wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทที่ 7 ตัวแปรและสมมติฐานในการวิจัย

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

สมมิติฐานแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)

1ประเภท

b)

2ประเภท

c)

3ประเภท

d)

4ประเภท

2.

สมมติฐานในการวิจัยมีลักษณะเป็นข้อความไปในทางใด

a)

มีลักษณะเป็นข้อความที่คาดคะเนคำตอบตามวัตถุประสงค์ที่ผู้วิจัยบรรยายถึง

b)

เป็นการตั้งสมมติฐานกรณีที่ผู้วิจัยแน่ใจในสิ่งที่คาดคะเนว่าจะเป็นคำตอบ

c)

เป็นการตั้งสมมติฐานกรณีที่ผู้วิจัยไม่แน่ใจในสิ่งที่คาดคะเนว่าจะเป็นคำตอบ

d)

เป็นการนำสมมติฐานในการวิจัยมาเขียนอยุ่ในรูปของสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์

3.

ความสัมพันธ์ของตัวแปรแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)

1ประเภท

b)

2ประเภท

c)

3ประเภท

d)

4ประเภท

4.

สมมติฐานแบบไม่มีทิศทางเป็นการตั้งสมมติฐานในลักษณะใด

a)

เป็นการตั้งสมมติฐานที่ไม่มีความแตกต่างหรือมีความสัมพันธ์เป็นศูนย์

b)

เป็นการนำสมมติฐานในการวิจัยมาเขียนอยู่ในรูปของสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์

c)

เป็นการคำนวณค่าสถิติโดยนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างไปแทนค่าต่างๆ

d)

เป็นการตั้งสมมติฐานกรณีที่ผู้วิจัยไม่แน่ใจในสิ่งที่คาดคะเนว่าจะเป็นคำตอบ

5.

สมมติฐานแบบมีทิศทางเป็นการตั้งสมมติฐานในลักษณะใด

a)

เป็นการตั้งสมมติฐานที่ไม่มีความแตกต่างหรือมีความสัมพันธ์เป็นศูนย์

b)

เป็นการนำสมมติฐานในการวิจัยมาเขียนอยู่ในรูปของสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์

c)

เป็นการตั้งสมมติฐานกรณีที่ผู้วิจัยแน่ใจในสิ่งที่คาดคะเนว่าจะเป็นคำตอบ

d)

เป็นการคำนวณค่าสถิติโดยนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างไปแทนค่าต่างๆ

6.

เป็นการนำสมมติฐานในการวิจัยมาเขียนอยู่ในรูปของสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์” จากข้อความข้างต้นเป็นสมมติฐานประเภทใด

a)

สมมติฐานทางสถิติ

b)

สมมติฐานแบบมีทิษทาง

c)

สมมติฐานแบบไม่มีทิศทาง

d)

สมมติฐานในการวิจัย

7.

การทดสอบด้วยวิธีการทางสถิติแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)

1ประเภท

b)

2ประเภท

c)

3ประเภท

d)

4ประเภท

8.

สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

a)

สถิติเมตริก และ สถิตินอนเมตริก

b)

สถิติเมตริก และ สถิตินอนพาราเมตริก

c)

สถิติพาราเมตริก และ สถิตินอนพาราเมตริก

d)

สถิติเมตริก และ สถิติพาราเมตริก

9.

ขั้นตอนใดเป็นขั้นตอนที่ 3 ของการทดสอบสมมติฐาน

a)

กำหนดระดับนัยสำคัญ

b)

กำหนดขอบเขตวิกฤต

c)

ตั้งสมมติฐาน

d)

เลือกสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน

10.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการ กำหนดขอบเขตวิกฤต

a)

เป็นการกำหนดความน่าจะเป็นที่ผู้วิจัยจะยอมให้เกิดความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1

b)

เป็นการกำหนดพื้นที่ของสถิติทดสอบที่ใช้สำหรับปฏิเสธหรือยอมรับสมมติฐานศูนย์

c)

เป็นการตั้งสมมติฐานทางสถิติซึ่งประกอบด้วยสมมติฐานศูนย์และสมมติฐานทางเลือก

d)

เป็นการคำนวณค่าสถิติโดยนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างไปแทนค่าต่างๆ

11.

งานวิจัยทุกเรื่องจะต้องมีการศึกษาตัวแปรอย่างน้อย 1 ตัวแปร

a)

ถูก

b)

ผิด

12.

ตัวแปร คือ คุณลักษณะของสิ่งที่ต้องการศึกษาซึ่งไม่สามารถแปรค่าได้

a)

ถูก

b)

ผิด

13.

การระบุตัวแปรในการวิจัยทำให้ผู้วิจัยทราบว่าการดำเนินวิจัยจะต้องศึกษาอะไร

a)

ถูก

b)

ผิด

14.

ตัวแปรมี 2 ประเภทคือตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม

a)

ถูก

b)

ผิด

15.

งานวิจัยทุกเรื่องจำเป็นต้องมีอย่างน้อย 2 ตัวแปร

a)

ถูก

b)

ผิด

16.

ตัวแปรอิสระเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อตัวแปรอื่นที่ตามมา

a)

ถูก

b)

ผิด

17.

สมมติฐานการวิจัยเป็นคำตอบของผู้วิจัยที่คาดคะเนหรือพยากรณ์ไว้ล่วงหน้า

a)

ถูก

b)

ผิด

18.

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นตัวแปรต้น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นตัวแปรตาม

a)

ถูก

b)

ผิด

19.

“ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ระหว่างการวิจัยกลุ่มทดลองที่เรียนด้วยสื่อการสอนทางคอมพิวเตอร์ กับ กลุ่มที่เรียนด้วยวิธีการสอนของ สสวท. มีความแตกต่างกัน” ข้อความข้างต้นคือ สมมติฐาน

a)

ถูก

b)

ผิด

20.

“ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ระหว่างการวิจัยกลุ่มทดลองที่เรียนด้วยสื่อการสอนทางคอมพิวเตอร์ กับ กลุ่มที่เรียนด้วยวิธีการสอนของ สสวท. มีความแตกต่างกัน” ข้อความข้างต้นคือ ตัวแปร

a)

ถูก

b)

ผิด