมันจะดันด้านหลัง ลูกสูบกำลัง.ขณะเดียวกันน้ำมันที่อยู่หน้าลูกสูบกำลัง จะระบายออกรูที่ 4. รูที่ 4 ซึ่งตรงกับช่องทางน้ำมันออกที่แกนโรเตอร์ น้ำมันก็จะระบายออกที่แกนโรเตอร์.ออกรูที่ 1 ของเสื้อคอนโทรลไหลกลับสู่Tank."


จากข้อมูลในรูปภาพคือหลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์หรือกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ในสถาวะใด ?

a)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ สมดุลย์

b)

คือ หลักการทำงานของปั๊มพาวเวอร์ ในสถาวะการทำงานของ RELIEF VALVE

c)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ เลี้ยวซ้าย

d)

คือ หลักการทำงานของกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์ ในสถาวะ เลี้ยวขวา

23.

ข้อใดเป็นวิธีการตรวจสอบชิ้นส่วนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ที่ไม่ถูกต้อง หลังจากถอดแยกชิ้นส่วนออกมาเพื่อทำการซ่อม ?

a)

ตรวจสอบร่องโรเตอร์ ควรปราศจาก การสึกหรอที่มากเกินไป และควรตรวจสอบควบคู่ไปกับใบพัด(Vane)เลื่อนได้คล่อง

b)

ตรวจสอบหน้าสัมผัสของใบพัด(Vane)ควรปราศจาก การสึกหรอที่มากเกินไป โดยเฉพาะผิวโค้งส่วนส่วนปลาย

c)

ตรวจสอบผิวสัมผัสด้านในของปลอกโรเตอร์ ควรมีรอยสัมผัสที่สม่ำเสมอ โดยปราศจากการสึกหรอที่เป็นขั้นๆ

d)

ตรวจสอบลูกปืนแกนเพลาโรเตอร์ จะต้องหมุนได้คล่อง ไม่ติดขัดหรือสะดุด และต้องนั่งบ่าแกนเพลาโรเตอร์อย่างถูกต้อง

24.

จากรูปภาพ ในขั้นตอนการประกอบปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์รุ่นเสื้อเหล็กหล่อ รู่นลูกปืนเล็ก จะต้องหันมาร์ก ลงด้านล่าง ใช่หรือไม่ ?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

25.

จากรูปภาพ ในขั้นตอนการประกอบปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์รุ่นเสื้อเหล็กหล่อ รู่นลูกปืนเล็ก จะต้องหันมาร์ก ลงด้านล่าง ใช่หรือไม่ ?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

26.

" ในขั้นตอน การตรวจสอบชิ้นส่วนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ หลังจากที่ถอดแยกชิ้นส่วนออกมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำการตรวจสอบลูกปืนเพลาแกนโเตอร์ คือ ให้เปลี่ยนลูกปืนแกนเพลาโรเตอร์ใหม่ทุกครั้ง ใช่หรือไม่ "


จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นถูกต้องใช่หรือไม่

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

27.

" ในขั้นตอน การตรวจสอบชิ้นส่วนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ หลังจากที่ถอดออกมาแล้ว จะต้องทำการตรวจสอบแผ่นควบคุมความดัน (Presser Plate) ว่าเป็นรอยที่ผิวหน้าสัมผัสหรือไม่ ถ้าเป็นรอยให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ศูนย์ (0) ขัดแต่งผิวหน้าสัมผัสใหม่ให้เรียบ " จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นถูกต้องใช่หรือไม่

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

28.

" ในขั้นตอน การตรวจสอบชิ้นส่วนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ หลังจากที่ถอดออกมาแล้ว จะต้องทำการตรวจสอบแกนเพลาโรเตอร์ บริเวณหน้าสัมผัสซีลต้องปราศจากการสึกหรอเป็นขั้น ซึ่งสามารถรู้สึกได้โดยการใช้มือลูบ " จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นถูกต้องใช่หรือไม่

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

29.

" ในขั้นตอน การตรวจสอบชิ้นส่วนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ หลังจากที่ถอดออกมาแล้ว จะต้องทำการตรวจสอบใบปั๊ม (Vane) ว่าผิวหน้าสัมผัสเลื่อนใบปั๊ม ต้องปราศจากการสึกหรอหรือบิดเบี้ยว(โดยเฉพาะที่ผิวโค้งตรงส่วนปลาย ซึ่งสัมผัสกับปลอกโรเตอร์) ถ้าเป็นรอยให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ศูนย์ (1000) ขัดแต่งผิวหน้าสัมผัสใหม่ให้เรียบ "


จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นถูกต้องใช่หรือไม่ ?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

30.

จากรูปภาพ การประกอบโรเตอร์ ของปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ เสื้อเหล็กหล่อ รุ่นลูกปืนใหญ่ ให้หันมาร์ก ลง ใช่หรือไม่

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

31.

ในขั้นตอนการประกอบชุดวาล์วควบคุมการใหลของน้ำมัน จะต้องหันด้านที่มีรูเข้าหาสปริงใช่หรือไม่

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

32.

ถ้าประกอบชุดวาล์วควบคุมการใหลของปั๊มน้ำมันเพาเวอร์ ผิดจะมีผลเช่นใด

a)

พวงมาลัยหนัก เลี้ยวยาก

b)

พวงมาลัยเบาผิดปกติ

c)

พวงมาลัยจะส่ายไปมาตอนความเร็วสูง

d)

ไม่มีผลอะไรเลย

33.

จากรูป ถ้าใส่ใบพัดโดยเอาด้านมุมฉากเข้าหาเสื้อโรเตอร์ จะมีผลเช่นใดกับปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์

a)

ปั๊มเพาเวอร์มีเสียงหอน

b)

เสื้อโรเตอร์เป็นรอย

c)

ปั๊มมีอายุการใช้งานสั้นลง

d)

ถูกทุกข้อ

34.

จากรูปในขั้นตอนประกอบแกนเพลาเฟืองเสี้ยว จะต้องจัดให้อยู่กึ่งกลางฟันของชุดลูกสูบกำลัง เพราะ ป้องกันการเลี้ยวซ้าย - ขวา ไม่เท่ากัน ใช่หรือไม่

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

35.

จากรูปถ้าร่องสไปร์ แกนเพลาเฟืองเสี้ยวคดหรือบิดไปข้างใดข้างหนึ่ง จะมีผลทำให้เลี้ยวซ้าย - ขวาไม่เท่ากัน ใช่หรือไม่

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่