wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

BioTest

Total questions: 30

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

จากภาพหมายเลขใดคือเนื้อเยื่อที่เป็นส่วนประกอบของ ground tissue system

a)

1, 2, 4

b)

1, 5, 8

c)

2, 3, 4

d)

2, 7, 8

2.

เนื้อเยื่อเจริญในข้อใดแบ่งตามระยะการเกิด


1. Promeristem

2. Leteral meristem

3. Intercalary meristem

4. Primary meristem

5. Secondary meristem

6. Apical meristem

a)

1, 4, 5

b)

2, 3, 6

c)

2, 3, 5

d)

3, 4, 5

3.

โครงสร้าง A, B และ C คือเนื้อเยื่อส่วนใด ตามลำดับ

a)

Intercalary meristem,

Apical shoot meristem,

Apical root meristem

b)

Apical shoot meristem,

Intercalary meristem,

Apical root meristem

c)

Leteral meristem,

Apical shoot meristem,

Apical root meristem

d)

Apical shoot meristem,

Leteral meristem,

Apical root meristem

4.

ข้อใดเรียงลำดับโครงสร้างของเซลล์พืช จากด้านนอกเข้าไปด้านในเซลล์ ได้ถูกต้อง

a)

middle lamella, secondary cell wall, primary cell wall, cell membrane

b)

middle lamella, primary cell wall, secondary cell wall, cell membrane

c)

cell membrane, middle lamella, secondary cell wall, primary cell wall,

d)

cell membrane, middle lamella, primary cell wall, secondary cell wall

5.

ข้อใดกล่าวผิด

a)

เนื้อไม้ของพืชยืนต้นส่วนมากเป็น vessel และ tracheid

b)

เซลล์ทุกชนิดในเนื้อเยื่อ phloem เป็นเซลล์ที่มีชีวิต

c)

สเกลอรีดที่ความแข็งมาก เรียกว่า เซลล์หิน (stone cell) พบในกะลามะพร้าว

d)

ทั้ง xylem และ phloem จัดเป็น complex permanent tissue

6.

บริเวณที่เซลล์มีแวคิวโอลขนาดใหญ่ เซลล์ขยายขนาดใหญ่ขึ้นโดยเฉพาะด้านยาว คือบริเวณใด

a)

หมายเลข 1

b)

หมายเลข 2

c)

หมายเลข 3

d)

หมายเลข 4

7.

ถ้านักเรียนต้องการศึกษาภาคตัดตามขวาง (cross section) ของรากพืช นักเรียนควรเลือกตัดบริเวณใด

a)

หมายเลข 1

b)

หมายเลข 2

c)

หมายเลข 3

d)

หมายเลข 4

8.

ชั้น สตีล (stele) ของราก ประกอบด้วยหมายเลขใดบ้าง

a)

1, 2, 3

b)

4, 5, 6

c)

2, 3, 4

d)

2, 3, 5

9.

ข้อใด กล่าวผิด เกี่ยวกับราก

a)

รากแก้วและรากฝอยของพืชเจริญมาจากรากแรกเกิด (radicle)

b)

รากแขนงของพืชเจริญมาจาก pericycle ของรากแก้ว

c)

รากแขนงของพืช พบได้มากในพืชใบเลี้ยงคู่

d)

รากแก้ว และรากแขนง มีจุดกำเนิดต่างกัน

10.

ข้อใดเป็นรากพิเศษชนิดเดียวกัน

a)

หัวแครอท หัวบีท เผือก

b)

หัวไชเท้า กระชาย มันฝรั่ง

c)

พลู พริกไทย พลูด่าง

d)

แครอท พริกไทย พลูด่าง

11.

โครงสร้างปลายยอดพืชบริเวณใด หากได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนพืชจะสามารถเจริญไปเป็นกิ่งและดอกได้

a)

เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลายยอด

b)

ใบเริ่มเกิด

c)

ใบอ่อน

d)

ตาตามซอกแรกเกิด

12.

จากภาพ เป็นโครงสร้างตัดขวางมัดท่อลำเลียงของลำต้นพืชใด และ หมายเลข 1,2,3 คือเนื้อเยื่อชนิดใด ตามลำดับ

a)

พืชใบเลี้ยงคู่ - xylem, phloem, vascular bundle

b)

พืชใบเลี้ยงคู่ - xylem, vascular bundle, phloem

c)

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว - phloem, vascular bundle, xylem

d)

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว - xylem, vascular bundle, phloem

13.

จากภาพ เป็นโครงสร้างตัดขวางมัดท่อลำเลียงของลำต้นพืชใด และ หมายเลข 1,2,3 คือเนื้อเยื่อชนิดใด ตามลำดับ

a)

พืชใบเลี้ยงคู่ - xylem, phloem, air space

b)

พืชใบเลี้ยงคู่ - xylem, air space, phloem

c)

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว - phloem, air space, xylem

d)

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว - phloem, xylem, air space

14.

ข้อใดเปรียบเทียบโครงสร้างของลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ ผิด

a)

พืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีมัดท่อลำเลียงกระจายทั่วลำต้น

b)

พืชใบเลี้ยงคู่มีมัดท่อลำเลียงเป็นวงรอบลำต้น

c)

พบโครงสร้างของ pith ชัดเจนในลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

d)

มี bundle sheath ล้อมรอบมัดท่อลำเลียง ของลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

15.

ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพิ่มขึ้นจากโครงสร้างใด

a)

cork cambium และ vascular cambium

b)

cork cambium และ apical meristem

c)

vascular cambium และ apical meristem

d)

vascular cambium และ intercalary meristem

16.

ต้นประดู่อายุ 10 ปี พบโครงสร้างที่ไม่สามารถลำเลียงน้ำได้ เรียกว่า...(1) ..เกิดจากการมี..(2)..สะสมอยู่

a)

กระพี้ไม้ (1) ลิกนิน (2)

b)

แก่นไม้ (1) ลิกนิน (2)

c)

กระพี้ไม้ (1) แทนนิน (2)

d)

เนื้อไม้ (1) แทนนิน (2)

17.

นักเรียนสามารถจำแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ได้ โดยสังเกตได้จากโครงสร้างใดของใบ

a)

การเรียงตัวของเส้นใบ

b)

ตำแหน่งของปากใบ

c)

จำนวนชั้นของ palisade mesophyll

d)

การมีหรือไม่มี bundle sheath cell

18.

เมื่อตัดใบตามขวางและสังเกตภายใต้กล้องจุลทรรศน์ การพิจารณาว่าด้านใดเป็นด้านหลังใบ หรือด้านท้องใบ สามารถสังเกตได้จากเซลล์ในข้อใด

a)

epidermis cell

b)

guard cell

c)

palisade mesophyll

d)

bundle sheath cell

19.

หากต้องการศึกษาลักษณะเซลล์ sieve tube และ vessel ควรศึกษาจากโครงสร้างหมายเลขใด ตามลำดับ

a)

2 และ 3

b)

3 และ 2

c)

4 และ 5

d)

5 และ 4

20.

การแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำของพืช จะเกิดในบริเวณเซลล์หมายเลขใดมากที่สุด

a)

หมายเลข 1

b)

หมายเลข 2

c)

หมายเลข 3

d)

หมายเลข 4

21.

ใบพืชชนิดหนึ่งมีชั้นคิวทิเคิลเซลล์ผิวใบหนามาก แสดงว่าพืชชนิดนั้นน่าจะเจริญอยู่ในสภาพเเวดล้อมแบบใด

a)

แม่น้ำลำคลอง

b)

ป่าชายเลน

c)

ทะเลทราย

d)

ป่าดิบชื้น

22.

ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการปรับตัวของพืชเพื่อรักษาสมดุลน้ำ

a)

พืชที่เจริญในน้ำน้อยจะมีปากใบแบบ sunken stomata

b)

ถ้าน้ำในดินน้อย ปากใบพืชจะมีการเปิดมากขึ้น เพื่อคายน้ำมากขึ้น

c)

ถ้าอุณหภูมิสูง พืชจะมีการเปิดปากใบ ทำให้อัตราการคายน้ำสูงขึ้น

d)

พืชจะคายน้ำแบบ guttation เมื่อน้ำในดินมาก และความชื้นในอากาศสูง

23.

การเคลื่อนที่ของน้ำจากดินเข้าสู่รากจนถึง xylem โดยผ่านทางช่อง plasmodesma เรียกว่า...

a)

apoplast

b)

symplast

c)

root pressure

d)

transmembrane

24.

การลำเลียงน้ำเข้าสู่รากผ่านเนื้อเยื่อชั้นใดที่ไม่สามารถลำเลียงโดยวิธี apoplast

a)

epidermis

b)

cortex

c)

endodermis

d)

pericycle

25.

แรงในข้อใดมีความสัมพันธ์กับ transpiration pull ของน้ำ มากที่สุด

a)

root pressure

b)

cohesion

c)

adhesion

d)

Capillary action

26.

จากภาพแสดงลักษณะการขาดธาตุอาหารไนโตรเจน (N) ของใบพืช ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง

a)

ธาตุ N เป็นธาตุอาหารที่เคลื่อนที่ได้

b)

เมื่อขาดธาตุ N จะแสดงอาการที่ใบอ่อนก่อน

c)

ธาตุ N เป็นองค์ประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์

d)

ธาตุ N จัดเป็นแร่ธาตุในกลุ่ม Macro nutrients

27.

ข้อสรุปใด ไม่สอดคล้อง กับผลที่ได้จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์แต่ละท่าน

a)

แวน เฮลมองท์ (Van Helmont) : น้ำหนักของต้นหลิวที่เพิ่มขึ้น มาจากดิน เนื่องจากหลังการทดลองน้ำหนักของดินลดลงจากเดิมมาก

b)

โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley) : พืชสามารถเปลี่ยนอากาศเสียให้กลับมาเป็นอากาศดี

c)

แจน อินเก็น ฮูซ (Jan InGen Housz) : พืชมีการคายแก๊สออกซิเจนออกมาขณะที่พืชได้รับแสง และ พืชเก็บธาตุคาร์บอนไว้ในรูปของสารอินทรีย์

d)

นิโคลลาส ธีโอดอร์ (Nicolas Theodore) : พืชมีการดูดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

28.

ในการทดลองนี้ใช้เพื่อพิสูจน์ว่า ออกซิเจนที่เกิดจากการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้น มาจากสิ่งใด

a)

CO2

b)

H2O

c)

อากาศ

d)

ทั้ง ก , ข , ค

29.

จากภาพการทดลองของ โรบิน ฮิลล์ (Robin Hill) ข้อสรุปใด ไม่ถูกต้อง

a)

เกลือเฟอริก เกิดปฏิกิริยารีดักชัน ได้เกลือเฟอรัส

b)

เกลือเฟอรัส (Fe2+) ทำหน้าที่เป็นตัวรับอิเล็กตรอน

c)

แก๊สออกซิเจนที่เกิดขึ้นในหลอด ก. มาจากปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของน้ำ

d)

ในหลอด ข. ไม่สามารถเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของน้ำได้ เนื่องจากไม่มีตัวรับอิเล็กตรอน

30.

จากการทดลองของ แดเนียล อาร์นอน (Daniel Arnon) เหตุผลที่แสงและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นปัจจัยสำคัญของทั้งสองการทดลองนี้ ยกเว้น ข้อใด

a)

เมื่อคลอโรพลาสต์ได้รับพลังงานแสง จะทำให้น้ำเกิดการแตกตัว เกิดแก๊สออกซิเจนได้

b)

มื่อคลอโรพลาสต์ได้รับพลังงานแสงและมีตัวรับอิเล็กตรอน จะทำให้น้ำเกิดการแตกตัว ให้อิเล็กตรอนได้

c)

น้ำตาลที่เกิดจากกระบวนการสังเคาะห์ด้วยแสง มาจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

ถ้าไม่มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จะไม่สามารถเกิดปฏิกิริยายาการสร้าง ATP ได้