WorksheetsO-net : 2561
Total questions: 15
Worksheet time: 15mins
เซลล์ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งมีกลไกการลําเลียงสารเข้าสู่เซลล์ 4 รูปแบบ ได้แก่ A B C และ D โดยสภาวะเริ่มต้นของการลําเลียงสาร แสดงดังภาพ
รูปแบบ A เท่านั้น ที่มีความจําเพาะต่อสาร เนื่องจากสารลําเลียงจากความเข้มข้นน้อยไปมาก
รูปแบบ B มีอัตราเร็วของการลําเลียงสารมากกว่ารูปแบบ D เนื่องจากสารแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์โดยตรง
รูปแบบ C เป็นการลําเลียงที่สารจะต้องเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกันกับเยื่อหุ้มเซลล์
รูปแบบ D เป็นการลําเลียงของน้ํา เมื่อแช่เซลล์พืชทิ้งไว้ในสารละลายเจือจาง
รูปแบบ A และ D ต้องใช้พลังงานจากเซลล์ในการลําเลียงสาร เนื่องจากใช้โปรตีนเป็นตัวพา
จัดชุดการทดลองในห้องโล่งที่แสงส่องถึงได้ เพื่อสังเกตการเคลื่อนที่ของฟองอากาศในหลอดแก้วที่เต็มไปด้วยน้ํา ขณะเริ่มการทดลอง ฟองอากาศอยู่ในตําแหน่ง A ดังภาพ เมื่อเวลาผ่านไป ฟองอากาศค่อย ๆ เคลื่อนที่สูงขึ้น โดยพบว่าเมื่อเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง ฟองอากาศจะเคลื่อนที่ ไปถึงตําแหน่ง B
คำถาม : หากต้องการให้ฟองอากาศเคลื่อนที่ถึงตําแหน่ง B เร็วขึ้น ควรปรับปรุงชุดการทดลองนี้อย่างไร
ทดลองในห้องมืดที่เป็นระบบปิด
เปิดโคมไฟให้แสงส่องใบพืชเพิ่มมากขึ้น
เด็ดใบพืชออกบางส่วนและทาขี้ผึ้งตามรอยเด็ด
เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศของห้องให้มากขึ้น
เปลี่ยนกิ่งพืชโดยใช้พืชชนิดเดิมที่มีจํานวนใบเท่าเดิมแต่มีขนาดใบเล็กลง
ข้อใดเป็นการนําความรู้เกี่ยวกับการรักษาดุลยภาพน้ําของพืชมาใช้ไม่ถูกต้อง
การเด็ดใบของพืชให้น้อยลงก่อนการเคลื่อนย้ายต้นพืช เพื่อลดการเที่ยวเฉา
การรดน้ําเพิ่มขึ้นเมื่อมีการใส่ปุ๋ย เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ําของเซลล์รากพืช
การเพาะกิ่งปักชําในบริเวณที่แสงแดดจัด เพื่อเพิ่มอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง
การปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่บรรยากาศและกระตุ้นการหมุนเวียนของน้ํา
การเลือกปลูกพืชอวบน้ําที่มีใบขนาดเล็กในพื้นที่แห้งแล้ง เพื่อเพิ่มอัตราการรอดของพืช
ในทะเลทราย ซึ่งมีอากาศร้อนและแห้งแล้ง ถ้ามนุษย์ทํากิจกรรมโดยไม่ดื่มน้ํา ข้อใดคือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเพื่อปรับสมดุลน้ําทันทีที่หยุดทํากิจกรรม
1
2
3
4
5
การตรวจสอบโปรตีนบนผิวของละอองเรณูในดอกไม้ 3 ชนิด เป็นดังตาราง
คำถาม : จากข้อมูล ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงละอองเรณูของดอกไม้ชนิดใด เพราะเหตุใด
ชนิดที่ 1 และ 3 เนื่องจากโปรตีนบนผิวจะจับกับแอนติบอดีแล้วยับยั้งการหลั่งสารฮิสตามีน
ชนิดที่ 1 และ 3 เนื่องจากโปรตีนบนผิวจะไม่จับกับแอนติบอดีแล้วกระตุ้นการหลั่งสารฮิสตามีน
ชนิดที่ 2 และ 3 เนื่องจากโปรตีนบนผิวจะจับกับแอนติบอดีแล้วยับยั้งการหลั่งสารฮิสตามีน
ชนิดที่ 2 และ 3 เนื่องจากโปรตีนบนผิวจะจับกับแอนติบอดีแล้วกระตุ้นการหลั่งสารฮิสตามีน
ชนิดที่ 2 และ 3 เนื่องจากโปรตีนบนผิวจะไม่จับกับแอนติบอดีแล้วกระตุ้นการหลั่งสารฮิสตามีน
นาย ก เคยเป็นโรคอีสุกอีใสตอนอายุ 8 ขวบ ต่อมามีการระบาดของโรคอีสุกอีใสอีก แต่พบว่า นาย ก ไม่เป็นโรคนี้แล้ว
คำถาม : ข้อใดกล่าวถึงระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของนาย ก ต่อเชื้อโรคอีสุกอีใสได้ถูกต้อง
ร่างกายจะเกิดภูมิคุ้มกันแบบรับมา โดยมีเชื้อโรคอีสุกอีใสเป็นแอนติเจน
ร่างกายจะเกิดภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง โดยมีเชื้อโรคอีสุกอีใสเป็นแอนติบอดี
ร่างกายจะเกิดภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง โดยมีเชื้อโรคอีสุกอีใสเป็นแอนติเจน
ร่างกายจะเกิดภูมิคุ้มกันแบบรับมา โดยมีเชื้อโรคอีสุกอีใสเป็นทั้งแอนติเจนและแอนติบอดี
ร่างกายจะเกิดภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง โดยมีเชื้อโรคอีสุกอีใสเป็นทั้งแอนติเจนและแอนติบอดี
กระบวยการของกบ 2 รูปแบบ ดังภาพ
ขั้นตอน 1A และ 24 ทําให้จํานวนชุดโครโมโซมเพิ่มขึ้นจาก 2n เป็น 4n
ขั้นตอน 1B ทําให้มีการแลกเปลี่ยนยีนของโครโมโซมคู่เหมือน
ขั้นตอน 1C และ 2C ทําให้เกิดการแปรผันทางพันธุกรรม
ขั้นตอน 2B ทําให้เกิดการแปรผันทางพันธุกรรม
ขั้นตอน 1C และ 2C ทําให้จํานวนชุดโครโมโซมลดลงจาก 2n เป็น n
ชายคนหนึ่งตาบอดสี แต่งงานกับหญิงตาปกติ แล้วมีลูกชายคนแรกตาบอดสี ข้อใดกล่าวถึงลักษณะตาบอดสีในครอบครัวนี้ได้ถูกต้อง
ลูกชายทุกคนจะตาบอดสี
ลูกสาวทุกคนจะมีตาปกติ แต่เป็นพาหะ
ลูกชายแต่ละคนมีโอกาสตาบอดสีร้อยละ 50
ลูกชายมีโอกาสตาบอดสีมากกว่าลูกสาว
ลูกชายและลูกสาวแต่ละคนมีโอกาสตาบอดสีร้อยละ 25
ข้อใดเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่ไม่ถูกต้อง
การตรวจหาคนร้ายโดยใช้ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ
การอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ให้มีลักษณะคงเดิมด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การระบุความต่างระหว่างแฝดร่วมไข่ด้วยลายพิมพ์ดีเอ็นเอ
การสร้างกระต่ายที่เหมือนกับกระต่ายต้นแบบด้วยการโคลนจากเซลล์ตับ
การสร้างแบคทีเรียที่ผลิตน้ํามันจากยืนของสาหร่ายด้วยการใช้โมเลกุลดีเอ็นเอลูกผสม
ข้อใดไม่ใช่ผลของการคัดเลือกทางธรรมชาติที่เกิดจากความแตกต่างของโครงสร้างร่างกาย
ยีราฟมีลําคอยาว เพื่อให้สามารถเล็มกินใบไม้บนต้นไม้สูง ๆ ได้
กระต่ายเลพัสมีขนสีขาวที่กลมกลืนกับหิมะ เพื่อช่วยพรางตัวในการหลบหลีกศัตรู
กิ้งก่าทะเลทรายมักออกหากินตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในตอนกลางวัน
สุนัขจิ้งจอกทะเลทรายมีหาง หู และขายาว เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการระบายความร้อน
นกจาบมีจะงอยปากใหญ่และแข็งแรง เพื่อให้สามารถกินเมล็ดพืชขนาดใหญ่และมีเปลือกแข็งได้
กระบวนการใดที่ทําให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศเพิ่มขึ้นและลดลง ตามลําดับ
การคายน้ํา การหายใจ
การสังเคราะห์ด้วยแสง การย่อยสลายซากพืชและซากสัตว์
การย่อยสลายซากพืชและซากสัตว์ การสังเคราะห์ด้วยแสง
การหายใจ การย่อยสลายซากพืชและซากสัตว์
การสังเคราะห์ด้วยแสง การหายใจ
ในระบบนิเวศที่สมดุลแห่งหนึ่ง มีการถ่ายทอดพลังงานในรูปสายใยอาหาร ดังแผนภาพ
คำถาม : ข้อใดอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหารนี้ไม่ถูกต้อง
หญ้าเป็นผู้ผลิต จะมีมวลชีวภาพมากกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นในระบบนิเวศ
ถ้ามีการฉีดสารเคมีกําจัดวัชพืช นกจะมีการสะสมสารเคมีมากกว่าหอยทาก
ถ้ากระต่ายเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้จํานวนแมลงและหอยทากลดลงเพราะอาหารน้อยลง
พลังงานในโซ่อาหารจะถ่ายทอดไปที่เหยี่ยวมากที่สุด เพราะเป็นผู้บริโภคขั้นสุดท้าย
ถ้ากบและนกมีจํานวนลดลง แมลงและหอยทากจะมีจํานวนเพิ่มขึ้นเพราะผู้ล่าลดลง
พื้นที่ใดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ
พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม
พื้นที่ป่าที่เกิดน้ําท่วมอย่างรุนแรง
พื้นที่ถูกปกคลุมด้วยลาวาจากภูเขาไฟ
พื้นที่ทําไร่ของชาวเขาที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง
พื้นที่มีการเผาทําลายป่า
ข้อมูลแสดงปริมาณแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์และจํานวนชนิดของไลเคนที่พบในบริเวณที่มี
ระยะห่างจากตัวเมืองต่างกัน ดังตาราง
คำถาม : จากข้อมูล ข้อใดกล่าวถูกต้อง
คุณภาพอากาศใน พ.ศ. 2555 ดีกว่า พ.ศ. 2550
จํานวนชนิดของไลเคนจะเพิ่มขึ้นตามคุณภาพอากาศที่ลดลง
ความหลากหลายของไลเคนแปรผกผันกับระยะห่างจากตัวเมือง
ความหลากหลายของไลเคนแปรผกผันกับปริมาณแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์
จํานวนชนิดของไลเคนในทุกระยะห่างจากตัวเมืองใน พ.ศ. 2555 มากกว่า พ.ศ. 2550
ตารางแสดงจํานวนแพลงก์ตอน และปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ํา ของแหล่งน้ํา 2 บริเวณ ทั้งก่อนและหลังการสร้างโรงงาน เป็นดังนี้
คำถาม : จากข้อมูล หลังสร้างโรงงาน ข้อความใดกล่าวได้ถูกต้อง
แหล่งน้ําบริเวณที่ 2 มีจํานวนแพลงก์ตอนมากขึ้น ทําให้น้ํามีคุณภาพดีขึ้น
แหล่งน้ําบริเวณที่ 1 มีค่า BOD สูงกว่าบริเวณที่ 2 บริเวณที่ 1 จึงมีคุณภาพน้ําต่ำกว่า
แหล่งน้ําบริเวณที่ 1 แพลงก์ตอนใช้ออกซิเจนมากกว่าบริเวณที่ 2 บริเวณที่ 1 จึงมีค่า BOD สูงกว่า
แหล่งน้ําบริเวณที่ 1 มีค่า DO สูงกว่าบริเวณที่ 2 บริเวณที่ 1 จึงมีคุณภาพน้ําดีกว่า
แหล่งน้ําบริเวณที่ 1 มีจํานวนแพลงก์ตอนน้อยกว่าบริเวณที่ 2 แสดงว่า บริเวณที่ 1 ได้รับผลเสียจากโรงงานมากกว่า
