wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบวิวัฒนาการ

Total questions: 20

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับทฤษฎี use and disuse ของ Jean Lamarck

a)

สิ่งมีชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด และสืบพันธุ์ต่อไป

b)

ลักษณะใดๆที่เกิดขึ้นในรุ่นพ่อแม่ จะสามารถถูกถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกได้

c)

เมื่อมีการใช้งานอวัยวะใดมาก อวัยวะนั้นก็จะใหญ่ และแข็งแรงขึ้น เช่นกล้ามเนื้ออวัยวะใดหากไม่ได้ใช้งานก็จะหดเล็กลง เช่นไส้ติ่ง

d)

สิ่งมีชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ แต่จะไม่สูญพันธุ์ไปไหน

2.

ทฤษฎีวิวัฒนาการของ Lamarck อ้างถึงหลักการใดมากที่สุด

a)

การแปรผันตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

b)

การแปรผันที่บังเอิญเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

c)

การแปรผันที่เกิดจากมิวเทชั่น

d)

การแปรผันที่จะถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติ

3.

หลักฐานใดต่อไปนี้ ไม่ใช่หลักฐานที่แสดงว่าวิวัฒนาการ นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในธรรมชาติ

a)

การพบฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตในอดีตที่มีความคล้ายคลึงกันกับสิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน

b)

การพบว่าล าดับอะมิโนในโปรตีนที่พบในซากไดโนเสาร์คล้ายกับที่พบในไก่ หรือนกในปัจจุบัน

c)

การเจริญพัฒนาของตัวอ่อนในตอนต้นของสัตว์มีกระดูกสันหลังมีรูปแบบที่เหมือนกัน

d)

ความเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตเวียนว่ายตายเกิด จากสิ่งมีชีวิตหนึ่ง เมื่อตายลงจะไปเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดิมหรือชนิดใหม่ได้

4.

การที่มือและแขนของมนุษย์ มีกระดูกชิ้นต่างๆเหมือนกับ ปีกของนก ครีบของโลมาหรือวาฬ ขาของสุนัขนั้น เราเรียกการมีโครงสร้างที่คล้ายกันแต่อาจจะมีหน้าที่ การทำงานต่างกันว่าอะไร

a)

Analogous structure

b)

Homologous structure

c)

Convergent evolution

d)

Micro evolution

5.

เมื่อมีการค้นพบฟอสซิลในชั้นของหินตะกอน ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ฟอสซิลที่พบตื้นที่สุดเป็นฟอสซิลที่เก่าแก่น้อยที่สุด

b)

ฟอสซิลที่พบลึกที่สุดเป็นฟอสซิลที่มีลักษณะคล้ายกับสิ่งมีชีวิตปัจจุบันมากที่สุด

c)

ฟอสซิลที่พบในชั้นของหินตะกอน จะไม่มีสารประกอบพวกหินปูน ซิลิกอนออกไซด์

d)

ฟอสซิลที่พบแสดงความซับซ้อนของโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตในอดีต ยิ่งอยู่ในชั้นที่ลึกลงไปเท่าไหร่ เราก็จะพบสิ่งมีชีวิตที่มีความซับซ้อน

6.

ข้อใดถูกต้อง

a)

การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตเพื่อการสืบพันธุ์เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างสุ่ม

b)

มิวเทชันทำให้เกิดแอลลีลใหม่ ซึ่งทุกแอลลีลสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อไปได้

c)

การคัดเลือกทางธรรมชาติเป็นกระบวนการคัดเลือกจีโนไทป์ที่เหมาะสมของสิ่งมีชีวิตในประชากรหนึ่ง ๆ

d)

วิวัฒนาการเป็นการเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีลในกลุ่มประชากรใดๆเมื่อเวลาผ่านไป

7.

หากต้องการดูสายสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของค้างคาวกับแมลง ควรเลือกใช้หลักฐานใดจึงจะสะดวกและเหมาะสมที่สุด

a)

ฟอสซิล

b)

คัพภะวิทยาเปรียบเทียบ

c)

กายวิภาคเปรียบเทียบ

d)

ชีววิทยาระดับโมเลกุล

8.

ประชากรของสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะใดดังต่อไปนี้ จึงจะมีความถี่ของยีนอยู่ในสมดุลฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก

a)

ประชากรมีขนาดใหญ่

b)

มีการอพยพย้ายถิ่นฐานระหว่างประชากรย่อย

c)

สิ่งมีชีวิตมีความสามารถในการอยู่รอดและสืบพันธุ์แตกต่างกัน

d)

มีการกลายของสารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิต

9.

หากประชากรอยู่ในสมดุลฮาร์ดี-ไวน์เบิร์กแล้ว ข้อใดต่อไปนี้เป็นจริง

a)

การคัดเลือกโดยธรรมชาติจะเกิดขึ้น สิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงกว่าจะอยู่รอด

b)

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของความถี่แอลลีลจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง

c)

จ านวนสิ่งมีชีวิตที่อพยพออก เท่ากับจำนวนสิ่งมีชีวิตที่อพยพเข้า

d)

ประชากรมีขนาดเล็ก และขนาดของประชากรไม่เปลี่ยนแปลง

10.

หากสิ่งแวดล้อมไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย การสืบพันธุ์แบบใดมีประสิทธิภาพดีที่สุด

a)

การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

b)

การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

c)

การสืบพันธุ์แบบสลับระหว่างแบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศ

d)

ไม่จำเป็นต้องสืบพันธุ์ เพราะสิ่งมีชีวิตจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ

11.

ข้อใดอธิบายถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่ดาร์วินพบ ในนกฟินซ์บนหมู่เกาะกาลาปากอสได้ดีที่สุด

a)

เป็นนก species เดียวกันซึ่งมีความแปรผันทางพันธุกรรม

b)

ความแปรผันทางพันธุกรรม ทำให้ธรรมชาติคัดเลือกจะงอยปากที่เหมาะสมกับอาหารบนเกาะนั้นๆ

c)

ลักษณะที่ถูกคัดเลือกเกิดการปรับตัวด้านสรีรวิทยาของจะงอยปาก

d)

การปรับตัวนำไปสู่กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์

12.

“ความแปรผัน ย่อมจะต้องมีบางลักษณะที่เหมาะสมกับ สิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะดังกล่าวย่อมจะดำรงชีวิตได้ดีและสามารถสืบพันธุ์ถ่ายทอดลักษณะไปยังรุ่นต่อไป” ข้อความนี้สอดคล้องกับหลักการใด

a)

กฎแห่งการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหม่ของฌอง ลามาร์ก

b)

กฎการแปรผันทางพันธุกรรมของฮาร์ดี และไวน์เบิร์ก

c)

แนวคิดในทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของ ชาลล์ ดาร์วิน

d)

แนวคิดการเกิดวิวัฒนาการของ ชาลล์ ดาร์วิน

13.

ถ้าประชากร 2 บริเวณมีการติดต่อและถ่ายทอดยีนกัน อย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประชากรทั้ง 2 บริเวณ นั้นคือข้อใด

a)

มีความถี่ของแอลลีลที่ใกล้เคียงกันมาก

b)

ความแปรผันทางพันธุกรรมลดลง

c)

มีความแตกต่างทางจีโนไทป์เพิ่มขึ้น

d)

มีวิวัฒนาการแยกออกจากกันเป็นแบบคู่ขนาน

14.

วิวัฒนาการเกิดขึ้นได้เร็วในสิ่งมีชีวิตที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศมากกว่าพวกที่สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเป็นเพราะเหตุใด

a)

ผลิตลูกหลานได้มากกว่า

b)

มีโอกาสอยู่รอดได้ดีกว่า

c)

ก่อให้เกิดความแปรผันทางพันธุกรรมได้มากว่า

d)

ก่อให้เกิดมิวเทชันของยีนได้มากกว่า

15.

หลักฐานของวิวัฒนาการในข้อใดใช้สนับสนุนว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายต่างก็มีกำเนิดมาจากบรรพบุรุษแรกเริ่มชนิด เดียวกันได้ดีที่สุด

1. หลักฐานจากข้อมูลด้านชีววิทยาเชิงโมเลกุล

2. หลักฐานจากการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอ

3. หลักฐานจากการเปรียบเทียบโครงสร้าง

4. หลักฐานจากการปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์

a)

1

b)

2

c)

1 และ 3

d)

2 และ 4

16.

ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมที่เป็นหมัน เกิดจากการผสมระหว่างม้ากับลา ม้ากับลามีความสัมพันธ์กันอย่างไร

a)

เป็นสัตว์สปีชีส์เดียวกัน เพราะผสมพันธุ์กันได้

b)

เป็นสัตว์สปีชีส์เดียวกัน เพราะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน

c)

เป็นสัตว์ต่างสปีชีส์กัน เพราะมีขนาดต่างกัน

d)

เป็นสัตว์ต่างสปีชีส์กัน เพราะล่อไม่สามารถสืบพันธุ์ขยายพันธุ์ต่อไปได้์

17.

นักวิทยาศาสตร์คาดคะเนความสูงของม้าจากอดีตถึง ปัจจุบันจากหลักฐานข้อใด

a)

พบซากม้าทั้งตัวจึงวัดได้

b)

มีจดหมายเหตุของคนโบราณบอกไว้

c)

จากหลักฐานภาพวาดรูปม้าในถ้ำที่ฝรั่งเศส

d)

ประมาณจากซากขาหน้าและขาหลังที่พบ

18.

กลไกการแบ่งแยกก่อนระยะไซโกตจะป้องกันมิให้ กระบวนการใดเกิดขึ้น

a)

การปฏิสนธิ

b)

การผลิตเซลล์สืบพันธุ์

c)

การเจริญเติบโตของไซโกต

d)

การสืบพันธุ์ของลูกผสม

19.

ปัจจัยใดสำคัญที่สุดในการเกิดวิวัฒนาการของนกฟินช์ในหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งมีหลายสปีชีส์ต่างๆกัน

a)

การเกิดภัยธรรมชาติ

b)

การอพยพย้ายถิ่นตามฤดูกาล

c)

กลไกการแยกทางการสืบพันธุ์

d)

การแยกกันทางสภาพภูมิศาสตร์

20.

คำว่า species หมายถึง

a)

กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มี gene pool ของประชากรมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน

b)

กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ร่วมในประชากรเดียวกัน

c)

กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเหมือนกัน

d)

กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มีแหล่งที่อยู่อาศัยอย่างเดียวกัน