Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

พระบรมราโชวาท วรรณคดีวิจักษ์ ม.3

Total questions: 20

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชนิพนธ์พระ-

บรมราโชวาทองค์นี้ในโอกาสใด

a)

พระราชทานแก่ข้าราชบริพาร

b)

พระราชทานแก่ประชาชนทั่ว

ประเทศ

c)

พระราชทานแก่นักเรียนทุนที่จะไป

ศึกษาต่างประเทศ

d)

พระราชทานแก่พระเจ้าลูกยาเธอ

ทั้ง ๔ พระองค์ที่จะเสด็จไปทรงศึกษา

ณ ต่างประเทศ

2.

เรื่อง พระบรมราโชวาท เรียบเรียงโดยเน้น

การใช้โวหารประเภทใด

a)

อธิบาย

b)

เทศนา

c)

บรรยาย

d)

พรรณนา

3.

พระบรมราโชวาทองค์นี้มีประโยชน์กับบุคคลใด

a)

ข้าราชบริพารที่ปฏิบัติหน้าที่ในราชสำนัก

b)

พระเจ้าลูกยาเธอและบุตรหลานของราษฎรที่ไปศึกษา ณ ต่างประเทศ

c)

พระเจ้าลูกยาเธอและพระบรมวงศา-

นุวงศ์ที่เสด็จไปศึกษา ณ ต่างประเทศ

d)

ถูกทั้งข้อ ข และ ค

4.

ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เจ้านายในข้อใดที่คงไว้ยศ

เป็นเจ้าขณะทรงศึกษา ณ ต่างประเทศ

a)

พระราชอนุชา

b)

เจ้านายที่ใช้เงินส่วนตัว

c)

พระราชโอรสชั้นเจ้าฟ้า

d)

เจ้านายที่ได้รับทุนเล่าเรียนหลวง

5.

เหตุใดเจ้านายจึงหาช่องทางทำราชการ

ได้ยากกว่าสามัญชน

a)

ตำแหน่งราชการสำหรับเจ้านายมีน้อย

b)

เจ้านายจะต้องรับราชการเฉพาะตำแหน่ง

สูงสมพระเกียรติ

c)

เจ้านายมีสติปัญญาและความพากเพียร

น้อยกว่าสามัญชน

d)

เจ้านายจะต้องรับราชการเฉพาะตำแหน่ง

สูงสมพระเกียรติ และมีความรู้ความ

สามารถสมควรแก่ตำแหน่ง

6.

ข้อใดใช้อุปมาโวหารชัดเจนที่สุด

a)

เงินทองที่แลเห็นมาก ๆ ไม่ได้เป็นของ

หามาได้โดยง่ายเหมือนเวลาที่จ่ายไป

ง่ายนั้นเลย

b)

ถ้าจะถือว่าเกิดมาเป็นเจ้านายแล้วนิ่ง ๆ

อยู่จนตลอดชีวิต ก็เป็นสบาย ดังนั้น

จะไม่ผิดอันใดกับสัตว์ดิรัจฉานอย่าง

เลวนัก

c)

ชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยั่งยืนยืดยาว

เหมือนเหล็ก เหมือนศิลา ถึงโดยว่าจะมี

พ่ออยู่ในขณะหนึ่งก็คงจะมีเวลาที่ไม่มี

ได้ขณะหนึ่งเป็นแน่แท้

d)

ถ้าประพฤติความชั่วเสียแต่เวลามีพ่ออยู่

แล้ว โดยจะปิดบังซ่อนเร้นอยู่ได้ด้วย

อย่างหนึ่งอย่างใด เวลาไม่มีพ่อความชั่ว

นั้นคงจะปรากฏเป็นโทษติดตัวเหมือน

เงาตามหลังอยู่ไม่ขาด

7.

คนไทยที่ไปศึกษาต่างประเทศต้องรู้

ภาษาไทยให้แตกฉานเพราะเหตุใด

a)

เพื่อรักษาความเป็นคนไทยไว้

b)

เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาภาษา

ต่างประเทศ

c)

เพื่อนำความรู้ที่ได้จากต่างประเทศมาใช้

เป็นภาษาไทย

d)

เพื่อแปลตำราวิชาการที่แต่งด้วยภาษา

ต่างประเทศออกเป็นภาษาไทยที่ดี

8.

พระบรมราโชวาทมีผลต่อพระเจ้าลูกยา-

เธอทั้ง ๔ พระองค์ที่ทรงปฏิบัติตามอย่าง

ชัดเจนข้อใด

a)

ทุกพระองค์ทรงเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาการ

สาขาที่ศึกษา

b)

ทุกพระองค์มีพระสติปัญญาศึกษา

วิชาการได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ฝรั่ง

c)

ทุกพระองค์มีพระปรีชาสามารถปฏิบัติ

ราชการถึงตำแหน่งเสนาบดี

d)

ทุกพระองค์ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่นำ

วิชาการที่ศึกษามาเผยแพร่ในเมืองไทย

9.

ข้อใดแสดงถึงความรักลูกที่ถูกทางที่สุด

a)

ห้ามลูกไว้ยศเป็นเจ้า

b)

เมื่อลูกทำผิดจะทำโทษทันที

c)

ให้ความยุติธรรมแก่ลูกทุกคน

d)

ให้การศึกษาแทนทรัพย์สินเงินทอง

10.

ข้อใดแสดงพระปรีชาญาณเห็นการณ์ไกล

ในการพัฒนาบ้านเมืองของรัชกาลที่ ๕

อย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุด

a)

ทรงเน้นความสำคัญของภาษาไทย

b)

ทรงแยกเงินส่วนพระองค์ออกจากเงิน

แผ่นดิน

c)

ทรงจำกัดสิทธิของเจ้านายไว้เสมอกับ

ราษฎรทั่วไป

d)

ทรงส่งคนไทยไปศึกษาวิชาการ ณ

ประเทศยุโรป เพื่อกลับมารับราชการ

11.

“ถึงเงินพระคลังข้างที่นั่นเองก็เป็นส่วนหนึ่งใน

เงินแผ่นดินเหมือนกัน เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่ง

ที่ยกให้แก่พ่อใช้สอยในการส่วนตัวมีการ

ทำกุศลและสงเคราะห์บุตรภรรยา เป็นต้น

เห็นว่าการสงเคราะห์ด้วยเล่าเรียนดังนี้ดีกว่า

อย่างอื่น ๆ จึงได้เอาเงินรายได้นี้ใช้เป็นการ

มีคุณต่อแผ่นดินขึ้นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องแบ่ง

เงินแผ่นดินมาใช้เป็นค่าเล่าเรียน”

ข้อความนี้แสดงถึงลักษณะนิสัยที่

เด่นชัดในเรื่องใดของรัชกาลที่ ๕

a)

ไม่เห็นแก่ตัว

b)

ฉลาดรอบคอบ

c)

ละเอียดถี่ถ้วน

d)

เมตตา เสียสละ

12.

“เงินค่าที่จะใช้สอยในการเล่าเรียนกินอยู่นุ่งห่มทั้งปวงนั้น จะใช้เงินพระคลังข้างที่ คือ เงินที่เป็นส่วนสิทธิ์ขาดแก่ตัวพ่อเอง ไม่ใช้เงินที่สำหรับจ่ายราชการแผ่นดิน เงินรายนี้ได้ฝากไว้ที่แบงก์ ซึ่งจะได้มีคำสั่งให้ราชทูตจ่ายเป็นเงินสำหรับเรียนวิชาชั้นต้น ๕ ปี ปีละ ๓๒๐ ปอนด์ เงิน ๑,๖๐๐ ปอนด์ สำหรับเรียนวิชาชั้นหลังอีก ๕ ปี ปีละ ๔๐๐ ปอนด์ เงิน ๒,๐๐๐ ปอนด์ รวมเป็นคนละ ๓,๖๐๐ ปอนด์ จะได้รู้วิชาเสร็จสิ้นอย่างช้าใน ๑๐ ปีแต่เงินนี้ฝากไว้ในแบงก์ คงจะมีดอกเบี้ยมากขึ้น เหลือการเล่าเรียนแล้วจะได้ใช้ประโยชน์ของตัวเองตามชอบใจ เป็นส่วนยกให้ เงินส่วนของใครจะให้ลงชื่อเป็นของผู้นั้นฝากเอง แต่ในกำหนดยังไม่ถึงอายุ ๒๑ ปีเต็มจะเรียกเอาเงินค่าใช้สอยเองมิได้ จะตั้งผู้จัดการแทนไว้ที่นอก ให้เป็นผู้ช่วยจัดการไปฝากเงินไว้แห่งใดเท่าใดและผู้ใดเป็นผู้จัดการจะได้ทำหนังสือมอบให้อีกฉบับหนึ่งสำหรับที่จะไปทวงเอาในเวลาต้องการได้”

ข้อความนี้ใช้โวหารชนิดใด

a)

เทศนา

b)

อธิบาย

c)

บรรยาย

d)

พรรณนา

13.

“เงินค่าที่จะใช้สอยในการเล่าเรียนกินอยู่นุ่งห่มทั้งปวงนั้น จะใช้เงินพระคลังข้างที่ คือ เงินที่เป็นส่วนสิทธิ์ขาดแก่ตัวพ่อเอง ไม่ใช้เงินที่สำหรับจ่ายราชการแผ่นดิน เงินรายนี้ได้ฝากไว้ที่แบงก์ ซึ่งจะได้มีคำสั่งให้ราชทูตจ่ายเป็นเงินสำหรับเรียนวิชาชั้นต้น ๕ ปี ปีละ ๓๒๐ ปอนด์ เงิน ๑,๖๐๐ ปอนด์ สำหรับเรียนวิชาชั้นหลังอีก ๕ ปี ปีละ ๔๐๐ ปอนด์ เงิน ๒,๐๐๐ ปอนด์ รวมเป็นคนละ ๓,๖๐๐ ปอนด์ จะได้รู้วิชาเสร็จสิ้นอย่างช้าใน ๑๐ ปีแต่เงินนี้ฝากไว้ในแบงก์ คงจะมีดอกเบี้ยมากขึ้น เหลือการเล่าเรียนแล้วจะได้ใช้ประโยชน์ของตัวเองตามชอบใจ เป็นส่วนยกให้ เงินส่วนของใครจะให้ลงชื่อเป็นของผู้นั้นฝากเอง แต่ในกำหนดยังไม่ถึงอายุ ๒๑ ปีเต็มจะเรียกเอาเงินค่าใช้สอยเองมิได้ จะตั้งผู้จัดการแทนไว้ที่นอก ให้เป็นผู้ช่วยจัดการไปฝากเงินไว้แห่งใดเท่าใดและผู้ใดเป็นผู้จัดการจะได้ทำหนังสือมอบให้อีกฉบับหนึ่งสำหรับที่จะไปทวงเอาในเวลาต้องการได้”

เงินพระคลังข้างที่ หมายความว่าอย่างไร

a)

เงินส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์

b)

เงินส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์

และพระบรมวงศานุวงศ์

c)

เงินที่พระมหากษัตริย์ได้มาเพราะการ

ประกอบกิจการส่วนพระองค์

d)

เงินที่พระมหากษัตริย์ได้เป็นมรดกตก

ทอดมาจากพระมหากษัตริย์องค์ก่อน ๆ

14.

“เงินค่าที่จะใช้สอยในการเล่าเรียนกินอยู่นุ่งห่มทั้งปวงนั้น จะใช้เงินพระคลังข้างที่ คือ เงินที่เป็นส่วนสิทธิ์ขาดแก่ตัวพ่อเอง ไม่ใช้เงินที่สำหรับจ่ายราชการแผ่นดิน เงินรายนี้ได้ฝากไว้ที่แบงก์ ซึ่งจะได้มีคำสั่งให้ราชทูตจ่ายเป็นเงินสำหรับเรียนวิชาชั้นต้น ๕ ปี ปีละ ๓๒๐ ปอนด์ เงิน ๑,๖๐๐ ปอนด์ สำหรับเรียนวิชาชั้นหลังอีก ๕ ปี ปีละ ๔๐๐ ปอนด์ เงิน ๒,๐๐๐ ปอนด์ รวมเป็นคนละ ๓,๖๐๐ ปอนด์ จะได้รู้วิชาเสร็จสิ้นอย่างช้าใน ๑๐ ปีแต่เงินนี้ฝากไว้ในแบงก์ คงจะมีดอกเบี้ยมากขึ้น เหลือการเล่าเรียนแล้วจะได้ใช้ประโยชน์ของตัวเองตามชอบใจ เป็นส่วนยกให้ เงินส่วนของใครจะให้ลงชื่อเป็นของผู้นั้นฝากเอง แต่ในกำหนดยังไม่ถึงอายุ ๒๑ ปีเต็มจะเรียกเอาเงินค่าใช้สอยเองมิได้ จะตั้งผู้จัดการแทนไว้ที่นอก ให้เป็นผู้ช่วยจัดการไปฝากเงินไว้แห่งใดเท่าใดและผู้ใดเป็นผู้จัดการจะได้ทำหนังสือมอบให้อีกฉบับหนึ่งสำหรับที่จะไปทวงเอาในเวลาต้องการได้”

ข้อความใดเป็นสำนวนภาษาเฉพาะของ

ผู้เรียบเรียงที่ต่างกับสำนวนภาษาใน

ปัจจุบัน

a)

เป็นส่วนยกให้

b)

เหลือการเล่าเรียนแล้ว

c)

ที่เป็นส่วนสิทธิ์ขาดแก่ตัวพ่อเอง

d)

จะเรียกเอาเงินค่าใช้สอยเองมิได้

15.

“เงินค่าที่จะใช้สอยในการเล่าเรียนกินอยู่นุ่งห่มทั้งปวงนั้น จะใช้เงินพระคลังข้างที่ คือ เงินที่เป็นส่วนสิทธิ์ขาดแก่ตัวพ่อเอง ไม่ใช้เงินที่สำหรับจ่ายราชการแผ่นดิน เงินรายนี้ได้ฝากไว้ที่แบงก์ ซึ่งจะได้มีคำสั่งให้ราชทูตจ่ายเป็นเงินสำหรับเรียนวิชาชั้นต้น ๕ ปี ปีละ ๓๒๐ ปอนด์ เงิน ๑,๖๐๐ ปอนด์ สำหรับเรียนวิชาชั้นหลังอีก ๕ ปี ปีละ ๔๐๐ ปอนด์ เงิน ๒,๐๐๐ ปอนด์ รวมเป็นคนละ ๓,๖๐๐ ปอนด์ จะได้รู้วิชาเสร็จสิ้นอย่างช้าใน ๑๐ ปีแต่เงินนี้ฝากไว้ในแบงก์ คงจะมีดอกเบี้ยมากขึ้น เหลือการเล่าเรียนแล้วจะได้ใช้ประโยชน์ของตัวเองตามชอบใจ เป็นส่วนยกให้ เงินส่วนของใครจะให้ลงชื่อเป็นของผู้นั้นฝากเอง แต่ในกำหนดยังไม่ถึงอายุ ๒๑ ปีเต็มจะเรียกเอาเงินค่าใช้สอยเองมิได้ จะตั้งผู้จัดการแทนไว้ที่นอก ให้เป็นผู้ช่วยจัดการไปฝากเงินไว้แห่งใดเท่าใดและผู้ใดเป็นผู้จัดการจะได้ทำหนังสือมอบให้อีกฉบับหนึ่งสำหรับที่จะไปทวงเอาในเวลาต้องการได้”

คำว่า “ทวง” ในข้อความ “สำหรับที่จะได้ไป

ทวงเอาในเวลาต้องการได้” ปัจจุบันควรใช้คำ

คำใด

a)

เบิก

b)

ถอน

c)

ขอคืน

d)

เรียกร้อง

16.

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอม-

เกล้าเจ้าอยู่หัว มีทำนองแต่งเป็นแบบใด

a)

สารคดี

b)

บทความ

c)

ความเรียง

d)

บทวิจารณ์

17.

“เมื่อไปอยู่ในโรงเรียนแห่งใดจงประพฤติการ

ให้เรียบร้อยตามแบบอย่างซึ่งเขาตั้งลงไว้”

ข้อความ“แบบอย่างซึ่งเขาตั้งลงไว้” ใช้เป็น

ภาษาปัจจุบันว่าอะไร

a)

กฎเกณฑ์ซึ่งเขาตั้งไว้

b)

กฎ ระเบียบซึ่งเขาตราไว้

c)

ระเบียบ กติกาที่เขาวางไว้

d)

ระเบียบแบบแผนที่เขากำหนดไว้

18.

ข้อความ “เหลือการเล่าเรียนแล้ว” ถ้าจะให้

เป็นสำนวนภาษาปัจจุบันควรปรับปรุงอย่างไร

a)

เพิ่มบุพบท จาก

b)

เพิ่มบุพบท สำหรับ

c)

เปลี่ยนกริยาเป็น เบิก

d)

เปลี่ยนบุพบทเป็น ของ

19.

“จะตั้งผู้จัดการแทนไว้ที่นอก ให้เป็นผู้ช่วย

จัดการไปฝากเงินไว้แห่งใดเท่าใด”

คำว่า “นอก” ในข้อความนี้ควรใช้คำใดใน

ปัจจุบัน

a)

ที่เมืองนอก

b)

ที่ต่างประเทศ

c)

ที่นอกประเทศ

d)

ถูกทั้งข้อ ก และ ค

20.

จากการศึกษาเรื่อง พระบรมราโชวาททำให้

รู้จักผู้เขียนได้ว่าเป็นคนเช่นไร

a)

รักและทะนุถนอมลูกมาก

b)

มองการณ์ไกลและรอบคอบ

c)

ร่ำรวยและรู้คุณค่าของเงินอย่างดี

d)

มีความเป็นชาตินิยมอย่างชัดเจน