wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบย่อยพยาธิวิทยา 1

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

ประวัติผู้ป่วยใดจัดเป็นรอยโรค (lesion)

a)

พบผื่นแดงที่ผิวหนัง

b)

นอนไม่หลับหลายคืนติดกัน

c)

กินยาลดไข้แล้วแต่ไข้ก็ไม่ลด

d)

มีประวัติคุณแม่เป็นมะเร็งเต้านม

e)

สูบบุหรี่วันละซองตั้งแต่วัยรุ่น

2.

อาการใดของผู้ป่วยที่จัดเป็น symptom

a)

อาการหัวใจเต้นเร็ว

b)

ระดับไขมันในเลือดสูง

c)

อาการปวดหลังมานานหลายปี

d)

พบรอยวัณโรคในเอ็กซ์เรย์ปอด

e)

มีก้อนขนาดใหญ่ที่รักแร้ด้านขวา

3.

การศึกษากลไกของการเกิดโรค (pathogenesis) คือกรณีใด

a)

แพทย์บอกกับผู้ป่วยว่าเป็นมะเร็งกระดูก

b)

ผลการตรวจเลือดพบเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี

c)

ผู้ชายมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดได้ไม่เกิน 6 เดือน

d)

ได้รับเลือกเป็นแม่ที่มีอายุยืนมากกว่า 100 ปี ในงานวันแม่

e)

การที่ผู้ป่วยมีอาการตัวร้อน มีไข้เนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

4.

สารเคมีใดที่นิยมใช้ในการดองตัวอย่างอวัยวะ (fixation) เพื่อให้คงสภาพดีที่สุด

a)

Xylene

b)

Paraffin

c)

Acetone

d)

Formalin

e)

Distill Water

5.

คุณสมบัติใดของแอลกอฮอล์ที่ใช้ในการทำตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อศึกษาจุลกายวิภาค (histotechnique)

a)

ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนตัว

b)

ทำให้เนื้อเยื่อมีสีแดงขึ้น

c)

ทำให้เนื้อเยื่อมีขนาดเล็กลง

d)

ใช้ในการดึงน้ำออกจากเซลล์

e)

ใช้ในการทำลายเยื้อเยื่อที่ตาย

6.

การปรับตัวของกล้ามเนื้อหัวใจที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเนื่องจากภาวะความดันโลหิตสูง มักจะพบการปรับตัวชนิดใด

a)

Atrophy

b)

Dysplasia

c)

Metaplasia

d)

Hypertrophy

e)

Hyperplasia

7.

Necrosis จัดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับเซลล์ประเภทใด

a)

เซลล์มะเร็ง

b)

เซลล์อักเสบ

c)

เซลล์ที่บาดเจ็บ

d)

เซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่

e)

เซลล์ที่ตายแล้ว

8.

การตายของปอดเนื่องจากติดเชื้อวัณโรค มักพบเนื้อเยื่อมีลักษณะนิ่มคล้ายเนย จัดเป็นการตายชนิดใด

a)

Gangrene

b)

Fat necrosis

c)

Caseous necrosis

d)

Coagulation necrosis

e)

Liquefaction necrosis

9.

การตายของเซลล์ใดจัดเป็นการตายชนิด liquefaction necrosis

a)

ตับแข็งจากแอลกอฮอล์

b)

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

c)

โปรตีนที่ถูกเปลี่ยนสภาพจนแข็งตัว

d)

เนื้อเยื่อสมองที่ถูกเอนไซม์ย่อยจนเซลล์ตาย

e)

ตับอ่อนอักเสบจากเมตาบอลิซั่มของเอนไซม์ไลเปส

10.

กลไกใดที่ทำให้น้ำเข้าสู่เซลล์จนบวม (hydropic degeneration)

a)

ผนังหุ้มเซลล์ฉีก

b)

นิวเคลียสหดตัวเป็นก้อนแข็ง

c)

พบแคลเซียมสะสมในไมตอนคอนเดรีย

d)

โซเดียม-โปแตเซียมปั๊มทำงานได้น้อยลง

e)

ขาดการสร้างพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน

11.

สารน้ำชนิด เอกซูเดท และทรานซูเดท มีความแตกต่างกันอย่างไร

a)

เอกซูเดทมีปริมาณโปรตีนต่ำกว่า

b)

เอกซูเดทมีความถ่วงจำเพาะต่ำกว่า

c)

เอกซูเดทมีเซลล์และโปรตีนมากกว่า

d)

ทรานซูเดทมีความถ่วงจำเพาะสูงมาก

e)

ทรานซูเดทมีปริมาณเซลล์และโปรตีนมากกว่า

12.

อาการร้อนและแดงของการอักเสบเกิดจากสาเหตุใด

a)

มีแรงตึงของเนื้อเยื่อบริเวณนั้นมาก

b)

มีการตายของเซลล์ในบริเวณนั้นมาก

c)

มีการสะสมของ interstitial fluids มาก

d)

เส้นเลือดขยายและมีเลือดมาเพิ่มในบริเวณอักเสบ

e)

เส้นเลือดบีบตัวและมีเลือดลดลงในบริเวณอักเสบ

13.

การปลูกถ่ายกราฟท์ ในคนๆเดียวกัน จากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง เรียกว่าอะไร

a)

Isograft

b)

Allograft

c)

Autograft

d)

Xenograft

e)

Synthetic graft

14.

Bone marrow transplantation เป็นวิธีที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคใด

a)

โรควัณโรค

b)

โรคเบาหวาน

c)

โรคไตวายเรื้อรัง

d)

โรคไข้สมองอักเสบ

e)

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

15.

“Allergen” มีความหมายว่าอย่างไร

a)

สารก่อมะเร็ง

b)

สารก่อภูมิแพ้

c)

สารกัมมันตรังสี

d)

สารต้านจุลินทรีย์

e)

สารต้านอนุมูลอิสระ

16.

กรณีใดจัดเป็น Cytotoxic hypersensitivity

a)

ผิวหนังอักเสบ (Dermatitis)

b)

การแพ้อาหาร (Food allergy)

c)

การทดสอบภูมิต่อเชื้อวัณโรค (Tuberculin test)

d)

การไม่ยอมรับการเปลี่ยนถ่ายเนื้อเยื่อ (Allograft rejection)

e)

การทำลายเม็ดเลือดแดงหลังการได้รับเลือดผิดหมู่ (Hemolytic transfusion reaction)

17.

โรคเอดส์จัดเป็นความบกพร่องทางภูมิคุ้มกันชนิดใด

a)

ความผิดปกติในการกลืนกิน

b)

ความผิดปกติในระบบคอมพลีเมนต์

c)

ภูมิคุ้มกันบกพร่องจาก B-lymphocyte

d)

ภูมิคุ้มกันบกพร่องจาก T-lymphocyte

e)

ภูมิคุ้มกันบกพร่องจากทั้ง B-lymphocyte และ T-lymphocyte

18.

โรคใดจัดเป็น Systemic autoimmune disease

a)

Graves’ disease

b)

Rheumatoid arthritis

c)

Goodpasture’s syndrome

d)

Autoimmune hemolytic anemia

e)

Insulin dependent diabetes mellitus

19.

โรค Pernicious anemia ร่างกายมีการสร้างแอนติบอดีต่อส่วนใดในร่างกาย

a)

Parietal cell ที่กระเพาะอาหาร

b)

Collagen Type IV ที่ถุงลมปอด

c)

Erythrocyte antigen บนผิวของเม็ดเลือดแดง

d)

Beta cell บน islets of Langerhans ในตับอ่อน

e)

Thyroid stimulating hormone receptor ที่ต่อมไทรอยด์

20.

พยาธิสภาพใดที่มักพบในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อพวกหนอนพยาธิ

a)

Basophilia

b)

Leucopenia

c)

Eosinophilia

d)

Granulocytosis

e)

Caseous granuloma

21.

สิ่งมีชีวิตใดจัดเป็น intermediate host ของ พยาธิ Opisthurchis

a)

วัว

b)

หมู

c)

แมว

d)

หมา

e)

หอย

22.

Isospora belli อาจจะก่อให้เกิดอาการอย่างรุนแรงในผู้ป่วยประเภทใด เพราะเหตุใด

a)

ผู้ป่วยที่มีภาวะไตวาย เนื่องจากไม่สามารถกำจัดเชื้อออกทางไตได้

b)

ผู้ป่วยจะมีภาวะช็อค จากการที่เชื้อทำให้หลอดเลือดอุดตันในสมอง

c)

ผู้ป่วยโรคตับ เนื่องจากไม่สามารถผลิตเอนไซม์ที่ใช้ในการกำจัดเชื้อได้

d)

ผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากมีน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นอาหารอย่างดีของเชื้อ

e)

ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจากขาดภูมิคุ้มกันในการทำลายเชื้อ

23.

ผู้ป่วยที่อาจจะติดเชื้อทางระบบหายใจส่วนล่าง ควรตรวจตัวอย่างใด

a)

Saliva

b)

Breath

c)

Blood

d)

Sputum

e)

Oral cavity swab

24.

สารกันเลือดแข็งชนิดใดเหมาะแก่การตรวจน้ำตาลในเลือด

a)

EDTA

b)

Clot activator

c)

Sodium citrate

d)

Lithium heparin

e)

Sodium fluoride

25.

สิ่งส่งตรวจใดเก็บมาจาก sterile body sites

a)

CSF

b)

Pus

c)

Urine

d)

Feces

e)

Sputum

26.

สิ่งส่งตรวจใดเป็นการเก็บปัสสาวะที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อการวินิจฉัยโรคเบื้องต้น

a)

24 hr. urine

b)

Catherization

c)

Midstream urine

d)

Needle aspiration

e)

Random collection

27.

Vaginal swab สามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคใด

a)

โรคไอกรน (Pertussis)

b)

โรคบาดทะยัก (Tetanus)

c)

โรคหนองใน (Gonorrhea)

d)

โรคอหิวาตกโรค (Cholera)

e)

โรคไข้เลือดออก (Dengue fever)

28.

ก้อนเนื้องอกรังไข่ที่พบมีผม ฟัน และไขมันสีเหลือง เรียกว่าอะไร

a)

Fibroma

b)

Teratoma

c)

Ovarian cystoma

d)

Cystadenocarcinoma

e)

Pleomorphic adenoma

29.

คุณสมบัติใดที่พบในเนื้องอกชนิดร้ายแรง

a)

Metastasis

b)

Slow growth

c)

Encapsulation

d)

Well differentiation

e)

Non invasion growth

30.

ความสัมพันธ์เกี่ยวกับการเกิดมะเร็งได้ในกรณีใดถูกต้อง

a)

ดื่มเหล้ามาก เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด

b)

อาหารไขมันสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ

c)

ฮอร์โมนเอสโตรเจน ก่อให้เกิดมะเร็งเยื่อบุโพงมดลูก

d)

อาหารเส้นใยมาก เพิ่มอุบัติการณ์เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่

e)

รังสีอุลตราไวโอเล็ตในแสงแดด ก่อให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

31.

Tumor marker ใดที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

a)

NSE

b)

AFP

c)

PSA

d)

CEA

e)

CA001

32.

เนื้อเยื่อชนิดใดต่อไปนี้ที่สามารถพบเชื้อประจำถิ่น (normal flora) ได้

a)

เลือด

b)

หัวใจ

c)

หูชั้นใน

d)

ท่อปัสสาวะ

e)

น้ำไขสันหลัง

33.

การระบาดของเชื้ออีโบลาไปทั่วโลก จัดเป็นการระบาดแบบใด

a)

Season

b)

Sporadic

c)

Endemic

d)

Epidemic

e)

Pandemic

34.

Koch's postulates อธิบายถึงสิ่งใดต่อไปนี้

a)

รูปร่างของเชื้อก่อโรค

b)

การเพาะเลี้ยงเชื้อที่ก่อโรค

c)

การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค

d)

การใช้แบคทีเรียฆ่าเชื้อชนิดอื่น

e)

โรคชนิดเดียวกันเกิดจากจุลินทรีย์ชนิดเดียวกัน

35.

การแพร่กระจายของโรคแบบใดที่มีสัตว์เป็นพาหะนำโรค

a)

Vector transmission

b)

Vehicle transmission

c)

Waterborne transmission

d)

Direct contact transmission

e)

Indirect contact transmission

36.

คำใดที่ใช้เรียกโรคที่ติดต่อจากสัตว์มาสู่คน

a)

Animal disease

b)

Enzootic disease

c)

Epizootic disease

d)

Panzootic disease

e)

Zoonoses disease

37.

คุณสมบัติใดของเชื้อจุลินทรีย์ที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธชีวภาพ (bio-weapon) ได้

a)

เป็นเชื้อประจำถิ่น

b)

ติดต่อจากสัตว์สู่คน

c)

ต้องการแมลงเป็นพาหะนำโรค

d)

เป็นสาเหตุของโรคติดต่อร้ายแรง

e)

ติดต่อและแพร่กระจายผ่านทางอาหาร

38.

การที่แมลงวันตอมสิ่งสกปรกแล้วมาตอมอาหารที่คนกิน จัดเป็นการแพร่เชื้อแบบใด

a)

Cycle transmission

b)

Biological transmission

c)

Mechanical transmission

d)

Propagative transmission

e)

Cyclopropagative transmission

39.

การอักเสบเป็นหนอง (suppurative inflammation) ที่เกิดกับอวัยวะที่เป็นถุง เรียกว่าอะไร

a)

Abscess

b)

Impetigo

c)

Empyema

d)

Pyoderma

e)

Paronychia

40.

คุณสมบัติใดเป็น endotoxin จากแบคทีเรีย

a)

ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

b)

มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท

c)

จะถูกปล่อยออกมาเมื่อแบคทีเรียตาย

d)

มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง

e)

พบในแบคทีเรียชนิด gram positive